Huawei ระบุว่า LogicFolding แบบ 2 ชั้นของ Kirin 2026 เพิ่มความหนาแน่นทรานซิสเตอร์เชิงประสิทธิผลได้ราว 55% และลดการใช้พลังงาน 41% ที่ประสิทธิภาพเทียบเท่า Kirin 9030 Pro โดยใช้โหนดการผลิตเดียวกัน แนวทางนี้ย้ายวงจรดิจิทัล อะนาล็อก และหน่วยความจำบางส่วนไปยังซิลิคอนที่ทำงานได้ 2 ชั้น เชื่อมแบบไฮบริดบอนดิง เพื่อลดการเดินส...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How does Huawei’s upcoming Kirin 2026 mobile processor use its 3D-stacked LogicFolding architecture and hybrid bonding to raise transistor d. Article summary: Huawei’s proposal is a packaging-and-physical-design strategy, not evidence that it has matched a leading-edge lithography node. LogicFolding moves selected logic and registers from a planar layout into two face-to-face . Topic tags: general, general web, user generated, government, news. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermar
Huawei กำลังเสนอทางเพิ่มสมรรถนะและประสิทธิภาพพลังงานของชิปจาก การออกแบบกายภาพและการรวมวงจรแบบ 3 มิติ มากกว่าการลดขนาดทรานซิสเตอร์ด้วยโหนดการผลิตใหม่ สำหรับ Kirin 2026 บริษัทระบุว่าได้แยกวงจรไปอยู่บนซิลิคอนที่ทำงานได้ 2 ชั้น แล้วประกบแบบหันหน้าเข้าหากันด้วยเทคโนโลยีไฮบริดบอนดิงที่มีจุดเชื่อมต่อหนาแน่น เป้าหมายคือทำให้วงจรที่ต้องสื่อสารกันบ่อยอยู่ใกล้กว่าเดิม เพื่อให้สัญญาณเดินทางสั้นลง 2
3
อย่างไรก็ดี ตัวเลขผลลัพธ์ทั้งหมดควรอ่านในฐานะ คำกล่าวอ้างของ Huawei ซึ่งอิงวิธีวัดและการเปรียบเทียบของบริษัทกับ Kirin 9030 Pro ยังไม่ใช่หลักฐานว่า Huawei มีโหนดลิโทกราฟีรุ่นใหม่ในระดับเดียวกัน หรือทุกประเภทงานจะได้ประโยชน์เท่ากัน 2
3
ชิปแบบระนาบทั่วไปจัดวางตรรกะส่วนใหญ่ไว้บนซิลิคอนชั้นเดียว เมื่อการออกแบบซับซ้อนขึ้น สัญญาณข้อมูลและสัญญาณนาฬิกาบางส่วนต้องวิ่งผ่านเส้นโลหะแนวนอนที่ยาวขึ้น LogicFolding จึงแบ่งวงจรดิจิทัล อะนาล็อก และหน่วยความจำไปยังชั้นซิลิคอนที่ทำงานได้ซึ่งซ้อนกันในแนวตั้ง จากนั้นใช้ไฮบริดบอนดิงสร้างจุดเชื่อมต่อแนวตั้งจำนวนมากระหว่างสองชั้น 2
3
รายงานที่อ้างอิงเอกสาร Tau Scaling ของ Huawei ระบุว่า Kirin 2026 ใช้ระยะพิทช์ของไฮบริดบอนดิงราว 1.5 ไมโครเมตร และมีจุดเชื่อมต่อแนวตั้งประมาณ 50 ล้านจุด Huawei รายงานว่าความหนาแน่นทรานซิสเตอร์เพิ่มจาก 155 MTr/mm² เป็น 238 MTr/mm² ตามวิธีวัดของบริษัท หรือเพิ่มขึ้นราว 53.5–55% แม้จะใช้โหนดการผลิตเดียวกับ Kirin 9030 Pro 3
