Xiaomi เปิดตัวชิป Xuanjie 3 รุ่นเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2026 ได้แก่ O3 สำหรับสมาร์ตโฟน, O100 สำหรับเร่งความเร็ว AI ที่ขอบเครือข่าย และ D100 สำหรับระบบขับขี่อัจฉริยะ O3 ใช้กระบวนการผลิต 3 นาโนเมตร มี NPU ที่บริษัทระบุว่าประมวลผลเทนเซอร์ได้สูงสุด 200 TOPS ส่วน O100 ใช้กระบวนการผลิต 6 นาโนเมตรและมีแบนด์วิดท์หน่วยความจำ...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Xiaomi unveil at its August 24, 2026 Xuanjie communication briefing, what are the technical roles and specifications of the O3, O10. Article summary: Xiaomi used the August 24 briefing to present an AI-silicon stack rather than a finished definition of an “AI phone”: the O3 flagship mobile SoC, O100 edge-AI accelerator, D100 automotive AI processor, and an AI Cube loc. Topic tags: general, education, news, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with f
การบรีฟเทคโนโลยีชิป Xuanjie ของ Xiaomi เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2026 ไม่ใช่การเปิดตัวผลิตภัณฑ์เพียงชิ้นเดียว แต่เป็นการเผยแผนผังโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการประมวลผล AI ของบริษัท
Xiaomi เปิดตัว Xuanjie O3 สำหรับสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตระดับเรือธง, Xuanjie O100 ซึ่งเป็นชิปเร่งความเร็ว AI โดยเฉพาะ และ Xuanjie D100 สำหรับงานขับขี่อัจฉริยะ นอกจากนี้ยังสาธิตต้นแบบ AI Cube ที่ใช้ชิป Xuanjie หลายตัวเพื่อรันโมเดลภาษาขนาดใหญ่ภายในเครื่องโดยไม่ต้องพึ่งเซิร์ฟเวอร์ระยะไกลทั้งหมด 1
5
6
ประเด็นสำคัญของงานนี้จึงอยู่ที่ “สถาปัตยกรรม” มากกว่าตัวเลขพลังประมวลผลเพียงอย่างเดียว เพราะการทำให้ AI บนอุปกรณ์ทำงานได้เร็วขึ้นไม่ได้หมายถึงการเพิ่ม TOPS เท่านั้น Xiaomi กำลังพยายามลดต้นทุนในการเคลื่อนย้ายค่าน้ำหนักโมเดลและข้อมูลระหว่างการประมวลผล ซึ่งเป็นคอขวดที่เรียกกันว่า กำแพงหน่วยความจำ (memory wall)
ขณะเดียวกัน ยังมีโจทย์อีกชั้นที่ชิปเพียงอย่างเดียวแก้ไม่ได้ นั่นคือ กำแพงแอปพลิเคชัน (application wall) หรือการทำให้ AI เข้าใจเจตนาของผู้ใช้และลงมือทำงานต่อเนื่องข้ามแอปได้จริง
| ชิป | บทบาท | สเปกสำคัญที่มีการรายงาน | การผลิตและกำหนดการ |
|---|---|---|---|
| Xuanjie O3 | SoC สำหรับสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตระดับเรือธง | ผลิตด้วยกระบวนการ 3 นาโนเมตร ทรานซิสเตอร์ 24,000 ล้านตัว ประสิทธิภาพเทนเซอร์ที่บริษัทระบุสูงสุด 200 TOPS และคะแนน AnTuTu 5.22 ล้านคะแนน | มีรายงานว่าใช้ความร่วมมือด้านการผลิตกับ TSMC เข้าสู่การผลิตจำนวนมากแล้ว และมีกำหนดเปิดตัวกับ Xiaomi 18 Fold ในเดือนกันยายน 2026 |
