ครึ่งแรกปี 2026 Moore Threads มีรายได้สูงสุดที่ 1.736 พันล้านหยวน ส่วน Biren โตเร็วที่สุด 1,997.6% แต่ทั้ง 4 บริษัทก็ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าทำกำไรจากธุรกิจหลักได้อย่างยั่งยืน MetaX รายงานกำไร 612 ล้านหยวน แต่กำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน 887 ล้านหยวนมีส่วนมากกว่ากำไรดังกล่าว ขณะที่กำไรสุทธิหลังตัดรายการพ...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is the current commercial and technological position of China’s four leading domestic AI-chip makers—MetaX, Moore Threads, Biren, and E. Article summary: China’s “big four” domestic AI-chip startups have achieved rapid sales growth as import restrictions and state-backed localization expand demand, but the evidence does not yet show that any has achieved durable, operatin. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
อุตสาหกรรมชิป AI ของจีนกำลังขยับจากเรื่องเล่าด้านนโยบายไปสู่ตัวเลขยอดขายจริงอย่างชัดเจน ในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 Moore Threads, MetaX, Biren และ Enflame ต่างมีรายได้หรืออัตราการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยได้แรงหนุนจากความต้องการโครงสร้างพื้นฐานคอมพิวติ้งที่จีนควบคุมได้เอง ท่ามกลางข้อจำกัดการส่งออกของสหรัฐฯ และนโยบายส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีในประเทศ
แต่ข้อสรุปที่สำคัญกว่าอาจไม่หวือหวาเท่าตัวเลขการเติบโต นั่นคือยอดขายกำลังมาก่อนกำไรจากการดำเนินงานที่เชื่อถือได้ กำไรของ MetaX มาจากกำไรจากการลงทุนเป็นหลัก Moore Threads ใกล้จุดคุ้มทุนแต่ยังขาดทุนเมื่อหักรายการพิเศษ ส่วน Biren และ Enflame ยังคงขาดทุนอยู่
นอกจากนี้ ทั้ง 4 บริษัทไม่ได้เดินบนเส้นทางเทคโนโลยีเดียวกันทั้งหมด โดย MetaX, Moore Threads และ Biren เน้น GPU อเนกประสงค์ที่เข้ากันได้กับ CUDA ขณะที่ Enflame เลือกแนวทางสถาปัตยกรรมเฉพาะงานและแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์แบบครบวงจรของตนเอง
ตัวเลขรายงานสะท้อนว่าทั้ง 4 บริษัทอยู่ในคนละช่วงของการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจเชิงพาณิชย์
Moore Threads: รายได้แตะ 1.736 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 147.42% จากปีก่อน และสูงกว่ารายได้ทั้งปี 2025 ที่ 1.506 พันล้านหยวนแล้ว ขาดทุนสุทธิที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 11.56 ล้านหยวน แต่กำไรสุทธิหลังตัดรายการพิเศษยังติดลบราว 151 ล้านหยวน จึงกล่าวได้ว่าใกล้จุดคุ้มทุนจากการดำเนินงานมากที่สุด แต่ยังไม่ใช่บริษัทที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถทำกำไรได้อย่างยั่งยืน 5
18
21
