คาร์นีย์ระงับการเจรจา และแคนาดาเตรียมเก็บภาษีตอบโต้สินค้าสหรัฐฯ มูลค่าราว 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ แบบมูลค่าเท่ากัน เริ่ม 8 กันยายน นโยบายไม่ได้มีแค่การตอบโต้ทางภาษี: ออตตาวาทุ่มกว่า 4.7 พันล้านดอลลาร์แคนาดาเพื่อรถโดยสาร VIA Rail ที่ผลิตในประเทศ และเดินหน้าดึงการลงทุนกับขยายตลาดการค้าใหม่ คาร์นีย์ยอมรับว่าภาษีตอบโต้ท...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How is Canadian Prime Minister Mark Carney responding to the collapsed U.S.–Canada trade talks and looming Canadian counter-tariffs—covering. Article summary: Carney’s response is a mix of a hard negotiating line, retaliation calibrated to create U.S. political pressure, and a longer-term industrial strategy to reduce Canada’s exposure to the U.S. market. He says talks will no. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับแคนาดาที่ล้มลง ทำให้นายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์เลือกเดินเกม 3 ทางพร้อมกัน ได้แก่ ไม่รับข้อตกลงที่เขาเห็นว่าเป็นผลเสียต่อแคนาดา ตอบโต้ภาษีใหม่ของสหรัฐฯ ด้วยมาตรการมูลค่าเท่ากัน และใช้นโยบายอุตสาหกรรมควบคู่การกระจายตลาดส่งออก เพื่อลดการพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของแคนาดา
เป้าหมายของออตตาวาไม่ใช่การตั้งภาษีเพื่อโต้กลับเพียงอย่างเดียว รัฐบาลแคนาดาระบุว่าต้องการคงการเข้าถึงตลาดสหรัฐฯ แบบปลอดภาษีสำหรับธุรกิจแคนาดาส่วนใหญ่ สร้างเสถียรภาพให้ความสัมพันธ์ทางการค้า ลดภาษีสหรัฐฯ ต่ออุตสาหกรรมเชิงยุทธศาสตร์ คุ้มครองธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงรักษาอิสระของแคนาดาในการกำหนดนโยบายของตนเอง 12
คาร์นีย์ระงับการเจรจาเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม โดยระบุว่าเงื่อนไขที่สหรัฐฯ เสนอไม่ตอบโจทย์ของแคนาดา เขาย้ำในเวลาต่อมาว่า การพูดคุยจะกลับมาได้ก็ต่อเมื่อวอชิงตันเริ่ม “จริงจัง” แทนที่จะพยายามแสดงความแข็งกร้าว 4
ประเด็นนี้มีน้ำหนักอย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมที่ห่วงโซ่อุปทานเชื่อมข้ามพรมแดน โดยเฉพาะภาคยานยนต์ที่เชื่อมโยงกันอย่างมาก คาร์นีย์กล่าวว่าเงื่อนไขที่เสนอไม่เพียงพอสำหรับภาคยานยนต์ ขณะที่เป้าหมายการเจรจาของรัฐบาลคือการลดภาษีสหรัฐฯ ต่ออุตสาหกรรมยุทธศาสตร์สำคัญอย่างมีนัยสำคัญ 4
12 เขายังระบุว่าแคนาดาจะไม่ยอมลดทอนอธิปไตยหรือบั่นทอนอุตสาหกรรมหลัก เพียงเพื่อให้ได้ข้อตกลง
16
รายงานในแคนาดาระบุว่า ข้อเรียกร้องระยะท้ายจากสหรัฐฯ กระทบประเด็นวัฒนธรรม ภาคยานยนต์ อธิปไตย ตลอดจนความสามารถของแคนาดาในการทำข้อตกลงกับประเทศอื่น คาร์นีย์เรียกแนวทางดังกล่าวว่าเป็น “การใช้อำนาจกดดัน” และกล่าวว่าสหรัฐฯ เรียกร้องมากเกินไป แต่เสนอให้แคนาดาน้อยเกินไป 6
8
หลังการเจรจาล้ม สหรัฐฯ เรียกเก็บภาษี 50% ต่อสินค้าจากแคนาดาหลายประเภท ครอบคลุมการส่งออกแคนาดามูลค่าราว 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกเหนือจากภาษีสหรัฐฯ ที่มีอยู่เดิมและกระทบภาคเหล็ก อะลูมิเนียม รถยนต์ และไม้แปรรูป
