HSBC อธิบายภาพรวมว่าเป็น “super squeeze” หรือภาวะตึงตัวรุนแรงจากอุปทานสะดุดพร้อมกัน ขณะที่อุปสงค์เชิงโครงสร้างยังแข็งแรงและสต๊อกที่ใช้ได้มีน้อย ทองแดงในตลาด LME ขึ้นเหนือ 14,700 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันเมื่อ 9 กันยายน ส่วน Brent เคยอยู่เหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ Bloomberg Commodity Index อยู่ระดับสูงสุดในรอบ 14 ปี [5...
เผยแพร่โดยรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What evidence led HSBC to declare that global commodities have entered a prolonged “super bull market” or “super bull” phase, how do its COC. Article summary: HSBC’s case is a “super squeeze”: overlapping supply shocks are meeting structurally stronger demand while usable inventories are thin.. Topic tags: general web, ai, growth, evs, manufacturing. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it u
HSBC ใช้คำว่า “super-squeeze” เพื่ออธิบายภาวะที่แรงกระทบต่ออุปทานเกิดซ้อนกัน ขณะที่อุปสงค์ไม่ได้อ่อนลงตามคาด และปริมาณคงคลังที่ใช้รองรับความผันผวนลดลง จึงทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์มีโอกาสอยู่สูงได้นานกว่าปกติ
ข้อสรุปว่าเข้าสู่ระยะ “super bull” ไม่ได้ตั้งอยู่บนราคาสินค้าเพียงตัวเดียว แต่เป็นการมองพร้อมกันทั้งความแข็งแรงของราคาหลายตลาด ความเสี่ยงด้านโลจิสติกส์และอุปทาน สต๊อกที่ร่อยหรอ และแรงซื้อระยะยาวจาก AI กับการเปลี่ยนผ่านพลังงาน อย่างไรก็ดี นี่คือมุมมองวิเคราะห์ของธนาคาร ไม่ใช่การรับประกันว่า “ซูเปอร์ไซเคิล” จะดำเนินต่อเนื่องแน่นอน
สัญญาณสำคัญคือราคาปรับขึ้นในหลายกลุ่มสินค้า
การที่ราคาหลายกลุ่มขยับขึ้นพร้อมกันมีความหมายมากกว่าการพุ่งขึ้นของทองแดงหรือน้ำมันเพียงรายตัว เพราะสนับสนุนข้อโต้แย้งว่าตลาดเผชิญแรงตึงตัวในวงกว้าง
COCCLES เป็นแบบจำลองเชิงสถิติ/แมชชีนเลิร์นนิงของ HSBC ที่มองหารูปแบบในข้อมูลราคาสินค้าโภคภัณฑ์เพื่อจำแนกช่วงของวัฏจักรตลาด รายงานก่อนหน้านี้ชี้ถึงความน่าจะเป็นที่เพิ่มขึ้นในการเปลี่ยนจากระยะ “weak bull” ไปสู่ “super-bull” และรายงานล่าสุดระบุว่าสัญญาณเข้าสู่ระยะดังกล่าวแล้ว 10
อย่างไรก็ตาม ควรอ่านผลของ COCCLES อย่างระมัดระวัง:
แกนของวิทยานิพนธ์ HSBC คือความเสี่ยงด้านอุปทานไม่ได้เกิดแบบแยกส่วน ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ความเสี่ยงต่อการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ความไม่แน่นอนในเส้นทางทะเลแดง/บับเอลมันเดบ และผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนต่อทะเลดำ ล้วนรบกวนการขนส่งพลังงานและวัตถุดิบได้ 6
17
หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิดกั้นอย่างมีประสิทธิผลเป็นเวลานาน ผลกระทบจะไม่จำกัดอยู่ที่ค่าระวางหรือเวลาขนส่ง แต่มีโอกาสพัฒนาเป็นการขาดแคลนสินค้าจริง เมื่อผู้ซื้อทยอยใช้สต๊อกที่มีอยู่ HSBC จึงเตือนถึงความเสี่ยงของ “จุดพลิกผัน” ในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์บางประเภท 6
ผลกระทบยังเชื่อมโยงข้ามตลาดได้ด้วย ต้นทุนของน้ำมัน ก๊าซ ดีเซล และการขนส่งที่สูงขึ้น จะเพิ่มต้นทุนการทำเหมือง การถลุงโลหะ การเกษตร และโลจิสติกส์ จึงอาจส่งแรงกดดันจากพลังงานไปยังผลิตภัณฑ์กลั่น โลหะอย่างอะลูมิเนียม วัตถุดิบปุ๋ย และห่วงโซ่ธัญพืชได้
สต๊อกทำหน้าที่เหมือนกันชนของตลาด เมื่อสต๊อกเชิงพาณิชย์ ปริมาณสำรองเชิงยุทธศาสตร์ หรือก๊าซในคลังถูกดึงออกมาใช้ต่อเนื่อง ผู้ซื้อจะเหลือทางเลือกน้อยลงในการชดเชยสินค้าที่ส่งมอบไม่ถึงปลายทาง และอาจต้องแย่งซื้อสินค้าส่งมอบทันทีในราคาสูงขึ้น
HSBC ระบุว่าระยะเวลาการปิดกั้นฮอร์มุซที่ยืดเยื้อจะเพิ่มโอกาสที่สต๊อกถูกใช้จนถึงระดับไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นจุดที่ราคาสามารถปรับขึ้นแบบไม่เป็นเส้นตรงได้ 6 รายงานอีกฉบับก็ระบุว่าการลดลงอย่างรวดเร็วของกันชนสต๊อกกำลังเปิดความเสี่ยงด้านขาขึ้นของราคา
8
แต่คำบรรยายระดับสต๊อกที่เฉพาะเจาะจงมาก เช่น การระบุว่าคลังสำรองน้ำมันสหรัฐฯ อยู่ในระดับต่ำสุด หรือคลังก๊าซยุโรปต่ำกว่าเป้าหมาย ควรใช้ด้วยความระมัดระวัง เพราะข้อมูลที่มีอยู่ไม่ได้ยืนยันตัวเลขดังกล่าวจากรายงานสต๊อกปฐมภูมิของหน่วยงานสหรัฐฯ หรือยุโรปโดยตรง
ฝั่งอุปสงค์ HSBC มองว่ามีแรงหนุนเชิงโครงสร้างจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI และการเปลี่ยนผ่านพลังงาน 8
11
ศูนย์ข้อมูล AI ต้องใช้ไฟฟ้า ระบบทำความเย็น สายส่ง และอุปกรณ์โครงข่ายจำนวนมาก ขณะที่การขยายระบบไฟฟ้า รถยนต์ไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน และโครงข่ายส่งไฟ ล้วนใช้โลหะเป็นวัตถุดิบมาก โดยเฉพาะทองแดงและอะลูมิเนียม
ทองแดงจึงเป็นกรณีที่ตลาดจับตาเป็นพิเศษ เพราะเหมืองใหม่และกำลังการแปรรูปต้องใช้เวลาหลายปีในการอนุญาตและก่อสร้าง หากการลงทุนก่อนหน้านี้ไม่เพียงพอหรือโครงการล่าช้า อุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยก็อาจดันราคาได้แรง ซึ่งสอดคล้องกับการทำสถิติราคาล่าสุดท่ามกลางอุปทานตึงตัวและความกังวลเรื่องภาษี 4
ภาคเกษตรก็เผชิญผลกระทบในทำนองเดียวกัน ต้นทุนดีเซล ปุ๋ย ค่าขนส่ง และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ทำให้แรงกระทบจากอากาศแปรปรวนหรือการขนส่งสะดุดมีโอกาสส่งผ่านไปสู่ราคาอาหารได้ง่ายขึ้น เอลนีโญเป็นอีกปัจจัยที่ HSBC ระบุว่าเพิ่มความเสี่ยงด้านอุปทาน 8
HSBC ปรับเพิ่มคาดการณ์การเพิ่มขึ้นเฉลี่ยของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในปี 2026 จาก 16% เป็น 22% โดยอ้างถึงปัญหาอุปทานที่ยืดเยื้อและอุปสงค์ที่แข็งแรงกว่าคาด 8
สำหรับปี 2027 แหล่งข้อมูลที่เข้าถึงได้มีรายละเอียดไม่ตรงกัน: รายงานหนึ่งระบุว่าคาดการณ์เปลี่ยนจาก ลดลง 7% เป็นทรงตัว ซึ่งเท่ากับปรับดีขึ้น 7 จุดเปอร์เซ็นต์ 8 ขณะที่อีกแหล่งระบุว่ามีการปรับเพิ่มประมาณ 14%
14 จึงยังไม่ควรสรุปตัวเลขปรับคาดการณ์ปี 2027 เป็นค่าเดียวโดยไม่มีเอกสารฉบับเต็มและช่วงเวลาคาดการณ์ที่ตรงกัน
ภาพที่น่ากังวลที่สุดจึงไม่ใช่ “ตลาดกระทิง” ที่ทุกสินทรัพย์ได้ประโยชน์ หากแต่เป็น ภาวะเศรษฐกิจชะลอแต่เงินเฟ้อยังสูง ซึ่งทำให้การลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางทำได้ยากขึ้น และกดดันทั้งผู้บริโภคกับธุรกิจที่รับต้นทุนไม่ไหว
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
HSBC อธิบายภาพรวมว่าเป็น “super squeeze” หรือภาวะตึงตัวรุนแรงจากอุปทานสะดุดพร้อมกัน ขณะที่อุปสงค์เชิงโครงสร้างยังแข็งแรงและสต๊อกที่ใช้ได้มีน้อย
HSBC อธิบายภาพรวมว่าเป็น “super squeeze” หรือภาวะตึงตัวรุนแรงจากอุปทานสะดุดพร้อมกัน ขณะที่อุปสงค์เชิงโครงสร้างยังแข็งแรงและสต๊อกที่ใช้ได้มีน้อย ทองแดงในตลาด LME ขึ้นเหนือ 14,700 ดอลลาร์สหรัฐต่อตันเมื่อ 9 กันยายน ส่วน Brent เคยอยู่เหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ Bloomberg Commodity Index อยู่ระดับสูงสุดในรอบ 14 ปี [5][8]
แบบจำลอง COCCLES ของ HSBC ตรวจจับรูปแบบวัฏจักรราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และบ่งชี้ว่าตลาดอยู่ในระยะ “super bull” แต่เป็นสัญญาณเชิงสถิติ ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่าแนวโน้มยาวนานจะเกิดขึ้นแน่นอน [10]