เนทันยาฮูกล่าวว่า หากเตหะรานโจมตีอิสราเอล นั่นอาจเป็น “หนึ่งในการตัดสินใจครั้งสุดท้าย” ของฝ่ายอิหร่าน [1] คำเตือนดังกล่าวมีลักษณะเป็นการข่มขู่เพื่อยับยั้ง โดยสื่อว่าอิสราเอลอาจตอบโต้ในระดับที่กระทบต่อความอยู่รอดของระบอบการปกครองอิหร่าน การปะทะกลับมาอีกครั้งหลังไม่มีปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ราวหนึ่งเดือน โดยสหรัฐฯ โ...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Israeli Prime Minister Benjamin Netanyahu say during his September 2026 visit to the Afiki Daat Hesder Yeshiva in Sderot about Iran. Article summary: Netanyahu said that a Tehran attack on Israel could be “one of their last decisions.” It was a deterrent threat: Israel was signaling that any renewed Iranian retaliation would bring a potentially regime threatening Isra. Topic tags: general web, prompt engineering, ai, workflow, security. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, waterma
ระหว่างเยือนเยชิวาอาฟิเค ดาต ในเมืองสเดอโรต์ เมื่อวันที่ ๒ กันยายน ๒๐๒๖ นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูเตือนว่า การโจมตีอิสราเอลจากเตหะรานอาจเป็น “หนึ่งในการตัดสินใจครั้งสุดท้าย” ของฝ่ายอิหร่าน 1
ถ้อยคำนี้ไม่ได้เป็นเพียงการประเมินสถานการณ์ แต่มีลักษณะเป็นคำขู่เพื่อยับยั้ง หรือ deterrence โดยอิสราเอลกำลังส่งสัญญาณว่า หากอิหร่านเปิดฉากโจมตีอีกครั้ง การตอบโต้ของอิสราเอลอาจรุนแรงถึงขั้นสร้างภัยคุกคามต่อระบอบการปกครองในอิหร่าน
สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มปฏิบัติการโจมตีอิหร่านพร้อมกันเมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๐๒๖ โดยอิสราเอลใช้ชื่อ Operation Roaring Lion และสหรัฐฯ ใช้ชื่อ Operation Epic Fury เป้าหมายในระยะแรกครอบคลุมผู้นำอิหร่าน โครงสร้างพื้นฐานด้านนิวเคลียร์ ขีปนาวุธ ระบบป้องกันภัยทางอากาศ และศูนย์บัญชาการทางทหาร
อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไปราวหกเดือน ความขัดแย้งกลับมีลักษณะเป็นการเผชิญหน้าที่ยืดเยื้อ มากกว่าจะจบลงด้วยผลลัพธ์ทางยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน โดยข้อมูลของกองทัพอิสราเอลระบุว่ามีการโจมตีราว ๑๐,๘๐๐ ครั้ง และผู้นำระดับสูงของระบอบอิหร่านเสียชีวิต ๒๘ คน ตัวเลขดังกล่าวเป็นคำกล่าวอ้างจากฝ่ายอิสราเอล และควรแยกออกจากข้อมูลที่ได้รับการยืนยันโดยแหล่งข่าวอิสระ
การปะทะล่าสุดเกิดขึ้นหลังช่วงเงียบทางทหารประมาณหนึ่งเดือน สหรัฐฯ ระบุว่าได้โจมตีแท่นยิงจรวด การเตรียมวางทุ่นระเบิด และเป้าหมายทางทหารใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ส่วนอิหร่านตอบโต้ด้วยขีปนาวุธและโดรน รวมถึงการยิงไปยังพื้นที่ที่มีฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดน ด้วยเหตุนี้ คำพูดของเนทันยาฮูจึงน่าจะมีเป้าหมายสองด้าน คือข่มขู่อิหร่านไม่ให้เปิดฉากระลอกใหม่ และยืนยันแนวคิดว่าการใช้แรงกดดันทางทหารอาจบีบให้เตหะรานยุติการตอบโต้
ในประเด็นกาซา เนทันยาฮูอ้างว่าอิสราเอลยังคงเข้าถึงและปฏิบัติการในพื้นที่ได้ โดยยกเหตุการณ์วันที่ ๑ กันยายนเป็นตัวอย่าง กองกำลังพิเศษอิสราเอลจับกุมหัวหน้าหน่วยความมั่นคงภายในของฮามาสในเมืองกาซา 17
