Goldman Sachs มองว่าดีลใหม่ช่วยเพิ่มกำลังผลิตได้ แต่ยังไม่พอจะซ่อมและยกระดับระบบน้ำมันทั้งประเทศให้รองรับมากกว่า 2 ล้านบาร์เรลต่อวันอย่างยั่งยืนภายในไม่กี่ปี คอขวดไม่ได้อยู่ที่ปริมาณน้ำมันสำรอง แต่อยู่ที่เงินทุน เวลา บุคลากร โครงข่ายไฟฟ้า ท่อส่ง โรงปรับคุณภาพน้ำมัน ท่าเรือ และความแน่นอนด้านนโยบาย กรณีฐานที่การผลิตแต...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Why does Goldman Sachs expect Venezuela’s crude oil production to keep rising but remain below its pre 2018 level of more than 2 million bar. Article summary: Goldman’s view is that the new deals can raise Venezuelan output from its current roughly 1.1–1.25 million bpd base, but they cannot quickly rebuild the entire oil system needed to sustain more than 2 million bpd.. Topic tags: general web, workflow, regulation, growth, manufacturing. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, c
Goldman Sachs ไม่ได้ปฏิเสธว่าการผลิตน้ำมันดิบของเวเนซุเอลาจะเพิ่มขึ้นจากระดับปัจจุบันราว 1.1–1.25 ล้านบาร์เรลต่อวัน แต่ประเมินว่าประเทศยังไม่น่ากลับไปผลิตได้เกิน 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับก่อนปี 2018 ภายในไม่กี่ปีข้างหน้า เหตุผลหลักคือ เวเนซุเอลาไม่ได้ขาดน้ำมันใต้ดิน แต่ขาดระบบที่พร้อมเปลี่ยนน้ำมันสำรองให้เป็นปริมาณส่งออกที่ผลิตได้อย่างต่อเนื่องและเชื่อถือได้
ข้อตกลงรอบใหม่กับบริษัทต่างชาติสามารถเร่งการฟื้นตัวในแหล่งผลิตเดิมได้ เช่น ซ่อมบ่อที่มีอยู่ จัดหาสารเจือจางสำหรับน้ำมันดิบหนักมากของเวเนซุเอลา ซ่อมอุปกรณ์ และยกระดับการเดินเครื่อง
Chevron ระบุแผนลงทุนมากกว่า 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเพิ่มการผลิตของตนในเวเนซุเอลาเป็นราว 600,000 บาร์เรลต่อวันภายใน 5 ปี ผ่านการขยายกิจการร่วมค้ากับบริษัทน้ำมันแห่งรัฐ PDVSA ขณะที่ Eni, GE Vernova และ Chevron เป็นส่วนหนึ่งของชุดข้อตกลงด้านพลังงานที่มีเป้าหมายเพิ่มการผลิตน้ำมันดิบและขีดความสามารถด้านพลังงาน 17
18
นั่นหมายความว่า ผลผลิตอาจขยับขึ้นได้จริงในระยะต้น โดยเฉพาะจากการกู้คืนกำลังผลิตที่สูญหายไปในสินทรัพย์เดิม แต่การเพิ่มผลผลิตเฉพาะจุดไม่เท่ากับการฟื้นฟูระบบน้ำมันระดับประเทศทั้งหมด
การผลิตน้ำมันของเวเนซุเอลาร่วงลงต่ำกว่า 1 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงปลายทศวรรษ 2010 จากปัจจัยสะสม ทั้งการบริหารจัดการที่ผิดพลาด การบำรุงรักษาที่ไม่เพียงพอ การลงทุนลดลง การขาดแคลนอุปกรณ์และสารเจือจาง ตลอดจนมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ 1
5
ดังนั้น การฟื้นตัวไม่ใช่แค่ขุดเจาะเพิ่ม แต่ต้องซ่อมหรือยกระดับระบบรวบรวมน้ำมัน ท่อส่ง โรงปรับคุณภาพน้ำมันดิบ ถังเก็บ ท่าเรือส่งออก โรงกลั่น และแหล่งจ่ายไฟที่ใช้เดินเครื่องทั้งหมด
ข้อมูลการขนส่งและแหล่งข่าวในอุตสาหกรรมระบุว่า ท่าเรือน้ำมันที่เก่าและทรุดโทรมของเวเนซุเอลากลายเป็นข้อจำกัดโดยพฤตินัยต่อการส่งออก เรือบรรทุกน้ำมันบางลำต้องรอโหลดนานถึง 30 วัน จากปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน ไฟฟ้าดับ และคุณภาพน้ำมันดิบ อีกทั้ง PDVSA และพันธมิตรไม่สามารถส่งออกได้เกินราว 1.25 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในช่วงที่ผ่านมา แม้การผลิตและอุปสงค์โลกจะสูงขึ้น 2
