NASA ประเมินว่า Roman มีเชื้อเพลิงพอสำหรับการปฏิบัติการวิทยาศาสตร์อย่างน้อย 22 ปี มากกว่าภารกิจหลัก 5 ปีและช่วงขยายภารกิจอีก 5 ปีที่วางไว้เดิมกว่าสองเท่า การส่งขึ้นสู่อวกาศที่แม่นยำ และการปรับวิถีเมื่อ 31 สิงหาคมซึ่งใช้เชื้อเพลิงราว 18 กิโลกรัม จากงบที่จัดไว้ 200 กิโลกรัม ช่วยเก็บเชื้อเพลิงไว้ใช้ในอนาคต อุปกรณ์ Wide...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How did NASA’s Nancy Grace Roman Space Telescope, launched aboard a SpaceX Falcon Heavy from Kennedy Space Center on August 30 at a cost of. Article summary: Roman’s projected 22-year science lifetime is a propellant-based upper estimate, not a revised guaranteed mission duration. It results from unusually efficient delivery and navigation, plus a fully loaded spacecraft, lea. Topic tags: general, government, news, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with f
NASA ระบุว่ากล้องโทรทรรศน์อวกาศ Nancy Grace Roman Space Telescope มีเชื้อเพลิงเพียงพอสำหรับการปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ที่เป็นไปได้อย่างน้อย 22 ปี ซึ่งมากกว่าระยะภารกิจหลักเดิม 5 ปี รวมถึงช่วงขยายภารกิจที่อาจเพิ่มได้อีก 5 ปี มากกว่าสองเท่า 1
Roman ถูกส่งขึ้นด้วยจรวด SpaceX Falcon Heavy จากศูนย์อวกาศเคนเนดี เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2026 และกำลังเดินทางราว 3 เดือนสู่บริเวณจุดลากรองจ์ที่ 2 ของระบบดวงอาทิตย์–โลก หรือ L2 ซึ่งอยู่ห่างโลกประมาณ 1 ล้านไมล์
แต่ตัวเลข 22 ปีนี้ควรอ่านให้ถูกความหมาย: นี่คือ ประมาณการว่าเชื้อเพลิงที่มีอยู่จะรองรับการทำงานได้นานเพียงใด ภายใต้การคาดการณ์ปัจจุบัน ไม่ใช่คำรับประกันว่ากล้องจะทำวิทยาศาสตร์ได้ครบ 22 ปี เพราะอายุใช้งานจริงยังขึ้นอยู่กับสุขภาพของเครื่องมือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ระบบพลังงาน และฮาร์ดแวร์ส่วนอื่นของยานด้วย
NASA ชี้ว่าผลลัพธ์นี้เกิดจากการประหยัดเชื้อเพลิงหลายส่วนที่เสริมกัน ทั้งการวางแผนวิถี การปฏิบัติการ และความแม่นยำของการปล่อยจรวด
การปล่อยที่แม่นยำทำให้ Roman เริ่มต้นใกล้กับเส้นทางที่ต้องการไปยัง L2 อยู่แล้ว ยานจึงไม่ต้องใช้เชื้อเพลิงมากนักเพื่อแก้ไขเส้นทางในภายหลัง NASA ให้เครดิตทั้งความแม่นยำของการปล่อยโดย SpaceX การวางแผนพลวัตวงโคจร และการดำเนินงานของทีมภารกิจ สำหรับปริมาณเชื้อเพลิงสำรองที่คาดการณ์ได้ถึง 22 ปี
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม Roman ปรับวิถีระหว่างเดินทางครั้งแรกด้วยความแม่นยำมากกว่า 99% โดยใช้เชื้อเพลิงราว 18 กิโลกรัม จากที่กันงบไว้ 200 กิโลกรัม
เชื้อเพลิงที่ไม่ต้องใช้ในช่วงเริ่มต้นมีความหมายมาก เพราะยานยังต้องใช้มันสำหรับรักษาวงโคจรและควบคุมการปฏิบัติการเมื่อถึง L2 แล้ว ยิ่งใช้ไปน้อยในขั้นแก้ไขวิถีแรก ก็ยิ่งเหลือไว้ยืดระยะการทำงานในอนาคตได้มากขึ้น
Roman ถูกออกแบบโดยอิงมวลยานสูงสุดราว 9,800 กิโลกรัม แต่ตอนปล่อยมีมวลประมาณ 8,056 กิโลกรัม ความต่างนี้ทำให้ทีมสามารถเติมถังเชื้อเพลิงได้เต็ม เพิ่มปริมาณเชื้อเพลิงสำรองให้ยาน
NASA ยังประเมินว่าการปรับวิถีในลำดับถัดไปและการนำยานเข้าสู่วงโคจรปฏิบัติการที่ L2 น่าจะใช้เชื้อเพลิงน้อยกว่าแผนเดิม อย่างไรก็ดี ขั้นตอนเหล่านั้นยังไม่เกิดขึ้นในเวลาที่ NASA ประกาศตัวเลข 22 ปี ดังนั้นจึงยังเป็นการคาดการณ์ ไม่ใช่ยอดคงเหลือเชื้อเพลิงที่สรุป окончательноแล้ว
เชื้อเพลิงเป็นเพียงหนึ่งในข้อจำกัดของอายุภารกิจกล้องโทรทรรศน์อวกาศ แม้ Roman จะมีเชื้อเพลิงพอสำหรับอย่างน้อย 22 ปี แต่ก็อาจหยุดส่งมอบข้อมูลวิทยาศาสตร์ก่อนหน้านั้นได้ หากชิ้นส่วนสำคัญเสื่อมสภาพหรือขัดข้อง
ดังนั้น สิ่งที่ NASA ระบุคือ งบเชื้อเพลิงที่คาดการณ์ไว้รองรับระยะเวลาดังกล่าวได้ ไม่ได้หมายความว่าจะรับประกันการสังเกตการณ์นาน 22 ปี ภารกิจนี้ออกแบบให้มีช่วงหลัก 5 ปี และอาจขยายเพิ่มได้อีก 5 ปี
ระหว่างเดินทางสู่ L2 ทีมงานกำลังเปิดใช้งาน ทดสอบ และปรับเทียบเครื่องมือหลัก 2 ชุดของ Roman
NASA เปิดใช้งาน Wide Field Instrument (WFI) แล้ว ซึ่งเป็นกล้องอินฟราเรดความละเอียด 300 ล้านพิกเซล ออกแบบมาเพื่อสำรวจท้องฟ้าพื้นที่กว้างได้อย่างรวดเร็วโดยยังเก็บรายละเอียดได้ดี ตัวตรวจจับ 18 ชุดของ WFI จะแปลงแสงจากดาวเป็นสัญญาณไฟฟ้า เพื่อนำไปประมวลผลเป็นภาพ
การตรวจสอบระยะแรกครอบคลุมระบบตัวตรวจจับ วงล้อเลือกองค์ประกอบ ระบบปรับเทียบ และกลไกปรับโฟกัส NASA ระบุว่าการทดสอบกลไกโฟกัสสำเร็จ และ WFI ได้บันทึกแสงดาวครั้งแรกแล้ว
WFI คือหัวใจของแผนสำรวจพลังงานมืด ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ และประเด็นด้านฟิสิกส์ดาราศาสตร์ของ Roman 9
Coronagraph Instrument ของ Roman เปิดใช้งานเมื่อวันที่ 1 กันยายน และเข้าสู่กระบวนการปรับเทียบกับทดสอบที่ใช้เวลาหลายเดือน เครื่องมือนี้ออกแบบมาเพื่อบังแสงจ้าจากดาวฤกษ์ ซึ่งจะช่วยให้มองเห็นดาวเคราะห์และจานฝุ่นที่อยู่ใกล้ดาวนั้นได้
