วอลเล็ต Bitcoin ที่ถือเหรียญมูลค่าเกิน 1 ล้านดอลลาร์เพิ่มขึ้น 11,636 แห่ง หรือ 10.4% สู่ 123,482 แห่ง ณ วันที่ 31 สิงหาคม ขณะที่วอลเล็ตเกิน 10 ล้านดอลลาร์เพิ่มขึ้น 11.2% สู่ 15,584 แห่ง [13] Bitcoin ปรับขึ้นราว 23% ในช่วงการดีดตัว แตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 เดือนเหนือ 80,000 ดอลลาร์ โดยมีทั้งแรงหนุนจากมุมมองเศรษฐกิจม...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What happened to the number of Bitcoin wallets holding more than $1 million and $10 million during August’s rally, how did Bitcoin’s price m. Article summary: Bitcoin’s August rebound sharply increased the number of high value BTC addresses, but the move combined macro sentiment, a derivatives driven short squeeze, and renewed institutional spot ETF demand—not simply new indiv. Topic tags: general web, ai, workflow, regulation, marketing. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, ch
การดีดตัวของ Bitcoin ในเดือนสิงหาคมทำให้จำนวนที่อยู่บนเครือข่ายที่ถือ BTC มูลค่าสูงเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน แต่ภาพรวมไม่ได้สะท้อนการเกิดขึ้นของ “เศรษฐี Bitcoin รายใหม่” เพียงอย่างเดียว แรงขึ้นรอบนี้เป็นผลจากสามแรงขับเคลื่อนที่มาบรรจบกัน ได้แก่ ความเชื่อมั่นจากปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค การบีบสถานะชอร์ตในตลาดอนุพันธ์ และความต้องการซื้อผ่าน Spot Bitcoin ETF ของนักลงทุนสถาบัน
ข้อมูลที่รวบรวมจาก BitInfoCharts ระบุว่า ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม มีที่อยู่ Bitcoin ที่ถือเหรียญมูลค่าเกิน 1 ล้านดอลลาร์อยู่ 111,846 แห่ง ก่อนเพิ่มเป็น 123,482 แห่งในวันที่ 31 สิงหาคม เพิ่มขึ้น 11,636 แห่ง หรือ 10.4% 13
ขณะเดียวกัน ที่อยู่ซึ่งถือ BTC มูลค่าเกิน 10 ล้านดอลลาร์เพิ่มจาก 14,009 แห่งเป็น 15,584 แห่ง เพิ่มขึ้น 11.2% 13
การเพิ่มขึ้นดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับราคาของ Bitcoin ที่พุ่งขึ้นประมาณ 23% ในช่วงการแรลลี และขึ้นไปทำจุดสูงสุดในรอบกว่า 3 เดือนเหนือระดับ 80,000 ดอลลาร์ 1
2
7 เมื่อมูลค่า BTC ในแต่ละที่อยู่เพิ่มขึ้นตามราคา ที่อยู่จำนวนหนึ่งจึงขยับขึ้นมาอยู่เหนือเกณฑ์ 1 ล้านหรือ 10 ล้านดอลลาร์ได้ แม้จะไม่ได้มีการซื้อเหรียญเพิ่มในปริมาณมากก็ตาม
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม Scott Bessent รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ ประกาศขยายโครงการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลอายุยาว โดยมีเป้าหมายช่วยลดผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวและบรรเทาต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาล 5
6
ประกาศดังกล่าวทำให้ดอลลาร์อ่อนค่าลง และปลุกกระแสที่ตลาดเรียกว่า “debasement trade” หรือการเข้าลงทุนในสินทรัพย์ที่ถูกมองว่ามีความขาดแคลนหรือรักษามูลค่าได้ เช่น ทองคำและ Bitcoin เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความกังวลเรื่องการขาดดุลงบประมาณ หนี้รัฐบาล และทิศทางนโยบายเศรษฐกิจ 5
