ผลประกอบการครึ่งแรกปี 2026 สะท้อนภาพ BYD ที่กำลังถูกบีบจากตลาดบ้านเกิด แต่ได้รับแรงหนุนเพิ่มขึ้นจากธุรกิจต่างประเทศซึ่งเติบโตเร็วกว่าและมีโครงสร้างกำไรที่ดีกว่า การส่งออกกำลังช่วยประคองบริษัทจากขาลง ทว่ายังไม่อาจยืนยันได้ว่าสามารถชดเชยสงครามราคา อุปสงค์ที่อ่อนแรง และข้อจำกัดด้านการผลิตในจีนได้ทั้งหมด
1
2
ตัวเลขครึ่งปีแรกยังอ่อนแอ
รายได้จากการดำเนินงานในช่วง 6 เดือนแรกอยู่ที่ 344.82 พันล้านหยวน ลดลง 7.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิที่เป็นของผู้ถือหุ้นลดลงประมาณ 21% เหลือ 12.33 พันล้านหยวน และกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 1.35 หยวน
1
14
BYD ระบุว่าแรงกดดันส่วนใหญ่มาจากธุรกิจรถยนต์พลังงานใหม่และผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน นอกจากนี้ รายงานเรื่องกำลังการผลิตแบตเตอรี่ Blade รุ่นที่สองไม่เพียงพอ ยังจำกัดการผลิตรถยนต์รุ่นที่มีมูลค่าเพิ่มสูงกว่าอีกด้วย
13
15
ไตรมาส 2 ฟื้นตัว แต่ยังต่ำกว่าที่ตลาดคาด
กำไรสุทธิไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 29.8% จากปีก่อน แตะ 8.2 พันล้านหยวน นับเป็นการเติบโตของกำไรรายไตรมาสครั้งแรกในรอบกว่าหนึ่งปี อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ประเมินว่าจะเติบโต 48% อย่างมาก
1
13
รายได้รายไตรมาสยังลดลงประมาณ 3.2% จึงบ่งชี้ว่าการฟื้นตัวของธุรกิจยังไม่สมบูรณ์ แม้ยอดส่งออกและอัตรากำไรที่ดีขึ้นจะช่วยให้ภาพในไตรมาส 2 ดูแข็งแรงกว่าช่วงต้นปี
ตลาดจีนยังเป็นตัวฉุดหลัก
อุปสงค์ในประเทศที่ชะลอตัวประกอบกับการแข่งขันที่รุนแรง โดยเฉพาะแรงกดดันด้านราคาจากคู่แข่งอย่าง Geely และ Xiaomi ทำให้ BYD สูญเสียทั้งยอดขายและอำนาจในการกำหนดราคา ยอดขายในประเทศช่วง 7 เดือนแรกของปีลดลง 35% ขณะที่ยอดขายต่างประเทศเพิ่มขึ้น 79%
2
สถานการณ์นี้สะท้อนสิ่งที่กำลังถูกเรียกว่า “ช่วงน็อกเอาต์” ของอุตสาหกรรม ผู้ผลิตต่างเร่งเพิ่มขนาดธุรกิจ ลดราคา ปรับประสิทธิภาพแพลตฟอร์ม และลดต้นทุน เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดในการแข่งขันที่มีแนวโน้มยืดเยื้อ หลักฐานที่มีสนับสนุนภาพรวมเรื่องแรงกดดันจากการแข่งขัน แต่ยังไม่เพียงพอที่จะระบุหรือวัดผลการลดต้นทุนของคู่แข่งแต่ละราย
ต่างประเทศกลายเป็นแรงพยุงสำคัญ
ในครึ่งแรกปี 2026 BYD ส่งมอบรถยนต์ในต่างประเทศประมาณ 792,000 คัน เพิ่มขึ้นราว 68% จากปีก่อน และคิดเป็นประมาณ 44% ของยอดขายทั้งหมด
1
รายได้จากธุรกิจต่างประเทศแตะ 181.27 พันล้านหยวน หรือ 52.6% ของรายได้รวม แซงหน้ารายได้จากตลาดจีนเป็นครั้งแรกตามข้อมูลที่รายงาน ขณะเดียวกัน สัดส่วนยอดขายต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นช่วยให้อัตรากำไรขั้นต้นของทั้งกลุ่มขยับจาก 18.01% เป็น 18.85%
1
15
ตัวเลขนี้ชี้ว่า รถยนต์ที่ขายในต่างประเทศอาจช่วยยกระดับโครงสร้างรายได้และกำไรได้มากกว่าการแข่งขันด้านปริมาณในตลาดจีน ซึ่งถูกกดดันจากการลดราคาอย่างหนัก
ยุโรปคือบททดสอบการขยายตลาด
ยุโรปเป็นหนึ่งในตลาดที่แสดงให้เห็นว่า BYD กำลังสร้างพื้นที่ให้ตัวเองได้มากขึ้น บริษัทมีสัดส่วน 2.2% ของยอดจดทะเบียนรถยนต์ทั้งหมดในสหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร และกลุ่ม EFTA ระหว่างเดือนมกราคมถึงเมษายน ขณะที่แบรนด์จีนโดยรวมก็มีจำนวนจดทะเบียนและส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น
8
5
BYD วางแผนเริ่มประกอบรถยนต์ที่โรงงานในฮังการีช่วงไตรมาส 4 ของปี 2026 และระงับการเดินหน้าโรงงานในตุรกีชั่วคราว เพื่อทุ่มทรัพยากรให้กับการผลิตในยุโรป บริษัทกำลังพิจารณาเข้าซื้อหรือรับช่วงโรงงานเดิมในยุโรปตอนใต้สำหรับโรงงานแห่งที่สอง โดยมีสเปนอยู่ในรายชื่อประเทศที่พิจารณา
3
4
การเติบโตต่างประเทศชดเชยจีนได้แค่ไหน?
คำตอบในระยะสั้นคือ ชดเชยได้เพียงบางส่วน ยอดขายต่างประเทศช่วยปรับปรุงส่วนผสมของรายได้ อัตรากำไร ความทนทานของกำไร และการกระจายความเสี่ยงทางภูมิศาสตร์ โดยยุโรป บราซิล และสหราชอาณาจักรยังเป็นช่องทางการเติบโตที่สำคัญ
1
2
แต่การที่กำไรและรายได้รวมในครึ่งปีแรกลดลง แสดงให้เห็นว่าการส่งออกยังไม่สามารถเอาชนะผลกระทบจากตลาดจีนที่อ่อนแอ การขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน และปัญหาคอขวดด้านแบตเตอรี่ได้ทั้งหมด
บททดสอบต่อไปของ BYD จึงไม่ใช่เพียงการขายรถยนต์ให้ได้มากขึ้นในต่างประเทศ แต่คือการรักษาการเติบโตของยอดขาย ควบคู่กับการสร้างฐานการผลิตในท้องถิ่น ขณะที่สงครามราคาในจีนอาจบีบอัตรากำไรเร็วกว่าที่การขยายธุรกิจต่างประเทศจะเข้ามาชดเชยได้