คณะกรรมาธิการยุโรปกำลังขยับจากแนวคิดลดความเสี่ยงโดยสมัครใจ ไปสู่เครื่องมือที่อาจกำหนดภาระให้บริษัทในภาคส่วนสำคัญต้องเพิ่มความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน ร่าง “diversification instrument” มีเป้าหมายให้บริษัทเพิ่มจำนวนซัพพลายเออร์ เพื่อลดการพึ่งพาจีนที่กระจุกตัว ไม่ได้หมายถึงการย้ายฐานการผลิตกลับยุโรปทั้งหมด Industrial A...
เผยแพร่โดยรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How is the European Commission planning to use a proposed “diversification instrument,” alongside measures such as the Industrial Accelerato. Article summary: The Commission is moving from voluntary “de risking” toward tools that could impose supply chain resilience obligations on firms in critical sectors, while using EU purchasing power to favour European production.. Topic tags: general web, api, security, regulation, growth. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with
คณะกรรมาธิการยุโรปกำลังเปลี่ยนจากการ “ลดความเสี่ยง” (de-risking) ที่อาศัยความสมัครใจ ไปสู่มาตรการที่อาจกำหนดให้บริษัทในภาคส่วนสำคัญต้องเสริมความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทาน ขณะเดียวกัน อียูจะใช้กำลังซื้อและเงินสนับสนุนของภาครัฐเพื่อเพิ่มโอกาสให้การผลิตในยุโรป เป้าหมายระยะสั้นคือจำกัดความเสี่ยงจากการพึ่งพาจีนอย่างกระจุกตัว ส่วนเป้าหมายใหญ่กว่าคือปกป้องฐานอุตสาหกรรมยุโรป ท่ามกลางดุลการค้าที่แย่ลงและการแข่งขันโดยตรงจากจีนในตลาดที่ผู้ผลิตเยอรมันเคยครองความได้เปรียบ 1
3
4
เครื่องมือที่กำลังร่างภายใต้ชื่อ “diversification instrument” มีแนวคิดให้บริษัทในภาคส่วนสำคัญเพิ่มจำนวนผู้จัดหาวัตถุดิบหรือชิ้นส่วน เพื่อลดการพึ่งพาจีนมากเกินไป 17
สาระสำคัญจึงไม่ใช่การสั่งให้ทุกบริษัทนำการผลิตกลับมายังยุโรปทั้งหมด แต่เป็นการลดความเปราะบางจากการพึ่งแหล่งเดียวหรือประเทศเดียว โดยเฉพาะในห่วงโซ่อุปทานที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดสำคัญต่อสาธารณะ เช่น ภาคส่วนที่จะอยู่ภายใต้กฎ เกณฑ์การพึ่งพาที่ถือว่าสูงเกินไป หรือรูปแบบการบังคับใช้ จึงยังสรุปไม่ได้ว่ากฎจะเข้มงวดเพียงใด
อีกด้านหนึ่ง Industrial Accelerator Act (IAA) ซึ่งคณะกรรมาธิการยุโรปเสนอเมื่อเดือนมีนาคม 2026 เป็นมาตรการด้านอุปสงค์ โดยระดมการจัดซื้อจัดจ้างของรัฐและแรงจูงใจสาธารณะเพื่อเพิ่มความต้องการสินค้าคาร์บอนต่ำ สินค้าที่ผลิตในยุโรป และเทคโนโลยีสุทธิเป็นศูนย์ 1
3
กฎหมายดังกล่าวเสนอให้การจัดซื้อและโครงการสนับสนุนที่ใช้เงินสาธารณะในอุตสาหกรรมเชิงยุทธศาสตร์ มีเงื่อนไขด้าน “ผลิตในอียู” และ/หรือคาร์บอนต่ำ ซึ่งจะช่วยเสริมกำลังการผลิตภายในภูมิภาค 3 ในทางปฏิบัติ นี่คือการให้ความได้เปรียบแก่การผลิตของยุโรปเมื่อมีเงินรัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ใช่การห้ามนำเข้าสินค้าจีนแบบครอบจักรวาล
1
3
5
มาตรการทั้งสองจึงทำงานคนละด้านแต่หนุนกัน: เครื่องมือกระจายแหล่งจัดหามุ่งลดความเสี่ยงฝั่งวัตถุดิบและชิ้นส่วน ขณะที่ IAA สร้างตลาดรองรับสินค้าที่ผลิตในยุโรปและการลงทุนในอุตสาหกรรมสะอาด
อียูกังวลทั้งเรื่องการพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานเชิงยุทธศาสตร์และการเกินดุลสินค้าของจีนที่ขยายตัว สำหรับเยอรมนี ซึ่งมีเศรษฐกิจพึ่งพาการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมมูลค่าสูง การขาดดุลการค้ากับจีนเพิ่มเป็น €89.3 พันล้าน ณ ปลายเดือนสิงหาคม ขณะที่การส่งออกของเยอรมนีไปจีนในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 ลดลงมากกว่า 12% เมื่อเทียบรายปี เหลือต่ำกว่า €37 พันล้าน 6
