แผนภารกิจของสหรัฐฯ ที่มีรายงานว่า สตีฟ วิตคอฟฟ์ และ จาเร็ด คุชเนอร์ จะเดินทางจากมอสโกไปยังกรุงเคียฟ เพื่อหารือแนวทางยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน กลับต้องเผชิญความเสี่ยงด้านการเดินทางทันที หลังเกิดการโจมตีของรัสเซียในพื้นที่ใกล้เคียฟ รวมถึงบริเวณสนามบินจูเลียนีและบอรีสปิล
การเยือนดังกล่าวยังอยู่ในสถานะ “มีรายงานว่าเตรียมไว้” ไม่ใช่กำหนดการที่ยืนยันแน่ชัดทั้งหมด โดยเฉพาะช่วงเดินทางไปเคียฟ
8
9
12 แต่เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่า ในสงครามที่ยังมีการโจมตีทางอากาศต่อเนื่อง แม้แต่การพาคณะทูตระดับสูงไปถึงโต๊ะเจรจาก็ต้องอาศัยข้อตกลงด้านความปลอดภัยก่อน
การโจมตีเปลี่ยนอะไรในแผนเยือน
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่าวิตคอฟฟ์และคุชเนอร์จะไปมอสโกและเคียฟ ขณะที่ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกีของยูเครนระบุว่า เขาคาดว่าจะพบทั้งสองคนหลังการหารือที่มอสโก หากเกิดขึ้นจริง นี่จะเป็นการเยือนยูเครนครั้งแรกของคณะผู้แทนทั้งคู่
3
8
อย่างไรก็ดี การโจมตีทำให้ทั้งความเสี่ยงเชิงปฏิบัติและแรงกดดันทางการเมืองเพิ่มขึ้น เซเลนสกีกล่าวว่าการโจมตีสนามบินเกิดขึ้นโดยเจตนาในบริบทที่กำลังมีการหารือถึงความเป็นไปได้ของการเยือนจากสหรัฐฯ ขณะที่รายงานอีกส่วนระบุว่าการจัดการเที่ยวบินมายังเคียฟยังอยู่ระหว่างประสานงาน
4
13
14
แต่ข้อมูลที่มี ยังไม่พิสูจน์ ว่ารัสเซียมีเจตนามุ่งโจมตีอากาศยานลำใดของคณะผู้แทนสหรัฐฯ หรือระบุได้ว่าเครื่องบินใดจะใช้ในภารกิจนี้ ผลที่เกิดขึ้นชัดเจนกว่าคือ ความไม่แน่นอนว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงจะเดินทางเข้าเคียฟได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ หากการโจมตีทางอากาศยังดำเนินต่อไป
ข้อเสนอ “พักการโจมตีทางอากาศ” แบบต่างตอบแทนของยูเครน
ยูเครนเสนอข้อตกลงที่มีขอบเขตแคบและจำกัดเวลา เซเลนสกีกล่าวว่า ยูเครนจะดูแลให้ห้วงอากาศรัสเซียใช้งานได้ตามปกติ และจะไม่โจมตีทางอากาศในช่วงเวลาที่จำเป็นต่อการเดินทางและการเจรจาของคณะสหรัฐฯ ในมอสโก แลกกับการที่รัสเซียต้องระงับการโจมตีทางอากาศในยูเครนชั่วคราว เพื่อให้การเยือนเคียฟและการจัดการด้านโลจิสติกส์ดำเนินไปได้
2
10
ข้อเสนอนี้ไม่ใช่การหยุดยิงทั่วประเทศหรือถาวร แต่เป็นมาตรการความปลอดภัยเฉพาะกิจ เพื่อเปิดทางให้ภารกิจทางการทูตเกิดขึ้นได้
ตามรายงาน รัสเซียไม่ได้แสดงท่าทีรับข้อเสนอพักการโจมตีแบบต่างตอบแทนนี้ต่อสาธารณะก่อนที่กระทรวงกลาโหมรัสเซียจะประกาศการโจมตีเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 5 กันยายน
2 แยกต่างหากจากประเด็นนี้ มอสโกระบุว่าจะพยายามป้องกันไม่ให้เกิดการรบกวนต่อการบินพลเรือน หลังยูเครนเตือนว่าปฏิบัติการโดรนที่ขยายตัวทำให้น่านฟ้ารัสเซียมีความเสี่ยงมากขึ้น
