กำไรลิเทียมปี 2026 ฟื้นจากแรงหนุนสองด้าน ได้แก่ ความต้องการระบบกักเก็บพลังงานที่ขยายตัวควบคู่รถยนต์ไฟฟ้า และอุปทานที่เพิ่มกลับมาไม่ทัน Tianqi Lithium คาดกำไรสุทธิครึ่งแรกของปีอยู่ที่ 2.85–4.25 พันล้านหยวน ขณะที่ PLS Group ของออสเตรเลียพลิกมีกำไร 526 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียในปีงบการเงิน 2026 หลังราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What factors are driving lithium producers across China, the United States, and Australia to report their strongest profits in years in 2026. Article summary: The 2026 rebound is principally a demand-and-supply squeeze: grid-scale stationary storage has become a second large lithium market alongside EVs, while high-cost supply was curtailed during the downturn and new supply i. Topic tags: general, general web, news, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
ผู้ผลิตลิเทียมตั้งแต่จีน สหรัฐฯ ไปจนถึงออสเตรเลียกำลังเห็นผลกำไรฟื้นตัวอย่างชัดเจนในปี 2026 หลังผ่านช่วงขาลงที่รุนแรง เหตุผลสำคัญคือความต้องการไม่ได้มาจากรถยนต์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ระบบกักเก็บพลังงานสำหรับโครงข่ายไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียน และภาคอุตสาหกรรมกำลังกลายเป็นตลาดใหญ่อีกแห่ง
ในเวลาเดียวกัน เหมืองที่ลดกำลังผลิตในช่วงราคาตก โครงการที่เลื่อนออกไป และปัญหาการขนส่งทำให้อุปทานกลับมาได้ช้ากว่าความต้องการ เมื่อสินค้าคงคลังอยู่ในระดับต่ำและราคาลิเทียมปรับสูงขึ้น รายได้ของผู้ผลิตจึงเพิ่มขึ้นเร็วกว่าต้นทุนบางส่วน ส่งผลให้กำไรดีดตัวแรง 19
รถยนต์ไฟฟ้ายังคงเป็นแหล่งความต้องการลิเทียมที่สำคัญ แต่แบตเตอรี่กักเก็บพลังงานแบบอยู่กับที่กำลังมีขนาดใหญ่พอที่จะเปลี่ยนสมดุลของตลาด ระบบเหล่านี้ช่วยเก็บไฟฟ้าส่วนเกินจากพลังงานแสงอาทิตย์และลม เพิ่มความยืดหยุ่นให้โครงข่าย และรองรับการใช้ไฟฟ้าที่ผันผวนมากขึ้นจากภาคอุตสาหกรรมและศูนย์ข้อมูล
Albemarle ระบุว่า การใช้ลิเทียมทั่วโลกเพิ่มขึ้น 45% เมื่อเทียบกับปีก่อนในช่วงเดือนมกราคมถึงพฤษภาคม โดยมีระบบกักเก็บพลังงานเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ขณะที่ความต้องการจากรถยนต์ไฟฟ้าก็ปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน 6
7
บริษัทปรับเพิ่มประมาณการการผลิตแบตเตอรี่สำหรับระบบกักเก็บพลังงานในปี 2026 เป็น 900–1,100 กิกะวัตต์-ชั่วโมง และคาดว่าตลาดนี้จะคิดเป็นราว 30% ของความต้องการลิเทียมทั่วโลกในปีเดียวกัน ซึ่งใกล้เคียงกับรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กแล้ว 6
7 สำหรับยอดขายของธุรกิจ Energy Storage บริษัทคาดไว้ที่ 225,000–235,000 ตันลิเทียมคาร์บอเนตเทียบเท่า (LCE) ตลอดทั้งปี
3
