รายงานระบุว่า Apple อาจใช้ระบบอัตโนมัติมากขึ้นในการตรวจแอป ปรับขึ้นค่าสมาชิก Apple Developer Program จากปัจจุบัน 99 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี และคิดค่าบริการแบบต่อเนื่องตามทราฟฟิกจากนักพัฒนารายใหญ่ [3] การย้ายโครงสร้างองค์กรเกิดขึ้นแล้ว: Phil Schiller ลดบทบาทกำกับ App Store ขณะที่ Eddy Cue ดูแลผ่านฝ่าย Services และ Carson O...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How is Apple’s new leadership—CEO John Ternus, services chief Eddy Cue, and App Store operations lead Carson Oliver—reportedly considering r. Article summary: Apple’s new team appears to be testing a more explicitly services-led App Store strategy: lower operating costs while turning developer access and distribution into steadier, usage-linked revenue. These are reported opti. Topic tags: general, general web, news, documentation. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts wi
Apple อาจกำลังมองหาแนวทางทำให้ App Store เป็นธุรกิจบริการที่สร้างรายได้ประจำและมีกำไรสูงขึ้นกว่าเดิม รายงานระบุว่าทีมภายใต้ CEO John Ternus และหัวหน้าฝ่าย Services อย่าง Eddy Cue กำลังพิจารณาทั้งการลดต้นทุนงานตรวจแอป การเพิ่มค่าสมาชิกนักพัฒนา และการเก็บค่าบริการจากนักพัฒนารายใหญ่ตามทราฟฟิกที่ Apple ส่งให้
อย่างไรก็ดี จุดสำคัญสำหรับนักพัฒนาคือ ทั้งหมดนี้ยังเป็นเพียงแนวคิดที่มีรายงานว่ากำลังพิจารณา ไม่ใช่นโยบายที่ Apple ประกาศใช้อย่างเป็นทางการ 2
3
แนวทางที่ถูกพูดถึงมี 3 ส่วนหลัก ซึ่งต่างมุ่งเพิ่มมาร์จินหรือรายได้ที่คาดการณ์ได้ของ App Store
หากเกิดขึ้นจริง โมเดลนี้จะทำให้ App Store พึ่งพารายได้ประจำมากขึ้น แต่ก็อาจเพิ่มต้นทุนการเผยแพร่แอป โดยเฉพาะบริษัทแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ที่มีความสัมพันธ์ตึงเครียดกับ Apple อยู่แล้ว
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้บริหารเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง Phil Schiller ลดบทบาทการกำกับดูแล App Store และงานอีเวนต์เปิดตัวผลิตภัณฑ์ของ Apple แต่ยังคงตำแหน่ง Apple Fellow ไว้ ขณะที่ความรับผิดชอบ App Store ย้ายไปอยู่ในฝ่าย Services ของ Eddy Cue และ Carson Oliver ผู้บริหารที่ทำงานกับ App Store มานาน รับหน้าที่ดูแลงานประจำวันโดยรายงานตรงต่อ Cue 6
14
โครงสร้างนี้มีความหมาย เพราะ App Store เป็นทั้งด่านควบคุมการเผยแพร่ซอฟต์แวร์บนอุปกรณ์ Apple และเป็นธุรกิจบริการสำคัญ เมื่อ Cue รับผิดชอบโดยตรง จึงยิ่งทำให้โจทย์ด้านรายได้และประสิทธิภาพของแพลตฟอร์มอยู่ใกล้กับฝ่าย Services มากขึ้น
รายงานยังเชื่อมโยงการลดบทบาทของ Schiller กับความเห็นต่างต่อแนวทางหารายได้ที่แข็งกร้าวขึ้น ซึ่งอาจทำให้นักพัฒนาและรัฐบาลไม่พอใจมากกว่าเดิม 2
3 แต่ข้อมูลที่มีไม่ได้พิสูจน์ว่าเหตุผลดังกล่าวเป็นสาเหตุเดียวของการเปลี่ยนบทบาทครั้งนี้
ช่วงเวลานี้ Apple เพิ่งปรับเงื่อนไขธุรกิจ App Store ในสหภาพยุโรป หรือ EU โดยในเดือนสิงหาคม บริษัทระบุว่าจะเปลี่ยนจาก Core Technology Fee ที่คิดตามจำนวนการติดตั้ง ไปเป็นค่าคอมมิชชัน 5% สำหรับธุรกรรมดิจิทัลในแอปที่เผยแพร่นอก App Store เงื่อนไขใหม่นี้มีกำหนดเริ่มใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2026 17
การปรับดังกล่าวเกิดขึ้นหลังข้อพิพาทเรื่องการปฏิบัติตามกฎหมาย Digital Markets Act (DMA) ของ EU ซึ่งเป็นกฎหมายกำกับแพลตฟอร์มดิจิทัลรายใหญ่ โดยหน่วยงานกำกับดูแลวิจารณ์เงื่อนไขเดิมของ Apple ว่าเป็นอุปสรรคเชิงพาณิชย์ที่ขัดขวางนักพัฒนาไม่ให้ชี้นำลูกค้าไปยังช่องทางนอก App Store 17
ด้วยบริบทนี้ ค่าธรรมเนียมตามทราฟฟิกหรือค่าสมาชิกนักพัฒนาที่เพิ่มขึ้นจะเป็นประเด็นละเอียดอ่อนทางกฎหมายและการเมือง แม้จะไม่ใช่ค่าติดตั้งแบบเดิมโดยตรง แต่ก็อาจถูกตรวจสอบหากนักพัฒนาหรือหน่วยงานกำกับมองว่าเป็นการคงภาระค่าใช้จ่ายเดิมไว้ภายใต้ชื่อใหม่
ในระยะสั้น ยังไม่มีสัญญาณว่า Apple จะประกาศเก็บค่าธรรมเนียมใหม่ในทันที บริษัทไม่ได้ยืนยันการขึ้นค่าสมาชิก 99 ดอลลาร์สหรัฐ ระบบคิดค่าตามทราฟฟิก หรือการเปลี่ยนไปใช้การตรวจแอปอัตโนมัติแทนมนุษย์อย่างเต็มรูปแบบ
แต่ประเด็นที่ควรติดตามต่อไป ได้แก่
ทีมผู้นำใหม่ของ Apple มีรายงานว่ากำลังมองหาโอกาสเพิ่มรายได้จาก App Store ผ่านการลดต้นทุนและสร้างรายได้ประจำ ไม่ว่าจะเป็นระบบรีวิวอัตโนมัติที่มากขึ้น การปรับขึ้นค่าสมาชิกนักพัฒนา 99 ดอลลาร์สหรัฐ หรือค่าบริการตามทราฟฟิกสำหรับรายใหญ่ 2
3
แต่ ณ ตอนนี้ ทั้งหมดเป็นเพียงทางเลือกที่อยู่ระหว่างการพิจารณา สิ่งที่ยืนยันแล้วคือการปรับโมเดลค่าธรรมเนียมใน EU ซึ่งจะเปลี่ยน Core Technology Fee เป็นค่าคอมมิชชัน 5% สำหรับธุรกรรมดิจิทัลบางประเภทนอก App Store ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2026 17 หาก Apple เดินหน้าสร้างรายได้จากนักพัฒนาในวงกว้างขึ้นจริง ก็ต้องเผชิญทั้งแรงต้านจากนักพัฒนาและสายตาจับจ้องจากหน่วยงานกำกับดูแลอย่างหลีกเลี่ยงได้ยาก
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
รายงานระบุว่า Apple อาจใช้ระบบอัตโนมัติมากขึ้นในการตรวจแอป ปรับขึ้นค่าสมาชิก Apple Developer Program จากปัจจุบัน 99 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี และคิดค่าบริการแบบต่อเนื่องตามทราฟฟิกจากนักพัฒนารายใหญ่ [3]
รายงานระบุว่า Apple อาจใช้ระบบอัตโนมัติมากขึ้นในการตรวจแอป ปรับขึ้นค่าสมาชิก Apple Developer Program จากปัจจุบัน 99 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี และคิดค่าบริการแบบต่อเนื่องตามทราฟฟิกจากนักพัฒนารายใหญ่ [3] การย้ายโครงสร้างองค์กรเกิดขึ้นแล้ว: Phil Schiller ลดบทบาทกำกับ App Store ขณะที่ Eddy Cue ดูแลผ่านฝ่าย Services และ Carson Oliver รับผิดชอบงานประจำวัน [6][14]
สิ่งที่ยืนยันแล้วคือการเปลี่ยนเงื่อนไขในสหภาพยุโรป ซึ่งจะแทนที่ Core Technology Fee ด้วยค่าคอมมิชชัน 5% สำหรับธุรกรรมดิจิทัลบางประเภทนอก App Store ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2026 [17]