ญี่ปุ่นใช้เงิน 15.4 ล้านล้านเยน หรือราว 98.7 พันล้านดอลลาร์ ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคมถึง 26 สิงหาคม รวมถึงปฏิบัติการซื้อเงินเยนร่วมกับสหรัฐฯ ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1998 แต่ผลฟื้นตัวอยู่ได้ไม่นาน [3][4] ถ้อยแถลงเชิงเข้มงวดของเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่แจ็กสัน โฮล ทำให้ตลาดคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐฯ ในเดือน...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How did the yen fall past ¥160 per dollar after Japan’s record $98.7 billion, first since 1998 coordinated currency intervention with the Un. Article summary: The intervention stopped a disorderly move temporarily, but it did not alter the incentive to hold dollars: higher expected U.S.. Topic tags: general web, ai safety, workflow, regulation, marketing. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make
เงินเยนกลับมาอ่อนค่าทะลุระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์อีกครั้ง แม้ญี่ปุ่นจะใช้มาตรการขนาดใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งเพื่อพยุงค่าเงิน และสหรัฐฯ เข้าร่วมปฏิบัติการซื้อเงินเยนด้วย นั่นสะท้อนว่าแรงกดดันจากตลาดไม่ได้หายไป แต่เพียงถูกหยุดไว้ชั่วคราว
ญี่ปุ่นใช้เงิน 15.4 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 98.7 พันล้านดอลลาร์ ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคมถึง 26 สิงหาคม เพื่อซื้อเงินเยนและพยุงค่าเงินที่เคยอ่อนลงใกล้ 164 เยนต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปี การดำเนินการดังกล่าวยังรวมถึงการแทรกแซงร่วมกับกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ทั้งสองประเทศร่วมกันซื้อเงินเยนนับตั้งแต่ปี 1998 3
4
หลังการแทรกแซง เงินเยนแข็งค่าขึ้นชั่วคราวไปอยู่ในช่วงประมาณ 155 เยนต่อดอลลาร์ แต่ผลดังกล่าวค่อย ๆ จางลง การกลับมาอ่อนค่าทะลุ 160 จึงบอกเป็นนัยว่า ตลาดมองการซื้อเงินเยนของทางการเป็นเพียง “เบรกฉุกเฉิน” ที่ช่วยหยุดการเคลื่อนไหวรุนแรง ไม่ใช่สิ่งทดแทนการเปลี่ยนแปลงของนโยบายการเงินหรือส่วนต่างผลตอบแทนระหว่างสองประเทศ 3
7
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นหลังเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ แสดงท่าทีแข็งกร้าวในการประชุมเศรษฐกิจที่แจ็กสัน โฮล โดยย้ำความมุ่งมั่นต่อเป้าหมายเงินเฟ้อและส่งสัญญาณว่าเฟดอาจยังจำเป็นต้องใช้นโยบายดอกเบี้ยที่เข้มงวด
ท่าทีดังกล่าวทำให้ตลาดเพิ่มการคาดการณ์ว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน เมื่อคาดการณ์ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ สูงขึ้น ดอลลาร์ก็กลับมาเป็นสินทรัพย์ที่น่าถือมากกว่าเดิม และเงินเยนซึ่งเป็นสกุลเงินดอกเบี้ยต่ำก็ถูกขายออกอีกครั้ง 6
พูดให้เห็นภาพคือ นักลงทุนสามารถกู้ยืมเงินเยนต้นทุนต่ำ แล้วนำไปลงทุนในสินทรัพย์ดอลลาร์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า กลยุทธ์นี้ หรือที่มักเรียกว่า carry trade ยังคงมีแรงจูงใจอยู่ แม้ทางการญี่ปุ่นจะเข้าซื้อเงินเยนไปแล้วเป็นจำนวนมาก