แคนาดาประกาศตอบโต้แบบมูลค่าเท่ากันกับสินค้าสหรัฐฯ มูลค่าประมาณ 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยกำหนดเริ่มมีผลในวันที่ 8 กันยายน สินค้าเป้าหมายประกอบด้วยเหล็ก ผลิตภัณฑ์นม เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เครื่องจักรการเกษตร เยื่อกระดาษ กระดาษ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 10
นี่เป็นการตอบโต้แบบเลือกเป้าหมาย ไม่ใช่การเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ทุกประเภท แต่ย่อมมีต้นทุนสำหรับแคนาดาด้วย คาร์นีย์ยอมรับว่ามาตรการนี้จะเพิ่มค่าใช้จ่าย ลดทางเลือกของผู้บริโภคชาวแคนาดา และกระทบบริษัทสหรัฐฯ ที่ไม่ได้เป็นผู้ก่อให้เกิดข้อพิพาทโดยตรง
รายการสินค้าที่ถูกเลือกมีความหมายทางการเมืองด้วย แคนาดาเป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่งของ 26 รัฐในสหรัฐฯ และติด 3 อันดับแรกของอีก 45 รัฐ จึงมีอำนาจต่อรองในรัฐที่มีความสัมพันธ์ทางการค้ากับแคนาดาอย่างใกล้ชิด เช่น เมน มิชิแกน และวิสคอนซิน
เจ้าหน้าที่แคนาดาอธิบายมาตรการนี้ว่า “ได้สัดส่วน เจาะจงเป้าหมาย และมีกลยุทธ์” แต่ไม่ได้ระบุชัดว่ามุ่งกดดันการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ โดยตรง อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์และรายงานข่าวชี้ถึงความเสี่ยงของอุตสาหกรรมและการแข่งขันเลือกตั้งในรัฐชายแดนและรัฐชี้ขาด ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมเดือนพฤศจิกายน 2026
ดังนั้น ภาษีตอบโต้จึงเป็นทั้งมาตรการทางเศรษฐกิจและสัญญาณในการเจรจา เพราะเพิ่มต้นทุนทางการเมืองภายในสหรัฐฯ ของการยืดความขัดแย้ง ขณะที่แคนาดาพยายามหลีกเลี่ยงข้อตกลงที่มองว่าไม่น่าเชื่อถือ
คาร์นีย์ยังเชื่อมข้อพิพาทการค้าเข้ากับความพยายามซื้อและผลิตสินค้าในแคนาดามากขึ้น เมื่อวันที่ 3 กันยายน ออตตาวาประกาศใช้งบกว่า 4.7 พันล้านดอลลาร์แคนาดา เพื่อจัดหาและบำรุงรักษารถโดยสาร 313 คันของ VIA Rail จาก Alstom Canada โดยจะผลิตที่เมืองธันเดอร์เบย์ รัฐออนแทรีโอ และลาโปกาติแยร์ รัฐควิเบก 21
22
รัฐบาลระบุว่า นี่จะเป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปีที่รถโดยสารของ VIA Rail ถูกผลิตทั้งหมดในแคนาดา แทนการจัดหาจากสหรัฐฯ 21 ในทางปฏิบัติ สัญญานี้เป็นตัวอย่างของการใช้การจัดซื้อภาครัฐเพื่อพยุงขีดความสามารถการผลิตภายในประเทศ ในช่วงที่ความสัมพันธ์การค้าข้ามพรมแดนยังไม่แน่นอน
คำตอบระยะยาวของคาร์นีย์คือทำให้แคนาดาเปราะบางต่อความเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าของสหรัฐฯ น้อยลง หลังระงับการเจรจา เขาวางกรอบทางออกว่า แคนาดาต้องสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจในประเทศ และกระจายความสัมพันธ์ทางการค้าไปต่างประเทศ
การประชุม Canada Investment Summit ที่นครโตรอนโต ระหว่างวันที่ 14-15 กันยายน มีเป้าหมายสนับสนุนยุทธศาสตร์นี้ โดยรัฐบาลตั้งเป้ากระตุ้นการลงทุนรวมในแคนาดา 1 ล้านล้านดอลลาร์แคนาดาภายใน 5 ปี
การกระจายตลาดยังเป็นเป้าหมายเชิงนโยบายโดยตรง: ยุทธศาสตร์ Trade Diversification Strategy ของแคนาดาตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการส่งออกไปยังตลาดนอกสหรัฐฯ เป็นสองเท่าภายในปี 2035 เป้าหมายนี้ต้องใช้เวลา และไม่ได้ทำให้ตลาดสหรัฐฯ หมดความสำคัญในทันที แต่ช่วยอธิบายว่าทำไมคาร์นีย์จึงถือเสรีภาพในการทำข้อตกลงกับคู่ค้ารายอื่นเป็นประเด็นสำคัญในการเจรจา
บททดสอบระยะใกล้คือ แคนาดาจะบังคับใช้ภาษีตอบโต้ในวันที่ 8 กันยายนตามที่ประกาศไว้หรือไม่ และฝ่ายใดจะปรับท่าทีเจรจาก่อน ข้อตกลงที่ยั่งยืนต้องทำได้มากกว่าหยุดยั้งภัยภาษีรอบล่าสุด กล่าวคือ ต้องเพิ่มความแน่นอนแก่ธุรกิจแคนาดา ดูแลอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์อย่างมีความหมาย โดยไม่จำกัดอธิปไตยหรือความสามารถของแคนาดาในการกระจายการค้า 12
4
สำหรับตอนนี้ จุดยืนของคาร์นีย์ชัดเจน: แคนาดาพร้อมรับต้นทุนจากการตอบโต้แบบเจาะจงเป้าหมาย พร้อมใช้การจัดซื้อภาครัฐ การลงทุน และความร่วมมือกับต่างประเทศ เพื่อเสริมอำนาจต่อรองของตนในระยะยาว
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
คาร์นีย์ระงับการเจรจา และแคนาดาเตรียมเก็บภาษีตอบโต้สินค้าสหรัฐฯ มูลค่าราว 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ แบบมูลค่าเท่ากัน เริ่ม 8 กันยายน
คาร์นีย์ระงับการเจรจา และแคนาดาเตรียมเก็บภาษีตอบโต้สินค้าสหรัฐฯ มูลค่าราว 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ แบบมูลค่าเท่ากัน เริ่ม 8 กันยายน นโยบายไม่ได้มีแค่การตอบโต้ทางภาษี: ออตตาวาทุ่มกว่า 4.7 พันล้านดอลลาร์แคนาดาเพื่อรถโดยสาร VIA Rail ที่ผลิตในประเทศ และเดินหน้าดึงการลงทุนกับขยายตลาดการค้าใหม่
คาร์นีย์ยอมรับว่าภาษีตอบโต้ทำให้ต้นทุนสูงขึ้นและทางเลือกของผู้บริโภคแคนาดาลดลง ขณะเดียวกันแรงกดดันทางการเมืองอาจเพิ่มขึ้นทั้งสองฝั่งพรมแดน
คาร์นีย์ระงับการเจรจา และแคนาดาเตรียมเก็บภาษีตอบโต้สินค้าสหรัฐฯ มูลค่าราว 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ แบบมูลค่าเท่ากัน เริ่ม 8 กันยายน นโยบายไม่ได้มีแค่การตอบโต้ทางภาษี: ออตตาวาทุ่มกว่า 4.7 พันล้านดอลลาร์แคนาดาเพื่อรถโดยสาร VIA Rail ที่ผลิตในประเทศ และเดินหน้าดึงการลงทุนกับขยายตลาดการค้าใหม่ คาร์นีย์ยอมรับว่าภาษีตอบโต้ท...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Terraรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 2
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How is Canadian Prime Minister Mark Carney responding to the collapsed U.S.–Canada trade talks and looming Canadian counter-tariffs—covering. Article summary: Carney’s response is a mix of a hard negotiating line, retaliation calibrated to create U.S. political pressure, and a longer-term industrial strategy to reduce Canada’s exposure to the U.S. market. He says talks will no. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับแคนาดาที่ล้มลง ทำให้นายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์เลือกเดินเกม 3 ทางพร้อมกัน ได้แก่ ไม่รับข้อตกลงที่เขาเห็นว่าเป็นผลเสียต่อแคนาดา ตอบโต้ภาษีใหม่ของสหรัฐฯ ด้วยมาตรการมูลค่าเท่ากัน และใช้นโยบายอุตสาหกรรมควบคู่การกระจายตลาดส่งออก เพื่อลดการพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของแคนาดา
เป้าหมายของออตตาวาไม่ใช่การตั้งภาษีเพื่อโต้กลับเพียงอย่างเดียว รัฐบาลแคนาดาระบุว่าต้องการคงการเข้าถึงตลาดสหรัฐฯ แบบปลอดภาษีสำหรับธุรกิจแคนาดาส่วนใหญ่ สร้างเสถียรภาพให้ความสัมพันธ์ทางการค้า ลดภาษีสหรัฐฯ ต่ออุตสาหกรรมเชิงยุทธศาสตร์ คุ้มครองธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงรักษาอิสระของแคนาดาในการกำหนดนโยบายของตนเอง 12
คาร์นีย์ระงับการเจรจาเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม โดยระบุว่าเงื่อนไขที่สหรัฐฯ เสนอไม่ตอบโจทย์ของแคนาดา เขาย้ำในเวลาต่อมาว่า การพูดคุยจะกลับมาได้ก็ต่อเมื่อวอชิงตันเริ่ม “จริงจัง” แทนที่จะพยายามแสดงความแข็งกร้าว 4
ประเด็นนี้มีน้ำหนักอย่างยิ่งต่ออุตสาหกรรมที่ห่วงโซ่อุปทานเชื่อมข้ามพรมแดน โดยเฉพาะภาคยานยนต์ที่เชื่อมโยงกันอย่างมาก คาร์นีย์กล่าวว่าเงื่อนไขที่เสนอไม่เพียงพอสำหรับภาคยานยนต์ ขณะที่เป้าหมายการเจรจาของรัฐบาลคือการลดภาษีสหรัฐฯ ต่ออุตสาหกรรมยุทธศาสตร์สำคัญอย่างมีนัยสำคัญ 4
12 เขายังระบุว่าแคนาดาจะไม่ยอมลดทอนอธิปไตยหรือบั่นทอนอุตสาหกรรมหลัก เพียงเพื่อให้ได้ข้อตกลง
16
รายงานในแคนาดาระบุว่า ข้อเรียกร้องระยะท้ายจากสหรัฐฯ กระทบประเด็นวัฒนธรรม ภาคยานยนต์ อธิปไตย ตลอดจนความสามารถของแคนาดาในการทำข้อตกลงกับประเทศอื่น คาร์นีย์เรียกแนวทางดังกล่าวว่าเป็น “การใช้อำนาจกดดัน” และกล่าวว่าสหรัฐฯ เรียกร้องมากเกินไป แต่เสนอให้แคนาดาน้อยเกินไป 6
8
หลังการเจรจาล้ม สหรัฐฯ เรียกเก็บภาษี 50% ต่อสินค้าจากแคนาดาหลายประเภท ครอบคลุมการส่งออกแคนาดามูลค่าราว 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกเหนือจากภาษีสหรัฐฯ ที่มีอยู่เดิมและกระทบภาคเหล็ก อะลูมิเนียม รถยนต์ และไม้แปรรูป
แคนาดาประกาศตอบโต้แบบมูลค่าเท่ากันกับสินค้าสหรัฐฯ มูลค่าประมาณ 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยกำหนดเริ่มมีผลในวันที่ 8 กันยายน สินค้าเป้าหมายประกอบด้วยเหล็ก ผลิตภัณฑ์นม เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เครื่องจักรการเกษตร เยื่อกระดาษ กระดาษ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ 10
นี่เป็นการตอบโต้แบบเลือกเป้าหมาย ไม่ใช่การเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ ทุกประเภท แต่ย่อมมีต้นทุนสำหรับแคนาดาด้วย คาร์นีย์ยอมรับว่ามาตรการนี้จะเพิ่มค่าใช้จ่าย ลดทางเลือกของผู้บริโภคชาวแคนาดา และกระทบบริษัทสหรัฐฯ ที่ไม่ได้เป็นผู้ก่อให้เกิดข้อพิพาทโดยตรง
รายการสินค้าที่ถูกเลือกมีความหมายทางการเมืองด้วย แคนาดาเป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่งของ 26 รัฐในสหรัฐฯ และติด 3 อันดับแรกของอีก 45 รัฐ จึงมีอำนาจต่อรองในรัฐที่มีความสัมพันธ์ทางการค้ากับแคนาดาอย่างใกล้ชิด เช่น เมน มิชิแกน และวิสคอนซิน
เจ้าหน้าที่แคนาดาอธิบายมาตรการนี้ว่า “ได้สัดส่วน เจาะจงเป้าหมาย และมีกลยุทธ์” แต่ไม่ได้ระบุชัดว่ามุ่งกดดันการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ โดยตรง อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์และรายงานข่าวชี้ถึงความเสี่ยงของอุตสาหกรรมและการแข่งขันเลือกตั้งในรัฐชายแดนและรัฐชี้ขาด ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมเดือนพฤศจิกายน 2026
ดังนั้น ภาษีตอบโต้จึงเป็นทั้งมาตรการทางเศรษฐกิจและสัญญาณในการเจรจา เพราะเพิ่มต้นทุนทางการเมืองภายในสหรัฐฯ ของการยืดความขัดแย้ง ขณะที่แคนาดาพยายามหลีกเลี่ยงข้อตกลงที่มองว่าไม่น่าเชื่อถือ
