ปูตินกล่าวว่าการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียกับยูเครนอยู่ในภาวะชะงักงัน และโยนความรับผิดชอบให้ผู้นำยูเครน เขาระบุว่าสตีฟ วิตคอฟฟ์ และจาเร็ด คุชเนอร์ ผู้แทนของสหรัฐฯ ยังคงได้รับการต้อนรับในรัสเซีย แต่ยังไม่มีการประกาศกรอบการเจรจาใหม่อย่างเป็นทางการ ปูตินอ้างว่ากองทัพรัสเซียกำลังรุกคืบในดอนบาส มุ่งหน้าไปทางสโลเวียนสก์แ...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Vladimir Putin say after the Shanghai Cooperation Organisation summit in Bishkek about Ukraine’s leadership, the state of peace neg. Article summary: Putin portrayed Russia as militarily advancing while saying diplomacy was effectively stalled, blamed Kyiv’s leadership for the impasse, and denied any imminent new mobilization.. Topic tags: general web, workflow, marketing, video. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons
หลังการประชุมองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (Shanghai Cooperation Organisation หรือ SCO) ที่กรุงบิชเคก ประเทศคีร์กีซสถาน วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย พยายามสื่อสองประเด็นควบคู่กัน คือ รัสเซียยังคงมีความได้เปรียบทางทหารในสนามรบ ขณะที่กระบวนการทางการทูตกับยูเครนหยุดชะงัก
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลหลายส่วนเกี่ยวกับแนวรบ การสูญเสีย และการระดมพลยังเป็นข้อกล่าวอ้างจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นอิสระทั้งหมด
ปูตินกล่าวว่า รัสเซียไม่ได้โจมตีผู้นำทางการเมืองและการทหารของยูเครน เพราะหากยูเครนตัดสินใจหาทางออกอย่างสันติ รัสเซียก็ยังจำเป็นต้องมีบุคคลจากฝ่ายยูเครนไว้เจรจา
เขายังกล่าวว่ากระบวนการเจรจาเรื่องยูเครนอยู่ในภาวะ “หยุดนิ่ง” หรือ “แช่แข็ง” และรัสเซียสนับสนุนเฉพาะการเจรจาที่มีเนื้อหาเป็นรูปธรรม ไม่ใช่การพบปะที่ไม่มีผลในทางปฏิบัติ 6
ท่าทีดังกล่าวทำให้ภาพรวมหลังการประชุมยังห่างไกลจากการประกาศข้อตกลงหยุดยิงหรือกำหนดการเจรจารอบใหม่ แม้ปูตินจะบอกว่ารัสเซียพร้อมพิจารณาความช่วยเหลือจากบุคคลภายนอก หากความช่วยเหลือนั้นสามารถทำให้กระบวนการเดินหน้าต่อได้
ปูตินระบุว่ารัสเซียรู้สึกสบายใจที่จะทำงานร่วมกับสตีฟ วิตคอฟฟ์ และจาเร็ด คุชเนอร์ ผู้แทนของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในประเด็นการหาทางยุติสงครามยูเครน และกล่าวว่าทั้งสองคนยังเป็นแขกที่รัสเซียให้การต้อนรับ 6
คำพูดนี้เปิดทางให้เกิดการติดต่อที่มีสหรัฐฯ เป็นตัวกลาง แต่ไม่ได้หมายความว่ามีการตกลงรูปแบบการเจรจาใหม่แล้ว หรือว่าการเจรจาระหว่างรัสเซีย สหรัฐฯ และยูเครนจะเริ่มขึ้นในทันที
