GPT Live 1 เปิดให้ใช้ผ่าน API ตั้งแต่ 10 กันยายน 2026 คิดค่าบริการ 0.05 ดอลลาร์ต่อนาทีสำหรับชั้นเสียงฝั่งหน้าบ้าน โดยค่าโมเดลเหตุผล เครื่องมือ และระบบอื่นคิดแยกต่างหาก [3][5] จุดต่างสำคัญคือการทำงานแบบฟูลดูเพล็กซ์: โมเดลฟังขณะกำลังพูดได้ จึงออกแบบมาให้รับมือการขัดจังหวะ คำตอบรับสั้น ๆ และเสียงรอบข้างได้เป็นธรรมชาติก...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is OpenAI’s GPT-Live-1 voice model, when was it released in the API and at what price, how does its full-duplex single-model architectu. Article summary: GPT‑Live‑1 is OpenAI’s flagship API voice model for natural, expressive, full‑duplex conversations: it can listen and generate speech concurrently, with smooth interruption handling. It entered the API on September 10, 2. Topic tags: general, documentation, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks,
GPT-Live-1 คือโมเดลเสียงสำหรับนักพัฒนาของ OpenAI ที่มุ่งให้การสนทนาด้วยเสียงมีลักษณะใกล้เคียงการคุยสดมากกว่าการผลัดกันพูดเป็นรอบ ๆ โมเดลเปิดให้ใช้งานผ่าน API เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2026 โดยคิดราคา 0.05 ดอลลาร์ต่อนาที สำหรับชั้นเสียงฝั่งหน้าบ้าน ส่วนโมเดลสำหรับการใช้เหตุผล เครื่องมือ และโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมต่ออยู่ด้านหลัง จะมีค่าใช้จ่ายแยกต่างหาก 3
5
ระบบเอเจนต์เสียงจำนวนมากใช้สถาปัตยกรรมแบบต่อขั้น: แปลงเสียงเป็นข้อความ (speech-to-text หรือ STT) ให้โมเดลภาษาประมวลผลข้อความ แล้วแปลงคำตอบกลับเป็นเสียง (text-to-speech หรือ TTS) วิธีนี้ใช้งานได้ดี แต่ทุกขั้นคือจุดส่งต่องานที่แอปต้องจัดการเอง ทั้งจังหวะเว้นวรรค การเปลี่ยนใจระหว่างพูด และการพูดแทรก 3
GPT-Live-1 ถูกวางตำแหน่งให้เป็นโมเดลเสียงเดียวที่ประมวลผลทั้งเสียงขาเข้าและขาออก โดยการทำงานแบบ ฟูลดูเพล็กซ์ หมายถึงโมเดลยังฟังได้ในระหว่างที่กำลังสร้างเสียงพูด จึงตั้งใจให้ตอบสนองต่อการพูดแทรกหรือคำรับสั้น ๆ ได้ โดยไม่ตีความทุกเสียง ทุกช่วงเงียบ หรือบทสนทนาใกล้เคียงว่าเป็นเทิร์นใหม่ที่ต้องตอบทันที 3
ประเด็นจึงไม่ใช่เพียงสร้างเสียงได้เร็วขึ้น แต่คือการควบคุมจังหวะการสนทนา เช่น แยกให้ออกว่าผู้ใช้กำลังคิดคำตอบอยู่ กำลังขัดจังหวะ หรือแค่พูดว่า “ครับ/ค่ะ” เพื่อรับรู้สิ่งที่ได้ยิน ไม่ได้ต้องการคำตอบชุดใหม่ OpenAI ระบุว่า GPT-Live-1 เป็นตัวเลือกระดับสูงสำหรับบทสนทนาเสียงที่เป็นธรรมชาติ มีอารมณ์การพูด และจัดการการขัดจังหวะได้ราบรื่น 2