โคโรนากราฟเป็นการสาธิตเทคโนโลยี ไม่ใช่เครื่องมือสำรวจหลักของ Roman โดยการตรวจสอบเบื้องต้นรวมถึงการยืดและทดสอบส่วนประกอบดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์ และกลไก ซึ่งเป็นไปตามที่คาดไว้
การบันทึกแสงดาวในระยะต้นเป็นผลจากขั้นตอน commissioning หรือการตรวจสอบความพร้อมของระบบ ยังไม่ใช่ภาพวิทยาศาสตร์สาธารณะที่ผ่านการปรับเทียบสมบูรณ์ เอกสารสำหรับสื่อก่อนปล่อยของ NASA ระบุระยะ commissioning ราว 90 วัน และคาดว่าจะเผยแพร่ภาพใหม่ในช่วง ต้นปี 2027
ช่วงเวลานี้จะเปิดโอกาสให้ทีมปรับเทียบกล้องและเครื่องมือจนพร้อม ขณะที่ Roman เข้าใกล้และตั้งหลักในวงโคจรปฏิบัติการที่ L2
โครงการสาธารณะ Adopt a Pixel เปิดให้ผู้สนใจ “รับอุปการะ” พิกเซลเชิงสัญลักษณ์หนึ่งพิกเซล จากจำนวนราว 300 ล้านพิกเซลบนระนาบรับภาพของ Wide Field Instrument โครงการนี้เข้าร่วมได้ฟรี และเป็นช่องทางให้สาธารณชนเชื่อมโยงกับภารกิจได้เป็นการส่วนตัว แต่ไม่ได้ให้กรรมสิทธิ์ การควบคุมพิกเซล หรือสิทธิพิเศษเหนือข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์ 14
เชื้อเพลิงที่อาจรองรับได้ 22 ปีเป็นตัวอย่างชัดเจนว่า ความแม่นยำในการปล่อยจรวด การออกแบบที่เผื่อส่วนต่างอย่างรอบคอบ และการนำร่องที่มีประสิทธิภาพ สามารถเปลี่ยนแนวโน้มอายุการทำงานของยานอวกาศได้มากเพียงใดหลังการปล่อย
อย่างไรก็ตาม ภารกิจเร่งด่วนตอนนี้คือการทำ commissioning เพื่อยืนยันว่าระบบยานและเครื่องมือทุกส่วนทำงานตามที่ออกแบบไว้ระหว่างเดินทางไป L2 หากทุกอย่างเป็นไปด้วยดี Roman จะเริ่มภารกิจสำรวจเอกภพด้วยกล้องอินฟราเรดมุมกว้าง เพื่อศึกษาจักรวาลในระดับมหาศาล และอาจมีเชื้อเพลิงสำรองให้ทำงานได้นานกว่าที่คาดไว้มาก 9
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
NASA ประเมินว่า Roman มีเชื้อเพลิงพอสำหรับการปฏิบัติการวิทยาศาสตร์อย่างน้อย 22 ปี มากกว่าภารกิจหลัก 5 ปีและช่วงขยายภารกิจอีก 5 ปีที่วางไว้เดิมกว่าสองเท่า
NASA ประเมินว่า Roman มีเชื้อเพลิงพอสำหรับการปฏิบัติการวิทยาศาสตร์อย่างน้อย 22 ปี มากกว่าภารกิจหลัก 5 ปีและช่วงขยายภารกิจอีก 5 ปีที่วางไว้เดิมกว่าสองเท่า การส่งขึ้นสู่อวกาศที่แม่นยำ และการปรับวิถีเมื่อ 31 สิงหาคมซึ่งใช้เชื้อเพลิงราว 18 กิโลกรัม จากงบที่จัดไว้ 200 กิโลกรัม ช่วยเก็บเชื้อเพลิงไว้ใช้ในอนาคต
อุปกรณ์ Wide Field Instrument และ Coronagraph Instrument เริ่มขั้นตอนตรวจสอบและปรับเทียบแล้ว โดย NASA คาดว่าจะเผยแพร่ภาพใหม่ช่วงต้นปี 2027 หลังระยะ commissioning ราว 90 วัน
