รัสเซียปรับลดคาดการณ์การผลิตน้ำมันดิบปี 2026 เหลือ 494.2 ล้านตัน ต่ำสุดนับจากปี 2009 หลังเผชิญข้อจำกัดการส่งออก มาตรการคว่ำบาตร และความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน การโจมตีที่กระทบหน่วยแปรรูปขั้นรองของโรงกลั่นส่งผลต่อผลผลิตดีเซลและเชื้อเพลิงมูลค่าสูงโดยตรง โดยการผลิตดีเซลลดลงราว 10% ทั้งในเดือนเมษายนและพฤษภาคม...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How are sustained Ukrainian drone strikes and resulting “unscheduled maintenance” affecting Russia’s oil production and refinery operations—. Article summary: Ukraine’s sustained strikes are creating a compounding oil sector constraint for Russia: damaged refinery units cut fuel output, force crude production curtailments when storage and export routes tighten, and shift the p. Topic tags: general web, workflow, regulation, marketing, manufacturing. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, wat
ภาพรวมไม่ได้เป็นเพียงการหยุดซ่อมเป็นครั้งคราวอีกต่อไป การโจมตีด้วยโดรนของยูเครนอย่างต่อเนื่องกำลังสร้างข้อจำกัดที่ส่งผลเป็นลูกโซ่ต่อภาคน้ำมันของรัสเซีย: โรงกลั่นที่เสียหายผลิตเชื้อเพลิงได้น้อยลง ขณะที่ผู้ผลิตน้ำมันดิบอาจต้องลดกำลังผลิตเมื่อพื้นที่เก็บ ระบบท่าเรือ เรือบรรทุก และช่องทางส่งออกตึงตัว
รองนายกรัฐมนตรี อเล็กซานเดอร์ โนวัค ระบุว่าการลดลงเป็นเพียงชั่วคราวและการผลิตจะฟื้นเมื่อโรงกลั่นกลับมาเดินเครื่องได้ แต่การซ่อมแต่ละครั้งอาจฟื้นได้ไม่เต็มที่หรือถูกโจมตีซ้ำ ความเสี่ยงจึงไม่ได้อยู่ที่โรงกลั่นแห่งใดแห่งหนึ่งหยุดนานเท่าไรเท่านั้น แต่อยู่ที่ความไม่แน่นอนของระบบทั้งห่วงโซ่อุปทาน
ตัวเลข 511 ล้านตัน คือประมาณการเมื่อเดือนพฤษภาคมสำหรับผลผลิตน้ำมันดิบและคอนเดนเสทของรัสเซียในปี 2026 ซึ่งขณะนั้นคาดว่าแทบไม่เปลี่ยนจากปีก่อน ไม่ใช่ตัวเลขคาดการณ์ต่ำสุดในรอบ 17 ปี
ต่อมา ร่างประมาณการกรณีฐานของรัฐบาลรัสเซียปรับลดผลผลิตน้ำมันดิบปี 2026 เหลือราว 494.2 ล้านตัน หรือประมาณ 9.88 ล้านบาร์เรลต่อวัน ลดลง 17.2 ล้านตันจากประมาณการเดิม และเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2009 17 นี่เป็นสัญญาณว่าผลกระทบไม่ได้ถูกมองเป็นปัญหาการเดินเครื่องระยะสั้นเพียงอย่างเดียว
เมื่อโรงกลั่นรับน้ำมันดิบไปแปรรูปได้น้อยลง ความต้องการน้ำมันดิบภายในประเทศก็ลดลงตามปริมาณที่หยุดเดินเครื่อง ในทางทฤษฎี ผู้ผลิตสามารถหันไปส่งออกน้ำมันดิบแทนได้ แต่ในทางปฏิบัติ การทำเช่นนั้นถูกจำกัดด้วยคลังเก็บ ท่าเรือ การขนส่งทางเรือ และข้อจำกัดการค้าจากมาตรการคว่ำบาตร
สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ หรือ IEA ปรับลดมุมมองผลผลิตน้ำมันรัสเซีย โดยคาดว่าการผลิตในปี 2026 จะลดลงราว 3% เหลือ 8.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากผลของการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน ขณะที่ Rystad Energy ปรับคาดการณ์ผลผลิตน้ำมันดิบรัสเซียปี 2026 ลงเป็นเฉลี่ย 8.95 ล้านบาร์เรลต่อวัน และคาดว่าปี 2027 จะลดลงมาใกล้ 8.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยอ้างทั้งการโจมตีโรงกลั่น ท่าเรือ และเรือบรรทุก ควบคู่กับมาตรการคว่ำบาตรที่เข้มงวดขึ้น
ความเสียหายต่อหน่วยกลั่นน้ำมันดิบขั้นต้นมีความสำคัญ แต่การโจมตีหน่วยแปรรูปขั้นรองและขั้นลึกยิ่งส่งผลต่อผลผลิตเชื้อเพลิงที่ตลาดต้องการ เช่น ดีเซล เบนซิน และเชื้อเพลิงอากาศยาน เพราะหน่วยเหล่านี้เป็นตัวกำหนดสัดส่วนผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงที่ได้จากน้ำมันดิบแต่ละบาร์เรล 21
Reuters ประเมินว่า การโจมตีระหว่างเดือนมกราคมถึงพฤษภาคมทำให้กำลังการกลั่นราว 700,000 บาร์เรลต่อวัน หยุดชะงัก ครอบคลุมโรงกลั่น 16 แห่ง โดยบางแห่งถูกโจมตีมากกว่าหนึ่งครั้ง 18 ต่อมา โรงกลั่นหลักในรัสเซียตอนกลางจำนวนมากต้องหยุดหรือปรับลดการผลิต โดยกำลังการผลิตของโรงกลั่นที่หยุดทั้งหมดหรือบางส่วนรวมกันเกิน 83 ล้านตันต่อปี
19
ผลกระทบต่อดีเซลเห็นได้ชัด: ผลผลิตดีเซลของรัสเซียลดลงราว 10% เมื่อเทียบรายเดือนในเดือนเมษายน และลดลงอีกราว 10% ในเดือนพฤษภาคม หลังโรงกลั่นลดหรือหยุดการเดินเครื่อง 20 ช่วงปลายฤดูร้อน อัตราการแปรรูปน้ำมันรายวันของประเทศลงสู่ระดับต่ำที่สุดในรอบหลายปี
3
รัสเซียเริ่มห้ามส่งออกดีเซลในเดือนกรกฎาคมเพื่อเพิ่มอุปทานภายในประเทศ โดยโนวัคกล่าวว่ารัสเซียจะเริ่มนำเข้าเชื้อเพลิงด้วย 4 ต่อมารัฐบาลขยายมาตรการถึงวันที่ 30 กันยายน ครอบคลุมดีเซล เชื้อเพลิงเรือ และก๊าซออยล์ โดยระบุว่ามีเป้าหมายรักษาเสถียรภาพตลาดเชื้อเพลิงภายในประเทศ
2
มาตรการเช่นนี้มีนัยสำคัญ เพราะชี้ว่าปริมาณเชื้อเพลิงที่ผลิตได้ต้องถูกกันไว้ให้ตลาดในประเทศก่อน รายงานต่าง ๆ ระบุถึงการจำกัดการขาย ราคาสูงขึ้น คิวเติมน้ำมัน และการปันส่วนในหลายพื้นที่ 5
3 ดังนั้น แม้โรงกลั่นบางแห่งจะซ่อมเสร็จ แต่ผู้ส่งออกอาจยังไม่สามารถกลับมาส่งขายต่างประเทศได้ตามปกติ หากรัฐบาลยังต้องให้ความสำคัญกับความมั่นคงด้านเชื้อเพลิงในประเทศ