6
Bitcoin จึงถูกมองในบทบาทคล้าย “ทองคำดิจิทัล” มากขึ้นในช่วงที่นักลงทุนกังวลว่าค่าเงินดอลลาร์อาจอ่อนแอลงและภาระหนี้สหรัฐยังเพิ่มสูงขึ้น
แรงกระตุ้นจากตลาดพันธบัตรเกิดขึ้นในช่วงที่นักลงทุนมีสถานะฝั่งขาลงในตลาดอนุพันธ์ค่อนข้างหนาแน่น เมื่อ Bitcoin เริ่มปรับขึ้น ผู้ที่เปิดสถานะชอร์ตจึงถูกบังคับให้ซื้อคืนเพื่อหยุดการขาดทุน กลายเป็นแรงซื้อที่ผลักให้ราคาขึ้นต่อ หรือที่เรียกว่า “short squeeze”
ในวันที่ 19 สิงหาคม การบังคับปิดสถานะทำให้สถานะในตลาดคริปโตถูกชำระบัญชีมากกว่า 1.6 พันล้านดอลลาร์ และช่วยเร่งการปรับขึ้นของ BTC 7 ดังนั้น การพุ่งขึ้นในระยะแรกจึงไม่ได้มาจากการซื้อแบบสปอตทั้งหมด แต่มีแรงจากการลดเลเวอเรจและการปิดสถานะชอร์ตเข้ามาเสริมด้วย
หลังแรงบีบสถานะชอร์ตเริ่มต้น ความต้องการซื้อผ่านกองทุน Spot Bitcoin ETF ที่จดทะเบียนในสหรัฐได้เข้ามาเป็นแรงหนุนที่มีความต่อเนื่องมากกว่าเดิม
กองทุน Spot Bitcoin ETF ทั้ง 13 กองทุนที่จดทะเบียนในสหรัฐมีเงินไหลเข้าสุทธิ 1.92 พันล้านดอลลาร์ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 24 สิงหาคม ซึ่งเป็นยอดไหลเข้าสุทธิรายสัปดาห์สูงสุดในรอบ 10 เดือน 4
ตัวเลขนี้มีความสำคัญ เพราะสะท้อนว่าการฟื้นตัวไม่ได้เป็นเพียงการดีดตัวจากการเก็งกำไรด้วยเลเวอเรจเท่านั้น แต่ยังมีเงินทุนจากนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนผ่านช่องทางการเงินแบบดั้งเดิมเข้ามารับซื้อ BTC ด้วย อย่างไรก็ตาม กระแสเงิน ETF ยังผันผวน โดยในสัปดาห์ของวันที่ 10 สิงหาคม กองทุนชุดเดียวกันเคยมีเงินไหลออกสุทธิ 389.7 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นยอดถอนรายสัปดาห์สูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ 3
Bernstein ประเมินว่า Bitcoin อาจแตะ 150,000 ดอลลาร์ในช่วงกลางปี 2027 และขึ้นไปถึงประมาณ 300,000 ดอลลาร์ในจุดสูงสุดของวัฏจักรถัดไปในปี 2029 โดยให้เหตุผลว่ากระแส debasement trade อาจกลายเป็นแรงส่งจากเศรษฐกิจมหภาคให้กับ Bitcoin 10
สำหรับสัญญาณเชิงบวกที่เกี่ยวข้องกับ BlackRock หลักฐานที่มีอยู่ในข้อมูลชุดนี้ชี้ไปที่การเปิดทางให้นักลงทุนสถาบันเข้าถึง Bitcoin ผ่าน Spot ETF และความต้องการซื้อที่เห็นได้จากเงินไหลเข้า 1.92 พันล้านดอลลาร์ มากกว่าจะเป็นตัวเลขคาดการณ์ราคาหรืออินดิเคเตอร์เฉพาะของ BlackRock 4
ส่วนมุมมองเชิงบวกของ VanEck ในภาพรวมตั้งอยู่บนแนวคิดว่า Bitcoin เป็นสินทรัพย์ที่มีอุปทานจำกัดและอาจทำหน้าที่เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากการเสื่อมค่าของเงิน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่ให้มาไม่เพียงพอที่จะยืนยันเป้าหมายราคา หรืออินดิเคเตอร์เฉพาะของ VanEck ได้
คำว่า “วอลเล็ตเศรษฐี” อาจทำให้เข้าใจผิดได้ เพราะที่อยู่บนบล็อกเชนไม่เท่ากับบุคคลหนึ่งคน
บุคคลหรือสถาบันเดียวอาจควบคุมที่อยู่หลายแห่ง ขณะเดียวกัน วอลเล็ตของตลาดซื้อขายคริปโต ผู้ให้บริการดูแลสินทรัพย์ของ ETF บริษัทต่าง ๆ หรือวอลเล็ตแบบรวมสินทรัพย์ อาจถือเหรียญแทนผู้ได้รับประโยชน์จริงจำนวนมาก ดังนั้น จำนวนที่อยู่ที่ถือ BTC เกินเกณฑ์มูลค่าที่กำหนดจึงไม่ควรถูกนำไปตีความตรง ๆ ว่าเป็นจำนวนผู้มี Bitcoin มูลค่าเกิน 1 ล้านดอลลาร์หรือ 10 ล้านดอลลาร์
นอกจากนี้ การที่ราคาปรับขึ้นอย่างรวดเร็วเพียงอย่างเดียวก็สามารถทำให้จำนวนที่อยู่ข้ามเกณฑ์มูลค่าเพิ่มขึ้นได้ โดยไม่จำเป็นต้องหมายความว่ามีเงินใหม่ไหลเข้าสู่เจ้าของวอลเล็ตทุกราย
Bitcoin เผชิญโซนอุปทานและแนวต้านหนาแน่นบริเวณ 81,000–86,000 ดอลลาร์ นักลงทุนบางส่วนที่ซื้อไว้ในระดับสูงกว่านี้อาจใช้จังหวะที่ราคาฟื้นตัวเพื่อขายลดความเสียหายหรือทำกำไร ส่งผลให้เกิดแรงขายเหนือราคา 11
แม้เงินไหลเข้า ETF จะเป็นสัญญาณสนับสนุนที่สำคัญ แต่กระแสเงินดังกล่าวยังไม่มั่นคง หากกองทุนกลับมามีเงินไหลออกต่อเนื่อง ก็อาจทำให้แรงซื้อส่วนเพิ่มที่ช่วยรองรับราคา Bitcoin หายไป โดยเฉพาะหลังจากกองทุนเคยมีเงินไหลออกสุทธิ 389.7 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ของวันที่ 10 สิงหาคม 3
การลดลงของยอดคงค้างสัญญาฟิวเจอร์ส หรือ open interest และอัตราค่าธรรมเนียม funding ในตลาด perpetual futures ที่ติดลบ อาจสะท้อนความเชื่อมั่นที่ลดลงและการคงอยู่ของสถานะฝั่งขาลง ตัวชี้วัดเหล่านี้อาจเปิดทางให้เกิด short squeeze รอบใหม่หากราคาปรับขึ้น แต่ก็อาจเป็นสัญญาณว่าความต้องการซื้อยังเปราะบาง หากแรงซื้อในตลาดสปอตชะลอตัว
การปรับขึ้นประมาณ 23% ในระยะเวลาไม่นาน รวมถึงจำนวนที่อยู่ที่ขยับขึ้นมาแตะมูลค่าหลักล้านอย่างรวดเร็ว อาจจูงใจให้ผู้ถือระยะสั้น นักลงทุนรายใหญ่ หรือผู้ลงทุนผ่าน ETF ทยอยขายทำกำไร โดยเฉพาะเมื่อราคาเข้าใกล้โซน 81,000–86,000 ดอลลาร์ 1
7
11
การแรลลีของ Bitcoin ในเดือนสิงหาคมมีรากฐานที่น่าเชื่อถือกว่าการดีดตัวจากตลาดอนุพันธ์เพียงอย่างเดียว เพราะเกิดจากทั้งแรงหนุนด้านเศรษฐกิจมหภาค เงินไหลเข้าสู่ Spot Bitcoin ETF และการลดสถานะชอร์ตครั้งใหญ่
แต่การยืนยันว่าขาขึ้นยังแข็งแรงจำเป็นต้องเห็นเงินไหลเข้า ETF อย่างต่อเนื่อง แรงซื้อในตลาดสปอตที่ยืนระยะได้ และการทะลุโซนอุปทาน 81,000–86,000 ดอลลาร์อย่างเด็ดขาด หากราคาอาศัยเพียงแรงบีบสถานะชอร์ตแล้วไม่มีแรงซื้อใหม่รองรับ การพุ่งขึ้นรอบนี้ก็ยังมีโอกาสกลายเป็นเพียงแรงกระชากระยะสั้น
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
วอลเล็ต Bitcoin ที่ถือเหรียญมูลค่าเกิน 1 ล้านดอลลาร์เพิ่มขึ้น 11,636 แห่ง หรือ 10.4% สู่ 123,482 แห่ง ณ วันที่ 31 สิงหาคม ขณะที่วอลเล็ตเกิน 10 ล้านดอลลาร์เพิ่มขึ้น 11.2% สู่ 15,584 แห่ง [13]
วอลเล็ต Bitcoin ที่ถือเหรียญมูลค่าเกิน 1 ล้านดอลลาร์เพิ่มขึ้น 11,636 แห่ง หรือ 10.4% สู่ 123,482 แห่ง ณ วันที่ 31 สิงหาคม ขณะที่วอลเล็ตเกิน 10 ล้านดอลลาร์เพิ่มขึ้น 11.2% สู่ 15,584 แห่ง [13] Bitcoin ปรับขึ้นราว 23% ในช่วงการดีดตัว แตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 เดือนเหนือ 80,000 ดอลลาร์ โดยมีทั้งแรงหนุนจากมุมมองเศรษฐกิจมหภาค การบังคับปิดสถานะชอร์ต และความต้องการจากนักลงทุนสถาบัน
แผนขยายการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุยาวของ Scott Bessent ช่วยจุดกระแส “debasement trade” ขณะที่ Spot Bitcoin ETF สหรัฐมีเงินไหลเข้าสุทธิ 1.92 พันล้านดอลลาร์ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 24 สิงหาคม