MetaX: รายได้อยู่ที่ 1.324 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 44.67% บริษัทมีกำไรสุทธิที่เป็นของผู้ถือหุ้น 612 ล้านหยวน แต่ในจำนวนนี้มี กำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน 887 ล้านหยวน ซึ่งมากกว่ากำไรที่รายงาน เมื่อหักรายการดังกล่าว กำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้วกลับเป็นขาดทุนประมาณ 49 ล้านหยวน ความแตกต่างระหว่างกำไรทางบัญชีกับกำไรจากธุรกิจ GPU จึงเป็นประเด็นสำคัญ 17
18
Biren: รายได้แตะ 1.236 พันล้านหยวน เพิ่มขึ้น 1,997.6% เมื่อเทียบกับฐานรายได้เดิมที่ต่ำมาก แต่ยังขาดทุนประมาณ 377 ล้านหยวน หรือขาดทุนราว 337 ล้านหยวน หากคิดตามตัวเลขที่ปรับปรุงแล้ว ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าบริษัทกำลังขยายยอดขายอย่างรวดเร็ว แต่ยังเปลี่ยนผ่านสู่การดำเนินงานที่ทำกำไรไม่สำเร็จ 18
19
22
Enflame: รายได้ครึ่งปีแรกอยู่ที่ 1.120 พันล้านหยวน ขณะที่หนังสือชี้ชวนคาดการณ์ว่าบริษัทจะมีผลขาดทุนสุทธิที่ปรับปรุงแล้วระหว่าง 582–614 ล้านหยวน การเติบโตของรายได้ถือว่ามีนัยสำคัญ แต่ขนาดการขาดทุนยังสูงกว่าบริษัทอื่นทั้ง 3 แห่งในแง่ตัวเงิน 2
19
22
ตัวเลขเหล่านี้อาจเทียบกันแบบตรงตัวไม่ได้ทั้งหมด เพราะแต่ละบริษัทอาจรับรู้รายได้จากชิป แผงวงจร ระบบ คลัสเตอร์ และบริการที่เกี่ยวข้องแตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม ลำดับโดยรวมยังมีความหมาย: Moore Threads มียอดขายครึ่งปีแรกสูงสุด Biren มีอัตราการเติบโตสูงสุด และกำไรของ MetaX ต้องปรับออกมากที่สุดก่อนจะนำไปใช้ประเมินธุรกิจชิปโดยตรงได้ 18
MetaX เป็นตัวอย่างชัดเจนว่ากำไรสุทธิบนหน้าหลักของงบการเงินอาจไม่สะท้อนภาพธุรกิจชิป AI ได้ครบถ้วน
กำไร 612 ล้านหยวนดูเหมือนเป็นการพลิกกลับครั้งใหญ่ แต่ผลประกอบการดังกล่าวรวมกำไร 887 ล้านหยวนจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน เมื่อไม่นับรายการที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก MetaX ยังขาดทุนประมาณ 49 ล้านหยวนในรูปกำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้ว
ในทางปฏิบัติ บริษัทขายสินค้าได้มากพอที่จะสร้างรายได้ระดับมีนัยสำคัญ แต่ตัวเลขที่เปิดเผยยังไม่ยืนยันว่าการดำเนินงานด้าน GPU สามารถสร้างกำไรที่ต่อเนื่องได้แล้ว 17
18
ประเด็นนี้สำคัญต่อทั้งอุตสาหกรรม บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ต้องใช้เงินจำนวนมากตั้งแต่ช่วงวิจัยและพัฒนาไปจนถึงการผลิตเชิงพาณิชย์ ขณะที่กำไรจากการลงทุน เงินสนับสนุนจากภาครัฐ หรือรายการนอกธุรกิจหลักอาจทำให้ภาพกำไรในงวดใดงวดหนึ่งดูดีขึ้นชั่วคราว ตัวชี้วัดที่มีประโยชน์กว่าคืออัตรากำไรจากธุรกิจหลัก คำสั่งซื้อที่เกิดซ้ำ และความสามารถในการสร้างกระแสเงินสด
แม้มักถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม “ผู้ท้าชิง GPU จีน” เหมือนกัน แต่ทั้ง 4 บริษัทกำลังเดิมพันกับสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกัน
MetaX, Moore Threads และ Biren อยู่ในสาย GPU อเนกประสงค์ และให้ความสำคัญกับความเข้ากันได้กับระบบนิเวศซอฟต์แวร์ CUDA ของ Nvidia เป้าหมายคือทำให้ลูกค้าย้ายงาน AI ออกจากฮาร์ดแวร์ Nvidia ได้ง่ายขึ้น นักพัฒนาจึงอาจรักษารูปแบบการเขียนโปรแกรม เฟรมเวิร์ก และโอเปอเรเตอร์ที่คุ้นเคยไว้ได้มาก แทนที่จะต้องสร้างสแต็กซอฟต์แวร์ใหม่ทั้งหมด 11
แพลตฟอร์ม MUSA ของ Moore Threads ถูกอธิบายว่ามีความเข้ากันได้กับ CUDA ในระดับสูง และออกแบบมาเพื่อลดแรงเสียดทานในการย้ายระบบสำหรับนักพัฒนา แนวทางนี้เปิดโอกาสให้รองรับงานได้กว้างกว่าเครื่องเร่งความเร็วที่ออกแบบมาเฉพาะด้าน แต่ความเข้ากันได้ไม่ได้หมายความว่าจะให้ประสิทธิภาพ ความเสถียร หรือความสมบูรณ์ของระบบนิเวศเหมือนกันทุกประการ 11
Enflame เป็นบริษัทที่แตกต่างจากกลุ่มอย่างชัดเจน แทนที่จะพัฒนา GPU อเนกประสงค์ที่เลียนแบบแนวทาง CUDA บริษัทเลือกใช้ สถาปัตยกรรมเฉพาะงาน (Domain-Specific Architecture หรือ DSA) ซึ่งมุ่งเน้นการฝึกและการอนุมานโมเดล AI
กลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ของ Enflame ครอบคลุมโปรเซสเซอร์ Suisi การ์ดและโมดูลเร่งความเร็ว ระบบคลัสเตอร์คอมพิวติ้ง และแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ TopsRider 12
TopsRider ทำหน้าที่เป็นชั้นซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้ฮาร์ดแวร์ของ Enflame ใช้งานในระบบจริงได้ โดยรวมไดรเวอร์ คอมไพเลอร์ และไลบรารีโอเปอเรเตอร์เข้าไว้ด้วยกัน ข้อเสนอของ Enflame จึงไม่ใช่แค่สเปกของชิปหนึ่งตัว แต่เป็นแพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์แบบบูรณาการสำหรับงานคลาวด์และดาต้าเซ็นเตอร์
ข้อแลกเปลี่ยนมีความชัดเจน
ขณะนี้ยังไม่มีสถาปัตยกรรมใดคว้าชัยชนะได้อย่างเด็ดขาด บททดสอบเชิงพาณิชย์คือแต่ละบริษัทจะเปลี่ยนกลยุทธ์ซอฟต์แวร์ให้กลายเป็นการติดตั้งซ้ำ ประสิทธิภาพคลัสเตอร์ที่เสถียร และต้นทุนการใช้งานรวมที่ต่ำลงสำหรับลูกค้าได้หรือไม่
Enflame มีแผนเปิดให้จองซื้อหุ้นในวันที่ 2 กันยายน 2026 สำหรับการเสนอขายหุ้นในตลาด STAR Market ของเซี่ยงไฮ้ โดยตั้งเป้าระดมทุนประมาณ 6 พันล้านหยวน หรือราว 892 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามรายงานของ Reuters และใช้รหัสหุ้น 688801 เงินที่ได้จะนำไปสนับสนุนชิป AI รุ่นต่อไป รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ร่วมกัน 1
3
6
การเข้าตลาดจะทำให้ Enflame มีเงินทุนสำหรับเดินหน้าพัฒนาชิปและขยายการทำตลาด แต่ก็ยกคำถามเชิงกลยุทธ์ขึ้นมาด้วยว่า แพลตฟอร์มที่ผูกโยงกับ Tencent อย่างใกล้ชิดจะขยายฐานลูกค้าออกไปได้มากเพียงใด
รายงานหนึ่งระบุว่า Tencent สร้างรายได้ 74.9% จากรายได้ 990 ล้านหยวนของ Enflame ในปี 2025 ขณะที่อีกแหล่งหนึ่งระบุตัวเลขสูงกว่าที่ 83.79% ความแตกต่างอาจมาจากนิยามการรายงานหรือช่วงเวลาที่ใช้วิเคราะห์ แต่ไม่ว่าตัวเลขใดจะถูกต้อง หลักฐานที่มีอยู่ก็ชี้ว่าบริษัทมีการกระจุกตัวของลูกค้าในระดับสูง 10