คาร์นีย์ยังเชื่อมข้อพิพาทการค้าเข้ากับความพยายามซื้อและผลิตสินค้าในแคนาดามากขึ้น เมื่อวันที่ 3 กันยายน ออตตาวาประกาศใช้งบกว่า 4.7 พันล้านดอลลาร์แคนาดา เพื่อจัดหาและบำรุงรักษารถโดยสาร 313 คันของ VIA Rail จาก Alstom Canada โดยจะผลิตที่เมืองธันเดอร์เบย์ รัฐออนแทรีโอ และลาโปกาติแยร์ รัฐควิเบก 21
22
รัฐบาลระบุว่า นี่จะเป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปีที่รถโดยสารของ VIA Rail ถูกผลิตทั้งหมดในแคนาดา แทนการจัดหาจากสหรัฐฯ 21 ในทางปฏิบัติ สัญญานี้เป็นตัวอย่างของการใช้การจัดซื้อภาครัฐเพื่อพยุงขีดความสามารถการผลิตภายในประเทศ ในช่วงที่ความสัมพันธ์การค้าข้ามพรมแดนยังไม่แน่นอน
คำตอบระยะยาวของคาร์นีย์คือทำให้แคนาดาเปราะบางต่อความเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าของสหรัฐฯ น้อยลง หลังระงับการเจรจา เขาวางกรอบทางออกว่า แคนาดาต้องสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจในประเทศ และกระจายความสัมพันธ์ทางการค้าไปต่างประเทศ
การประชุม Canada Investment Summit ที่นครโตรอนโต ระหว่างวันที่ 14-15 กันยายน มีเป้าหมายสนับสนุนยุทธศาสตร์นี้ โดยรัฐบาลตั้งเป้ากระตุ้นการลงทุนรวมในแคนาดา 1 ล้านล้านดอลลาร์แคนาดาภายใน 5 ปี
การกระจายตลาดยังเป็นเป้าหมายเชิงนโยบายโดยตรง: ยุทธศาสตร์ Trade Diversification Strategy ของแคนาดาตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการส่งออกไปยังตลาดนอกสหรัฐฯ เป็นสองเท่าภายในปี 2035 เป้าหมายนี้ต้องใช้เวลา และไม่ได้ทำให้ตลาดสหรัฐฯ หมดความสำคัญในทันที แต่ช่วยอธิบายว่าทำไมคาร์นีย์จึงถือเสรีภาพในการทำข้อตกลงกับคู่ค้ารายอื่นเป็นประเด็นสำคัญในการเจรจา
บททดสอบระยะใกล้คือ แคนาดาจะบังคับใช้ภาษีตอบโต้ในวันที่ 8 กันยายนตามที่ประกาศไว้หรือไม่ และฝ่ายใดจะปรับท่าทีเจรจาก่อน ข้อตกลงที่ยั่งยืนต้องทำได้มากกว่าหยุดยั้งภัยภาษีรอบล่าสุด กล่าวคือ ต้องเพิ่มความแน่นอนแก่ธุรกิจแคนาดา ดูแลอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์อย่างมีความหมาย โดยไม่จำกัดอธิปไตยหรือความสามารถของแคนาดาในการกระจายการค้า 12
4
สำหรับตอนนี้ จุดยืนของคาร์นีย์ชัดเจน: แคนาดาพร้อมรับต้นทุนจากการตอบโต้แบบเจาะจงเป้าหมาย พร้อมใช้การจัดซื้อภาครัฐ การลงทุน และความร่วมมือกับต่างประเทศ เพื่อเสริมอำนาจต่อรองของตนในระยะยาว
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
คาร์นีย์ระงับการเจรจา และแคนาดาเตรียมเก็บภาษีตอบโต้สินค้าสหรัฐฯ มูลค่าราว 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ แบบมูลค่าเท่ากัน เริ่ม 8 กันยายน
คาร์นีย์ระงับการเจรจา และแคนาดาเตรียมเก็บภาษีตอบโต้สินค้าสหรัฐฯ มูลค่าราว 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ แบบมูลค่าเท่ากัน เริ่ม 8 กันยายน นโยบายไม่ได้มีแค่การตอบโต้ทางภาษี: ออตตาวาทุ่มกว่า 4.7 พันล้านดอลลาร์แคนาดาเพื่อรถโดยสาร VIA Rail ที่ผลิตในประเทศ และเดินหน้าดึงการลงทุนกับขยายตลาดการค้าใหม่
คาร์นีย์ยอมรับว่าภาษีตอบโต้ทำให้ต้นทุนสูงขึ้นและทางเลือกของผู้บริโภคแคนาดาลดลง ขณะเดียวกันแรงกดดันทางการเมืองอาจเพิ่มขึ้นทั้งสองฝั่งพรมแดน