กล่าวอีกแบบหนึ่ง ต่อให้ผลิตจากบ่อได้มากขึ้น น้ำมันก็อาจติดค้างในระบบ หรือถูกขายในราคาต่ำ หากท่าเรือ ความสามารถในการผสมน้ำมัน และระบบขนส่งไม่ขยายตามทัน
การผลิตน้ำมันต้องใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ปั๊ม คอมเพรสเซอร์ ระบบจัดการน้ำ การปรับคุณภาพน้ำมัน ไปจนถึงการขนถ่ายขึ้นเรือ ปัญหาการผลิตและจ่ายไฟของเวเนซุเอลาเคยขัดขวางทั้งกิจการน้ำมันและเหมืองแร่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า 4
นี่ทำให้การลงทุนในแหล่งผลิตเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากระบบไฟฟ้ายังไม่มั่นคง การเพิ่มกำลังผลิตระดับประเทศก็ยากจะรักษาไว้ได้
บริษัทต่างชาติอาจยกระดับผลการดำเนินงานของกิจการร่วมค้าบางแห่งได้ แต่ PDVSA ยังคงมีบทบาทสำคัญต่อการเข้าถึงแหล่งผลิต โครงสร้างพื้นฐาน และการดำเนินการเชิงพาณิชย์ทั่วประเทศ มรดกของการบำรุงรักษาที่ล่าช้าและการจัดสรรเงินทุนที่ไม่มีประสิทธิภาพ จึงทำให้การฟื้นตัวทั้งระบบช้ากว่าที่พาดหัวข่าวจากดีลใหม่อาจชวนให้คาดหวัง 1
5
Goldman Sachs: คาดว่าผลผลิตจะค่อย ๆ เพิ่ม แต่ยังไม่กลับสู่มากกว่า 2 ล้านบาร์เรลต่อวันในอีกไม่กี่ปี เพราะการซ่อมโครงสร้างพื้นฐานและแก้ปัญหาโครงข่ายไฟฟ้าต้องใช้ต้นทุนและเวลา
Chris Wright รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯ: มีมุมมองเชิงบวกกว่ามาก โดยคาดว่าการผลิตจะเพิ่ม 50% ภายใน 12–18 เดือน สูงกว่า 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวันในครึ่งแรกของปีหน้า และเกิน 2 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในปี 2030 หากคำนวณจากฐาน 1.2–1.25 ล้านบาร์เรลต่อวัน การเพิ่ม 50% หมายถึงราว 1.8–1.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งต้องอาศัยการดำเนินโครงการ การขยายโครงสร้างพื้นฐาน และการแก้ปัญหาไฟฟ้าที่รวดเร็วมาก
กรณีฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป: ระดับประมาณ 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2028 สอดคล้องกับกรอบคิดระมัดระวังมากกว่า เพราะยอมรับว่าผลผลิตเพิ่มได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยไม่ตั้งสมมติฐานว่าคอขวดทุกจุดจะหายไปในเวลาอันสั้น ทั้งนี้ นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมเคยประเมินว่าการเพิ่มได้ถึง 500,000 บาร์เรลต่อวันใน 2 ปี ต้องมีเสถียรภาพทางการเมืองและการลงทุนขนาดใหญ่จากสหรัฐฯ 20
การกลับสู่ 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน: เป็นโจทย์อีกระดับหนึ่ง Rystad Energy ประเมินว่าต้องใช้เงินลงทุนราว 183 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงปี 2026–2040 โดยในจำนวนนี้ราว 53 พันล้านดอลลาร์ เป็นเพียงเงินที่ต้องใช้รักษาการผลิตปัจจุบันไว้ และคาดการณ์เส้นทางสู่ 2 ล้านบาร์เรลต่อวันราวปี 2032 กับ 3 ล้านบาร์เรลต่อวันราวปี 2040 11
13 Bloomberg ยังรายงานการประเมินของ Rystad ว่าการกลับสู่ระดับสูงสุดในอดีตอาจใช้เวลาหลายทศวรรษ
3
ความเห็นที่ต่างกันไม่ได้อยู่ที่ว่าเวเนซุเอลามีศักยภาพเพิ่มการผลิตหรือไม่ แต่เป็นเรื่องของสมมติฐานต่อ จังหวะเวลาและความสามารถในการลงมือทำจริง