เนทันยาฮูกล่าวว่าเจ้าหน้าที่รายนี้มีบทบาทในความพยายามฟื้นฟูการปกครองของฮามาสในกาซา และปกปิดการไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการปลดอาวุธ อย่างไรก็ดี รายงานจากฝ่ายปาเลสไตน์ระบุว่าการโจมตีทางอากาศที่สนับสนุนการถอนกำลังของหน่วยปฏิบัติการทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย ๔ คน ตามข้อมูลของหน่วยงานสาธารณสุขท้องถิ่น 17
เนทันยาฮูยังใช้การเสียชีวิตของผู้นำกลุ่มติดอาวุธหลายราย เช่น ยาห์ยา ซินวาร์ โมฮัมเหม็ด เดอีฟ และฮัสซัน นัสรัลเลาะห์ เป็นส่วนหนึ่งของข้ออ้างว่าอิสราเอลสามารถลดทอนศักยภาพของเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับอิหร่านได้อย่างมาก แต่ข้อมูลที่มีในชุดนี้ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันตัวเลขการโจมตีทั้งหมด เป้าหมาย “เปลี่ยนระบอบการปกครอง” หรือรายละเอียดเชิงยุทธศาสตร์ทุกประการตามที่มีการกล่าวอ้าง
ประเด็นที่เห็นชัดที่สุดคือความเสี่ยงบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญต่อการขนส่งพลังงานระหว่างประเทศ รวมถึงความเสี่ยงต่อฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดน อ่าวเปอร์เซีย และพื้นที่โดยรอบ การสู้รบกลับมาเกิดขึ้นแม้ก่อนหน้านี้มีสัญญาณว่าวอชิงตันกำลังหันไปใช้แรงกดดันทางเศรษฐกิจและมาตรการคว่ำบาตรต่อบริษัทหรือประเทศที่ทำธุรกิจกับอิหร่าน แทนการยกระดับปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่
ดังนั้น ทางเลือกของสหรัฐฯ และอิสราเอลยังไม่ชัดเจนว่าจะเดินหน้าในรูปแบบใด ระหว่างการโจมตีจำกัดวงเพื่อรักษาการยับยั้ง การขยายเป็นสงครามระดับภูมิภาค หรือการใช้มาตรการคว่ำบาตรเพื่อเพิ่มต้นทุนแก่รัฐบาลอิหร่าน
ส่วนข้อกล่าวอ้างอื่น ๆ เช่น ราคาน้ำมันพุ่งแตะประมาณ ๑๒๐ ดอลลาร์ต่อบาร์เรล การประเมินของกองทุนการเงินระหว่างประเทศเกี่ยวกับผลกระทบจากสงครามกับความหวังด้านปัญญาประดิษฐ์ การเยือนอียิปต์ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง คำเตือนการเดินทางทั่วภูมิภาคของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ความเป็นไปได้ที่อิหร่านจะพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ความตึงเครียดระหว่างตุรกีกับเนทันยาฮู และบันทึกความเข้าใจที่อิสลามาบัดเมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอในข้อมูลที่ตรวจสอบได้ชุดนี้ จึงควรรอการยืนยันจากแหล่งข่าวเฉพาะก่อนนำเสนอเป็นข้อเท็จจริง
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
เนทันยาฮูกล่าวว่า หากเตหะรานโจมตีอิสราเอล นั่นอาจเป็น “หนึ่งในการตัดสินใจครั้งสุดท้าย” ของฝ่ายอิหร่าน [1]
เนทันยาฮูกล่าวว่า หากเตหะรานโจมตีอิสราเอล นั่นอาจเป็น “หนึ่งในการตัดสินใจครั้งสุดท้าย” ของฝ่ายอิหร่าน [1] คำเตือนดังกล่าวมีลักษณะเป็นการข่มขู่เพื่อยับยั้ง โดยสื่อว่าอิสราเอลอาจตอบโต้ในระดับที่กระทบต่อความอยู่รอดของระบอบการปกครองอิหร่าน
การปะทะกลับมาอีกครั้งหลังไม่มีปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ราวหนึ่งเดือน โดยสหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายด้านการป้องกันภัยทางอากาศ เรดาร์ และศักยภาพวางทุ่นระเบิดของอิหร่าน ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยขีปนาวุธและโดรน [49][50]