ในการประชุม G20 Innovation Ministerial วันที่ 1–2 กันยายน 2026 อีลอน มัสก์และมาร์ก ซักเคอร์เบิร์กเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งขยายศูนย์ข้อมูล AI เพิ่มไฟฟ้า และสนับสนุนสตาร์ตอัป พร้อมหลีกเลี่ยงกฎแบบยุโรปที่เข้มงวดเกินไป มัสก์มองว่าไฟฟ้าคือคอขวดถัดไปของ AI และเตือนว่าประเทศที่เพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าได้เร็วกว่าคู่แข่งอาจได้เปรียบ...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Elon Musk and Mark Zuckerberg urge G20 leaders to do at the September 1–2 Innovation Ministerial in Chapel Hill, North Carolina—org. Article summary: Musk and Zuckerberg’s central message was that G20 governments should prioritize AI and data-center buildout—especially abundant electricity, lighter-touch rules, and support for new companies—rather than impose European. Topic tags: general, government, general web, user generated, news. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermar
สารจากอีลอน มัสก์และมาร์ก ซักเคอร์เบิร์กในการประชุมรัฐมนตรีนวัตกรรม G20 ที่เมืองแชเปิลฮิลล์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา เมื่อวันที่ 1–2 กันยายน มีใจความชัดเจนว่า รัฐบาลควรช่วยให้ AI ขยายตัวได้เร็วขึ้นด้วยการเปิดทางให้สร้างศูนย์ข้อมูลเพิ่ม จัดหาไฟฟ้าให้เพียงพอ สนับสนุนสตาร์ตอัป และใช้กฎกำกับดูแลที่ไม่เข้มงวดเกินไป การประชุมครั้งนี้จึงยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน AI ให้กลายเป็นประเด็นเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ ไม่ใช่เพียงเรื่องนโยบายเทคโนโลยีเท่านั้น 17
ข้อเสนอที่เน้นการเร่งก่อสร้างดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมแรงต้านจากประชาชนที่เพิ่มขึ้น ฝ่ายคัดค้านโครงการศูนย์ข้อมูลตั้งคำถามถึงความต้องการใช้ไฟฟ้าที่อาจทำให้ค่าไฟสูงขึ้น รวมถึงเสียงรบกวนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนเกิดความขัดแย้งโดยตรงระหว่างเป้าหมายระดับชาติในการเป็นผู้นำด้าน AI กับต้นทุนที่ชุมชนท้องถิ่นต้องแบกรับ
ทั้งมัสก์และซักเคอร์เบิร์กมองว่าการแข่งขันด้าน AI ไม่ได้ขึ้นอยู่กับชิปเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพด้วย นั่นหมายถึงการสร้างศูนย์ข้อมูลเพิ่ม และเพิ่มปริมาณไฟฟ้าที่จัดสรรให้ศูนย์เหล่านี้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง
มัสก์เรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ พัฒนาแหล่งพลังงานใหม่โดยไม่พึ่งจีน พร้อมเตือนว่าประเทศที่เพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าได้เร็วที่สุดอาจได้เปรียบในการนำ AI ไปใช้งาน เขายังถูกอ้างถึงว่าเตือนว่าโลกอาจเผชิญภาวะไฟฟ้าขาดแคลนครั้งใหญ่ตั้งแต่ปีถัดไป
มัสก์วิจารณ์การกำกับดูแลในสไตล์ยุโรป โดยเฉพาะแนวทางของสหภาพยุโรป ซึ่งเขามองว่าเป็นอุปสรรคต่อการสร้างนวัตกรรม และสนับสนุนการใช้กฎที่จำกัด รวมถึงการให้ภาคธุรกิจดูแลกันเองมากขึ้น 17
จุดยืนของสหรัฐฯ ในการประชุมก็สนับสนุนการหลีกเลี่ยงกฎ AI ชุดใหม่ทั้งหมด หากกฎหมายที่มีอยู่สามารถจัดการกับปัญหานั้นได้อยู่แล้ว 17
แนวทางนี้ถูกนำเสนอว่าเป็นวิธีรักษาความสามารถในการแข่งขันและทำให้เทคโนโลยีเกิดขึ้นจริงได้เร็วขึ้น อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ข้อสรุปร่วมกันว่าการกำกับดูแลไม่มีบทบาท เพราะการประชุมจัดขึ้นท่ามกลางการถกเถียงระดับนานาชาติว่าจะสร้างสมดุลอย่างไรระหว่างศักยภาพทางเศรษฐกิจของ AI กับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น 12
ผู้บริหารทั้งสองยังเชื่อมโยงความสามารถในการแข่งขันด้าน AI เข้ากับการเป็นผู้ประกอบการ ซักเคอร์เบิร์กกล่าวว่า AI อาจลดต้นทุนการเริ่มต้นธุรกิจลงอย่างมาก ขณะที่ข้อเสนอเชิงนโยบายในเวทีนี้เน้นว่าการสนับสนุนนวัตกรรมควรไปถึงสตาร์ตอัปและผู้เล่นรายใหม่ ไม่ใช่กระจุกอยู่เฉพาะบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ที่มีอยู่แล้ว 9
13
มัสก์ใช้เวทีดังกล่าวนำเสนอคำคาดการณ์ที่มีขอบเขตกว้างไกลหลายประการ เขากล่าวว่า AI อาจทำให้สินค้าและบริการมีราคาถูกลงอย่างมาก และในท้ายที่สุดอาจเข้ามาทำงานแทบทั้งหมดในภาคดิจิทัล รวมถึงการพัฒนาซอฟต์แวร์
เขายังกล่าวว่า ซอฟต์แวร์ AI อาจมีความสามารถถึงระดับ “Stockfish” ภายในเวลาประมาณ 12–18 เดือน โดย Stockfish คือโปรแกรมหมากรุกชั้นนำที่ใช้เป็นตัวเปรียบเทียบความสามารถของ AI ในการคิดคำนวณ มัสก์คาดว่าเมื่อถึงจุดนั้น มนุษย์จะไม่สามารถแข่งขันกับ AI ในงานพัฒนาซอฟต์แวร์ได้อีกต่อไป
นอกจากนี้ เขายังคาดการณ์ว่าหุ่นยนต์มนุษย์จะขยายตัวอย่างรวดเร็ว และอาจกลายเป็นแหล่งเพิ่มผลิตภาพที่เปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจอย่างมาก ข้อมูลที่มีอยู่สนับสนุนให้เห็นถึงขนาดและความทะเยอทะยานของคำคาดการณ์นี้ แต่ยังไม่ได้ยืนยันกรอบเวลาหรือผลลัพธ์ว่าจะเกิดขึ้นจริง
คำกล่าวทั้งหมดควรอ่านในฐานะ “การคาดการณ์ของมัสก์” ไม่ใช่ข้อสรุปที่ G20 รับรอง หรือประมาณการที่ผ่านการตรวจสอบยืนยันโดยอิสระ รายงานที่มีอยู่บันทึกคำกล่าวและการถกเถียงเชิงนโยบายรอบเรื่องดังกล่าว แต่ยังไม่ได้พิสูจน์ว่ากรอบเวลาที่เขาเสนอจะเกิดขึ้นตามนั้น
ข้อเสนอของซักเคอร์เบิร์กยังสะท้อนข้อจำกัดในทางปฏิบัติของการเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ศูนย์ข้อมูลต้องใช้แรงงานจำนวนมากในการก่อสร้างและบำรุงรักษา โดยเฉพาะช่างไฟฟ้า คนงานก่อสร้าง ช่างประปา และแรงงานทักษะเฉพาะทางอื่น ๆ
รายงานจากการประชุมระบุว่าอุตสาหกรรมกำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะสำหรับงานก่อสร้างศูนย์ข้อมูล ประเด็นนี้มีความสำคัญ เพราะการขยาย AI ให้เร็วขึ้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงินลงทุน ใบอนุญาต และฮาร์ดแวร์เท่านั้น หากหาแรงงานที่มีคุณสมบัติเพียงพอไม่ได้ การก่อสร้างก็อาจล่าช้า แม้บริษัทจะมีเงินทุนและเข้าถึงแหล่งพลังงานแล้วก็ตาม
ข้อความที่สนับสนุนการขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI ปะทะเข้ากับการคัดค้านในชุมชนที่มีการเสนอสร้างศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ ผู้วิจารณ์กังวลว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าจำนวนมากอาจกระทบค่าไฟครัวเรือน และศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่อาจสร้างเสียงรบกวนต่อพื้นที่อยู่อาศัย
มัสก์ปกป้องศูนย์ข้อมูลว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการขยายตัวของ AI ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ก็วิจารณ์กระแสต่อต้าน โดยเตือนว่าการคัดค้านอาจเป็นประโยชน์ต่อจีน แทนที่จะมองข้อกังวลของชุมชนเป็นเหตุผลให้ชะลอการก่อสร้าง
จุดนี้กลายเป็นความตึงเครียดสำคัญของการประชุม: ผลประโยชน์ของโครงสร้างพื้นฐาน AI ถูกอธิบายในระดับชาติ ทั้งการเติบโตทางเศรษฐกิจ ความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยี และการแข่งขันกับจีน ขณะที่ภาระเร่งด่วนจำนวนมากเกิดขึ้นในระดับท้องถิ่น
ผู้พักอาศัยใกล้โครงการอาจสัมผัสผลกระทบผ่านการใช้ที่ดิน เสียงรบกวน การลงทุนเพื่อยกระดับโครงข่ายไฟฟ้า หรือค่าไฟฟ้า ก่อนที่ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจในวงกว้างจะปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน
การประชุมที่แชเปิลฮิลล์เป็นการประชุมระดับรัฐมนตรีของ G20 ที่เน้นเทคโนโลยี จัดโดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ร่วมกับสำนักงานนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งทำเนียบขาว โดยมีรัฐมนตรีด้านพาณิชย์และเทคโนโลยีจากกว่า 20 ประเทศหรือภูมิภาคเข้าร่วม 1
2
การประชุมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำ G20 ซึ่งมีกำหนดจัดวันที่ 14–15 ธันวาคม ที่ไมอามี จึงเป็นเวทีที่รัฐบาลสหรัฐฯ และผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีใช้ผลักดันแนวทางส่งเสริมนวัตกรรมและกำกับดูแลแบบเบามือ ก่อนถึงการประชุมระดับผู้นำ
มัสก์และซักเคอร์เบิร์กเสนอแพ็กเกจเพิ่มขีดความสามารถด้าน AI ที่เชื่อมโยงกันเป็นชุดเดียว ได้แก่ กฎที่ผ่อนคลายลง การสนับสนุนสตาร์ตอัป ศูนย์ข้อมูลที่เพิ่มขึ้น ไฟฟ้าที่มากขึ้น และแรงงานทักษะสูงจำนวนมากขึ้น
เหตุผลของพวกเขาคือ หากชะลอส่วนใดส่วนหนึ่งของห่วงโซ่นี้ ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอาจลดลง และสหรัฐฯ กับพันธมิตรอาจเสียเปรียบจีนในการแข่งขันด้าน AI
แต่การประท้วงได้เปิดให้เห็นคำถามที่ข้อเสนอนี้ยังไม่ได้ตอบ รัฐบาลยังต้องตัดสินใจว่าจะจัดสรรต้นทุนด้านค่าไฟ เสียงรบกวน การใช้ที่ดิน การยกระดับโครงข่ายไฟฟ้า และแรงกดดันต่อโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ อย่างไร
ดังนั้น การถกเถียงที่แชเปิลฮิลล์จึงไม่ได้มีแค่คำถามว่า “ควรสร้างศักยภาพด้าน AI หรือไม่” แต่ยังรวมถึงคำถามว่าใครจะได้รับประโยชน์ ใครต้องรับความเสี่ยง และควรมีหลักประกันใดควบคู่ไปกับความเร็วในการพัฒนา AI ที่มัสก์และซักเคอร์เบิร์กต้องการ
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
ในการประชุม G20 Innovation Ministerial วันที่ 1–2 กันยายน 2026 อีลอน มัสก์และมาร์ก ซักเคอร์เบิร์กเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งขยายศูนย์ข้อมูล AI เพิ่มไฟฟ้า และสนับสนุนสตาร์ตอัป พร้อมหลีกเลี่ยงกฎแบบยุโรปที่เข้มงวดเกินไป
ในการประชุม G20 Innovation Ministerial วันที่ 1–2 กันยายน 2026 อีลอน มัสก์และมาร์ก ซักเคอร์เบิร์กเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งขยายศูนย์ข้อมูล AI เพิ่มไฟฟ้า และสนับสนุนสตาร์ตอัป พร้อมหลีกเลี่ยงกฎแบบยุโรปที่เข้มงวดเกินไป มัสก์มองว่าไฟฟ้าคือคอขวดถัดไปของ AI และเตือนว่าประเทศที่เพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าได้เร็วกว่าคู่แข่งอาจได้เปรียบจีนในการแข่งขันด้าน AI
ซักเคอร์เบิร์กชี้ว่าการก่อสร้างศูนย์ข้อมูลต้องใช้แรงงานช่างฝีมือจำนวนมาก ขณะที่อุตสาหกรรมกำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงาน และชุมชนหลายแห่งคัดค้านโครงการใหม่เพราะกังวลค่าไฟและเสียงรบกวน