ร่าง “My Feed, My Way” จะกำหนดให้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเสนอทางเลือกแก่ผู้ใช้ ระหว่างฟีดแนะนำแบบเฉพาะบุคคลกับฟีดที่มาจากบัญชีและกลุ่มที่ติดตามเอง กรอบ Digital Duty of Care ที่กว้างกว่าจะผลักภาระให้บริการออนไลน์ต้องระบุ ลด และคงมาตรการรับมืออันตรายที่คาดการณ์ได้ รวมถึงความเสี่ยงจากระบบแนะนำเนื้อหาและฟีเจอร์ของแพลตฟอร์...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What are the key provisions of Australia’s proposed “My Feed, My Way” social-media legislation—including its user-choice requirements for al. Article summary: Australia’s proposed “My Feed, My Way” measure is part of a broader Digital Duty of Care framework, not a blanket ban on algorithms or a direct content-censorship rule. It would require social-media services to give user. Topic tags: general, general web, news. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers
ร่างมาตรการ “My Feed, My Way” ของออสเตรเลียมีเป้าหมายให้ผู้ใช้โซเชียลมีเดียเลือกได้อย่างมีความหมายว่า ฟีดเริ่มต้นของตนจะให้ระบบอัลกอริทึมคัดแนะนำเนื้อหาหรือไม่ หากไม่ต้องการ ผู้ใช้จะเปลี่ยนไปใช้ฟีดที่อิงกับบุคคลและกลุ่มซึ่งตนเลือกติดตามเองได้
มาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของร่าง Digital Duty of Care หรือหน้าที่ดูแลความปลอดภัยดิจิทัล ไม่ใช่การสั่งห้ามอัลกอริทึมโดยสิ้นเชิง และไม่ใช่กฎหมายแบนเนื้อหาบางประเภทแบบเหมารวม9
17
ตามข้อเสนอ แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต้องแจ้งผู้ใช้ทั้งรายใหม่และรายเดิม และเสนอทางเลือกเกี่ยวกับฟีดเริ่มต้น ผู้ใช้สามารถเลือกใช้ฟีดส่วนบุคคลที่มีเนื้อหาซึ่งอัลกอริทึมแนะนำ หรือเลือกไม่รับคำแนะนำจากอัลกอริทึมได้7
15
รายงานเกี่ยวกับข้อเสนอระบุว่า เมื่อเลือกไม่รับอัลกอริทึม ฟีดจะประกอบด้วยเนื้อหาจากบัญชี ครีเอเตอร์ บุคคล และกลุ่มที่ผู้ใช้กดติดตามอย่างตั้งใจเป็นหลัก กล่าวคือ ลดบทบาทของการแนะนำที่อิงข้อมูลประชากร ความสนใจ หรือพฤติกรรมการใช้งานก่อนหน้า รวมถึงโพสต์จากบัญชีที่ผู้ใช้ไม่ได้ติดตาม1
9
ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่ สิทธิของผู้ใช้ในการกำหนดวิธีจัดอันดับฟีด ไม่ใช่การที่รัฐบาลสั่งให้ลบหรือปิดกั้นคำพูดประเภทใดประเภทหนึ่ง
“My Feed, My Way” เป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งของกรอบที่ใหญ่กว่า รัฐบาลออสเตรเลียระบุว่าจะออกกฎหมาย Digital Duty of Care ภายใต้ Online Safety Act 2021 โดยมีวัตถุประสงค์ให้บริการออนไลน์ดำเนินการอย่างสมเหตุสมผลเพื่อป้องกันอันตรายออนไลน์ที่คาดการณ์ได้17
โมเดลที่เสนอจะให้บริการที่อยู่ภายใต้การกำกับต้องมีระบบและกระบวนการที่มีประสิทธิผล เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมออนไลน์ที่ปลอดภัยเท่าที่ทำได้อย่างสมเหตุสมผล เอกสารด้านนโยบายและกฎหมายอธิบายว่าหน้าที่ดังกล่าวครอบคลุมการป้องกัน เฝ้าระวัง และจัดการเนื้อหาผิดกฎหมายหรือเป็นอันตราย ตลอดจนความปลอดภัยของฟีเจอร์บริการ เช่น ระบบ AI ระบบแนะนำเนื้อหาด้วยอัลกอริทึม และบัญชีบอต
การเปลี่ยนแปลงเชิงหลักการคือ ย้ายภาระจากผู้ใช้ที่ต้องคอยจัดการความเสี่ยงด้วยตนเอง ไปสู่แพลตฟอร์มที่ต้องประเมินความเสี่ยง ลดผลกระทบ และรักษามาตรการความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง เป้าหมายนโยบายที่รายงานไว้รวมถึงการลดการพบเห็นเนื้อหาที่เป็นอันตราย และลดการขยายเนื้อหาอันตรายหรือสร้างความแตกแยกผ่านระบบแนะนำ1
10
รัฐบาลออสเตรเลียวางกรอบการปฏิรูปนี้ว่าเป็นก้าวถัดจากมาตรการจำกัดการใช้โซเชียลมีเดียสำหรับผู้มีอายุต่ำกว่า 16 ปี และเป็นวิธีเพิ่มอำนาจการตัดสินใจของชาวออสเตรเลียบนโลกออนไลน์7
15
ระบบแนะนำเนื้อหาสามารถดึงโพสต์จากนอกเครือข่ายที่ผู้ใช้เลือกติดตามเข้ามาในฟีด และนำเสนอเนื้อหาคล้ายเดิมต่อเนื่องตามการคาดการณ์การมีส่วนร่วม ร่างกฎหมายไม่ได้ห้ามโมเดลนี้ แต่กำหนดให้แพลตฟอร์มต้องมีทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการออกจากโมเดลดังกล่าว
ผลลัพธ์ว่าจะช่วยลดการใช้งานแบบไถฟีดไม่หยุดหรือการรับเนื้อหาที่เป็นอันตรายได้มากเพียงใด ยังขึ้นอยู่กับรายละเอียดสุดท้าย เช่น ทางเลือกนี้ถูกนำเสนอเด่นชัดแค่ไหน การตั้งค่ายังคงอยู่หรือไม่ และฟีดที่ไม่ปรับเฉพาะบุคคลจะมีเนื้อหาใดบ้าง
ในภาพรวม แนวทางของออสเตรเลียมีส่วนคล้ายกฎกำกับแพลตฟอร์มของสหภาพยุโรป โดยเน้นระบบของแพลตฟอร์ม ความเสี่ยงที่คาดการณ์ได้ และมาตรการลดความเสี่ยง แทนที่จะมองทุกปัญหาเป็นเรื่องการลบโพสต์รายชิ้น รัฐบาลออสเตรเลียเคยระบุว่าทิศทางหน้าที่ดูแลที่เสนอมีความสอดคล้องกับแนวทางของสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเรียกว่าเป็นฉบับออสเตรเลียของ EU Digital Services Act (DSA) เพราะข้อมูลที่มีไม่แสดงความเทียบเท่ากันแบบมาตราต่อมาตรา ร่างของออสเตรเลียจะดำเนินการผ่านกรอบ Online Safety Act ของตนเอง ขณะที่จุดเด่นที่ผู้ใช้เห็นได้ชัดคือสิทธิเลือกไม่รับคำแนะนำแบบเฉพาะบุคคล17
Digital Duty of Care ถูกเสนอให้อยู่ในกรอบความปลอดภัยออนไลน์ของออสเตรเลีย ซึ่งมี eSafety Commissioner เป็นหน่วยงานกำกับดูแล รายงานเกี่ยวกับร่างที่เผยแพร่ระบุว่าแพลตฟอร์มจะต้องจัดทำเอกสารเกี่ยวกับมาตรการลดอันตราย และอาจถูกปรับสูงสุด 109.2 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หากไม่ปฏิบัติตาม8
แต่เนื่องจากยังเป็นร่าง กติกาการบังคับใช้และอัตราโทษสุดท้ายยังขึ้นกับการหารือและกระบวนการรัฐสภา ข้อสรุปที่ชัดที่สุดในตอนนี้คือ การไม่ปฏิบัติตามมีแนวโน้มเผชิญผลทางการเงินที่หนักหน่วง แต่รายละเอียดที่สื่อรายงานยังไม่ควรถูกมองว่าเป็นกฎหมายที่มีผลแล้ว จนกว่าจะมีการเสนอและผ่านร่างกฎหมาย11