หลังสหภาพยุโรปจำกัดการนำเข้าผลิตภัณฑ์น้ำมันจากรัสเซีย ยุโรปซื้อน้ำมันดีเซลจากรัสเซียโดยตรงน้อยลงมาก แต่ไม่ได้หมายความว่าตลาดยุโรปปลอดผลกระทบ
ดีเซลรัสเซียที่หายไปทำให้ผู้ซื้อในตุรกี แอฟริกาเหนือ ลาตินอเมริกา และตลาดอื่นต้องหาแหล่งทดแทน แล้วไปแข่งขันซื้อสินค้าจากแหล่งเดียวกับที่ยุโรปอาจพึ่งพา ผลที่ต้องจับตาจึงไม่ใช่เฉพาะเส้นทางส่งออกจากรัสเซียสู่ยุโรป แต่คือภาวะตึงตัวของตลาด middle distillates หรือกลุ่มผลิตภัณฑ์กลั่นช่วงกลาง ได้แก่ ดีเซล เชื้อเพลิงอากาศยาน น้ำมันเรือ และน้ำมันทำความร้อน
การห้ามส่งออกดีเซลครั้งแรกของรัสเซียเกิดขึ้นพร้อมกับราคาดีเซลโลกที่พุ่งสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายปี 7 Kpler ระบุว่าการส่งออกดีเซลรัสเซียที่ลดลงทำให้ส่วนต่างกำไรของผลิตภัณฑ์กลั่นกลุ่มกลางในแอตแลนติกตึงตัวขึ้น
หากการซ่อมแซมทำได้รวดเร็วและการโจมตีลดความถี่ลง รัสเซียยังมีโอกาสฟื้นทั้งการกลั่นและการผลิตน้ำมันดิบบางส่วน แต่หากการโจมตียังเกิดซ้ำในอัตราใกล้เคียงเดิม ปัญหาจะกลายเป็นความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง: ต้นทุนซ่อมและการจัดหาอะไหล่สูงขึ้น โรงกลั่นต้องเดินเครื่องอย่างระมัดระวังขึ้น สต็อกเชื้อเพลิงถูกเก็บไว้ใช้ภายในประเทศมากขึ้น และการผลิตน้ำมันดิบถูกจำกัดโดยช่องทางระบายสินค้า
กล่าวโดยสรุป คำอธิบายว่าเป็นภาวะชั่วคราวอาจเป็นจริงสำหรับการซ่อมโรงกลั่นแต่ละครั้ง ทว่าเมื่อเกิดการโจมตีซ้ำ ความเสียหายต่อกำลังกลั่น การห้ามส่งออก และการปรับลดคาดการณ์ผลผลิตเกิดขึ้นพร้อมกัน ผลกระทบต่อรัสเซียและตลาดดีเซลโลกย่อมมีแนวโน้มยืดเยื้อกว่าความหมายของคำว่า “ชั่วคราว” 17
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
รัสเซียปรับลดคาดการณ์การผลิตน้ำมันดิบปี 2026 เหลือ 494.2 ล้านตัน ต่ำสุดนับจากปี 2009 หลังเผชิญข้อจำกัดการส่งออก มาตรการคว่ำบาตร และความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน
รัสเซียปรับลดคาดการณ์การผลิตน้ำมันดิบปี 2026 เหลือ 494.2 ล้านตัน ต่ำสุดนับจากปี 2009 หลังเผชิญข้อจำกัดการส่งออก มาตรการคว่ำบาตร และความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน การโจมตีที่กระทบหน่วยแปรรูปขั้นรองของโรงกลั่นส่งผลต่อผลผลิตดีเซลและเชื้อเพลิงมูลค่าสูงโดยตรง โดยการผลิตดีเซลลดลงราว 10% ทั้งในเดือนเมษายนและพฤษภาคม
การห้ามส่งออกดีเซลเพื่อพยุงตลาดในประเทศช่วยสะท้อนแรงกดดันด้านอุปทาน และทำให้สมดุลตลาดผลิตภัณฑ์กลั่นกลุ่มกลางของโลกตึงตัวขึ้น