Goldman Sachs มองว่าดีลกับต่างชาติและข้อตกลงสหรัฐฯ–เวเนซุเอลาเป็นแรงหนุนสำคัญต่อการเพิ่มผลผลิต แต่ยังไม่เพียงพอจะลบข้อจำกัดระดับประเทศได้ในไม่กี่ปี ขณะที่มุมมองของ Chris Wright ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าการลงทุน การอนุมัติโครงการ และความร่วมมือทางการเมืองจะปลดล็อกการเพิ่มกำลังผลิตได้เร็วกว่าอย่างมาก
สำหรับเป้าหมายราว 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในปี 2028 ถือเป็นเส้นทางที่ใกล้กับความระมัดระวังของ Goldman มากที่สุด ส่วนการกลับไปถึง 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ต้องอาศัยเงินทุนต่อเนื่อง การฟื้นฟูสถาบันและ PDVSA รวมถึงการสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่เป็นเวลานานกว่าทศวรรษ
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Goldman Sachs มองว่าดีลใหม่ช่วยเพิ่มกำลังผลิตได้ แต่ยังไม่พอจะซ่อมและยกระดับระบบน้ำมันทั้งประเทศให้รองรับมากกว่า 2 ล้านบาร์เรลต่อวันอย่างยั่งยืนภายในไม่กี่ปี
Goldman Sachs มองว่าดีลใหม่ช่วยเพิ่มกำลังผลิตได้ แต่ยังไม่พอจะซ่อมและยกระดับระบบน้ำมันทั้งประเทศให้รองรับมากกว่า 2 ล้านบาร์เรลต่อวันอย่างยั่งยืนภายในไม่กี่ปี คอขวดไม่ได้อยู่ที่ปริมาณน้ำมันสำรอง แต่อยู่ที่เงินทุน เวลา บุคลากร โครงข่ายไฟฟ้า ท่อส่ง โรงปรับคุณภาพน้ำมัน ท่าเรือ และความแน่นอนด้านนโยบาย
กรณีฐานที่การผลิตแตะราว 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2028 ใกล้เคียงมุมมองระมัดระวังของ Goldman มากกว่าการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วสู่ระดับสูงกว่า 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน
Goldman Sachs มองว่าดีลใหม่ช่วยเพิ่มกำลังผลิตได้ แต่ยังไม่พอจะซ่อมและยกระดับระบบน้ำมันทั้งประเทศให้รองรับมากกว่า 2 ล้านบาร์เรลต่อวันอย่างยั่งยืนภายในไม่กี่ปี คอขวดไม่ได้อยู่ที่ปริมาณน้ำมันสำรอง แต่อยู่ที่เงินทุน เวลา บุคลากร โครงข่ายไฟฟ้า ท่อส่ง โรงปรับคุณภาพน้ำมัน ท่าเรือ และความแน่นอนด้านนโยบาย กรณีฐานที่การผลิตแต...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Why does Goldman Sachs expect Venezuela’s crude oil production to keep rising but remain below its pre 2018 level of more than 2 million bar. Article summary: Goldman’s view is that the new deals can raise Venezuelan output from its current roughly 1.1–1.25 million bpd base, but they cannot quickly rebuild the entire oil system needed to sustain more than 2 million bpd.. Topic tags: general web, workflow, regulation, growth, manufacturing. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, c
Goldman Sachs ไม่ได้ปฏิเสธว่าการผลิตน้ำมันดิบของเวเนซุเอลาจะเพิ่มขึ้นจากระดับปัจจุบันราว 1.1–1.25 ล้านบาร์เรลต่อวัน แต่ประเมินว่าประเทศยังไม่น่ากลับไปผลิตได้เกิน 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับก่อนปี 2018 ภายในไม่กี่ปีข้างหน้า เหตุผลหลักคือ เวเนซุเอลาไม่ได้ขาดน้ำมันใต้ดิน แต่ขาดระบบที่พร้อมเปลี่ยนน้ำมันสำรองให้เป็นปริมาณส่งออกที่ผลิตได้อย่างต่อเนื่องและเชื่อถือได้
ข้อตกลงรอบใหม่กับบริษัทต่างชาติสามารถเร่งการฟื้นตัวในแหล่งผลิตเดิมได้ เช่น ซ่อมบ่อที่มีอยู่ จัดหาสารเจือจางสำหรับน้ำมันดิบหนักมากของเวเนซุเอลา ซ่อมอุปกรณ์ และยกระดับการเดินเครื่อง
Chevron ระบุแผนลงทุนมากกว่า 7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเพิ่มการผลิตของตนในเวเนซุเอลาเป็นราว 600,000 บาร์เรลต่อวันภายใน 5 ปี ผ่านการขยายกิจการร่วมค้ากับบริษัทน้ำมันแห่งรัฐ PDVSA ขณะที่ Eni, GE Vernova และ Chevron เป็นส่วนหนึ่งของชุดข้อตกลงด้านพลังงานที่มีเป้าหมายเพิ่มการผลิตน้ำมันดิบและขีดความสามารถด้านพลังงาน 17
18
นั่นหมายความว่า ผลผลิตอาจขยับขึ้นได้จริงในระยะต้น โดยเฉพาะจากการกู้คืนกำลังผลิตที่สูญหายไปในสินทรัพย์เดิม แต่การเพิ่มผลผลิตเฉพาะจุดไม่เท่ากับการฟื้นฟูระบบน้ำมันระดับประเทศทั้งหมด
การผลิตน้ำมันของเวเนซุเอลาร่วงลงต่ำกว่า 1 ล้านบาร์เรลต่อวันในช่วงปลายทศวรรษ 2010 จากปัจจัยสะสม ทั้งการบริหารจัดการที่ผิดพลาด การบำรุงรักษาที่ไม่เพียงพอ การลงทุนลดลง การขาดแคลนอุปกรณ์และสารเจือจาง ตลอดจนมาตรการคว่ำบาตรระหว่างประเทศ 1
5
ดังนั้น การฟื้นตัวไม่ใช่แค่ขุดเจาะเพิ่ม แต่ต้องซ่อมหรือยกระดับระบบรวบรวมน้ำมัน ท่อส่ง โรงปรับคุณภาพน้ำมันดิบ ถังเก็บ ท่าเรือส่งออก โรงกลั่น และแหล่งจ่ายไฟที่ใช้เดินเครื่องทั้งหมด
ข้อมูลการขนส่งและแหล่งข่าวในอุตสาหกรรมระบุว่า ท่าเรือน้ำมันที่เก่าและทรุดโทรมของเวเนซุเอลากลายเป็นข้อจำกัดโดยพฤตินัยต่อการส่งออก เรือบรรทุกน้ำมันบางลำต้องรอโหลดนานถึง 30 วัน จากปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน ไฟฟ้าดับ และคุณภาพน้ำมันดิบ อีกทั้ง PDVSA และพันธมิตรไม่สามารถส่งออกได้เกินราว 1.25 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในช่วงที่ผ่านมา แม้การผลิตและอุปสงค์โลกจะสูงขึ้น 2
กล่าวอีกแบบหนึ่ง ต่อให้ผลิตจากบ่อได้มากขึ้น น้ำมันก็อาจติดค้างในระบบ หรือถูกขายในราคาต่ำ หากท่าเรือ ความสามารถในการผสมน้ำมัน และระบบขนส่งไม่ขยายตามทัน
การผลิตน้ำมันต้องใช้ไฟฟ้าตั้งแต่ปั๊ม คอมเพรสเซอร์ ระบบจัดการน้ำ การปรับคุณภาพน้ำมัน ไปจนถึงการขนถ่ายขึ้นเรือ ปัญหาการผลิตและจ่ายไฟของเวเนซุเอลาเคยขัดขวางทั้งกิจการน้ำมันและเหมืองแร่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า 4
นี่ทำให้การลงทุนในแหล่งผลิตเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากระบบไฟฟ้ายังไม่มั่นคง การเพิ่มกำลังผลิตระดับประเทศก็ยากจะรักษาไว้ได้
บริษัทต่างชาติอาจยกระดับผลการดำเนินงานของกิจการร่วมค้าบางแห่งได้ แต่ PDVSA ยังคงมีบทบาทสำคัญต่อการเข้าถึงแหล่งผลิต โครงสร้างพื้นฐาน และการดำเนินการเชิงพาณิชย์ทั่วประเทศ มรดกของการบำรุงรักษาที่ล่าช้าและการจัดสรรเงินทุนที่ไม่มีประสิทธิภาพ จึงทำให้การฟื้นตัวทั้งระบบช้ากว่าที่พาดหัวข่าวจากดีลใหม่อาจชวนให้คาดหวัง 1
5
Goldman Sachs: คาดว่าผลผลิตจะค่อย ๆ เพิ่ม แต่ยังไม่กลับสู่มากกว่า 2 ล้านบาร์เรลต่อวันในอีกไม่กี่ปี เพราะการซ่อมโครงสร้างพื้นฐานและแก้ปัญหาโครงข่ายไฟฟ้าต้องใช้ต้นทุนและเวลา
Chris Wright รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯ: มีมุมมองเชิงบวกกว่ามาก โดยคาดว่าการผลิตจะเพิ่ม 50% ภายใน 12–18 เดือน สูงกว่า 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวันในครึ่งแรกของปีหน้า และเกิน 2 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในปี 2030 หากคำนวณจากฐาน 1.2–1.25 ล้านบาร์เรลต่อวัน การเพิ่ม 50% หมายถึงราว 1.8–1.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งต้องอาศัยการดำเนินโครงการ การขยายโครงสร้างพื้นฐาน และการแก้ปัญหาไฟฟ้าที่รวดเร็วมาก
กรณีฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป: ระดับประมาณ 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2028 สอดคล้องกับกรอบคิดระมัดระวังมากกว่า เพราะยอมรับว่าผลผลิตเพิ่มได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยไม่ตั้งสมมติฐานว่าคอขวดทุกจุดจะหายไปในเวลาอันสั้น ทั้งนี้ นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมเคยประเมินว่าการเพิ่มได้ถึง 500,000 บาร์เรลต่อวันใน 2 ปี ต้องมีเสถียรภาพทางการเมืองและการลงทุนขนาดใหญ่จากสหรัฐฯ 20
การกลับสู่ 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน: เป็นโจทย์อีกระดับหนึ่ง Rystad Energy ประเมินว่าต้องใช้เงินลงทุนราว 183 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วงปี 2026–2040 โดยในจำนวนนี้ราว 53 พันล้านดอลลาร์ เป็นเพียงเงินที่ต้องใช้รักษาการผลิตปัจจุบันไว้ และคาดการณ์เส้นทางสู่ 2 ล้านบาร์เรลต่อวันราวปี 2032 กับ 3 ล้านบาร์เรลต่อวันราวปี 2040 11
13 Bloomberg ยังรายงานการประเมินของ Rystad ว่าการกลับสู่ระดับสูงสุดในอดีตอาจใช้เวลาหลายทศวรรษ
3
ความเห็นที่ต่างกันไม่ได้อยู่ที่ว่าเวเนซุเอลามีศักยภาพเพิ่มการผลิตหรือไม่ แต่เป็นเรื่องของสมมติฐานต่อ จังหวะเวลาและความสามารถในการลงมือทำจริง
Goldman Sachs มองว่าดีลกับต่างชาติและข้อตกลงสหรัฐฯ–เวเนซุเอลาเป็นแรงหนุนสำคัญต่อการเพิ่มผลผลิต แต่ยังไม่เพียงพอจะลบข้อจำกัดระดับประเทศได้ในไม่กี่ปี ขณะที่มุมมองของ Chris Wright ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าการลงทุน การอนุมัติโครงการ และความร่วมมือทางการเมืองจะปลดล็อกการเพิ่มกำลังผลิตได้เร็วกว่าอย่างมาก
สำหรับเป้าหมายราว 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในปี 2028 ถือเป็นเส้นทางที่ใกล้กับความระมัดระวังของ Goldman มากที่สุด ส่วนการกลับไปถึง 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ต้องอาศัยเงินทุนต่อเนื่อง การฟื้นฟูสถาบันและ PDVSA รวมถึงการสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่เป็นเวลานานกว่าทศวรรษ
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Goldman Sachs มองว่าดีลใหม่ช่วยเพิ่มกำลังผลิตได้ แต่ยังไม่พอจะซ่อมและยกระดับระบบน้ำมันทั้งประเทศให้รองรับมากกว่า 2 ล้านบาร์เรลต่อวันอย่างยั่งยืนภายในไม่กี่ปี
Goldman Sachs มองว่าดีลใหม่ช่วยเพิ่มกำลังผลิตได้ แต่ยังไม่พอจะซ่อมและยกระดับระบบน้ำมันทั้งประเทศให้รองรับมากกว่า 2 ล้านบาร์เรลต่อวันอย่างยั่งยืนภายในไม่กี่ปี คอขวดไม่ได้อยู่ที่ปริมาณน้ำมันสำรอง แต่อยู่ที่เงินทุน เวลา บุคลากร โครงข่ายไฟฟ้า ท่อส่ง โรงปรับคุณภาพน้ำมัน ท่าเรือ และความแน่นอนด้านนโยบาย
กรณีฐานที่การผลิตแตะราว 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2028 ใกล้เคียงมุมมองระมัดระวังของ Goldman มากกว่าการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วสู่ระดับสูงกว่า 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน