Brent เพิ่มขึ้น 3.62 ดอลลาร์ หรือ 3.46% สู่ 108.23 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วน WTI เพิ่ม 3.15 ดอลลาร์ หรือ 3.15% สู่ 103.20 ดอลลาร์ในช่วงเปิดตลาดวันจันทร์ [1] เหตุโจมตีในซาอุดีอาระเบียและเรือในช่องแคบฮอร์มุซ เพิ่มความเสี่ยงทั้งต่อกำลังส่งออกและเส้นทางขนส่งน้ำมันหลักของภูมิภาค [1] ท่อส่ง East West ของซาอุฯ ซึ่งเคยลำเลียงน...
เผยแพร่โดยรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How did the latest Gulf attacks and supply disruptions drive oil prices higher, including Brent’s rise to $108.23 and WTI’s rise to $103.20. Article summary: The market repriced crude higher because the weekend violence added immediate shipping risk in Hormuz to an already critical Saudi export bottleneck.. Topic tags: general web, ai, workflow, privacy, benchmarks. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail la
ราคาน้ำมันปรับขึ้นแรง เพราะตลาดต้องประเมินความเสี่ยงใหม่พร้อมกันสองด้าน ได้แก่ ความไม่ปลอดภัยของการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และการที่ท่อส่งน้ำมัน East-West ของซาอุดีอาระเบียยังปิดอยู่ ทั้งสองปัจจัยทำให้ความกังวลขยับจากเพียง “ขนส่งล่าช้า” ไปสู่ความเป็นไปได้ของอุปทานน้ำมันที่ลดลงจริง
ในการเปิดตลาดวันจันทร์ สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) พุ่ง 3.62 ดอลลาร์ หรือ 3.46% สู่ 108.23 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เทกซัสอินเตอร์มีเดียต หรือ WTI เพิ่ม 3.15 ดอลลาร์ หรือ 3.15% สู่ 103.20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล 1
ท่อส่ง East-West เคยช่วยลำเลียงน้ำมันราว 4 ล้านบาร์เรลต่อวันไปยังท่าเรือยันบูบนชายฝั่งทะเลแดง คิดเป็นประมาณ 4% ของอุปทานน้ำมันโลก เส้นทางนี้มีความสำคัญเพราะช่วยให้ซาอุฯ ส่งออกน้ำมันโดยเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม 2
แต่เมื่อท่อส่งปิด สต็อกน้ำมันที่ยันบูอาจรองรับการส่งออกได้เพียง 5–7 วันตามรายงาน ซาอุฯ ยังมีสต็อกขนาดเล็กกว่าในอียิปต์ แต่ไม่เพียงพอจะชดเชยการสูญเสียความสามารถลำเลียงผ่านท่อหากการหยุดชะงักยืดเยื้อ 2
การที่ฮูตียึดเกาะเปริม ซึ่งอยู่บริเวณปากทางเข้าสู่ทะเลแดงผ่านช่องแคบบับเอลมันเดบ ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อจุดคอขวดอีกแห่งของการขนส่งน้ำมัน แม้ข้อมูลที่ให้มายังไม่ยืนยันตัวเลขเฉพาะเจาะจงว่ามีผลต่ออุปทานโลก 4%–5% แต่การควบคุมเกาะดังกล่าวย่อมเพิ่มความเสี่ยงต่อการสัญจรในทะเลแดงและการขนส่งของซาอุฯ 2
3
กำหนดซ่อมแซมยังไม่ชัดเจน แหล่งข่าวประเมินตั้งแต่ไม่กี่วันไปจนถึง 5–6 สัปดาห์ ขณะที่ทางการซาอุฯ ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดความเสียหายหรือวันเริ่มเดินระบบอีกครั้ง 2
3
ก่อนเหตุสุดสัปดาห์ ราคาน้ำมันได้พุ่งขึ้นราว 8% ในสัปดาห์ก่อน และกลับมายืนเหนือ 100 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกนับจากเดือนกรกฎาคม ท่ามกลางสงครามสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านที่ยืดเยื้อมาราว 6 เดือน ซึ่งจำกัดการไหลผ่านฮอร์มุซและทำให้อุปทานจากตะวันออกกลางตึงตัว 3
เหตุโจมตีรอบล่าสุดจึงบั่นทอน “ทางเลือกสำรอง” สองทางพร้อมกัน คือ การส่งออกผ่านท่อของซาอุฯ ไปยังทะเลแดง และความเชื่อมั่นว่าการขนส่งผ่านฮอร์มุซจะกลับสู่ภาวะปกติได้ในไม่ช้า 1
2
การประชุมที่โอมานมีเป้าหมายหารือข้อตกลงการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซระหว่างอิหร่านกับรัฐอ่าวเปอร์เซีย แต่ถูกเลื่อนออกไปโดยอ้างว่าเพื่อ “ฉันทามติ” ส่งผลให้ความหวังต่อการลดความตึงเครียดในระยะสั้นลดลง 3
อิหร่านระบุว่าจะไม่เปิดฮอร์มุซอีกครั้งจนกว่าสหรัฐฯ จะตอบสนองข้อเรียกร้องของตน ดังนั้น การเลื่อนประชุมหมายความว่ายังไม่มีข้อตกลงเชิงปฏิบัติการที่จะทำให้การเดินเรือปลอดภัยขึ้นหรือฟื้นการขนส่งได้ทันที 3
ในภาพรวม ความล่าช้าดังกล่าวสะท้อนว่าการทูตระหว่างคู่ขัดแย้งยังไม่สร้างกลไกที่ยั่งยืนในการเปิดเส้นทางเดินเรือหรือบรรเทาความเสี่ยงด้านอุปทาน ทั้งนี้ ข้อมูลที่มีไม่ได้ระบุรายละเอียดเงื่อนไขหรือสาเหตุของความล้มเหลวของข้อตกลงชั่วคราวเมื่อเดือนมิถุนายนอย่างเพียงพอ
หากการทูตที่โอมานไม่ก่อให้เกิดข้อตกลงเรื่องการเดินเรือ และท่อ East-West ไม่กลับมาใช้งานอย่างรวดเร็ว ตลาดอาจยังคงบวก “ค่าความเสี่ยง” เข้าไปในราคา โดยเฉพาะเมื่อสต็อกที่ยันบูเริ่มลดลงและความเสี่ยงต่ออุปทานจริงเพิ่มสูงขึ้น 1
2
โทนี ไซคามอร์ นักวิเคราะห์จาก IG มองว่า ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว ราคาน้ำมันอาจปรับขึ้นต่อไปใกล้ 119.48 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดแถวเดือนมีนาคม อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงสถานการณ์วิเคราะห์ ไม่ใช่คำคาดการณ์ที่แน่นอน 1
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Brent เพิ่มขึ้น 3.62 ดอลลาร์ หรือ 3.46% สู่ 108.23 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วน WTI เพิ่ม 3.15 ดอลลาร์ หรือ 3.15% สู่ 103.20 ดอลลาร์ในช่วงเปิดตลาดวันจันทร์ [1]
Brent เพิ่มขึ้น 3.62 ดอลลาร์ หรือ 3.46% สู่ 108.23 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วน WTI เพิ่ม 3.15 ดอลลาร์ หรือ 3.15% สู่ 103.20 ดอลลาร์ในช่วงเปิดตลาดวันจันทร์ [1] เหตุโจมตีในซาอุดีอาระเบียและเรือในช่องแคบฮอร์มุซ เพิ่มความเสี่ยงทั้งต่อกำลังส่งออกและเส้นทางขนส่งน้ำมันหลักของภูมิภาค [1]
ท่อส่ง East West ของซาอุฯ ซึ่งเคยลำเลียงน้ำมันราว 4 ล้านบาร์เรลต่อวันไปยังท่าเรือยันบู ยังปิดใช้งาน ขณะที่สต็อกที่ยันบูอาจรองรับการส่งออกได้เพียง 5–7 วัน [2]