12
การพึ่งพาลูกค้ารายใหญ่ไม่ได้เป็นจุดอ่อนโดยอัตโนมัติ เพราะลูกค้าหลักสามารถช่วยยืนยันผลิตภัณฑ์และสนับสนุนการขยายขนาดในระยะแรกได้ แต่หลังเข้าตลาดแล้ว ความต้องการจากลูกค้าที่ไม่ใช่ Tencent จะกลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่สุดประการหนึ่งของ Enflame
จีนจัดส่งการ์ดเร่งความเร็ว AI สำหรับเซิร์ฟเวอร์ประมาณ 4 ล้านใบในปี 2025 ผู้ผลิต GPU และชิป AI ในประเทศจีนรวมกันจัดส่งประมาณ 1.65 ล้านใบ หรือราว 41% ของตลาด ขณะที่ Nvidia ยังคงเป็นผู้จำหน่ายรายใหญ่ที่สุดรายเดียว ด้วยยอดจัดส่งประมาณ 2.2 ล้านใบ และส่วนแบ่งราว 55%
ตัวเลขนี้สะท้อนภาพ 2 ด้านพร้อมกัน ด้านแรกคือผู้ผลิตในประเทศมีการใช้งานจริงในระดับมาก ไม่ได้อยู่เพียงขั้นประกาศต้นแบบ ด้านที่สองคือตลาดจีนยังไม่ได้เปลี่ยนจาก Nvidia ไปเป็นผู้ผลิตในประเทศทั้งหมด เพราะผู้ผลิตต่างชาติยังมีตำแหน่งสำคัญในข้อมูลการจัดส่งปี 2025 และส่วนแบ่ง 41% เป็นตัวเลขรวมของผู้ผลิตจีนทั้งหมด ไม่ใช่ของ 4 บริษัทนี้เพียงลำพัง
มาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ และความต้องการจัดซื้อที่ให้ความสำคัญกับสินค้าภายในประเทศช่วยเร่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ข้อจำกัดทำให้จีนเข้าถึงผลิตภัณฑ์ขั้นสูงสุดของ Nvidia ได้ยากขึ้น ขณะเดียวกันนโยบายส่งเสริมการพึ่งพาตนเองก็ผลักดันให้ผู้ให้บริการคลาวด์และบริษัท AI จีนทดสอบทางเลือกในประเทศมากขึ้น
ประมาณการที่สื่ออุตสาหกรรมนำเสนอระบุว่า ชิปในประเทศอาจรองรับได้มากถึง 90% ของตลาดจีนในอนาคต แต่ตัวเลขดังกล่าวเป็นการคาดการณ์ ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่ยืนยันแล้ว และ Huawei กับ Cambricon ถูกมองว่าเป็นผู้ได้ประโยชน์รายสำคัญ
อย่างไรก็ตาม การนำไปใช้งานจริงมีความซับซ้อนกว่าการเปลี่ยนการ์ดใบหนึ่งเป็นอีกใบหนึ่ง ลูกค้าต้องจัดการทั้งการย้ายโมเดล การรองรับคอมไพเลอร์และโอเปอเรเตอร์ ระบบเชื่อมต่อ ประสิทธิภาพระดับคลัสเตอร์ ความสม่ำเสมอของซัพพลาย และเสถียรภาพในการผลิต ส่วนแบ่งการจัดส่งในประเทศเป็นหมุดหมายสำคัญ แต่ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าชิปจีนทัดเทียม Nvidia ได้ตลอดทั้งสแต็กคอมพิวติ้ง AI
หลักฐานที่มีอยู่สนับสนุนมุมมองว่าตลาดเครื่องเร่งความเร็ว AI ของจีนจะเติบโตต่อเนื่องในอีกหลายปีข้างหน้า มาตรการควบคุมการส่งออก นโยบายสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีในประเทศ การลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์ และการนำโมเดล AI ไปใช้งาน ล้วนช่วยหนุนความต้องการฮาร์ดแวร์ภายในประเทศ 17
แต่ข้อมูลที่มีไม่ได้ยืนยันตัวเลขขนาดตลาดจีนในปี 2028 อย่างน่าเชื่อถือ จึงไม่ควรระบุตัวเลขเฉพาะเจาะจงจากหลักฐานชุดนี้ ข้อสรุปที่รองรับได้ดีกว่าคือ ตลาดมีแนวโน้มขยายตัวต่อไป ขณะที่สัดส่วนการเติบโตของ Huawei, Cambricon, 4 บริษัทที่กล่าวถึง และผู้ผลิตในประเทศรายอื่นยังไม่แน่นอน