ปูตินกล่าวว่ากองกำลังรัสเซียกำลังรุกคืบในดอนบาส และพูดถึงเป้าหมายบริเวณสโลเวียนสก์และครามาทอร์สก์ โดยไม่ได้ระบุกรอบเวลาว่าจะไปถึงพื้นที่ดังกล่าวเมื่อใด เขาให้เหตุผลว่าสงครามมีความซับซ้อนและการกำหนดเส้นตายอาจไม่เหมาะสม 7
รายงานบางฉบับประเมินว่ากองทัพรัสเซียอาจเข้าใกล้ชานเมืองของทั้งสองเมืองได้ในช่วงต้นปี 2027 แต่การประเมินนี้มาจากแหล่งข่าวกรองยุโรปที่สื่อรายงาน ไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่ารัสเซียกำลังควบคุมเมืองทั้งสองแห่ง 15
ดังนั้น คำกล่าวของปูตินควรถูกอ่านว่าเป็นการนำเสนอของฝ่ายเครมลินเกี่ยวกับสถานการณ์ในสนามรบ มากกว่าจะถือเป็นการยืนยันการเปลี่ยนแปลงแนวเขตที่ตรวจสอบโดยอิสระ
ปูตินปฏิเสธรายงานว่ารัสเซียเตรียมระดมพลครั้งใหญ่หลังการเลือกตั้งสภาดูมา โดยเรียกข่าวดังกล่าวว่า “เรื่องไร้สาระโดยสิ้นเชิง” และเป็น “การโจมตีทางข้อมูล” 11
14
แต่เหตุผลที่ข่าวลือดังกล่าวสร้างความกังวลไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีบริบท ก่อนหน้านี้หน่วยข่าวกรองยูเครนอ้างว่าเสนาธิการทหารรัสเซียจัดทำแผนระดมพลเพิ่ม 600,000 คน แบ่งเป็น 300,000 คนในปี 2026 และอีก 300,000 คนในปี 2027 โดยเชื่อมโยงแผนดังกล่าวกับการสูญเสียกำลังพลในสนามรบและจำนวนผู้สมัครใจเข้าทำสัญญาที่ลดลง 15
14
อย่างไรก็ดี ข้อมูลนี้เป็นการประเมินของหน่วยข่าวกรองยูเครน ไม่ใช่หลักฐานว่ารัสเซียออกคำสั่งเรียกพลแล้ว และการปฏิเสธของปูตินก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยตัวมันเองว่ามีหรือไม่มีแผนดังกล่าว
รัสเซียเคยประกาศ “การระดมพลบางส่วน” ในเดือนกันยายน 2022 ซึ่งนำไปสู่การประท้วงและการเดินทางออกนอกประเทศของชาวรัสเซียจำนวนมาก ทำให้ข่าวลือเกี่ยวกับการเรียกกำลังพลครั้งใหม่มีเหตุการณ์ในอดีตรองรับ ไม่ใช่ความกังวลที่เพิ่งเกิดขึ้นโดยไม่มีแบบอย่าง
ในเหตุการณ์ล่าสุด มีรายงานว่าพลเมืองรัสเซียมากกว่า 113,000 คนเดินทางผ่านด่านเวอร์คนี ลาร์ส มุ่งหน้าเข้าสู่จอร์เจียภายในหนึ่งสัปดาห์ ขณะที่ตัวเลขจากศุลกากรรัสเซียถูกอ้างว่าการเดินทางเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ 10
17
ตัวเลขการข้ามพรมแดนเพียงอย่างเดียวไม่สามารถยืนยันได้ว่าผู้เดินทางทุกคนออกจากรัสเซียเพราะกลัวการระดมพล หรือพิสูจน์ว่ารัสเซียกำลังจะประกาศเรียกพลในทันที แต่ภาพดังกล่าวสะท้อนว่าความกลัวในสังคมมีรากฐานจากประสบการณ์ในปี 2022
ปูตินอ้างว่ารัสเซียยึดโคซาชา โลปัน ซึ่งเป็นชุมชนชายแดนทางตอนเหนือของเมืองคาร์คิฟได้แล้ว
กองพลทหารบกที่ 14 ของยูเครนปฏิเสธคำกล่าวอ้างนี้ โดยระบุว่าพื้นที่ดังกล่าวยังอยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังป้องกันยูเครน ทหารยูเครนยังคงรักษาแนวรับและกำลังสู้รบในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
สถาบันเพื่อการศึกษาสงคราม หรือ ISW ระบุว่าหลักฐานที่มีอยู่ไม่สนับสนุนข้อสรุปว่ารัสเซียยึดโคซาชา โลปันได้ทั้งหมด โดยประเมินว่ากองกำลังรัสเซียมีการรุกคืบและแทรกซึมเข้าไปเพียงบางส่วนของชุมชน
กล่าวอีกนัยหนึ่ง การมีทหารรัสเซียอยู่ในบางพื้นที่หรือการสู้รบที่กำลังดำเนินอยู่ ไม่เท่ากับการควบคุมพื้นที่ทั้งหมดอย่างมั่นคง
ก่อนหน้านี้ รัสเซียก็เคยอ้างว่ายึดเมืองคอสเตียนทินิฟกาในแคว้นโดเนตสก์ได้แล้ว แต่ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกีและเสนาธิการทหารยูเครนยืนยันว่าเมืองยังอยู่ภายใต้การควบคุมของยูเครน ท่ามกลางการสู้รบในเขตเมือง
การประเมินจาก ISW ในช่วงก่อนหน้านั้นระบุว่ากองกำลังรัสเซียมีการรุกคืบหรือแทรกซึมเข้าไปในบางส่วนของคอสเตียนทินิฟกา แต่ยังไม่ได้ยึดครองพื้นที่ดังกล่าวทั้งหมดหรือจัดตั้งแนวควบคุมที่มั่นคง
สำหรับพีซาริฟกา รายงานที่มีอยู่ไม่เพียงพอที่จะยืนยันสถานะพื้นที่อย่างชัดเจน จึงยังไม่ควรสรุปว่าฝ่ายใดควบคุมพื้นที่ หรือเชื่อมโยงตัวเลขผู้เสียชีวิตของรัสเซียกับการสู้รบที่นั่นโดยไม่มีหลักฐานเพิ่มเติม
หน่วยข่าวกรองยูเครนเชื่อมโยงแผนระดมพล 600,000 คนกับความสูญเสียของรัสเซียในแนวหน้าและปัญหาการรับสมัครทหารอาสา ขณะที่กองกำลังยูเครนรายงานการสู้รบอย่างหนักใกล้โคซาชา โลปันและคอสเตียนทินิฟกา 15
แต่ตัวเลขผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ รวมถึงคำอธิบายว่าเหตุใดรัสเซียจึงอาจต้องระดมพลเพิ่ม ยังคงเป็นคำกล่าวอ้างของฝ่ายยูเครนและยังไม่ได้รับการตรวจสอบอย่างเป็นอิสระทั้งหมด 15
คำกล่าวหลังการประชุม SCO ของปูตินสะท้อนว่ามอสโกต้องการวางภาพรัสเซียให้อยู่ในฐานะฝ่ายที่กำลังได้เปรียบในสนามรบ และยังสามารถกำหนดเงื่อนไขของการเจรจาได้ ขณะเดียวกันเขาปฏิเสธว่ามีการเตรียมระดมพลครั้งใหม่
อย่างไรก็ตาม สถานะของพื้นที่อย่างโคซาชา โลปันและคอสเตียนทินิฟกา รวมถึงแผนเรียกกำลังพล 600,000 คน ล้วนเป็นประเด็นที่มีข้อมูลขัดแย้งกัน การแยกคำกล่าวอ้างของคู่สงครามออกจากข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้จึงยังเป็นหัวใจสำคัญในการติดตามสถานการณ์ต่อไป
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
ปูตินกล่าวว่าการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียกับยูเครนอยู่ในภาวะชะงักงัน และโยนความรับผิดชอบให้ผู้นำยูเครน
ปูตินกล่าวว่าการเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียกับยูเครนอยู่ในภาวะชะงักงัน และโยนความรับผิดชอบให้ผู้นำยูเครน เขาระบุว่าสตีฟ วิตคอฟฟ์ และจาเร็ด คุชเนอร์ ผู้แทนของสหรัฐฯ ยังคงได้รับการต้อนรับในรัสเซีย แต่ยังไม่มีการประกาศกรอบการเจรจาใหม่อย่างเป็นทางการ
ปูตินอ้างว่ากองทัพรัสเซียกำลังรุกคืบในดอนบาส มุ่งหน้าไปทางสโลเวียนสก์และครามาทอร์สก์ แต่คำกล่าวอ้างดังกล่าวยังไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ที่ตรวจสอบได้โดยอิสระ