ต่างหากจากกัน ออสเตรเลียยังมีการปฏิรูปเพื่อเพิ่มการบังคับใช้มาตรการโซเชียลมีเดียสำหรับผู้มีอายุต่ำกว่า 16 ปี โดยให้อำนาจ eSafety เรียกบริษัทส่งหลักฐานการปฏิบัติตามได้ และเพิ่มค่าปรับสูงสุดสำหรับการละเมิดมาตรการอายุนี้เป็น 99 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย อำนาจและค่าปรับชุดนี้ไม่ควรถูกตีความโดยอัตโนมัติว่าเหมือนกับกฎ Digital Duty of Care ฉบับสุดท้าย
ในส่วนของการเลือกฟีดเพียงอย่างเดียว มาตรการมีลักษณะเป็นการเซ็นเซอร์โดยตรงน้อยกว่าการแบนเนื้อหา เพราะผู้ใช้ที่เลือกไม่รับอัลกอริทึมกำลังตัดสินใจไม่รับคำแนะนำส่วนบุคคล ไม่ใช่รัฐบาลสั่งให้แพลตฟอร์มระงับคำพูดประเภทหนึ่ง
แต่หน้าที่ดูแลในวงกว้างก่อให้เกิดคำถามที่ยากกว่า ข้อกำหนดให้ป้องกันอันตรายที่คาดการณ์ได้อาจสร้างแรงกดดันให้แพลตฟอร์มลบหรือลดการมองเห็นของเนื้อหาที่ถูกกฎหมายแต่เป็นข้อถกเถียง เพื่อจำกัดความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ
ผลกระทบจริงจะขึ้นอยู่กับนิยามของคำว่า “อันตราย” แนวทางที่ eSafety ออกใช้ กลไกความโปร่งใสและการทบทวน รวมถึงหลักประกันต่อคำพูดทางการเมือง สื่อมวลชน และกลุ่มเสียงข้างน้อย ซึ่งเอกสารที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอให้ประเมินหลักประกันเหล่านี้ได้อย่างเด็ดขาด
ร่างกฎหมาย Digital Duty of Care เผยแพร่เมื่อ 8 กันยายน 2026 เพื่อรับฟังความเห็นแบบมุ่งเป้าหมาย ดังนั้น “My Feed, My Way” ยังเป็นข้อเสนอ ไม่ใช่ข้อบังคับที่มีผลใช้แล้ว15
ก่อนหน้านี้ การหารือเพื่อออกแบบกรอบดังกล่าวได้รวมแนวคิดเรื่องอำนาจควบคุมของผู้ใช้ เช่น ความสามารถในการปิดระบบแนะนำเนื้อหา ข้อมูลที่มีไม่ได้ระบุวันแน่นอนที่รัฐบาลจะเสนอร่างฉบับสุดท้ายต่อรัฐสภาหลังสิ้นสุดการหารือ
สรุปสั้น ๆ คือ ออสเตรเลียกำลังเสนอทางเลือกให้ผู้ใช้กำหนดเองว่าจะรับฟีดโซเชียลแบบปรับเฉพาะบุคคลหรือไม่ ควบคู่กับหน้าที่ที่กว้างกว่ามากสำหรับบริการออนไลน์ในการจัดการอันตรายที่คาดการณ์ได้17
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
ร่าง “My Feed, My Way” จะกำหนดให้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเสนอทางเลือกแก่ผู้ใช้ ระหว่างฟีดแนะนำแบบเฉพาะบุคคลกับฟีดที่มาจากบัญชีและกลุ่มที่ติดตามเอง
ร่าง “My Feed, My Way” จะกำหนดให้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเสนอทางเลือกแก่ผู้ใช้ ระหว่างฟีดแนะนำแบบเฉพาะบุคคลกับฟีดที่มาจากบัญชีและกลุ่มที่ติดตามเอง กรอบ Digital Duty of Care ที่กว้างกว่าจะผลักภาระให้บริการออนไลน์ต้องระบุ ลด และคงมาตรการรับมืออันตรายที่คาดการณ์ได้ รวมถึงความเสี่ยงจากระบบแนะนำเนื้อหาและฟีเจอร์ของแพลตฟอร์ม[17][36]
แนวทางนี้มีลักษณะคล้ายกฎกำกับแพลตฟอร์มของยุโรปในเชิงการจัดการความเสี่ยง แต่ข้อมูลที่มีไม่ได้ยืนยันว่าเป็นการลอก EU Digital Services Act มาใช้ทั้งฉบับ