7
โจทย์ไม่ได้มีเพียงจีนเป็นผู้ผลิตต้นทุนต่ำหรือเป็นตลาดส่งออกขนาดใหญ่ของยุโรปอีกต่อไป บริษัทจีนกำลังแข่งขันกับผู้ผลิตเยอรมันในรถยนต์ เครื่องจักรอุตสาหกรรม และผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ซับซ้อนขึ้น รวมถึงเทคโนโลยีการแพทย์ ซึ่งกระทบโมเดลธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการส่งออกของเยอรมนี
ภาคยานยนต์สะท้อนแรงกดดันได้ชัดเจน แม้อียูเริ่มใช้มาตรการภาษีตอบโต้การอุดหนุนกับรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่จากจีนตั้งแต่เดือนตุลาคม 2024 แต่ดุลการค้ารถยนต์นั่งส่วนบุคคลระหว่างอียูกับจีนกลับติดลบ €1.2 พันล้าน ในครึ่งแรกของปี 2025 2
แรงกดดันด้านการจ้างงานยังทำให้เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นการเมืองที่เร่งด่วนขึ้น Volkswagen ระบุว่าอาจต้องลดตำแหน่งงานเพิ่มราว 50,000 ตำแหน่ง ท่ามกลางการแข่งขันรุนแรงจากจีนและแรงกดดันทางการค้าข้ามแอตแลนติก 9 สำหรับบรัสเซลส์ ประเด็นจึงไม่ใช่เพียงสินค้านำเข้าที่เพิ่มขึ้น แต่คือการที่บริษัทจีนรุกเข้าสู่กลุ่มสินค้ามูลค่าสูง เช่น รถยนต์ สินค้าทุน และอุปกรณ์การแพทย์ ซึ่งยุโรปเคยคาดหวังจะรักษาความได้เปรียบด้านเทคโนโลยีและราคาไว้ได้
สหภาพยุโรปยังเดินหน้าทางการทูตควบคู่กับการเตรียมเครื่องมือภายในประเทศ เดนิส เรดอนเนต์ นำทีมเจรจาของอียูในกรุงปักกิ่งเพื่อหารือกับหน่วยงานพาณิชย์จีน รวมถึงหลิง จี รัฐมนตรีช่วยว่าการ โดยอียูต้องการให้มีมาตรการที่เป็นรูปธรรมเพื่อปรับสมดุลการค้าและรับมือการส่งออกสินค้าจีนที่เพิ่มขึ้น 56
ดิตเตอ ยููล ยอร์เกนเซน อธิบดีฝ่ายการค้าและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของคณะกรรมาธิการยุโรป ระบุว่าจีนมีส่วนร่วมในการหารือ แต่ย้ำว่าความท้าทายนั้น “ใหญ่มาก” และเธอมีแผนเดินทางไปปักกิ่งหลังภารกิจของเรดอนเนต์ 14
เส้นตายทางการเมืองอยู่ที่เดือนตุลาคม เมื่อกรรมาธิการยุโรปด้านการค้า มารอช เชฟโชวิช คาดว่าจะประเมินว่าจีนให้ “ผลลัพธ์ที่จับต้องได้” หรือไม่ หากความคืบหน้าไม่เพียงพอ บรัสเซลส์ส่งสัญญาณว่าอาจหันไปใช้มาตรการป้องกันทางการค้าแบบฝ่ายเดียวมากขึ้น 56
อย่างไรก็ดี การปรับสมดุลเชิงโครงสร้างทำได้ยาก เพราะจะต้องให้จีนเปลี่ยนนโยบายที่เกี่ยวข้องกับกำลังการผลิตส่วนเกิน การผลิตที่ได้รับการอุดหนุน และการเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยการส่งออก ซึ่งไกลเกินกว่าข้อตกลงซื้อสินค้าเป็นครั้งคราวหรือกลไกติดตามข้อมูลเพียงอย่างเดียว 5 จีนเองก็ระบุว่าการเจรจากับอียูไม่ควรตั้งอยู่บนข้อเรียกร้องฝ่ายเดียว
ดังนั้น การเจรจาครั้งนี้จึงเป็นทั้งการทูตและเครื่องมือสร้างแรงกดดัน: อียูกำลังทดสอบว่าปักกิ่งจะยอมให้สัมปทานที่น่าเชื่อถือก่อนถึงเดือนตุลาคมหรือไม่ ขณะเดียวกันก็เตรียมกฎด้านห่วงโซ่อุปทาน นโยบายอุตสาหกรรม และมาตรการการค้าไว้รองรับหากการเจรจาไม่เกิดผล
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
คณะกรรมาธิการยุโรปกำลังขยับจากแนวคิดลดความเสี่ยงโดยสมัครใจ ไปสู่เครื่องมือที่อาจกำหนดภาระให้บริษัทในภาคส่วนสำคัญต้องเพิ่มความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน
คณะกรรมาธิการยุโรปกำลังขยับจากแนวคิดลดความเสี่ยงโดยสมัครใจ ไปสู่เครื่องมือที่อาจกำหนดภาระให้บริษัทในภาคส่วนสำคัญต้องเพิ่มความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน ร่าง “diversification instrument” มีเป้าหมายให้บริษัทเพิ่มจำนวนซัพพลายเออร์ เพื่อลดการพึ่งพาจีนที่กระจุกตัว ไม่ได้หมายถึงการย้ายฐานการผลิตกลับยุโรปทั้งหมด
Industrial Accelerator Act จะใช้การจัดซื้อและแรงจูงใจจากภาครัฐ หนุนสินค้าคาร์บอนต่ำ เทคโนโลยีสุทธิเป็นศูนย์ และการผลิตในยุโรป