การโจมตีของยูเครนไม่ได้เป็นเพียงปัญหาโรงกลั่นอีกต่อไป เพราะการหยุดชะงักซ้ำและคอขวดการส่งออกกำลังกดดันแนวโน้มน้ำมันดิบของรัสเซีย ผลกระทบระยะแรกคือเชื้อเพลิงสำเร็จรูป โดยเฉพาะดีเซล แต่หากพื้นที่เก็บและเส้นทางส่งออกไม่พอ ผู้ผลิตอาจต้องลดการสูบน้ำมันดิบ การจำกัดส่งออกดีเซลช่วยพยุงอุปทานในประเทศรัสเซีย แต่ยิ่งทำให้ปริมาณ...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How are Ukrainian drone strikes and resulting “unscheduled maintenance” at Russian energy facilities affecting Russia’s 2026–2029 oil-produc. Article summary: Ukrainian strikes are turning Russia’s oil problem from a short-term refinery disruption into a broader crude-production and export constraint. Novak’s “temporary” explanation may hold if repairs keep pace with attacks, . Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
รัสเซียกำลังเผชิญแรงกดดันต่อระบบน้ำมันเป็น 2 ระยะที่เชื่อมโยงกัน ระยะแรก การโจมตีด้วยโดรนของยูเครนทำให้โรงกลั่นเดินเครื่องลดลงและส่งออกเชื้อเพลิงได้น้อยลง แต่หากการหยุดชะงักยืดเยื้อ พร้อมกับความเสียหายหรือข้อจำกัดที่คลังเก็บและโครงสร้างพื้นฐานส่งออก ก็อาจลามไปสู่ความสามารถในการระบายน้ำมันดิบ จนผู้ผลิตต้องลดหรือหยุดการผลิตจากแหล่งน้ำมัน ไม่ใช่เพียงปัญหาโรงกลั่นชั่วคราว
ควรแยกตัวเลขคาดการณ์ของรัฐบาลรัสเซีย 2 ชุดที่มักถูกกล่าวปะปนกันออกจากกัน ในเดือนพฤษภาคม กระทรวงเศรษฐกิจรัสเซียประเมินในกรณีฐานว่า การผลิตน้ำมันและคอนเดนเสทในปี 2026 จะอยู่ที่ 511 ล้านตัน
แต่ร่างคาดการณ์รัฐบาลฉบับใหม่ที่ Reuters ได้เห็นในเดือนกันยายน ลดตัวเลขปี 2026 ลงเหลือ 494.2 ล้านตัน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 17 ปี และปรับลดประมาณการสำหรับช่วงปี 2026–2029 ลงจากฉบับเดือนพฤษภาคม 16–20 ล้านตัน ร่างดังกล่าวยังลดคาดการณ์การส่งออกเชื้อเพลิงของปี 2026 และ 2027 โดยอ้างผลจากสงครามในยูเครน รวมถึงการโจมตีโรงกลั่นที่รุนแรงขึ้นและคอขวดการส่งออก
การประเมินอิสระชี้ไปในทิศทางเดียวกัน แม้ใช้คำนิยามและวิธีคำนวณต่างกัน Rystad Energy คาดว่าการผลิตน้ำมันดิบรัสเซียจะเฉลี่ย 8.95 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในปี 2026 ก่อนลดลงสู่ราว 8.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในปี 2027 ซึ่งต่ำกว่าประมาณการเดิมสำหรับปี 2026 อยู่ 90,000 บาร์เรลต่อวัน สาเหตุหลักคือการหยุดชะงักที่ท่าส่งออกฝั่งตะวันตก และต้นทุนกับความไม่น่าเชื่อถือที่สูงขึ้นของการส่งออกทางเรือ ขณะที่สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ก็ปรับลดมุมมองอุปทานรัสเซีย โดยระบุว่าการโจมตีต่อโรงกลั่น คลังเก็บ และโครงสร้างพื้นฐานขนส่งอย่างต่อเนื่องทำให้แนวโน้มการผลิตอ่อนแอลง
การหยุดเดินเครื่องของโรงกลั่นไม่ได้หมายความว่าบ่อน้ำมันต้องหยุดสูบในทันที ผลโดยตรงในช่วงแรกคือการแปรรูปน้ำมันดิบเป็นดีเซล เบนซิน และผลิตภัณฑ์อื่นลดลง
ปัญหาจะรุนแรงขึ้นเมื่อไม่สามารถโยกน้ำมันดิบไปยังปลายทางอื่นได้รวดเร็วพอ ผู้ผลิตต้องมีช่องทางรับน้ำมัน ไม่ว่าจะเป็นโรงกลั่นแห่งอื่น คลังเก็บ ท่อส่ง หรือท่าส่งออก หากโรงกลั่นรับน้ำมันได้น้อยลง ขณะที่คลังเก็บ โลจิสติกส์ ภาระต้องจัดหาเชื้อเพลิงภายในประเทศ และกำลังส่งออกต่างตึงตัว น้ำมันดิบจะสะสม และท้ายที่สุดผู้ผลิตอาจจำเป็นต้องลดการไหลของน้ำมันจากต้นทาง
นี่คือจุดเชื่อมระหว่างคำอธิบายของรองนายกรัฐมนตรี อเล็กซานเดอร์ โนวัค ที่ระบุว่าผลผลิตลดลงเพราะโรงกลั่นหลายแห่งมี “การซ่อมบำรุงนอกแผน” กับมุมมองระยะกลางที่มืดมนกว่า โนวัคยอมรับในเดือนมิถุนายนว่าการผลิตน้ำมันลดลงจากช่วงต้นปี เนื่องจากโรงกลั่นหลายแห่งอยู่ระหว่างการซ่อมบำรุงที่ไม่ได้วางแผนไว้ คำอธิบายนี้อาจเป็นจริงสำหรับเหตุขัดข้องแต่ละแห่ง แต่คำถามใหญ่กว่าคือ การซ่อมแซมและมาตรการป้องกันจะทำได้เร็วกว่าการโจมตีซ้ำหรือไม่ และโครงสร้างพื้นฐานส่งออกยังรองรับน้ำมันที่ถูกเบนออกจากโรงกลั่นได้มากเพียงใด
ขนาดความเสียหายมีนัยสำคัญ Reuters คำนวณว่าการโจมตีทำให้กำลังการกลั่นราว 700,000 บาร์เรลต่อวัน หายไปจากโรงกลั่นรัสเซีย 16 แห่งระหว่างเดือนมกราคมถึงพฤษภาคม โดยบางแห่งถูกโจมตีมากกว่าหนึ่งครั้ง
ผลที่เห็นชัดที่สุดอยู่ในตลาดผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป การส่งออกผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมทางเรือของรัสเซียลดลงราวหนึ่งในสามเมื่อเทียบรายเดือน เหลือประมาณ 3.9 ล้านตันในเดือนกรกฎาคม ตามข้อมูล LSEG และแหล่งข่าวตลาดที่ Reuters อ้างถึง 2 อีกชุดข้อมูลจาก S&P Global ระบุว่าการส่งออกผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปทางเรือในเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 1.18 ล้านบาร์เรลต่อวัน ลดจาก 1.51 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนมิถุนายน และต่ำสุดนับตั้งแต่เริ่มเก็บข้อมูลในปี 2016
9
การส่งออกดีเซลและก๊าซออยล์ลดลงแรงเป็นพิเศษ ข้อมูล Vortexa ที่ Bloomberg รวบรวมระบุว่าปริมาณไหลออกใน 7 วันแรกของเดือนสิงหาคมเหลือเพียง 80,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบหลายปี 18 ก่อนหน้านั้น ข้อมูล Kpler ระบุว่าการบรรทุกดีเซลและก๊าซออยล์ใน 10 วันแรกของเดือนกรกฎาคมเฉลี่ย 234,000 บาร์เรลต่อวัน เทียบกับค่าเฉลี่ยปี 2025 ราว 817,000 บาร์เรลต่อวัน
3
ตัวเลขเหล่านี้ไม่ควรถูกตีความว่าเท่ากับกำลังการกลั่นที่เสียหายโดยตรง เพราะการส่งออกที่ลดลงสะท้อนหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งอัตราเดินเครื่องโรงกลั่นที่ต่ำลง ภาวะขาดแคลนในประเทศ การบริหารสินค้าคงคลัง ข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์ และนโยบายส่งออก แต่เมื่อพิจารณาร่วมกัน ข้อมูลชี้ว่าผลกระทบได้ขยายจากการหยุดชะงักรายโรงกลั่นไปสู่ระบบส่งออกเชื้อเพลิงในวงกว้างแล้ว
มอสโกเริ่มห้ามส่งออกดีเซลเมื่อ 8 กรกฎาคม หลังการโจมตีโรงกลั่นมีส่วนทำให้เชื้อเพลิงในประเทศขาดแคลนและราคาสูงขึ้น 20 ต่อมารัสเซียขยายมาตรการจนถึง 30 กันยายน ครอบคลุมดีเซล เชื้อเพลิงเรือ และก๊าซออยล์ที่ผลิตในรัสเซีย
1
นโยบายนี้ช่วยให้เชื้อเพลิงในประเทศมีความสำคัญก่อน แต่ก็จำกัดการขายผลิตภัณฑ์กลั่นที่มีมูลค่าเพิ่มสูงในต่างประเทศ อีกทั้งทำให้ระบบต้องพึ่งพาความสามารถในการเก็บน้ำมันดิบ การเปลี่ยนเส้นทาง การกลั่นที่อื่น หรือการส่งออกผ่านเส้นทางที่ยังใช้งานได้มากขึ้น นี่จึงเป็นเหตุผลที่ปัญหาโรงกลั่นอาจกลายเป็นปัญหาการผลิตน้ำมันดิบได้ หากความเสียหายยืดเยื้อ
ผลกระทบต่อโลกกระจุกตัวในกลุ่มเชื้อเพลิงกลั่นระดับกลาง หรือ middle distillates ซึ่งหลัก ๆ คือดีเซลและก๊าซออยล์ มากกว่าที่ตลาดน้ำมันดิบเพียงอย่างเดียว โรงกลั่นที่หยุดทำงานทำให้เชื้อเพลิงพร้อมใช้หายจากตลาดทันที ขณะที่น้ำมันดิบยังอาจถูกเบนเส้นทางหรือเก็บสำรองได้บางส่วน ดังนั้นการที่ดีเซลรัสเซียมีให้น้อยลงจึงเพิ่มการแข่งขันเพื่อแย่งหาสินค้าจากแหล่งอื่น แม้ในประเทศที่ไม่ได้ซื้อเชื้อเพลิงรัสเซียโดยตรง 3
Reuters รายงานว่าการห้ามส่งออกดีเซลในเดือนกรกฎาคมทำให้ภาวะอุปทานโลกที่ตึงตัวอยู่แล้วรุนแรงขึ้น และผลักดันราคาเชื้อเพลิงสูงขึ้น 3 กำลังผลิตทดแทนไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้อย่างไร้ข้อจำกัด เพราะผู้ส่งออกรายอื่นต้องเผชิญเงื่อนไขด้านเศรษฐศาสตร์โรงกลั่น อุปสงค์ภายในประเทศ ข้อกำหนดคุณภาพสินค้า และข้อจำกัดด้านการขนส่ง จึงไม่อาจชดเชยการหายไปของดีเซลรัสเซียได้แบบหนึ่งต่อหนึ่งในระยะสั้น
มุมมองของโนวัคตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าโรงกลั่นจะกลับมาเดินเครื่อง และระบบโลจิสติกส์โดยรวมจะกลับสู่เสถียรภาพ ส่วนกรณีขาลงที่สะท้อนในร่างคาดการณ์รัฐบาล การปรับมุมมองของ IEA และประมาณการของ Rystad อาศัยผลลัพธ์ตรงข้ามกัน คือการโจมตีซ้ำ การซ่อมแซมล่าช้า พื้นที่เก็บตึงตัว ท่าส่งออกบกพร่อง และการขนส่งทางเรือที่แพงขึ้นหรือเชื่อถือได้น้อยลง
ข้อสรุปสำคัญคือ รัสเซียกำลังเผชิญแรงกดดันแบบสองขั้น ความเสียหายของโรงกลั่นลดการผลิตและส่งออกเชื้อเพลิงก่อน จากนั้นหากการหยุดชะงักยาวนาน ก็อาจบีบให้ต้องจำกัดการผลิตน้ำมันดิบ เพราะประเทศไม่มีเส้นทางที่ยืดหยุ่นเพียงพอสำหรับน้ำมันที่ไม่สามารถนำไปกลั่นได้ การปรับลดคาดการณ์ล่าสุดบ่งชี้ว่าความเสี่ยงนี้กำลังถูกนำไปรวมในมุมมองน้ำมันระยะกลางของรัสเซียแล้ว ไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงปัญหาซ่อมบำรุงระยะสั้นเท่านั้น
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
การโจมตีของยูเครนไม่ได้เป็นเพียงปัญหาโรงกลั่นอีกต่อไป เพราะการหยุดชะงักซ้ำและคอขวดการส่งออกกำลังกดดันแนวโน้มน้ำมันดิบของรัสเซีย
การโจมตีของยูเครนไม่ได้เป็นเพียงปัญหาโรงกลั่นอีกต่อไป เพราะการหยุดชะงักซ้ำและคอขวดการส่งออกกำลังกดดันแนวโน้มน้ำมันดิบของรัสเซีย ผลกระทบระยะแรกคือเชื้อเพลิงสำเร็จรูป โดยเฉพาะดีเซล แต่หากพื้นที่เก็บและเส้นทางส่งออกไม่พอ ผู้ผลิตอาจต้องลดการสูบน้ำมันดิบ
การจำกัดส่งออกดีเซลช่วยพยุงอุปทานในประเทศรัสเซีย แต่ยิ่งทำให้ปริมาณดีเซลและก๊าซออยล์ที่ตลาดโลกเข้าถึงทางเรือลดลง
การโจมตีของยูเครนไม่ได้เป็นเพียงปัญหาโรงกลั่นอีกต่อไป เพราะการหยุดชะงักซ้ำและคอขวดการส่งออกกำลังกดดันแนวโน้มน้ำมันดิบของรัสเซีย ผลกระทบระยะแรกคือเชื้อเพลิงสำเร็จรูป โดยเฉพาะดีเซล แต่หากพื้นที่เก็บและเส้นทางส่งออกไม่พอ ผู้ผลิตอาจต้องลดการสูบน้ำมันดิบ การจำกัดส่งออกดีเซลช่วยพยุงอุปทานในประเทศรัสเซีย แต่ยิ่งทำให้ปริมาณ...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How are Ukrainian drone strikes and resulting “unscheduled maintenance” at Russian energy facilities affecting Russia’s 2026–2029 oil-produc. Article summary: Ukrainian strikes are turning Russia’s oil problem from a short-term refinery disruption into a broader crude-production and export constraint. Novak’s “temporary” explanation may hold if repairs keep pace with attacks, . Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
รัสเซียกำลังเผชิญแรงกดดันต่อระบบน้ำมันเป็น 2 ระยะที่เชื่อมโยงกัน ระยะแรก การโจมตีด้วยโดรนของยูเครนทำให้โรงกลั่นเดินเครื่องลดลงและส่งออกเชื้อเพลิงได้น้อยลง แต่หากการหยุดชะงักยืดเยื้อ พร้อมกับความเสียหายหรือข้อจำกัดที่คลังเก็บและโครงสร้างพื้นฐานส่งออก ก็อาจลามไปสู่ความสามารถในการระบายน้ำมันดิบ จนผู้ผลิตต้องลดหรือหยุดการผลิตจากแหล่งน้ำมัน ไม่ใช่เพียงปัญหาโรงกลั่นชั่วคราว
ควรแยกตัวเลขคาดการณ์ของรัฐบาลรัสเซีย 2 ชุดที่มักถูกกล่าวปะปนกันออกจากกัน ในเดือนพฤษภาคม กระทรวงเศรษฐกิจรัสเซียประเมินในกรณีฐานว่า การผลิตน้ำมันและคอนเดนเสทในปี 2026 จะอยู่ที่ 511 ล้านตัน
แต่ร่างคาดการณ์รัฐบาลฉบับใหม่ที่ Reuters ได้เห็นในเดือนกันยายน ลดตัวเลขปี 2026 ลงเหลือ 494.2 ล้านตัน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 17 ปี และปรับลดประมาณการสำหรับช่วงปี 2026–2029 ลงจากฉบับเดือนพฤษภาคม 16–20 ล้านตัน ร่างดังกล่าวยังลดคาดการณ์การส่งออกเชื้อเพลิงของปี 2026 และ 2027 โดยอ้างผลจากสงครามในยูเครน รวมถึงการโจมตีโรงกลั่นที่รุนแรงขึ้นและคอขวดการส่งออก
การประเมินอิสระชี้ไปในทิศทางเดียวกัน แม้ใช้คำนิยามและวิธีคำนวณต่างกัน Rystad Energy คาดว่าการผลิตน้ำมันดิบรัสเซียจะเฉลี่ย 8.95 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในปี 2026 ก่อนลดลงสู่ราว 8.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในปี 2027 ซึ่งต่ำกว่าประมาณการเดิมสำหรับปี 2026 อยู่ 90,000 บาร์เรลต่อวัน สาเหตุหลักคือการหยุดชะงักที่ท่าส่งออกฝั่งตะวันตก และต้นทุนกับความไม่น่าเชื่อถือที่สูงขึ้นของการส่งออกทางเรือ ขณะที่สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ก็ปรับลดมุมมองอุปทานรัสเซีย โดยระบุว่าการโจมตีต่อโรงกลั่น คลังเก็บ และโครงสร้างพื้นฐานขนส่งอย่างต่อเนื่องทำให้แนวโน้มการผลิตอ่อนแอลง
การหยุดเดินเครื่องของโรงกลั่นไม่ได้หมายความว่าบ่อน้ำมันต้องหยุดสูบในทันที ผลโดยตรงในช่วงแรกคือการแปรรูปน้ำมันดิบเป็นดีเซล เบนซิน และผลิตภัณฑ์อื่นลดลง
ปัญหาจะรุนแรงขึ้นเมื่อไม่สามารถโยกน้ำมันดิบไปยังปลายทางอื่นได้รวดเร็วพอ ผู้ผลิตต้องมีช่องทางรับน้ำมัน ไม่ว่าจะเป็นโรงกลั่นแห่งอื่น คลังเก็บ ท่อส่ง หรือท่าส่งออก หากโรงกลั่นรับน้ำมันได้น้อยลง ขณะที่คลังเก็บ โลจิสติกส์ ภาระต้องจัดหาเชื้อเพลิงภายในประเทศ และกำลังส่งออกต่างตึงตัว น้ำมันดิบจะสะสม และท้ายที่สุดผู้ผลิตอาจจำเป็นต้องลดการไหลของน้ำมันจากต้นทาง
นี่คือจุดเชื่อมระหว่างคำอธิบายของรองนายกรัฐมนตรี อเล็กซานเดอร์ โนวัค ที่ระบุว่าผลผลิตลดลงเพราะโรงกลั่นหลายแห่งมี “การซ่อมบำรุงนอกแผน” กับมุมมองระยะกลางที่มืดมนกว่า โนวัคยอมรับในเดือนมิถุนายนว่าการผลิตน้ำมันลดลงจากช่วงต้นปี เนื่องจากโรงกลั่นหลายแห่งอยู่ระหว่างการซ่อมบำรุงที่ไม่ได้วางแผนไว้ คำอธิบายนี้อาจเป็นจริงสำหรับเหตุขัดข้องแต่ละแห่ง แต่คำถามใหญ่กว่าคือ การซ่อมแซมและมาตรการป้องกันจะทำได้เร็วกว่าการโจมตีซ้ำหรือไม่ และโครงสร้างพื้นฐานส่งออกยังรองรับน้ำมันที่ถูกเบนออกจากโรงกลั่นได้มากเพียงใด
ขนาดความเสียหายมีนัยสำคัญ Reuters คำนวณว่าการโจมตีทำให้กำลังการกลั่นราว 700,000 บาร์เรลต่อวัน หายไปจากโรงกลั่นรัสเซีย 16 แห่งระหว่างเดือนมกราคมถึงพฤษภาคม โดยบางแห่งถูกโจมตีมากกว่าหนึ่งครั้ง
ผลที่เห็นชัดที่สุดอยู่ในตลาดผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป การส่งออกผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมทางเรือของรัสเซียลดลงราวหนึ่งในสามเมื่อเทียบรายเดือน เหลือประมาณ 3.9 ล้านตันในเดือนกรกฎาคม ตามข้อมูล LSEG และแหล่งข่าวตลาดที่ Reuters อ้างถึง 2 อีกชุดข้อมูลจาก S&P Global ระบุว่าการส่งออกผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปทางเรือในเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 1.18 ล้านบาร์เรลต่อวัน ลดจาก 1.51 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนมิถุนายน และต่ำสุดนับตั้งแต่เริ่มเก็บข้อมูลในปี 2016
9
การส่งออกดีเซลและก๊าซออยล์ลดลงแรงเป็นพิเศษ ข้อมูล Vortexa ที่ Bloomberg รวบรวมระบุว่าปริมาณไหลออกใน 7 วันแรกของเดือนสิงหาคมเหลือเพียง 80,000 บาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบหลายปี 18 ก่อนหน้านั้น ข้อมูล Kpler ระบุว่าการบรรทุกดีเซลและก๊าซออยล์ใน 10 วันแรกของเดือนกรกฎาคมเฉลี่ย 234,000 บาร์เรลต่อวัน เทียบกับค่าเฉลี่ยปี 2025 ราว 817,000 บาร์เรลต่อวัน
3
ตัวเลขเหล่านี้ไม่ควรถูกตีความว่าเท่ากับกำลังการกลั่นที่เสียหายโดยตรง เพราะการส่งออกที่ลดลงสะท้อนหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งอัตราเดินเครื่องโรงกลั่นที่ต่ำลง ภาวะขาดแคลนในประเทศ การบริหารสินค้าคงคลัง ข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์ และนโยบายส่งออก แต่เมื่อพิจารณาร่วมกัน ข้อมูลชี้ว่าผลกระทบได้ขยายจากการหยุดชะงักรายโรงกลั่นไปสู่ระบบส่งออกเชื้อเพลิงในวงกว้างแล้ว
มอสโกเริ่มห้ามส่งออกดีเซลเมื่อ 8 กรกฎาคม หลังการโจมตีโรงกลั่นมีส่วนทำให้เชื้อเพลิงในประเทศขาดแคลนและราคาสูงขึ้น 20 ต่อมารัสเซียขยายมาตรการจนถึง 30 กันยายน ครอบคลุมดีเซล เชื้อเพลิงเรือ และก๊าซออยล์ที่ผลิตในรัสเซีย
1
นโยบายนี้ช่วยให้เชื้อเพลิงในประเทศมีความสำคัญก่อน แต่ก็จำกัดการขายผลิตภัณฑ์กลั่นที่มีมูลค่าเพิ่มสูงในต่างประเทศ อีกทั้งทำให้ระบบต้องพึ่งพาความสามารถในการเก็บน้ำมันดิบ การเปลี่ยนเส้นทาง การกลั่นที่อื่น หรือการส่งออกผ่านเส้นทางที่ยังใช้งานได้มากขึ้น นี่จึงเป็นเหตุผลที่ปัญหาโรงกลั่นอาจกลายเป็นปัญหาการผลิตน้ำมันดิบได้ หากความเสียหายยืดเยื้อ
ผลกระทบต่อโลกกระจุกตัวในกลุ่มเชื้อเพลิงกลั่นระดับกลาง หรือ middle distillates ซึ่งหลัก ๆ คือดีเซลและก๊าซออยล์ มากกว่าที่ตลาดน้ำมันดิบเพียงอย่างเดียว โรงกลั่นที่หยุดทำงานทำให้เชื้อเพลิงพร้อมใช้หายจากตลาดทันที ขณะที่น้ำมันดิบยังอาจถูกเบนเส้นทางหรือเก็บสำรองได้บางส่วน ดังนั้นการที่ดีเซลรัสเซียมีให้น้อยลงจึงเพิ่มการแข่งขันเพื่อแย่งหาสินค้าจากแหล่งอื่น แม้ในประเทศที่ไม่ได้ซื้อเชื้อเพลิงรัสเซียโดยตรง 3
Reuters รายงานว่าการห้ามส่งออกดีเซลในเดือนกรกฎาคมทำให้ภาวะอุปทานโลกที่ตึงตัวอยู่แล้วรุนแรงขึ้น และผลักดันราคาเชื้อเพลิงสูงขึ้น 3 กำลังผลิตทดแทนไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้อย่างไร้ข้อจำกัด เพราะผู้ส่งออกรายอื่นต้องเผชิญเงื่อนไขด้านเศรษฐศาสตร์โรงกลั่น อุปสงค์ภายในประเทศ ข้อกำหนดคุณภาพสินค้า และข้อจำกัดด้านการขนส่ง จึงไม่อาจชดเชยการหายไปของดีเซลรัสเซียได้แบบหนึ่งต่อหนึ่งในระยะสั้น
มุมมองของโนวัคตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าโรงกลั่นจะกลับมาเดินเครื่อง และระบบโลจิสติกส์โดยรวมจะกลับสู่เสถียรภาพ ส่วนกรณีขาลงที่สะท้อนในร่างคาดการณ์รัฐบาล การปรับมุมมองของ IEA และประมาณการของ Rystad อาศัยผลลัพธ์ตรงข้ามกัน คือการโจมตีซ้ำ การซ่อมแซมล่าช้า พื้นที่เก็บตึงตัว ท่าส่งออกบกพร่อง และการขนส่งทางเรือที่แพงขึ้นหรือเชื่อถือได้น้อยลง
ข้อสรุปสำคัญคือ รัสเซียกำลังเผชิญแรงกดดันแบบสองขั้น ความเสียหายของโรงกลั่นลดการผลิตและส่งออกเชื้อเพลิงก่อน จากนั้นหากการหยุดชะงักยาวนาน ก็อาจบีบให้ต้องจำกัดการผลิตน้ำมันดิบ เพราะประเทศไม่มีเส้นทางที่ยืดหยุ่นเพียงพอสำหรับน้ำมันที่ไม่สามารถนำไปกลั่นได้ การปรับลดคาดการณ์ล่าสุดบ่งชี้ว่าความเสี่ยงนี้กำลังถูกนำไปรวมในมุมมองน้ำมันระยะกลางของรัสเซียแล้ว ไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงปัญหาซ่อมบำรุงระยะสั้นเท่านั้น
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
การโจมตีของยูเครนไม่ได้เป็นเพียงปัญหาโรงกลั่นอีกต่อไป เพราะการหยุดชะงักซ้ำและคอขวดการส่งออกกำลังกดดันแนวโน้มน้ำมันดิบของรัสเซีย
การโจมตีของยูเครนไม่ได้เป็นเพียงปัญหาโรงกลั่นอีกต่อไป เพราะการหยุดชะงักซ้ำและคอขวดการส่งออกกำลังกดดันแนวโน้มน้ำมันดิบของรัสเซีย ผลกระทบระยะแรกคือเชื้อเพลิงสำเร็จรูป โดยเฉพาะดีเซล แต่หากพื้นที่เก็บและเส้นทางส่งออกไม่พอ ผู้ผลิตอาจต้องลดการสูบน้ำมันดิบ
การจำกัดส่งออกดีเซลช่วยพยุงอุปทานในประเทศรัสเซีย แต่ยิ่งทำให้ปริมาณดีเซลและก๊าซออยล์ที่ตลาดโลกเข้าถึงทางเรือลดลง