บริษัทชิป AI ต้องแบกรับต้นทุนคงที่ในระดับสูงผิดปกติ งานวิจัยและพัฒนาครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบสถาปัตยกรรมชิป การผลิตต้นแบบหลายรอบ งานซอฟต์แวร์ คอมไพเลอร์ ไลบรารี การทดสอบระบบ ไปจนถึงการสนับสนุนลูกค้า ตัวอย่างเช่น มีรายงานว่า Moore Threads ใช้จ่ายด้าน R&D คิดเป็น 87% ของรายได้ในปี 2025 แสดงให้เห็นว่าต้นทุนพัฒนาอาจดูดซับรายได้อย่างรวดเร็วในช่วงเร่งขยายธุรกิจ 9
ผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จจึงต้องมีมากกว่าซิลิคอนที่มีประสิทธิภาพ โดยต้องประกอบด้วย
ผลประกอบการครึ่งแรกของปีแสดงให้เห็นว่าความต้องการกำลังเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่าบริษัทใดมีความได้เปรียบที่ยั่งยืน Moore Threads ดูใกล้จุดคุ้มทุนจากการดำเนินงานที่สุด ขณะที่กำไรที่รายงานของ MetaX มาจากกำไรจากการลงทุนเป็นหลัก ส่วน Biren และ Enflame ยังคงขาดทุนแม้รายได้จะขยายตัวอย่างรวดเร็ว 18
19
21
22
ผู้ท้าชิงชิป AI ในประเทศจีนทั้ง 4 รายมาถึงช่วงสำคัญของการทำตลาดเชิงพาณิชย์แล้ว Moore Threads เป็นผู้นำด้านรายได้ในขณะนี้ Biren ขยายตัวเร็วที่สุดจากฐานที่เล็กกว่า MetaX มีกำไรสุทธิที่โดดเด่นแต่กำไรที่ปรับปรุงแล้วอ่อนแอ และ Enflame กำลังผสานการเข้าตลาดครั้งใหญ่เข้ากับสถาปัตยกรรมที่แตกต่างจาก CUDA มากที่สุดในกลุ่ม
โอกาสเชิงอุตสาหกรรมมีอยู่จริง ผู้ผลิตในประเทศจีนมีส่วนแบ่งรวมประมาณ 41% ของตลาดการ์ดเร่งความเร็ว AI สำหรับเซิร์ฟเวอร์ และข้อจำกัดการส่งออกก็สร้างแรงจูงใจอย่างมากให้ลูกค้าหันมาใช้ทางเลือกในประเทศ
แต่การแข่งขันนี้ไม่ได้ตัดสินกันด้วยการเติบโตของรายได้เพียงอย่างเดียว ผู้ชนะจะเป็นบริษัทที่เปลี่ยนความต้องการซึ่งมีแรงหนุนจากนโยบายให้กลายเป็นคำสั่งซื้อซ้ำ การใช้งานซอฟต์แวร์ในวงกว้าง คลัสเตอร์ที่มีเสถียรภาพ และกำไรจากการดำเนินงานที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
ครึ่งแรกปี 2026 Moore Threads มีรายได้สูงสุดที่ 1.736 พันล้านหยวน ส่วน Biren โตเร็วที่สุด 1,997.6% แต่ทั้ง 4 บริษัทก็ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าทำกำไรจากธุรกิจหลักได้อย่างยั่งยืน
ครึ่งแรกปี 2026 Moore Threads มีรายได้สูงสุดที่ 1.736 พันล้านหยวน ส่วน Biren โตเร็วที่สุด 1,997.6% แต่ทั้ง 4 บริษัทก็ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าทำกำไรจากธุรกิจหลักได้อย่างยั่งยืน MetaX รายงานกำไร 612 ล้านหยวน แต่กำไรจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน 887 ล้านหยวนมีส่วนมากกว่ากำไรดังกล่าว ขณะที่กำไรสุทธิหลังตัดรายการพิเศษยังขาดทุนราว 49 ล้านหยวน
ผู้ผลิตชิปในประเทศจีนครองสัดส่วนรวมราว 41% ของตลาดการ์ดเร่งความเร็ว AI สำหรับเซิร์ฟเวอร์ในปี 2025 แต่ Nvidia ยังเป็นผู้ขายรายใหญ่ที่สุดรายเดียวด้วยส่วนแบ่งประมาณ 55%