ปัญหาหลักไม่ได้อยู่ที่ญี่ปุ่นมีเงินไม่พอสำหรับการแทรกแซง แต่อยู่ที่ผลตอบแทนของสินทรัพย์สหรัฐฯ ยังสูงกว่าสินทรัพย์ญี่ปุ่นอย่างมีนัยสำคัญ หากอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ สูงขึ้นหรือมีแนวโน้มว่าจะอยู่ในระดับสูงต่อไป ขณะที่ดอกเบี้ยญี่ปุ่นยังต่ำกว่า นักลงทุนก็ยังมีเหตุผลที่จะถือดอลลาร์มากกว่าเยน
การแทรกแซงสามารถทำให้การเปิดสถานะขายเงินเยนมีความเสี่ยงมากขึ้น และช่วยลดความผันผวนระยะสั้น แต่ไม่สามารถลบส่วนต่างผลตอบแทนนี้ได้อย่างถาวร หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายการเงินมาสนับสนุน นักวิเคราะห์จึงเตือนว่า BOJ ต้องใช้นโยบายที่เข้มงวดขึ้น ไม่ใช่พึ่งการแทรกแซงตลาดเพียงอย่างเดียว 2
7
สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวว่าการเคลื่อนไหวล่าสุดของเงินเยนยัง “อยู่ภายใต้การควบคุมค่อนข้างดี” และไม่ได้เป็นการเคลื่อนไหวที่ไร้ระเบียบแบบที่นำไปสู่การแทรกแซงร่วมในเดือนกรกฎาคม 1
ถ้อยแถลงนี้มีความหมายต่อตลาดอย่างมาก เพราะบ่งชี้ว่าวอชิงตันยังไม่เห็นเงื่อนไขเร่งด่วนที่จะต้องเข้าช่วยญี่ปุ่นอีกครั้งในทันที เบสเซนต์ยังเน้นว่าญี่ปุ่นควรปรับปรุง “นโยบายและปัจจัยพื้นฐาน” ซึ่งตลาดตีความว่าเป็นการสนับสนุนให้ BOJ เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย และเป็นการส่งความรับผิดชอบกลับไปยังโตเกียวมากกว่าการเตรียมปฏิบัติการร่วมรอบใหม่ 1
11
12
ระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์มีความสำคัญทั้งในเชิงการเมืองและจิตวิทยาตลาด แต่ไม่ได้หมายความว่าญี่ปุ่นจะเข้าซื้อเงินเยนโดยอัตโนมัติทุกครั้งที่ค่าเงินผ่านระดับดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ทางการญี่ปุ่นพิจารณาทั้งความเร็ว ความผันผวน และลักษณะที่ไร้ระเบียบของตลาด ไม่ได้ตัดสินใจจากตัวเลขอัตราแลกเปลี่ยนเพียงจุดเดียว 5
6
ตลาดกำลังให้น้ำหนักกับการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น หรือ BOJ ในวันที่ 17–18 กันยายน เพราะการขึ้นดอกเบี้ยจะช่วยเพิ่มผลตอบแทนของสินทรัพย์เยน ลดความน่าสนใจของ carry trade และทำให้การแทรกแซงค่าเงินมีพื้นฐานรองรับมากขึ้น
ตลาดประเมินโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยไว้ราว 90% ขณะที่ผลสำรวจของ Reuters พบว่านักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่า BOJ จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน โดยความคาดหวังดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างมากหลังการแทรกแซงร่วมของญี่ปุ่นและสหรัฐฯ 3
12
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นที่สูงขึ้นก็มีความสำคัญด้วยเหตุผลเดียวกัน เพราะทำให้การถือสินทรัพย์สกุลเยนให้ผลตอบแทนใกล้เคียงหรือดึงดูดใจมากขึ้น และอาจทำให้เงินทุนไหลกลับเข้าญี่ปุ่น อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวของเยนจะยั่งยืนหรือไม่ ยังขึ้นอยู่กับว่า BOJ จะส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องหรือไม่ และการคาดการณ์ดอกเบี้ยสหรัฐฯ จะผ่อนคลายลงหรือเปล่า
การประชุมกลุ่ม G20 มีความสำคัญเพราะซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น และคาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการ BOJ จะพบกับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ การหารือดังกล่าวเปิดทางให้โตเกียวและวอชิงตันประสานท่าทีต่อค่าเงิน รวมถึงแนวทางดำเนินนโยบายหลังการแทรกแซง ทั้งแบบเปิดเผยและเบื้องหลัง 8
1
การแทรกแซงร่วมยังเป็นไปได้ แต่จากถ้อยแถลงล่าสุดของเบสเซนต์ โอกาสดังกล่าวดูจะลดลง เว้นแต่ว่าเงินเยนจะกลับมาอ่อนค่าอย่างรวดเร็วและไร้ระเบียบอีกครั้ง
การซื้อเงินเยนเกือบ 1 แสนล้านดอลลาร์ช่วยหยุดการร่วงลงอย่างรุนแรงได้ แต่ไม่อาจต้านแรงดึงดูดของส่วนต่างดอกเบี้ยที่ยังเอื้อดอลลาร์ได้ เมื่อวอร์ชส่งสัญญาณแข็งกร้าวและตลาดคาดว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย ความได้เปรียบของดอลลาร์จึงกลับมาอย่างรวดเร็ว
การฟื้นตัวของเงินเยนอย่างยั่งยืนจึงต้องมีปัจจัยพื้นฐานรองรับ ได้แก่ การขึ้นดอกเบี้ยของ BOJ ผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่นที่สูงขึ้น และสัญญาณว่าอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ จะผ่อนคลายลง หากองค์ประกอบเหล่านี้ไม่เกิดขึ้นพร้อมกัน แม้การแทรกแซงจะมีขนาดใหญ่มากเพียงใด ผลลัพธ์ก็มีแนวโน้มจางหายไปในที่สุด
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
ญี่ปุ่นใช้เงิน 15.4 ล้านล้านเยน หรือราว 98.7 พันล้านดอลลาร์ ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคมถึง 26 สิงหาคม รวมถึงปฏิบัติการซื้อเงินเยนร่วมกับสหรัฐฯ ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1998 แต่ผลฟื้นตัวอยู่ได้ไม่นาน [3][4]
ญี่ปุ่นใช้เงิน 15.4 ล้านล้านเยน หรือราว 98.7 พันล้านดอลลาร์ ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคมถึง 26 สิงหาคม รวมถึงปฏิบัติการซื้อเงินเยนร่วมกับสหรัฐฯ ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1998 แต่ผลฟื้นตัวอยู่ได้ไม่นาน [3][4] ถ้อยแถลงเชิงเข้มงวดของเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่แจ็กสัน โฮล ทำให้ตลาดคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐฯ ในเดือนกันยายนสูงขึ้น ดอลลาร์จึงกลับมาแข็งค่าและกดดันเงินเยน [6]
ส่วนต่างดอกเบี้ยที่ยังเอื้อให้ถือสินทรัพย์ดอลลาร์ ทำให้การซื้อเงินเยนของทางการทำหน้าที่ได้เพียงชะลอความผันผวน ไม่สามารถเปลี่ยนแรงจูงใจพื้นฐานของตลาดได้
ญี่ปุ่นใช้เงิน 15.4 ล้านล้านเยน หรือราว 98.7 พันล้านดอลลาร์ ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคมถึง 26 สิงหาคม รวมถึงปฏิบัติการซื้อเงินเยนร่วมกับสหรัฐฯ ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1998 แต่ผลฟื้นตัวอยู่ได้ไม่นาน [3][4] ถ้อยแถลงเชิงเข้มงวดของเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่แจ็กสัน โฮล ทำให้ตลาดคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐฯ ในเดือน...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How did the yen fall past ¥160 per dollar after Japan’s record $98.7 billion, first since 1998 coordinated currency intervention with the Un. Article summary: The intervention stopped a disorderly move temporarily, but it did not alter the incentive to hold dollars: higher expected U.S.. Topic tags: general web, ai safety, workflow, regulation, marketing. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make