3
GPT-Live-1 ไม่จำเป็นต้องรับภาระตรรกะทางธุรกิจทุกส่วนด้วยตัวเอง โมเดลสามารถดูแลการสนทนาแบบเรียลไทม์ ขณะส่งต่องานที่ต้องใช้การวิเคราะห์ลึก การเรียกเครื่องมือ หรือการลงมือทำ ไปยังโมเดลแบ็กเอนด์และเฟรมเวิร์กเอเจนต์ที่เลือกแยกต่างหากได้ 3
แนวทางนี้เปิดทางเลือกในการออกแบบระบบ เช่น
ดังนั้น ภาพรวมคือ GPT-Live-1 ดูแลปฏิสัมพันธ์ด้วยเสียงแบบสด ส่วนแบ็กเอนด์ให้เหตุผล เข้าถึงข้อมูลธุรกิจ และดำเนินการต่าง ๆ ข้อควรพิจารณาคือราคาเสียงที่ประกาศไม่ได้เท่ากับต้นทุนรวมของเอเจนต์ เพราะค่าอนุมานของแบ็กเอนด์ ค่าเครื่องมือ ระบบโทรศัพท์ และบริการที่เกี่ยวข้องอาจเพิ่มเข้ามา 3
5
OpenAI ระบุว่านักพัฒนากำหนดโทน จังหวะ และสไตล์การสนทนาผ่าน system prompt ได้ GPT-Live-1 ยังให้ทรานสคริปต์และข้อความคำตอบ รองรับการเข้าใจข้อความตัวอักษรผสมตัวเลขและการให้น้ำหนักคำสำคัญ (keyword biasing) รวมถึงมีระบบตรวจจับเทิร์นสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ยังต้องกำหนดขอบเขตการพูดอย่างชัดเจน 3
โมเดลนี้ออกแบบมาสำหรับเซสชันที่ยาวขึ้นและเอเจนต์ผ่านโทรศัพท์ เช่น งานบริการลูกค้าหรือการรับจอง OpenAI ระบุว่าโมเดลสามารถรับมือกับความเงียบและเสียงรบกวนรอบข้างโดยไม่บรรยายขั้นตอนคิดภายในออกมาทุกช่วง ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่สำคัญกับสายโทรศัพท์และสภาพแวดล้อมที่ควบคุมไม่ได้ 3
อย่างไรก็ดี เอกสารที่ให้มายังไม่ยืนยันรายชื่อภาษาที่รองรับอย่างเป็นทางการ หรือรายละเอียดการควบคุมสำเนียงและภาษาถิ่นแบบเฉพาะเจาะจง นักพัฒนาจึงควรตรวจสอบเอกสาร API เวอร์ชันล่าสุดก่อนนำข้อมูลเหล่านี้ไปตั้งเป็นเงื่อนไขในการใช้งานจริง
OpenAI รายงานว่า GPT-Live-1 มีผลประเมินบน Full Duplex Bench ดีกว่า GPT-Realtime-2.1 อยู่ 30 จุดเปอร์เซ็นต์ การประเมินนี้เน้นพฤติกรรมในการโต้ตอบด้วยเสียง เช่น การผลัดกันพูด การเว้นจังหวะ การขัดจังหวะ คำตอบรับสั้น ๆ และเสียงพูดพื้นหลัง 3
เมื่อจับคู่กับ GPT-6 Astra โดยตั้งระดับการใช้เหตุผลไว้ที่ปานกลาง OpenAI ยังรายงานว่า GPT-Live-1 ได้อันดับ 1 บน Tau3 ซึ่งเป็นเบนช์มาร์กแบบครบกระบวนการสำหรับวัดความสามารถของเอเจนต์เสียง โดยส่วนงานบริการลูกค้าครอบคลุมโจทย์เสียงในธุรกิจสายการบิน ค้าปลีก และโทรคมนาคม 3
