การหารือ 1 ชั่วโมงระหว่างทรัมป์กับปูตินเมื่อ 8 กันยายนยังไม่ก่อให้เกิดข้อตกลงหยุดยิงหรือข้อตกลงสันติภาพ แม้เครมลินระบุว่าทั้งสองเห็นว่าควรยุติสงครามโดยเร็ว มอสโกบอกว่ายังเปิดรับการเจรจาสามฝ่ายระหว่างสหรัฐฯ รัสเซีย และยูเครน แต่ความขัดแย้งเรื่องดินแดน หลักประกันความมั่นคง และเงื่อนไขของรัสเซียยังไม่คลี่คลาย หลังการพั...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What happened during and after President Donald Trump’s hourlong September 8 phone call with Russian President Vladimir Putin about ending t. Article summary: The September 8 call produced no peace breakthrough. Trump pressed Putin for a rapid end to the war and improved U.S.-Russia relations afterward, but Moscow paired nominal openness to further talks with demands and war a. Topic tags: general, news, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers
การโทรศัพท์เมื่อวันที่ 8 กันยายนระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ กับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย ทำให้ประเด็นการทูตเพื่อยุติสงครามยูเครนกลับมาอยู่ในความสนใจ แต่ยังไม่มีข้อตกลงหยุดยิง กรอบยุติสงคราม หรือการยอมถอยต่อสาธารณะจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
ตามคำแถลงของเครมลิน ทรัมป์ผลักดันให้สงครามยุติโดยเร็ว และเชื่อมโยงเรื่องนี้กับการฟื้นฟูความสัมพันธ์สหรัฐฯ-รัสเซีย ขณะที่ปูตินแสดงการสนับสนุนเป้าหมายการยุติความขัดแย้ง แต่ยังคงนำเสนอเป้าหมายทางทหารของรัสเซียต่อไป 1
15
เครมลินระบุว่า การสนทนากินเวลาพอดี 1 ชั่วโมง เป็นไปอย่าง “สร้างสรรค์” และตรงไปตรงมา ผู้นำทั้งสองหารือถึงการเดินทางไปมอสโกและเคียฟของสตีฟ วิตคอฟฟ์ และจาเร็ด คุชเนอร์ ผู้แทนสหรัฐฯ ที่พยายามฟื้นการเจรจาซึ่งชะงักงันเพื่อหาทางยุติการสู้รบ 15
ในมุมมองที่เครมลินถ่ายทอด ทรัมป์ต้องการให้สงครามจบลงอย่างรวดเร็ว แต่ปูตินใช้การหารือเพื่ออธิบายสถานการณ์ในสนามรบและเป้าหมายทางทหารในอนาคตของรัสเซียด้วย จุดนี้คือความแตกต่างสำคัญ: การเห็นพ้องว่าสงครามควรยุติ ไม่ได้หมายความว่าทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่าจะยุติด้วยเงื่อนไขใด 1
11
มอสโกยังผูกความคืบหน้าไว้กับข้อเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติความช่วยเหลือยูเครนทุกรูปแบบ ทั้งด้านทหาร การเงิน ข่าวกรอง และด้านอื่น ๆ นี่เป็นจุดยืนที่มีรายงานว่าเป็นของรัสเซีย โดยยังไม่มีสัญญาณต่อสาธารณะว่าวอชิงตันยอมรับเงื่อนไขดังกล่าว 1
รัสเซียยังยืนยันเป้าหมายในวงกว้างของตน ขณะที่ยูเครนปฏิเสธข้อตกลงที่รับรองการยึดครองดินแดนของรัสเซีย หรือลดทอนการแสวงหาหลักประกันความมั่นคงที่ยั่งยืน ประเด็นเหล่านี้ต่างหากที่เป็นอุปสรรคหลักต่อข้อตกลงทางการเมือง ไม่ใช่เพียงการนัดประชุมครั้งถัดไป
เครมลินระบุว่าไม่ได้ตัดความเป็นไปได้ในการกลับมาเจรจาสามฝ่ายระหว่างสหรัฐฯ รัสเซีย และยูเครน รายงานบางส่วนชี้ว่าอาบูดาบีอาจเป็นสถานที่จัดการหารือ แต่เจ้าหน้าที่รัสเซียบอกว่ายังเร็วเกินไปที่จะกำหนดรายละเอียด เช่น เวลาและสถานที่ 4
6
นั่นทำให้ช่องเปิดทางการทูตครั้งนี้ยังเป็นเพียงเรื่อง “กระบวนการ” มากกว่าความคืบหน้าเชิงเนื้อหา การกลับสู่โต๊ะเจรจาสามฝ่ายอาจเป็นช่องทางแลกเปลี่ยนข้อเสนอได้ แต่หลังการคุยทรัมป์-ปูตินยังไม่มีสิ่งใดบ่งชี้ว่าช่องว่างเรื่องดินแดน ความมั่นคง หรือแนวทางความสัมพันธ์ในอนาคตของยูเครนแคบลง
ก่อนการโทรศัพท์ วิตคอฟฟ์และคุชเนอร์ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงพบปูตินในมอสโก ก่อนเดินทางไปหารือกับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกีของยูเครนที่กรุงเคียฟ เซเลนสกีระบุว่าผู้แทนสหรัฐฯ เสนอแนวคิดที่ “น่าสนใจ” หลายข้อ แต่การหารือยังไม่ได้นำไปสู่ข้อตกลงที่ประกาศได้
เซเลนสกียังกล่าวว่ายูเครนกำลังเตรียมรับความเป็นไปได้ที่สงครามจะยืดเยื้อไปถึงฤดูหนาวอีกครั้ง และกำลังขอแพ็กเกจสนับสนุนด้านการป้องกันภัยทางอากาศและพลังงาน
ส่วนรายงานเรื่องการพบกันระหว่างทรัมป์กับเซเลนสกีในช่วงหลังของเดือนกันยายน สะท้อนความตั้งใจของเซเลนสกีที่จะพบทรัมป์ ไม่ใช่การนัดหมายสุดท้ายที่ได้รับการยืนยันต่อสาธารณะ
ระหว่างการเยือนของผู้แทนสหรัฐฯ มีการพักโจมตีเคียฟและมอสโกเป็นเวลาสั้น ๆ แต่เมื่อช่วงพักสิ้นสุดลง รัสเซียกลับมาโจมตีกรุงเคียฟด้วยโดรนและขีปนาวุธ สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า การโจมตีเมื่อ 8 กันยายนทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 คน บาดเจ็บ 35 คน และสร้างความเสียหายแก่อาคารพักอาศัยกับพื้นที่พลเรือนทั่วเมืองหลวง
ลำดับเหตุการณ์นี้ไม่ได้พิสูจน์ว่าการทูตเป็นสาเหตุให้การโจมตีกลับมาเริ่มขึ้น แต่แสดงชัดว่าการยับยั้งการโจมตีชั่วคราวไม่ใช่การหยุดยิงในวงกว้าง การเจรจายังคงดำเนินไปพร้อมกับปฏิบัติการทางทหารที่เกิดขึ้นจริง
สถาบันเพื่อการศึกษาสงคราม หรือ ISW ประเมินว่ากองกำลังรัสเซียยึดหรือรุกคืบพื้นที่เฉลี่ย 2.91 ตารางกิโลเมตรต่อวันทั่วแนวรบในเดือนสิงหาคม 2026 สำหรับแนวรบหลักในแคว้นโดเนตสก์ ซึ่งมีอัตราต่ำกว่านั้น ISW ประเมินว่ารัสเซียอาจใช้เวลาถึงเดือนตุลาคม 2032 จึงจะยึดพื้นที่ส่วนที่เหลือของแคว้นได้ หากท้ายที่สุดทำได้จริง
ตัวเลขนี้เป็นการประเมินตามอัตราการรุกคืบ ไม่ใช่คำทำนายผลของสงคราม แต่ช่วยสะท้อนว่าทำไมทั้งสองฝ่ายอาจยังไม่เห็นแรงจูงใจในทันทีที่จะละทิ้งเงื่อนไขหลักของตน
การคุยโทรศัพท์ระหว่างทรัมป์และปูตินเปิดทางให้การทูตเดินหน้าต่อ แต่ยังไม่ได้ทำให้สงครามเข้าใกล้ข้อตกลงที่กำหนดรายละเอียดต่อสาธารณะ มอสโกส่งสัญญาณว่าพร้อมพิจารณาการเจรจาใหม่ แต่ยังยึดเงื่อนไขและเป้าหมายสงครามที่ยูเครนไม่ยอมรับ การพบของผู้แทนสหรัฐฯ ทำให้เกิดข้อเสนอ แต่ไม่ใช่จุดเปลี่ยน ขณะที่การสู้รบกลับมาอีกครั้งหลังช่วงพักโจมตีสั้น ๆ
ในตอนนี้ กระบวนการดูเหมือนมุ่งไปที่การฟื้นช่องทางติดต่อ มากกว่าการแก้ปมใหญ่ที่จำเป็นต่อการยุติสงครามอย่างแท้จริง 1
4
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
การหารือ 1 ชั่วโมงระหว่างทรัมป์กับปูตินเมื่อ 8 กันยายนยังไม่ก่อให้เกิดข้อตกลงหยุดยิงหรือข้อตกลงสันติภาพ แม้เครมลินระบุว่าทั้งสองเห็นว่าควรยุติสงครามโดยเร็ว
การหารือ 1 ชั่วโมงระหว่างทรัมป์กับปูตินเมื่อ 8 กันยายนยังไม่ก่อให้เกิดข้อตกลงหยุดยิงหรือข้อตกลงสันติภาพ แม้เครมลินระบุว่าทั้งสองเห็นว่าควรยุติสงครามโดยเร็ว มอสโกบอกว่ายังเปิดรับการเจรจาสามฝ่ายระหว่างสหรัฐฯ รัสเซีย และยูเครน แต่ความขัดแย้งเรื่องดินแดน หลักประกันความมั่นคง และเงื่อนไขของรัสเซียยังไม่คลี่คลาย
หลังการพักโจมตีช่วงสั้น ๆ รัสเซียกลับมาใช้โดรนและขีปนาวุธโจมตีกรุงเคียฟ มีผู้เสียชีวิต 5 คน บาดเจ็บ 35 คน ตอกย้ำว่าการทูตยังเดินคู่กับสงคราม