NASA ประเมินว่า Roman มีเชื้อเพลิงพอสำหรับการปฏิบัติการวิทยาศาสตร์อย่างน้อย 22 ปี มากกว่าภารกิจหลัก 5 ปีและช่วงขยายภารกิจอีก 5 ปีที่วางไว้เดิมกว่าสองเท่า การส่งขึ้นสู่อวกาศที่แม่นยำ และการปรับวิถีเมื่อ 31 สิงหาคมซึ่งใช้เชื้อเพลิงราว 18 กิโลกรัม จากงบที่จัดไว้ 200 กิโลกรัม ช่วยเก็บเชื้อเพลิงไว้ใช้ในอนาคต อุปกรณ์ Wide...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How did NASA’s Nancy Grace Roman Space Telescope, launched aboard a SpaceX Falcon Heavy from Kennedy Space Center on August 30 at a cost of. Article summary: Roman’s projected 22-year science lifetime is a propellant-based upper estimate, not a revised guaranteed mission duration. It results from unusually efficient delivery and navigation, plus a fully loaded spacecraft, lea. Topic tags: general, government, news, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with f
NASA ระบุว่ากล้องโทรทรรศน์อวกาศ Nancy Grace Roman Space Telescope มีเชื้อเพลิงเพียงพอสำหรับการปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ที่เป็นไปได้อย่างน้อย 22 ปี ซึ่งมากกว่าระยะภารกิจหลักเดิม 5 ปี รวมถึงช่วงขยายภารกิจที่อาจเพิ่มได้อีก 5 ปี มากกว่าสองเท่า 1
Roman ถูกส่งขึ้นด้วยจรวด SpaceX Falcon Heavy จากศูนย์อวกาศเคนเนดี เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2026 และกำลังเดินทางราว 3 เดือนสู่บริเวณจุดลากรองจ์ที่ 2 ของระบบดวงอาทิตย์–โลก หรือ L2 ซึ่งอยู่ห่างโลกประมาณ 1 ล้านไมล์
แต่ตัวเลข 22 ปีนี้ควรอ่านให้ถูกความหมาย: นี่คือ ประมาณการว่าเชื้อเพลิงที่มีอยู่จะรองรับการทำงานได้นานเพียงใด ภายใต้การคาดการณ์ปัจจุบัน ไม่ใช่คำรับประกันว่ากล้องจะทำวิทยาศาสตร์ได้ครบ 22 ปี เพราะอายุใช้งานจริงยังขึ้นอยู่กับสุขภาพของเครื่องมือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ระบบพลังงาน และฮาร์ดแวร์ส่วนอื่นของยานด้วย
NASA ชี้ว่าผลลัพธ์นี้เกิดจากการประหยัดเชื้อเพลิงหลายส่วนที่เสริมกัน ทั้งการวางแผนวิถี การปฏิบัติการ และความแม่นยำของการปล่อยจรวด
การปล่อยที่แม่นยำทำให้ Roman เริ่มต้นใกล้กับเส้นทางที่ต้องการไปยัง L2 อยู่แล้ว ยานจึงไม่ต้องใช้เชื้อเพลิงมากนักเพื่อแก้ไขเส้นทางในภายหลัง NASA ให้เครดิตทั้งความแม่นยำของการปล่อยโดย SpaceX การวางแผนพลวัตวงโคจร และการดำเนินงานของทีมภารกิจ สำหรับปริมาณเชื้อเพลิงสำรองที่คาดการณ์ได้ถึง 22 ปี
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม Roman ปรับวิถีระหว่างเดินทางครั้งแรกด้วยความแม่นยำมากกว่า 99% โดยใช้เชื้อเพลิงราว 18 กิโลกรัม จากที่กันงบไว้ 200 กิโลกรัม
เชื้อเพลิงที่ไม่ต้องใช้ในช่วงเริ่มต้นมีความหมายมาก เพราะยานยังต้องใช้มันสำหรับรักษาวงโคจรและควบคุมการปฏิบัติการเมื่อถึง L2 แล้ว ยิ่งใช้ไปน้อยในขั้นแก้ไขวิถีแรก ก็ยิ่งเหลือไว้ยืดระยะการทำงานในอนาคตได้มากขึ้น
Roman ถูกออกแบบโดยอิงมวลยานสูงสุดราว 9,800 กิโลกรัม แต่ตอนปล่อยมีมวลประมาณ 8,056 กิโลกรัม ความต่างนี้ทำให้ทีมสามารถเติมถังเชื้อเพลิงได้เต็ม เพิ่มปริมาณเชื้อเพลิงสำรองให้ยาน
NASA ยังประเมินว่าการปรับวิถีในลำดับถัดไปและการนำยานเข้าสู่วงโคจรปฏิบัติการที่ L2 น่าจะใช้เชื้อเพลิงน้อยกว่าแผนเดิม อย่างไรก็ดี ขั้นตอนเหล่านั้นยังไม่เกิดขึ้นในเวลาที่ NASA ประกาศตัวเลข 22 ปี ดังนั้นจึงยังเป็นการคาดการณ์ ไม่ใช่ยอดคงเหลือเชื้อเพลิงที่สรุป окончательноแล้ว
เชื้อเพลิงเป็นเพียงหนึ่งในข้อจำกัดของอายุภารกิจกล้องโทรทรรศน์อวกาศ แม้ Roman จะมีเชื้อเพลิงพอสำหรับอย่างน้อย 22 ปี แต่ก็อาจหยุดส่งมอบข้อมูลวิทยาศาสตร์ก่อนหน้านั้นได้ หากชิ้นส่วนสำคัญเสื่อมสภาพหรือขัดข้อง
ดังนั้น สิ่งที่ NASA ระบุคือ งบเชื้อเพลิงที่คาดการณ์ไว้รองรับระยะเวลาดังกล่าวได้ ไม่ได้หมายความว่าจะรับประกันการสังเกตการณ์นาน 22 ปี ภารกิจนี้ออกแบบให้มีช่วงหลัก 5 ปี และอาจขยายเพิ่มได้อีก 5 ปี
ระหว่างเดินทางสู่ L2 ทีมงานกำลังเปิดใช้งาน ทดสอบ และปรับเทียบเครื่องมือหลัก 2 ชุดของ Roman
NASA เปิดใช้งาน Wide Field Instrument (WFI) แล้ว ซึ่งเป็นกล้องอินฟราเรดความละเอียด 300 ล้านพิกเซล ออกแบบมาเพื่อสำรวจท้องฟ้าพื้นที่กว้างได้อย่างรวดเร็วโดยยังเก็บรายละเอียดได้ดี ตัวตรวจจับ 18 ชุดของ WFI จะแปลงแสงจากดาวเป็นสัญญาณไฟฟ้า เพื่อนำไปประมวลผลเป็นภาพ
การตรวจสอบระยะแรกครอบคลุมระบบตัวตรวจจับ วงล้อเลือกองค์ประกอบ ระบบปรับเทียบ และกลไกปรับโฟกัส NASA ระบุว่าการทดสอบกลไกโฟกัสสำเร็จ และ WFI ได้บันทึกแสงดาวครั้งแรกแล้ว
WFI คือหัวใจของแผนสำรวจพลังงานมืด ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ และประเด็นด้านฟิสิกส์ดาราศาสตร์ของ Roman 9
Coronagraph Instrument ของ Roman เปิดใช้งานเมื่อวันที่ 1 กันยายน และเข้าสู่กระบวนการปรับเทียบกับทดสอบที่ใช้เวลาหลายเดือน เครื่องมือนี้ออกแบบมาเพื่อบังแสงจ้าจากดาวฤกษ์ ซึ่งจะช่วยให้มองเห็นดาวเคราะห์และจานฝุ่นที่อยู่ใกล้ดาวนั้นได้