สื่อบางแห่งรายงานตัวเลขเจาะจงของความหน่วงในการผลัดกันพูดและคะแนน Tau3 แต่ข้อมูลจากแหล่งหลักที่มีอยู่ไม่ได้ระบุตัวเลขดังกล่าว ข้อสรุปที่ระมัดระวังคือ OpenAI รายงานการพัฒนาที่มากในด้านพฤติกรรมการโต้ตอบ และผลอันดับหนึ่งของการตั้งค่าที่ใช้ GPT-Live-1 คู่ GPT-6 Astra ไม่ใช่การรับประกันว่าทุกระบบที่นำไปใช้จะทำซ้ำตัวเลขเบนช์มาร์กเดียวกันได้ 3
7
OpenAI ยกตัวอย่างการใช้งานเอเจนต์เสียงระยะแรกหลายกรณี ได้แก่
กรณีเหล่านี้สะท้อนจุดที่ฟูลดูเพล็กซ์มีประโยชน์มากเป็นพิเศษ: ผู้โทรลังเล แก้คำพูดระหว่างทาง ตอบรับระหว่างเอเจนต์กำลังพูด หรือขัดจังหวะโดยไม่ได้ต้องการเริ่มบทสนทนาใหม่ทั้งหมด
GPT-Live-1 คิดราคา 0.05 ดอลลาร์ต่อนาทีสำหรับชั้นเสียงฝั่งหน้าบ้าน นักพัฒนาสามารถเลือกโมเดลแบ็กเอนด์และระบบเอเจนต์ของตนเองได้ แต่ตัวเลือกเหล่านี้มีผลต่อต้นทุนรวม เพราะคิดค่าบริการแยกจากชั้นเสียง 3
5
OpenAI ยังระบุว่า OpenAI Presence เป็นอีกแนวทางในการสร้างเวิร์กโฟลว์เสียงโดยใช้ GPT-Live-1 สำหรับปฏิสัมพันธ์เสียงแบบเรียลไทม์ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ให้มายังไม่ได้อธิบายคุณสมบัติการเข้าถึงสำหรับองค์กร เงื่อนไขเชิงพาณิชย์ รูปแบบโฮสต์ หรือขั้นตอนการขอใช้ Presence จึงไม่ควรสรุปรายละเอียดเหล่านี้จากประกาศ API เพียงอย่างเดียว 3
สำหรับทีมที่กำลังประเมินโมเดล คำถามสำคัญจึงกว้างกว่าอัตราค่าใช้จ่ายต่อนาที: การผลัดกันพูดที่ลื่นไหลขึ้นสร้างมูลค่าให้เวิร์กโฟลว์มากเพียงใด และควรเลือกโมเดลแบ็กเอนด์กับเส้นทางเครื่องมือแบบใด จึงจะได้ความน่าเชื่อถือในต้นทุนรวมที่ยอมรับได้
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
GPT Live 1 เปิดให้ใช้ผ่าน API ตั้งแต่ 10 กันยายน 2026 คิดค่าบริการ 0.05 ดอลลาร์ต่อนาทีสำหรับชั้นเสียงฝั่งหน้าบ้าน โดยค่าโมเดลเหตุผล เครื่องมือ และระบบอื่นคิดแยกต่างหาก [3][5]
GPT Live 1 เปิดให้ใช้ผ่าน API ตั้งแต่ 10 กันยายน 2026 คิดค่าบริการ 0.05 ดอลลาร์ต่อนาทีสำหรับชั้นเสียงฝั่งหน้าบ้าน โดยค่าโมเดลเหตุผล เครื่องมือ และระบบอื่นคิดแยกต่างหาก [3][5] จุดต่างสำคัญคือการทำงานแบบฟูลดูเพล็กซ์: โมเดลฟังขณะกำลังพูดได้ จึงออกแบบมาให้รับมือการขัดจังหวะ คำตอบรับสั้น ๆ และเสียงรอบข้างได้เป็นธรรมชาติกว่าระบบที่ส่งต่อข้อมูลผ่าน STT–LLM–TTS หลายขั้น
OpenAI รายงานว่าคะแนน Full Duplex Bench สูงกว่า GPT Realtime 2.1 อยู่ 30 จุดเปอร์เซ็นต์ และเมื่อทำงานคู่ GPT 6 Astra ที่ระดับการใช้เหตุผลปานกลาง โมเดลขึ้นอันดับ 1 บน Tau3 [3]