| Xuanjie O100 | ชิปเร่งความเร็ว AI โดยเฉพาะสำหรับการอนุมานโมเดลขนาดใหญ่ที่ขอบเครือข่าย | ผลิตด้วยกระบวนการ 6 นาโนเมตร แบนด์วิดท์หน่วยความจำ 1.22 TB/s | ใช้สถาปัตยกรรม near-memory ที่วางหน่วยประมวลผลและหน่วยความจำซ้อนกันในแนวตั้ง มีกำหนดใช้งานเชิงพาณิชย์ในปี 2027 |
| Xuanjie D100 | ชิปประมวลผล AI สำหรับรถยนต์และระบบขับขี่อัจฉริยะ | ชิปประสิทธิภาพสูงบนกระบวนการ 3 นาโนเมตร สำหรับงานขับขี่อัตโนมัติ | มีรายงานว่าอยู่ในข้อตกลงการผลิตกับ TSMC และคาดว่าจะเริ่มใช้งานเชิงพาณิชย์ในปี 2027 |
ตัวเลขเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลที่ Xiaomi ระบุเองหรือเป็นข้อมูลจากสื่อเทคโนโลยีและข่าวสาร โดยเฉพาะคะแนน AnTuTu 5.22 ล้านคะแนนของ O3 ควรมองว่าเป็นผลทดสอบที่ผู้ผลิตรายงาน จนกว่าจะมีการทดสอบโดยอิสระ
ในแง่ผลิตภัณฑ์ O3 ยังคงเป็นแพลตฟอร์มมือถือแบบดั้งเดิมของ Xiaomi โดยมีเป้าหมายสำหรับสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตระดับพรีเมียม ไม่ใช่การ์ด AI แบบแยกเดี่ยว บริษัทระบุว่า O3 ใช้กระบวนการผลิต 3 นาโนเมตร มีทรานซิสเตอร์ 24,000 ล้านตัว, CPU 10 คอร์, GPU G2-Ultra NX 16 คอร์ และทำคะแนน AnTuTu ได้ประมาณ 5.22 ล้านคะแนน 4
10
12
ส่วนที่มีความหมายต่อ AI บนอุปกรณ์มากที่สุดคือ NPU รุ่นใหม่ ซึ่ง Xiaomi ระบุว่ามีพลังประมวลผลเทนเซอร์สูงสุด 200 TOPS และปรับแต่งมาเพื่อรองรับโมเดล MiMo ที่ทำงานภายในเครื่อง 1
8
18
O3 พยายามเพิ่มประสิทธิภาพ AI ทั้งจากการลดการเคลื่อนย้ายข้อมูลและการบีบอัดข้อมูล รายงานเกี่ยวกับชิประบุว่า บัส unified-fusion ที่ออกแบบใหม่และการเดินสายภายในชิปช่วยลดเวลาเข้าถึงหน่วยความจำเหลือ 82 นาโนวินาทีในการทดสอบแบบไม่มีโหลด และ 177 นาโนวินาทีเมื่อมีงานเบื้องหลัง จากเดิมของ O1 ที่อยู่ที่ 121 และ 384 นาโนวินาทีตามลำดับ 17
ชิปยังมีฮาร์ดแวร์สำหรับการบีบอัดแบบไม่สูญเสียข้อมูลด้วยวิธี Huffman เพื่อใช้กับโมเดล MiMo แบบควอนไทซ์ 5 ค่า Xiaomi ระบุว่าวิธีนี้ช่วยลดการใช้แบนด์วิดท์หน่วยความจำได้ 30% และมีหน่วยความจำใกล้ NPU ขนาด 28MB 17
สาระในทางปฏิบัติคือ ต่อให้หน่วยประมวลผลมีพลังคำนวณสูง หากส่งข้อมูลโมเดลไปให้ประมวลผลไม่ทัน ระบบ AI ก็ยังตอบสนองช้าได้ การลดเวลาแฝง การเก็บข้อมูลไว้ใกล้หน่วยประมวลผล และการบีบอัดที่รู้จักรูปแบบของโมเดล จึงมีความสำคัญไม่แพ้ตัวเลข TOPS
O100 ไม่ใช่โปรเซสเซอร์สำหรับโทรศัพท์ทั้งระบบ แต่เป็นชิป NPU และตัวเร่งความเร็ว AI บนกระบวนการผลิต 6 นาโนเมตร ออกแบบมาเพื่อรันโมเดลขนาดใหญ่ที่ขอบเครือข่าย รวมถึงโมเดล MiMo บนอุปกรณ์ของผู้บริโภค 2
8
9
ตัวเลขเด่นของ O100 คือ แบนด์วิดท์หน่วยความจำ 1.22 TB/s ซึ่งสำคัญต่อการอนุมานโมเดลภายในเครื่อง เพราะความเร็วของระบบไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนการคำนวณที่ทำได้ตามทฤษฎีเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับความเร็วในการอ่านค่าน้ำหนักโมเดลและข้อมูลระหว่างขั้นตอนต่าง ๆ ด้วย 1
5
แนวทางของ Xiaomi คือ near-memory computing หรือการนำหน่วยประมวลผลเข้าไปอยู่ใกล้หน่วยความจำมากขึ้น โดย O100 ใช้การวางชิปซ้อนกันแบบ 3D wafer-on-wafer และเทคนิค hybrid bonding เพื่อลดระยะทางทางกายภาพระหว่าง NPU กับหน่วยความจำ 5
9
นี่เป็นแนวคิดที่แตกต่างจากการเพิ่ม TOPS อย่างเดียว เพราะ TOPS ที่สูงขึ้นอาจเพิ่มอัตราการคำนวณสูงสุด แต่ไม่ได้แก้ต้นทุนด้านแบนด์วิดท์และเวลาแฝงจากการเคลื่อนย้ายโมเดลขนาดใหญ่ซ้ำ ๆ โดยอัตโนมัติ O100 จึงถูกออกแบบมาเพื่อโจมตีปัญหาการเข้าถึงข้อมูลโดยตรง
Xiaomi วางตำแหน่ง O100 สำหรับงาน AI ภายในเครื่องในหลายประเภทอุปกรณ์ ตั้งแต่โทรศัพท์ พีซี รถยนต์ ไปจนถึงหุ่นยนต์ และยังนำชิปนี้ไปใช้ในต้นแบบ AI Cube ซึ่งเป็นแนวคิดอุปกรณ์ขนาดเล็กสำหรับรัน LLM ภายในเครื่องร่วมกับชิป Xuanjie รุ่นอื่น 1
5
15
O100 ผ่านขั้นตอนวิจัยและพัฒนาแล้ว แต่ไม่ใช่ชิปที่จะเปิดตัวพร้อม Xiaomi 18 Fold รายงานระบุว่าการนำไปใช้งานเชิงพาณิชย์จะอยู่ในปี 2027 2
6
D100 คือชิป AI ประสิทธิภาพสูงบนกระบวนการผลิต 3 นาโนเมตรสำหรับระบบขับขี่อัจฉริยะและงานขับขี่อัตโนมัติ บทบาทของมันแยกออกจาก O3 และ O100 อย่างชัดเจน โดยมุ่งทำหน้าที่เป็นขุมพลัง AI ให้รถยนต์ และช่วยขยายกลยุทธ์ซิลิคอนของ Xiaomi ไปยังระบบนิเวศของผลิตภัณฑ์ที่กว้างขึ้น 2
4
5
บางรายงานระบุว่า D100 มี CPU 20 คอร์ รองรับ unified memory สูงสุด 160GB และสามารถประมวลผลโมเดลที่มีพารามิเตอร์มากถึง 200,000 ล้านตัวภายในเครื่อง อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้เป็นสเปกที่มีการรายงาน ยังไม่ใช่ผลทดสอบประสิทธิภาพที่ตรวจสอบโดยอิสระ 11
เช่นเดียวกับ O100 D100 ผ่านการพัฒนาแล้ว แต่คาดว่าจะเริ่มใช้งานเชิงพาณิชย์ในปี 2027 2
5
6
หากพิจารณาเฉพาะเกณฑ์ฮาร์ดแวร์ O3 ผ่านตัวเลข 30 TOPS ที่มักถูกอ้างถึงว่าเป็นเกณฑ์ของโทรศัพท์ AI ได้อย่างสบาย เพราะตัวเลขที่ Xiaomi ระบุคือ 200 TOPS หรือมากกว่าราว 6 เท่า 1
8
แต่ TOPS เป็นเพียงศักยภาพด้านการคำนวณ ไม่ใช่คำอธิบายว่าผู้ใช้จะทำอะไรกับโทรศัพท์ได้จริง Xiaomi กำลังวางองค์ประกอบสำคัญของ AI บนอุปกรณ์ไว้หลายด้าน ได้แก่
ทั้งหมดนี้ทำให้ O3 และ O100 เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญสำหรับอุปกรณ์ AI แต่ยังไม่ได้สร้างนิยาม “AI Phone” ที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกัน รายงานจากงานบรีฟระบุว่า Xiaomi ไม่ได้ลดความหมายของหมวดหมู่นี้เหลือเพียงสเปกชิปตัวเดียว และระบุว่าการกล่าวอ้างเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอจะสรุปกฎเกณฑ์ด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนดที่ละเอียดกว่านี้ ดังนั้นข้อสรุปที่ปลอดภัยที่สุดคือ AI Phone ยังเป็นการผสมกันของความสามารถฮาร์ดแวร์ การผสานซอฟต์แวร์ ประสบการณ์ใช้งาน และกรอบกำกับดูแล ไม่ใช่ฉลากที่ตัดสินได้ด้วยผลทดสอบเพียงรายการเดียว 14
ปัญหา memory wall เป็นโจทย์ทางเทคนิค โมเดลขนาดใหญ่ต้องอาศัยการเคลื่อนย้ายข้อมูลที่รวดเร็วและประหยัดพลังงาน งานลดเวลาแฝงและการบีบอัดของ O3 รวมถึงการออกแบบ near-memory ของ O100 จึงมุ่งแก้ปัญหานี้โดยตรง
แต่ application wall เป็นโจทย์ที่กว้างกว่า โทรศัพท์ AI ที่มีประโยชน์อย่างแท้จริงจะต้องมีเอเจนต์ระดับระบบที่น่าเชื่อถือ เข้าใจบริบท จดจำข้อมูลที่เหมาะสม เคารพสิทธิ์การอนุญาต และทำงานหลายขั้นตอนข้ามบริการต่าง ๆ ได้
ผู้ใช้อาจต้องการให้โทรศัพท์ค้นข้อมูล อัปเดตปฏิทิน เตรียมเอกสาร หรือวางแผนเส้นทาง คุณค่าที่แท้จริงจะเกิดขึ้นเมื่อระบบทำงานต่อเนื่องจนภารกิจเสร็จ ไม่ใช่เพียงสร้างคำตอบในหน้าต่างแชต
นี่คือความหมายของการเปลี่ยนแปลงด้านปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับคอมพิวเตอร์ที่ผู้บริหาร Xiaomi พูดถึง: AI ต้องเปลี่ยนวิธีที่ผู้คนใช้อุปกรณ์ ไม่ใช่แค่เพิ่มแชตบอตหรือทำให้การสร้างข้อความภายในเครื่องเร็วขึ้น O3 และ O100 ทำให้เอเจนต์ AI บนอุปกรณ์ที่มีความทะเยอทะยานมากขึ้นเป็นไปได้ในทางเทคนิค แต่ชิปทั้งสองไม่ได้มอบความสามารถในการทำงานอัตโนมัติข้ามแอปมาให้โดยตัวมันเอง
การบรีฟของ Xiaomi จึงแสดงให้เห็นรากฐานที่น่าเชื่อถือสำหรับโทรศัพท์ AI อุปกรณ์ edge และรถยนต์อัจฉริยะ บททดสอบถัดไปไม่ใช่เพียงว่า ซิลิคอนจะประมวลผลโมเดลที่ใหญ่ขึ้นได้หรือไม่ แต่คือ Xiaomi จะเปลี่ยนความสามารถนั้นให้เป็นระบบที่เชื่อถือได้ เคารพสิทธิ์ของผู้ใช้ และเปลี่ยนจาก “ความต้องการ” ไปสู่ “งานที่เสร็จสมบูรณ์” ได้จริงเพียงใด
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Xiaomi เปิดตัวชิป Xuanjie 3 รุ่นเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2026 ได้แก่ O3 สำหรับสมาร์ตโฟน, O100 สำหรับเร่งความเร็ว AI ที่ขอบเครือข่าย และ D100 สำหรับระบบขับขี่อัจฉริยะ
Xiaomi เปิดตัวชิป Xuanjie 3 รุ่นเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2026 ได้แก่ O3 สำหรับสมาร์ตโฟน, O100 สำหรับเร่งความเร็ว AI ที่ขอบเครือข่าย และ D100 สำหรับระบบขับขี่อัจฉริยะ O3 ใช้กระบวนการผลิต 3 นาโนเมตร มี NPU ที่บริษัทระบุว่าประมวลผลเทนเซอร์ได้สูงสุด 200 TOPS ส่วน O100 ใช้กระบวนการผลิต 6 นาโนเมตรและมีแบนด์วิดท์หน่วยความจำ 1.22 TB/s
ชิปเหล่านี้ช่วยแก้ “กำแพงหน่วยความจำ” ด้วยการลดเวลาเคลื่อนย้ายข้อมูลและนำหน่วยประมวลผลเข้าใกล้หน่วยความจำมากขึ้น แต่การเป็น AI Phone ที่ใช้งานได้จริงยังต้องผ่าน “กำแพงแอปพลิเคชัน” ด้วยเอเจนต์ระดับระบบที่ทำงานข้ามแอปได้