โคโรนากราฟเป็นการสาธิตเทคโนโลยี ไม่ใช่เครื่องมือสำรวจหลักของ Roman โดยการตรวจสอบเบื้องต้นรวมถึงการยืดและทดสอบส่วนประกอบดิจิทัล อิเล็กทรอนิกส์ และกลไก ซึ่งเป็นไปตามที่คาดไว้
การบันทึกแสงดาวในระยะต้นเป็นผลจากขั้นตอน commissioning หรือการตรวจสอบความพร้อมของระบบ ยังไม่ใช่ภาพวิทยาศาสตร์สาธารณะที่ผ่านการปรับเทียบสมบูรณ์ เอกสารสำหรับสื่อก่อนปล่อยของ NASA ระบุระยะ commissioning ราว 90 วัน และคาดว่าจะเผยแพร่ภาพใหม่ในช่วง ต้นปี 2027
ช่วงเวลานี้จะเปิดโอกาสให้ทีมปรับเทียบกล้องและเครื่องมือจนพร้อม ขณะที่ Roman เข้าใกล้และตั้งหลักในวงโคจรปฏิบัติการที่ L2
โครงการสาธารณะ Adopt a Pixel เปิดให้ผู้สนใจ “รับอุปการะ” พิกเซลเชิงสัญลักษณ์หนึ่งพิกเซล จากจำนวนราว 300 ล้านพิกเซลบนระนาบรับภาพของ Wide Field Instrument โครงการนี้เข้าร่วมได้ฟรี และเป็นช่องทางให้สาธารณชนเชื่อมโยงกับภารกิจได้เป็นการส่วนตัว แต่ไม่ได้ให้กรรมสิทธิ์ การควบคุมพิกเซล หรือสิทธิพิเศษเหนือข้อมูลจากกล้องโทรทรรศน์ 14
เชื้อเพลิงที่อาจรองรับได้ 22 ปีเป็นตัวอย่างชัดเจนว่า ความแม่นยำในการปล่อยจรวด การออกแบบที่เผื่อส่วนต่างอย่างรอบคอบ และการนำร่องที่มีประสิทธิภาพ สามารถเปลี่ยนแนวโน้มอายุการทำงานของยานอวกาศได้มากเพียงใดหลังการปล่อย
อย่างไรก็ตาม ภารกิจเร่งด่วนตอนนี้คือการทำ commissioning เพื่อยืนยันว่าระบบยานและเครื่องมือทุกส่วนทำงานตามที่ออกแบบไว้ระหว่างเดินทางไป L2 หากทุกอย่างเป็นไปด้วยดี Roman จะเริ่มภารกิจสำรวจเอกภพด้วยกล้องอินฟราเรดมุมกว้าง เพื่อศึกษาจักรวาลในระดับมหาศาล และอาจมีเชื้อเพลิงสำรองให้ทำงานได้นานกว่าที่คาดไว้มาก 9
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
NASA ประเมินว่า Roman มีเชื้อเพลิงพอสำหรับการปฏิบัติการวิทยาศาสตร์อย่างน้อย 22 ปี มากกว่าภารกิจหลัก 5 ปีและช่วงขยายภารกิจอีก 5 ปีที่วางไว้เดิมกว่าสองเท่า
NASA ประเมินว่า Roman มีเชื้อเพลิงพอสำหรับการปฏิบัติการวิทยาศาสตร์อย่างน้อย 22 ปี มากกว่าภารกิจหลัก 5 ปีและช่วงขยายภารกิจอีก 5 ปีที่วางไว้เดิมกว่าสองเท่า การส่งขึ้นสู่อวกาศที่แม่นยำ และการปรับวิถีเมื่อ 31 สิงหาคมซึ่งใช้เชื้อเพลิงราว 18 กิโลกรัม จากงบที่จัดไว้ 200 กิโลกรัม ช่วยเก็บเชื้อเพลิงไว้ใช้ในอนาคต
อุปกรณ์ Wide Field Instrument และ Coronagraph Instrument เริ่มขั้นตอนตรวจสอบและปรับเทียบแล้ว โดย NASA คาดว่าจะเผยแพร่ภาพใหม่ช่วงต้นปี 2027 หลังระยะ commissioning ราว 90 วัน