5
ดังนั้น ตัวเลขนี้จึงควรเรียกว่า ความหนาแน่นเชิงประสิทธิผล เพราะสิ่งที่ดีขึ้นมาจากการจัดวางวงจรและการเชื่อมต่อใหม่ ไม่ได้หมายความว่าทรานซิสเตอร์แต่ละตัวมีขนาดเล็กลงโดยตรง
เหตุผลทางวิศวกรรมหลักคือสายเชื่อมต่อโลหะที่ยาวมีทั้งความต้านทานและความจุไฟฟ้า สัญญาณที่ต้องวิ่งผ่านสายยาวจึงใช้เวลาเดินทางมากขึ้น และใช้พลังงานแบบไดนามิกในการชาร์จและคายประจุของสายเหล่านั้น
ด้วยการวางตรรกะที่เชื่อมโยงกันแน่นไว้คนละชั้นแต่หันเข้าหากัน Huawei ต้องการแทนที่การเชื่อมต่อแนวนอนระยะไกลบางส่วนด้วยการกระโดดแนวตั้งที่สั้นมาก ซึ่งโดยหลักการอาจช่วยให้
นี่คือแกนของแนวคิด Tau (τ) Scaling ของ Huawei ซึ่งเสนอว่าความก้าวหน้าของชิปไม่ควรวัดจากขนาดทรานซิสเตอร์เพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาเวลาที่สัญญาณใช้เดินทางผ่านวงจรและระบบด้วย Huawei อธิบายว่า LogicFolding เป็นวิธีบีบอัดความหน่วงของการส่งผ่านสัญญาณ ควบคู่กับการเพิ่มความหนาแน่นและประสิทธิภาพพลังงาน
Huawei ไม่ได้บอกว่าการสวิตช์ของทรานซิสเตอร์ไม่มีต้นทุนพลังงาน ประเด็นของบริษัทคือ ในชิปขนาดใหญ่สมัยใหม่ การย้ายข้อมูลและการกระจายสัญญาณนาฬิกาอาจกินสัดส่วนมากของพลังงานแบบไดนามิก ทุกครั้งที่สัญญาณวิ่งผ่านเส้นโลหะยาว ๆ หรือจำเป็นต้องมีบัฟเฟอร์มาช่วยขับสัญญาณ ก็เกิดกิจกรรมการสวิตช์เพิ่มขึ้น
เพราะฉะนั้น “ความใกล้กัน” ของวงจรจึงสำคัญ หากหน่วยที่สร้างข้อมูลกับหน่วยที่นำข้อมูลไปใช้ถูกวางไว้ใกล้กว่าเดิม ชิปก็อาจเสียเวลาและพลังงานกับการขนส่งสัญญาณน้อยลง LogicFolding จึงเป็นกลยุทธ์ด้านการจัดตำแหน่งวงจรและความเป็นท้องถิ่นของข้อมูล ไม่ใช่แค่เทคนิคแพ็กเกจจิง 2
การเปรียบเทียบของ Huawei กับ Kirin 9030 Pro เป็นการวัดแบบ ประสิทธิภาพเทียบเท่า หรือ iso-performance บริษัทระบุว่าสถาปัตยกรรมใหม่ลดการใช้พลังงานรวมได้ 41% ที่ระดับประสิทธิภาพใกล้เคียงกัน พร้อมเพิ่มความหนาแน่นทรานซิสเตอร์ที่วัดได้ราว 55% และลดความหนาแน่นกำลังไฟฟ้า 5.6% ภายใต้เงื่อนไขการทำงานที่ระบุ 4
7
รายงานเกี่ยวกับเอกสารของ Huawei ยังระบุการประหยัดพลังงานที่มากกว่าในหน่วยย่อยซึ่งทำงานแบบขนานสูง ได้แก่ NPU ใช้พลังงานลดลง 66%, GPU ลดลง 58% และคอร์ CPU ประสิทธิภาพสูงลดลง 41% เมื่อเทียบกับการออกแบบแบบระนาบเดิมในการเปรียบเทียบดังกล่าว 1
รูปแบบนี้สอดคล้องกับหลักสถาปัตยกรรม NPU และ GPU มักประกอบด้วยหน่วยคำนวณที่เป็นแบบแผนและสื่อสารข้อมูลจำนวนมาก จึงมีโอกาสจัดวางหน่วยผลิตข้อมูล หน่วยใช้ข้อมูล และที่เก็บข้อมูลใกล้กันข้ามชั้นได้มากกว่า ส่วน CPU ก็ได้ประโยชน์จากเส้นทางที่สั้นลงได้เช่นกัน แต่ถูกจำกัดมากกว่าด้วยโครงสร้างการพึ่งพากันของคำสั่ง
CPU มักประมวลผลชุดคำสั่งที่มีลำดับต่อเนื่อง โดยผลของคำสั่งหนึ่งอาจเป็นสิ่งที่คำสั่งถัดไปต้องรอก่อนเริ่มทำงานได้ ห่วงโซ่การพึ่งพานี้จำกัดความยืดหยุ่นในการแบ่งงานออกไปตามตำแหน่งต่าง ๆ บนชิป
การจัดวางแบบ 3 มิติยังลดต้นทุนบางส่วนของสายและนาฬิกาได้ แต่ไม่อาจลบข้อเท็จจริงที่ว่าต้องรอผลลัพธ์ของคำสั่งก่อนหน้าได้ทั้งหมด นั่นช่วยอธิบายว่าทำไมตัวเลขลดพลังงานของ CPU ที่ Huawei รายงานจึงน้อยกว่าของ NPU และ GPU 1
การซ้อนตรรกะที่ทำงานอยู่หลายชั้นนำมาซึ่งปัญหาที่ยากขึ้น ความร้อนต้องถูกระบายออกจากชั้นที่อัดแน่น ขณะที่การจ่ายไฟ การทดสอบ การซ่อมแซม และการดีบักมีความซับซ้อนกว่าเดิม ความคลาดเคลื่อนในการจัดแนวเวเฟอร์และข้อบกพร่องของรอยบอนดิงยังอาจกระทบผลผลิตในการผลิตได้ อีกทั้งโครงสร้างหลายชั้นอาจเพิ่มต้นทุนทั้งกระบวนการและแพ็กเกจจิง
ข้อจำกัดเหล่านี้สำคัญ เพราะคุณค่าของการรวมวงจร 3 มิติขึ้นอยู่กับการผลิตจำนวนมากที่เชื่อถือได้ ไม่ใช่เพียงผลการออกแบบกายภาพที่น่าสนใจ Reuters มองว่าแนวทางที่กว้างขึ้นของ Huawei อาจเป็นเส้นทางหนึ่งในการลดผลกระทบจากข้อจำกัดด้านการคว่ำบาตร แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะนับเป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่ได้หรือไม่
แผนถัดไปของ Huawei มีความเข้มข้นขึ้น โดยตั้งเป้าพิทช์ไฮบริดบอนดิงที่ 1 ไมโครเมตร และจุดเชื่อมต่อแนวตั้ง มากกว่า 100 ล้านจุด สำหรับ Kirin 2027 บริษัทยังระบุเป้าหมายลดพลังงานแบบ iso-performance 47% และเป้าหมายระยะยาวสำหรับพิทช์โลหะชั้นบนสุดที่ 720 นาโนเมตร โดยยังคงมีจุดเชื่อมต่อแนวตั้งเกิน 100 ล้านจุด ตัวเลขเหล่านี้เป็นเป้าหมายในอนาคต ไม่ใช่ผลของผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ที่ผ่านการยืนยันอิสระแล้ว 1
5
พิทช์ที่ละเอียดขึ้นอาจทำให้การเชื่อมต่อแนวตั้งนำไปใช้กับตรรกะส่วนใหญ่ของชิปได้มากขึ้น แต่ก็เพิ่มความต้องการด้านความแม่นยำในการจัดแนว การควบคุมข้อบกพร่อง เครื่องมือออกแบบ การจัดการความร้อน และการทดสอบ
LogicFolding น่าสนใจในเชิงยุทธศาสตร์ เพราะมุ่งดึงประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นโดยไม่พึ่งพาการเข้าถึงเครื่องมือลิโทกราฟีรุ่นล่าสุดเพียงอย่างเดียว แต่แนวทางนี้ไม่ได้ทำให้ข้อจำกัดด้านการผลิตหายไป การควบคุมการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงของสหรัฐฯ ยังคงครอบคลุมชิป อุปกรณ์ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการผลิตชิปขั้นสูงในจีน
ดังนั้น แนวทาง 3 มิติของ Huawei ควรถูกมองเป็นเส้นทางการสเกลที่เสริมกัน: อาจรีดขีดความสามารถจากเทคโนโลยีกระบวนการที่มีอยู่ได้มากขึ้น แต่ยังต้องอาศัยความสามารถระดับสูงด้านการบอนดิง การวัดความเที่ยงตรง ระบบออกแบบอัตโนมัติ และการดำเนินการผลิต
ข้อเสนอ Kirin 2026 ของ Huawei เปลี่ยนจุดเน้นของการสเกลชิปไปสู่ การทำให้สัญญาณเดินทางสั้นลง ซิลิคอน 2 ชั้นที่เชื่อมด้วยไฮบริดบอนดิงอาจเพิ่มความหนาแน่นในการจัดวาง และลดทั้งความหน่วงกับพลังงานที่สูญเสียไปกับเส้นเชื่อมต่อยาว ๆ โดยเฉพาะในหน่วยทำงานแบบขนานและเคลื่อนย้ายข้อมูลมากอย่าง NPU และ GPU
แต่ตัวเลขพาดหัวอย่างความหนาแน่นทรานซิสเตอร์เชิงประสิทธิผลเพิ่มราว 55% และการใช้พลังงานลดลง 41% ที่ประสิทธิภาพเท่ากัน ยังเป็นคำกล่าวอ้างที่ Huawei รายงานเอง บทพิสูจน์จริงคือสถาปัตยกรรมนี้จะทำประสิทธิภาพตามสัญญา พร้อมผ่านโจทย์ความร้อน ผลผลิต และต้นทุน ในชิปมือถือที่ผลิตขายจำนวนมากได้หรือไม่ 2
3
7
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Huawei ระบุว่า LogicFolding แบบ 2 ชั้นของ Kirin 2026 เพิ่มความหนาแน่นทรานซิสเตอร์เชิงประสิทธิผลได้ราว 55% และลดการใช้พลังงาน 41% ที่ประสิทธิภาพเทียบเท่า Kirin 9030 Pro โดยใช้โหนดการผลิตเดียวกัน
Huawei ระบุว่า LogicFolding แบบ 2 ชั้นของ Kirin 2026 เพิ่มความหนาแน่นทรานซิสเตอร์เชิงประสิทธิผลได้ราว 55% และลดการใช้พลังงาน 41% ที่ประสิทธิภาพเทียบเท่า Kirin 9030 Pro โดยใช้โหนดการผลิตเดียวกัน แนวทางนี้ย้ายวงจรดิจิทัล อะนาล็อก และหน่วยความจำบางส่วนไปยังซิลิคอนที่ทำงานได้ 2 ชั้น เชื่อมแบบไฮบริดบอนดิง เพื่อลดการเดินสายแนวนอนยาว ๆ ให้กลายเป็นการเชื่อมต่อแนวตั้งระยะสั้น
งานขนส่งข้อมูลและงานขนานสูง เช่น NPU กับ GPU อาจได้ประโยชน์มากกว่า CPU ที่มีลำดับคำสั่งพึ่งพากัน ขณะที่การระบายความร้อน ผลผลิต ต้นทุน และความซับซ้อนในการผลิตยังเป็นโจทย์สำคัญ
Huawei ระบุว่า LogicFolding แบบ 2 ชั้นของ Kirin 2026 เพิ่มความหนาแน่นทรานซิสเตอร์เชิงประสิทธิผลได้ราว 55% และลดการใช้พลังงาน 41% ที่ประสิทธิภาพเทียบเท่า Kirin 9030 Pro โดยใช้โหนดการผลิตเดียวกัน แนวทางนี้ย้ายวงจรดิจิทัล อะนาล็อก และหน่วยความจำบางส่วนไปยังซิลิคอนที่ทำงานได้ 2 ชั้น เชื่อมแบบไฮบริดบอนดิง เพื่อลดการเดินส...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How does Huawei’s upcoming Kirin 2026 mobile processor use its 3D-stacked LogicFolding architecture and hybrid bonding to raise transistor d. Article summary: Huawei’s proposal is a packaging-and-physical-design strategy, not evidence that it has matched a leading-edge lithography node. LogicFolding moves selected logic and registers from a planar layout into two face-to-face . Topic tags: general, general web, user generated, government, news. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermar
Huawei กำลังเสนอทางเพิ่มสมรรถนะและประสิทธิภาพพลังงานของชิปจาก การออกแบบกายภาพและการรวมวงจรแบบ 3 มิติ มากกว่าการลดขนาดทรานซิสเตอร์ด้วยโหนดการผลิตใหม่ สำหรับ Kirin 2026 บริษัทระบุว่าได้แยกวงจรไปอยู่บนซิลิคอนที่ทำงานได้ 2 ชั้น แล้วประกบแบบหันหน้าเข้าหากันด้วยเทคโนโลยีไฮบริดบอนดิงที่มีจุดเชื่อมต่อหนาแน่น เป้าหมายคือทำให้วงจรที่ต้องสื่อสารกันบ่อยอยู่ใกล้กว่าเดิม เพื่อให้สัญญาณเดินทางสั้นลง 2
3
อย่างไรก็ดี ตัวเลขผลลัพธ์ทั้งหมดควรอ่านในฐานะ คำกล่าวอ้างของ Huawei ซึ่งอิงวิธีวัดและการเปรียบเทียบของบริษัทกับ Kirin 9030 Pro ยังไม่ใช่หลักฐานว่า Huawei มีโหนดลิโทกราฟีรุ่นใหม่ในระดับเดียวกัน หรือทุกประเภทงานจะได้ประโยชน์เท่ากัน 2
3
ชิปแบบระนาบทั่วไปจัดวางตรรกะส่วนใหญ่ไว้บนซิลิคอนชั้นเดียว เมื่อการออกแบบซับซ้อนขึ้น สัญญาณข้อมูลและสัญญาณนาฬิกาบางส่วนต้องวิ่งผ่านเส้นโลหะแนวนอนที่ยาวขึ้น LogicFolding จึงแบ่งวงจรดิจิทัล อะนาล็อก และหน่วยความจำไปยังชั้นซิลิคอนที่ทำงานได้ซึ่งซ้อนกันในแนวตั้ง จากนั้นใช้ไฮบริดบอนดิงสร้างจุดเชื่อมต่อแนวตั้งจำนวนมากระหว่างสองชั้น 2
3
รายงานที่อ้างอิงเอกสาร Tau Scaling ของ Huawei ระบุว่า Kirin 2026 ใช้ระยะพิทช์ของไฮบริดบอนดิงราว 1.5 ไมโครเมตร และมีจุดเชื่อมต่อแนวตั้งประมาณ 50 ล้านจุด Huawei รายงานว่าความหนาแน่นทรานซิสเตอร์เพิ่มจาก 155 MTr/mm² เป็น 238 MTr/mm² ตามวิธีวัดของบริษัท หรือเพิ่มขึ้นราว 53.5–55% แม้จะใช้โหนดการผลิตเดียวกับ Kirin 9030 Pro 3
5
ดังนั้น ตัวเลขนี้จึงควรเรียกว่า ความหนาแน่นเชิงประสิทธิผล เพราะสิ่งที่ดีขึ้นมาจากการจัดวางวงจรและการเชื่อมต่อใหม่ ไม่ได้หมายความว่าทรานซิสเตอร์แต่ละตัวมีขนาดเล็กลงโดยตรง
เหตุผลทางวิศวกรรมหลักคือสายเชื่อมต่อโลหะที่ยาวมีทั้งความต้านทานและความจุไฟฟ้า สัญญาณที่ต้องวิ่งผ่านสายยาวจึงใช้เวลาเดินทางมากขึ้น และใช้พลังงานแบบไดนามิกในการชาร์จและคายประจุของสายเหล่านั้น
ด้วยการวางตรรกะที่เชื่อมโยงกันแน่นไว้คนละชั้นแต่หันเข้าหากัน Huawei ต้องการแทนที่การเชื่อมต่อแนวนอนระยะไกลบางส่วนด้วยการกระโดดแนวตั้งที่สั้นมาก ซึ่งโดยหลักการอาจช่วยให้
นี่คือแกนของแนวคิด Tau (τ) Scaling ของ Huawei ซึ่งเสนอว่าความก้าวหน้าของชิปไม่ควรวัดจากขนาดทรานซิสเตอร์เพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาเวลาที่สัญญาณใช้เดินทางผ่านวงจรและระบบด้วย Huawei อธิบายว่า LogicFolding เป็นวิธีบีบอัดความหน่วงของการส่งผ่านสัญญาณ ควบคู่กับการเพิ่มความหนาแน่นและประสิทธิภาพพลังงาน
Huawei ไม่ได้บอกว่าการสวิตช์ของทรานซิสเตอร์ไม่มีต้นทุนพลังงาน ประเด็นของบริษัทคือ ในชิปขนาดใหญ่สมัยใหม่ การย้ายข้อมูลและการกระจายสัญญาณนาฬิกาอาจกินสัดส่วนมากของพลังงานแบบไดนามิก ทุกครั้งที่สัญญาณวิ่งผ่านเส้นโลหะยาว ๆ หรือจำเป็นต้องมีบัฟเฟอร์มาช่วยขับสัญญาณ ก็เกิดกิจกรรมการสวิตช์เพิ่มขึ้น
เพราะฉะนั้น “ความใกล้กัน” ของวงจรจึงสำคัญ หากหน่วยที่สร้างข้อมูลกับหน่วยที่นำข้อมูลไปใช้ถูกวางไว้ใกล้กว่าเดิม ชิปก็อาจเสียเวลาและพลังงานกับการขนส่งสัญญาณน้อยลง LogicFolding จึงเป็นกลยุทธ์ด้านการจัดตำแหน่งวงจรและความเป็นท้องถิ่นของข้อมูล ไม่ใช่แค่เทคนิคแพ็กเกจจิง 2
การเปรียบเทียบของ Huawei กับ Kirin 9030 Pro เป็นการวัดแบบ ประสิทธิภาพเทียบเท่า หรือ iso-performance บริษัทระบุว่าสถาปัตยกรรมใหม่ลดการใช้พลังงานรวมได้ 41% ที่ระดับประสิทธิภาพใกล้เคียงกัน พร้อมเพิ่มความหนาแน่นทรานซิสเตอร์ที่วัดได้ราว 55% และลดความหนาแน่นกำลังไฟฟ้า 5.6% ภายใต้เงื่อนไขการทำงานที่ระบุ 4
7
รายงานเกี่ยวกับเอกสารของ Huawei ยังระบุการประหยัดพลังงานที่มากกว่าในหน่วยย่อยซึ่งทำงานแบบขนานสูง ได้แก่ NPU ใช้พลังงานลดลง 66%, GPU ลดลง 58% และคอร์ CPU ประสิทธิภาพสูงลดลง 41% เมื่อเทียบกับการออกแบบแบบระนาบเดิมในการเปรียบเทียบดังกล่าว 1
รูปแบบนี้สอดคล้องกับหลักสถาปัตยกรรม NPU และ GPU มักประกอบด้วยหน่วยคำนวณที่เป็นแบบแผนและสื่อสารข้อมูลจำนวนมาก จึงมีโอกาสจัดวางหน่วยผลิตข้อมูล หน่วยใช้ข้อมูล และที่เก็บข้อมูลใกล้กันข้ามชั้นได้มากกว่า ส่วน CPU ก็ได้ประโยชน์จากเส้นทางที่สั้นลงได้เช่นกัน แต่ถูกจำกัดมากกว่าด้วยโครงสร้างการพึ่งพากันของคำสั่ง
CPU มักประมวลผลชุดคำสั่งที่มีลำดับต่อเนื่อง โดยผลของคำสั่งหนึ่งอาจเป็นสิ่งที่คำสั่งถัดไปต้องรอก่อนเริ่มทำงานได้ ห่วงโซ่การพึ่งพานี้จำกัดความยืดหยุ่นในการแบ่งงานออกไปตามตำแหน่งต่าง ๆ บนชิป
การจัดวางแบบ 3 มิติยังลดต้นทุนบางส่วนของสายและนาฬิกาได้ แต่ไม่อาจลบข้อเท็จจริงที่ว่าต้องรอผลลัพธ์ของคำสั่งก่อนหน้าได้ทั้งหมด นั่นช่วยอธิบายว่าทำไมตัวเลขลดพลังงานของ CPU ที่ Huawei รายงานจึงน้อยกว่าของ NPU และ GPU 1
การซ้อนตรรกะที่ทำงานอยู่หลายชั้นนำมาซึ่งปัญหาที่ยากขึ้น ความร้อนต้องถูกระบายออกจากชั้นที่อัดแน่น ขณะที่การจ่ายไฟ การทดสอบ การซ่อมแซม และการดีบักมีความซับซ้อนกว่าเดิม ความคลาดเคลื่อนในการจัดแนวเวเฟอร์และข้อบกพร่องของรอยบอนดิงยังอาจกระทบผลผลิตในการผลิตได้ อีกทั้งโครงสร้างหลายชั้นอาจเพิ่มต้นทุนทั้งกระบวนการและแพ็กเกจจิง
ข้อจำกัดเหล่านี้สำคัญ เพราะคุณค่าของการรวมวงจร 3 มิติขึ้นอยู่กับการผลิตจำนวนมากที่เชื่อถือได้ ไม่ใช่เพียงผลการออกแบบกายภาพที่น่าสนใจ Reuters มองว่าแนวทางที่กว้างขึ้นของ Huawei อาจเป็นเส้นทางหนึ่งในการลดผลกระทบจากข้อจำกัดด้านการคว่ำบาตร แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะนับเป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่ได้หรือไม่
แผนถัดไปของ Huawei มีความเข้มข้นขึ้น โดยตั้งเป้าพิทช์ไฮบริดบอนดิงที่ 1 ไมโครเมตร และจุดเชื่อมต่อแนวตั้ง มากกว่า 100 ล้านจุด สำหรับ Kirin 2027 บริษัทยังระบุเป้าหมายลดพลังงานแบบ iso-performance 47% และเป้าหมายระยะยาวสำหรับพิทช์โลหะชั้นบนสุดที่ 720 นาโนเมตร โดยยังคงมีจุดเชื่อมต่อแนวตั้งเกิน 100 ล้านจุด ตัวเลขเหล่านี้เป็นเป้าหมายในอนาคต ไม่ใช่ผลของผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ที่ผ่านการยืนยันอิสระแล้ว 1
5
พิทช์ที่ละเอียดขึ้นอาจทำให้การเชื่อมต่อแนวตั้งนำไปใช้กับตรรกะส่วนใหญ่ของชิปได้มากขึ้น แต่ก็เพิ่มความต้องการด้านความแม่นยำในการจัดแนว การควบคุมข้อบกพร่อง เครื่องมือออกแบบ การจัดการความร้อน และการทดสอบ
LogicFolding น่าสนใจในเชิงยุทธศาสตร์ เพราะมุ่งดึงประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นโดยไม่พึ่งพาการเข้าถึงเครื่องมือลิโทกราฟีรุ่นล่าสุดเพียงอย่างเดียว แต่แนวทางนี้ไม่ได้ทำให้ข้อจำกัดด้านการผลิตหายไป การควบคุมการส่งออกเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงของสหรัฐฯ ยังคงครอบคลุมชิป อุปกรณ์ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการผลิตชิปขั้นสูงในจีน
ดังนั้น แนวทาง 3 มิติของ Huawei ควรถูกมองเป็นเส้นทางการสเกลที่เสริมกัน: อาจรีดขีดความสามารถจากเทคโนโลยีกระบวนการที่มีอยู่ได้มากขึ้น แต่ยังต้องอาศัยความสามารถระดับสูงด้านการบอนดิง การวัดความเที่ยงตรง ระบบออกแบบอัตโนมัติ และการดำเนินการผลิต
ข้อเสนอ Kirin 2026 ของ Huawei เปลี่ยนจุดเน้นของการสเกลชิปไปสู่ การทำให้สัญญาณเดินทางสั้นลง ซิลิคอน 2 ชั้นที่เชื่อมด้วยไฮบริดบอนดิงอาจเพิ่มความหนาแน่นในการจัดวาง และลดทั้งความหน่วงกับพลังงานที่สูญเสียไปกับเส้นเชื่อมต่อยาว ๆ โดยเฉพาะในหน่วยทำงานแบบขนานและเคลื่อนย้ายข้อมูลมากอย่าง NPU และ GPU
แต่ตัวเลขพาดหัวอย่างความหนาแน่นทรานซิสเตอร์เชิงประสิทธิผลเพิ่มราว 55% และการใช้พลังงานลดลง 41% ที่ประสิทธิภาพเท่ากัน ยังเป็นคำกล่าวอ้างที่ Huawei รายงานเอง บทพิสูจน์จริงคือสถาปัตยกรรมนี้จะทำประสิทธิภาพตามสัญญา พร้อมผ่านโจทย์ความร้อน ผลผลิต และต้นทุน ในชิปมือถือที่ผลิตขายจำนวนมากได้หรือไม่ 2
3
7
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Huawei ระบุว่า LogicFolding แบบ 2 ชั้นของ Kirin 2026 เพิ่มความหนาแน่นทรานซิสเตอร์เชิงประสิทธิผลได้ราว 55% และลดการใช้พลังงาน 41% ที่ประสิทธิภาพเทียบเท่า Kirin 9030 Pro โดยใช้โหนดการผลิตเดียวกัน
Huawei ระบุว่า LogicFolding แบบ 2 ชั้นของ Kirin 2026 เพิ่มความหนาแน่นทรานซิสเตอร์เชิงประสิทธิผลได้ราว 55% และลดการใช้พลังงาน 41% ที่ประสิทธิภาพเทียบเท่า Kirin 9030 Pro โดยใช้โหนดการผลิตเดียวกัน แนวทางนี้ย้ายวงจรดิจิทัล อะนาล็อก และหน่วยความจำบางส่วนไปยังซิลิคอนที่ทำงานได้ 2 ชั้น เชื่อมแบบไฮบริดบอนดิง เพื่อลดการเดินสายแนวนอนยาว ๆ ให้กลายเป็นการเชื่อมต่อแนวตั้งระยะสั้น
งานขนส่งข้อมูลและงานขนานสูง เช่น NPU กับ GPU อาจได้ประโยชน์มากกว่า CPU ที่มีลำดับคำสั่งพึ่งพากัน ขณะที่การระบายความร้อน ผลผลิต ต้นทุน และความซับซ้อนในการผลิตยังเป็นโจทย์สำคัญ