การเปลี่ยนแปลงนี้เห็นได้จากฝั่งผู้ผลิตแบตเตอรี่ด้วย CATL ระบุว่าธุรกิจกักเก็บพลังงานคิดเป็นประมาณ 25% ของยอดขาย และอาจเพิ่มเป็นครึ่งหนึ่งของรายได้ภายในปี 2030 ขณะที่ Reuters รายงานว่ารายได้จากธุรกิจดังกล่าวเพิ่มขึ้น 88% เป็น 53,000 ล้านหยวนในช่วงครึ่งแรกของปี 2026
ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้ยืนยันว่าความต้องการลิเทียมจากระบบกักเก็บพลังงานจะเพิ่มขึ้นในอัตราที่แน่นอนเพียงตัวเลขเดียว แต่สะท้อนว่าผู้ผลิตเริ่มมองตลาดนี้เป็นแรงขับเคลื่อนเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่เพียงตลาดเสริมชั่วคราวของรถยนต์ไฟฟ้า
ราคาลิเทียมมีผลต่อกำไรของธุรกิจเหมืองและโรงงานแปรรูปอย่างมาก เพราะผู้ผลิตมีต้นทุนคงที่จำนวนหนึ่งอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการเดินเครื่องเหมือง โรงงานเคมี หรือโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ เมื่อราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น รายได้จึงสามารถขยายตัวได้มาก โดยต้นทุนต่อหน่วยไม่จำเป็นต้องเพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกัน
แรงส่งนี้เห็นได้ชัดเป็นพิเศษหลังช่วงราคาตกต่ำทำให้เหมืองต้นทุนสูงลดกำลังผลิต เลื่อนการลงทุน หรือหยุดดำเนินงานชั่วคราว เมื่อราคากลับมา โครงการเหล่านี้ไม่สามารถกลับมาเต็มกำลังได้ทันที
ในปี 2026 การตอบสนองของอุปทานยังช้ากว่าการเติบโตของความต้องการ Albemarle ระบุถึงแร่สโปดูมีนที่มีจำกัด การหยุดชะงักของการขนส่งจากแอฟริกาเป็นการชั่วคราว และการเพิ่มกำลังผลิตเหมืองแร่เลพิโดไลต์ในจีนที่ช้ากว่าคาด 4 นอกจากนี้ บริษัทยังกล่าวว่าสินค้าคงคลังอยู่ในระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ และการเพิ่มอุปทานยังตามหลังความต้องการ
7
อย่างไรก็ตาม ภาพตลาดไม่ได้หมายความว่าจะขาดแคลนลิเทียมทั่วโลกอย่างถาวร หากราคาสูงอยู่นานพอ เหมืองที่หยุดผลิตอาจกลับมา โครงการใหม่อาจเร่งการก่อสร้าง และโรงงานแปรรูปในจีนอาจเพิ่มผลผลิตได้เร็วขึ้น หลักฐานในปัจจุบันชี้ว่าตลาดตึงตัวและอุปทานตอบสนองช้า แต่ยังไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่าภาวะขาดแคลนถาวรจะเกิดขึ้นแน่นอน
Tianqi Lithium คาดกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 อยู่ที่ 2.85–4.25 พันล้านหยวน เทียบกับ 84.41 ล้านหยวนในช่วงเดียวกันของปีก่อน บริษัทระบุว่าปัจจัยหลักคือราคาขายเฉลี่ยของผลิตภัณฑ์ลิเทียมที่เพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของความต้องการจากอุตสาหกรรมปลายน้ำ 18
22
อัตราการเติบโตเมื่อเทียบรายปีที่สูงมากส่วนหนึ่งเกิดจากฐานเปรียบเทียบที่อ่อนแอเป็นพิเศษ ดังนั้น ตัวเลขนี้ควรตีความว่าเป็นหลักฐานของกำไรที่มีความอ่อนไหวต่อราคาลิเทียม มากกว่าจะหมายความว่ากำไรจะเพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกันต่อไป
หลี่ เหลียงปิน ประธาน Ganfeng Lithium คาดการณ์เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 ว่าความต้องการลิเทียมในปี 2026 จะเติบโต 30–40% หลังความเห็นดังกล่าว สัญญาซื้อขายล่วงหน้าลิเทียมในจีนปรับตัวขึ้นแรง สะท้อนว่าตลาดมีความอ่อนไหวต่อความคาดหวังเกี่ยวกับความต้องการจากระบบกักเก็บพลังงานและรถยนต์ไฟฟ้า 17
การคาดการณ์ดังกล่าวเป็นมุมมองของผู้บริหาร ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่รับประกันว่าจะเกิดขึ้นจริง แต่ช่วยส่งสัญญาณว่าความเชื่อมั่นกำลังเปลี่ยนไป หลังตลาดเผชิญภาวะอุปทานล้นเกินมาเป็นเวลานาน
Albemarle เน้นการกระจายตัวของตลาดปลายทางมากกว่าการกำหนดเป้าหมายราคาลิเทียมเพียงตัวเลขเดียว บริษัทคาดว่าความต้องการลิเทียมทั่วโลกในปี 2026 จะเติบโต 15–40% และคาดการเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 10–20% ในช่วงปี 2025–2030 โดยมีระบบกักเก็บพลังงานเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ 10
15
คำแนะนำผลประกอบการของบริษัทยังสะท้อนความไม่แน่นอนด้านการดำเนินงาน โดยคาดยอดขายของธุรกิจ Energy Storage ที่ 225,000–235,000 ตัน LCE ขณะที่เหตุเพลิงไหม้ทำให้การเพิ่มกำลังผลิตบางส่วนของโรงงาน Talison ล่าช้า 3
กล่าวอีกอย่างคือ ความต้องการที่แข็งแกร่งสามารถช่วยหนุนราคาได้ แต่ปัญหาเฉพาะหน้าในเหมืองหรือโรงงานก็ยังจำกัดปริมาณสินค้าที่ส่งมอบได้
PLS Group ผู้ผลิตลิเทียมจากออสเตรเลียรายงานรายได้ปีงบการเงิน 2026 ที่ 1.934 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย เพิ่มขึ้น 152% จากปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 526 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หลังขาดทุนในปีงบการเงิน 2025
ปริมาณการผลิตหัวแร่สโปดูมีนเพิ่มขึ้น 17% เป็น 879.5 กิโลตัน ขณะที่ราคาขายที่รับรู้โดยประมาณเพิ่มขึ้น 121% เป็น 1,488 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน
ผลประกอบการนี้แสดงให้เห็นแรงส่งสองชั้นที่กำลังเอื้อประโยชน์ต่อผู้ผลิต คือราคาที่สูงขึ้นคูณกับปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น PLS ยังมองว่าอาจเกิดภาวะอุปทานขาดแคลนในช่วงหลายปีข้างหน้า จึงเดินหน้ากลับมาเปิดกำลังการผลิตและประเมินโครงการขยายงาน แม้โครงการเหล่านี้ยังมีความเสี่ยงด้านต้นทุนและการดำเนินงาน
ภาวะขาลงครั้งก่อนเกิดขึ้นหลังราคาลิเทียมพุ่งขึ้นอย่างมากจนจูงใจให้ผู้ผลิตเร่งเพิ่มกำลังการผลิตและขยายโครงการ เมื่อการเติบโตของการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าและการสะสมสินค้าคงคลังกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ขณะที่อุปทานใหม่เริ่มเข้าสู่ตลาด ราคาจึงร่วงลง ผู้ผลิตต้นทุนสูงขาดทุน ลดกำลังผลิต และเลื่อนโครงการลงทุน
การที่ PLS เปลี่ยนจากขาดทุนในปีงบการเงิน 2025 มาเป็นกำไร 526 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียในปีงบการเงิน 2026 สะท้อนขนาดของการพลิกกลับครั้งนี้ได้ชัดเจน
รอบฟื้นตัวปัจจุบันมีฐานความต้องการกว้างกว่าช่วงบูมที่ขับเคลื่อนด้วยรถยนต์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว เพราะระบบกักเก็บพลังงานเติบโตไปพร้อมกัน นั่นอาจทำให้ตลาดพึ่งพาวัฏจักรยอดขายรถยนต์นั่งน้อยลง
แต่ความต้องการที่หลากหลายขึ้นไม่ได้ลบความเสี่ยงของตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาที่สูงอาจจูงใจให้เหมืองที่หยุดอยู่กลับมาเดินเครื่อง เร่งโครงการใหม่ และทำให้ผู้ผลิตแบตเตอรี่หาวิธีลดปริมาณลิเทียมที่ใช้ต่อแบตเตอรี่หนึ่งชุด
ปัจจัยหลายประการอาจทำให้ตลาดลิเทียมยังแข็งแกร่งไปจนถึงช่วงที่เหลือของปี 2026 และต่อเนื่องไปหลังจากนั้น
ในอีกด้านหนึ่ง ปัจจัยที่อาจทำให้ราคากลับมาอ่อนแรง ได้แก่ การเปิดเหมืองเร็วเกินคาด ผลผลิตเลพิโดไลต์ของจีนที่เพิ่มขึ้น ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าที่ชะลอตัว โครงการกักเก็บพลังงานที่เลื่อนออกไป หรือการลดการใช้ลิเทียมต่อแบตเตอรี่
CATL เองเตือนว่าราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นสร้างความท้าทายให้ผู้ผลิตระบบกักเก็บพลังงาน และอาจผลักดันให้ผู้ผลิตต้องควบคุมต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้วัสดุ
ข้อสรุปที่รอบคอบที่สุดจึงเป็นข้อสรุปแบบมีเงื่อนไข: ผู้ผลิตลิเทียมกำลังทำกำไรเพิ่มขึ้น เพราะความต้องการจากระบบกักเก็บพลังงานและรถยนต์ไฟฟ้าเติบโตเร็วกว่าการตอบสนองของอุปทานในระยะใกล้ ไม่ใช่เพราะตลาดขาดแคลนถาวรแล้ว
กำไรจะยังแข็งแกร่งต่อไปหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าอุปทานใหม่จะเข้าสู่ตลาดได้เร็วเพียงใด เมื่อเทียบกับการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของแบตเตอรี่ พลังงานหมุนเวียน โครงข่ายไฟฟ้า และภาคการใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
กำไรลิเทียมปี 2026 ฟื้นจากแรงหนุนสองด้าน ได้แก่ ความต้องการระบบกักเก็บพลังงานที่ขยายตัวควบคู่รถยนต์ไฟฟ้า และอุปทานที่เพิ่มกลับมาไม่ทัน
กำไรลิเทียมปี 2026 ฟื้นจากแรงหนุนสองด้าน ได้แก่ ความต้องการระบบกักเก็บพลังงานที่ขยายตัวควบคู่รถยนต์ไฟฟ้า และอุปทานที่เพิ่มกลับมาไม่ทัน Tianqi Lithium คาดกำไรสุทธิครึ่งแรกของปีอยู่ที่ 2.85–4.25 พันล้านหยวน ขณะที่ PLS Group ของออสเตรเลียพลิกมีกำไร 526 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียในปีงบการเงิน 2026 หลังราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 121%
การฟื้นตัวครั้งนี้มีฐานความต้องการหลากหลายกว่าช่วงบูมที่ขับเคลื่อนด้วยรถยนต์ไฟฟ้าหลังปี 2022 แต่ยังเสี่ยงต่อการเปิดเหมืองเร็วขึ้น ผลผลิตจีนที่เพิ่มขึ้น ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าที่อ่อนแรง และโครงการกักเก็บพลังงานที่ล่าช้า