มีรายงานอะไรเกี่ยวกับสนามบินจูเลียนี
ข้อมูลความเสียหายที่สนามบินจูเลียนียังเป็นเพียงรายงานเบื้องต้นและควรใช้ความระมัดระวัง ส.ส. ยูเครน โอเล็กซี ฮอนชารেনโก ระบุว่าโดรนรัสเซียโจมตีอากาศยานที่สนามบิน ก่อนกล่าวภายหลังว่าอาจมีเครื่องบินโดยสาร Yak-40 เก่า 2 ลำถูกโจมตี เขาระบุว่าเครื่องเหล่านี้ไม่ได้ใช้งานมาตั้งแต่ก่อนสงครามเต็มรูปแบบ
4
6
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนนัยเชิงสัญลักษณ์และการปฏิบัติการในช่วงเวลาที่อ่อนไหว แต่ยังไม่ยืนยันโดยอิสระถึงขอบเขตความเสียหาย จำนวนเครื่องบินที่ได้รับผลกระทบ หรือความเชื่อมโยงโดยตรงกับการมาถึงที่อาจเกิดขึ้นของคณะผู้แทนสหรัฐฯ
เซเลนสกียังระบุว่าสนามบินบอรีสปิลเป็นอีกพื้นที่สนามบินที่ถูกรัสเซียโจมตี
14 ภาพรวมจึงทำให้เห็นว่าการเดินทางมายังเคียฟอาจมีจุดเปราะบาง แม้ในช่วงที่กำลังผลักดันการเจรจาสันติภาพ
ยูเครนเตือนเรื่องน่านฟ้ารัสเซียอย่างไร
ก่อนแผนเยือนของทูตสหรัฐฯ เซเลนสกีกล่าวว่าปฏิบัติการโดรนพิสัยไกลของยูเครนจะทำให้น่านฟ้ารัสเซียไม่ปลอดภัยมากขึ้น เขาเตือนสายการบิน บริษัทประกัน และผู้ใช้งานสนามบินหลักของรัสเซียให้คำนึงถึงความเสี่ยง โดยกล่าวว่าน่านฟ้ารัสเซียกำลังถูกปิดโดยพฤตินัยจากปฏิบัติการโดรน
อย่างไรก็ตาม เขาแยกความแตกต่างระหว่างความเสี่ยงที่เกิดจากปฏิบัติการโดรนกับเจตนาโจมตีเที่ยวบินพลเรือน โดยย้ำว่ายูเครนไม่ได้ข่มขู่การบินพลเรือน
จุดยืนของยูเครนต่อการทูตจึงเป็นแบบมีเงื่อนไข คือพร้อมเปิดเส้นทางและช่วงเวลาที่กำหนดในน่านฟ้ารัสเซียสำหรับการเดินทางของพันธมิตร หากเอื้อต่อการเจรจา แต่ระบุว่าความปลอดภัยโดยทั่วไปจะกลับคืนได้ก็ต่อเมื่อมีความคืบหน้าสู่สันติภาพอย่างแท้จริง
10
ต่อให้เดินทางได้ การเจรจาก็ยังมีอุปสรรคใหญ่กว่า
ทรัมป์ระบุว่าภารกิจของวิตคอฟฟ์และคุชเนอร์นำ “ข้อเสนอเพื่อยุติสงคราม” ไปหารือ แต่เครมลินในช่วงแรกปฏิเสธที่จะยืนยันรายละเอียดการติดต่อที่มีรายงานล่วงหน้า โดยบอกว่าจะประกาศเมื่อและหากการติดต่อเกิดขึ้น
นั่นสะท้อนข้อจำกัดสำคัญของภารกิจนี้ การทำให้เส้นทางบินปลอดภัยขึ้นอาจช่วยให้มีการพบปะกันได้ แต่ไม่อาจแก้ความเห็นต่างพื้นฐานระหว่างมอสโกกับเคียฟได้ด้วยตัวเอง การโจมตีบริเวณสนามบินจึงเป็นตัวอย่างว่า ปฏิบัติการทางทหารสามารถบั่นทอนเงื่อนไขขั้นต่ำสำหรับการทูตได้รวดเร็วเพียงใด
สำหรับแผนเยือนของสหรัฐฯ ข้อสรุปสำคัญคือ ข้อตกลงความปลอดภัยทางอากาศอาจลดความเสี่ยงเฉพาะหน้าได้ แต่ต้องอาศัยการปฏิบัติตามจากทั้งสองฝ่าย หากไม่มีการพักการโจมตีที่ต่างฝ่ายต่างเคารพ เส้นทางจากมอสโกสู่เคียฟก็ยังเป็นบททดสอบของการยับยั้งชั่งใจในสนามรบ พอ ๆ กับการก้าวสู่โต๊ะเจรจา