เงินเยนกลับมาอ่อนค่าทะลุระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์อีกครั้ง แม้ญี่ปุ่นจะใช้มาตรการขนาดใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งเพื่อพยุงค่าเงิน และสหรัฐฯ เข้าร่วมปฏิบัติการซื้อเงินเยนด้วย นั่นสะท้อนว่าแรงกดดันจากตลาดไม่ได้หายไป แต่เพียงถูกหยุดไว้ชั่วคราว
ญี่ปุ่นใช้เงิน 15.4 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 98.7 พันล้านดอลลาร์ ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคมถึง 26 สิงหาคม เพื่อซื้อเงินเยนและพยุงค่าเงินที่เคยอ่อนลงใกล้ 164 เยนต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 40 ปี การดำเนินการดังกล่าวยังรวมถึงการแทรกแซงร่วมกับกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ทั้งสองประเทศร่วมกันซื้อเงินเยนนับตั้งแต่ปี 1998 3
4
หลังการแทรกแซง เงินเยนแข็งค่าขึ้นชั่วคราวไปอยู่ในช่วงประมาณ 155 เยนต่อดอลลาร์ แต่ผลดังกล่าวค่อย ๆ จางลง การกลับมาอ่อนค่าทะลุ 160 จึงบอกเป็นนัยว่า ตลาดมองการซื้อเงินเยนของทางการเป็นเพียง “เบรกฉุกเฉิน” ที่ช่วยหยุดการเคลื่อนไหวรุนแรง ไม่ใช่สิ่งทดแทนการเปลี่ยนแปลงของนโยบายการเงินหรือส่วนต่างผลตอบแทนระหว่างสองประเทศ 3
7
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นหลังเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ แสดงท่าทีแข็งกร้าวในการประชุมเศรษฐกิจที่แจ็กสัน โฮล โดยย้ำความมุ่งมั่นต่อเป้าหมายเงินเฟ้อและส่งสัญญาณว่าเฟดอาจยังจำเป็นต้องใช้นโยบายดอกเบี้ยที่เข้มงวด
ท่าทีดังกล่าวทำให้ตลาดเพิ่มการคาดการณ์ว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน เมื่อคาดการณ์ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ สูงขึ้น ดอลลาร์ก็กลับมาเป็นสินทรัพย์ที่น่าถือมากกว่าเดิม และเงินเยนซึ่งเป็นสกุลเงินดอกเบี้ยต่ำก็ถูกขายออกอีกครั้ง 6
พูดให้เห็นภาพคือ นักลงทุนสามารถกู้ยืมเงินเยนต้นทุนต่ำ แล้วนำไปลงทุนในสินทรัพย์ดอลลาร์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า กลยุทธ์นี้ หรือที่มักเรียกว่า carry trade ยังคงมีแรงจูงใจอยู่ แม้ทางการญี่ปุ่นจะเข้าซื้อเงินเยนไปแล้วเป็นจำนวนมาก
ปัญหาหลักไม่ได้อยู่ที่ญี่ปุ่นมีเงินไม่พอสำหรับการแทรกแซง แต่อยู่ที่ผลตอบแทนของสินทรัพย์สหรัฐฯ ยังสูงกว่าสินทรัพย์ญี่ปุ่นอย่างมีนัยสำคัญ หากอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ สูงขึ้นหรือมีแนวโน้มว่าจะอยู่ในระดับสูงต่อไป ขณะที่ดอกเบี้ยญี่ปุ่นยังต่ำกว่า นักลงทุนก็ยังมีเหตุผลที่จะถือดอลลาร์มากกว่าเยน
การแทรกแซงสามารถทำให้การเปิดสถานะขายเงินเยนมีความเสี่ยงมากขึ้น และช่วยลดความผันผวนระยะสั้น แต่ไม่สามารถลบส่วนต่างผลตอบแทนนี้ได้อย่างถาวร หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายการเงินมาสนับสนุน นักวิเคราะห์จึงเตือนว่า BOJ ต้องใช้นโยบายที่เข้มงวดขึ้น ไม่ใช่พึ่งการแทรกแซงตลาดเพียงอย่างเดียว 2
7
สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวว่าการเคลื่อนไหวล่าสุดของเงินเยนยัง “อยู่ภายใต้การควบคุมค่อนข้างดี” และไม่ได้เป็นการเคลื่อนไหวที่ไร้ระเบียบแบบที่นำไปสู่การแทรกแซงร่วมในเดือนกรกฎาคม 1
ถ้อยแถลงนี้มีความหมายต่อตลาดอย่างมาก เพราะบ่งชี้ว่าวอชิงตันยังไม่เห็นเงื่อนไขเร่งด่วนที่จะต้องเข้าช่วยญี่ปุ่นอีกครั้งในทันที เบสเซนต์ยังเน้นว่าญี่ปุ่นควรปรับปรุง “นโยบายและปัจจัยพื้นฐาน” ซึ่งตลาดตีความว่าเป็นการสนับสนุนให้ BOJ เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย และเป็นการส่งความรับผิดชอบกลับไปยังโตเกียวมากกว่าการเตรียมปฏิบัติการร่วมรอบใหม่ 1
11
12
ระดับ 160 เยนต่อดอลลาร์มีความสำคัญทั้งในเชิงการเมืองและจิตวิทยาตลาด แต่ไม่ได้หมายความว่าญี่ปุ่นจะเข้าซื้อเงินเยนโดยอัตโนมัติทุกครั้งที่ค่าเงินผ่านระดับดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ทางการญี่ปุ่นพิจารณาทั้งความเร็ว ความผันผวน และลักษณะที่ไร้ระเบียบของตลาด ไม่ได้ตัดสินใจจากตัวเลขอัตราแลกเปลี่ยนเพียงจุดเดียว 5
6
ตลาดกำลังให้น้ำหนักกับการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น หรือ BOJ ในวันที่ 17–18 กันยายน เพราะการขึ้นดอกเบี้ยจะช่วยเพิ่มผลตอบแทนของสินทรัพย์เยน ลดความน่าสนใจของ carry trade และทำให้การแทรกแซงค่าเงินมีพื้นฐานรองรับมากขึ้น
ตลาดประเมินโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยไว้ราว 90% ขณะที่ผลสำรวจของ Reuters พบว่านักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดว่า BOJ จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน โดยความคาดหวังดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างมากหลังการแทรกแซงร่วมของญี่ปุ่นและสหรัฐฯ 3
12
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นที่สูงขึ้นก็มีความสำคัญด้วยเหตุผลเดียวกัน เพราะทำให้การถือสินทรัพย์สกุลเยนให้ผลตอบแทนใกล้เคียงหรือดึงดูดใจมากขึ้น และอาจทำให้เงินทุนไหลกลับเข้าญี่ปุ่น อย่างไรก็ดี การฟื้นตัวของเยนจะยั่งยืนหรือไม่ ยังขึ้นอยู่กับว่า BOJ จะส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องหรือไม่ และการคาดการณ์ดอกเบี้ยสหรัฐฯ จะผ่อนคลายลงหรือเปล่า
การประชุมกลุ่ม G20 มีความสำคัญเพราะซัตสึกิ คาตายามะ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น และคาซูโอะ อุเอดะ ผู้ว่าการ BOJ จะพบกับเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ การหารือดังกล่าวเปิดทางให้โตเกียวและวอชิงตันประสานท่าทีต่อค่าเงิน รวมถึงแนวทางดำเนินนโยบายหลังการแทรกแซง ทั้งแบบเปิดเผยและเบื้องหลัง 8
1
การแทรกแซงร่วมยังเป็นไปได้ แต่จากถ้อยแถลงล่าสุดของเบสเซนต์ โอกาสดังกล่าวดูจะลดลง เว้นแต่ว่าเงินเยนจะกลับมาอ่อนค่าอย่างรวดเร็วและไร้ระเบียบอีกครั้ง
การซื้อเงินเยนเกือบ 1 แสนล้านดอลลาร์ช่วยหยุดการร่วงลงอย่างรุนแรงได้ แต่ไม่อาจต้านแรงดึงดูดของส่วนต่างดอกเบี้ยที่ยังเอื้อดอลลาร์ได้ เมื่อวอร์ชส่งสัญญาณแข็งกร้าวและตลาดคาดว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย ความได้เปรียบของดอลลาร์จึงกลับมาอย่างรวดเร็ว
การฟื้นตัวของเงินเยนอย่างยั่งยืนจึงต้องมีปัจจัยพื้นฐานรองรับ ได้แก่ การขึ้นดอกเบี้ยของ BOJ ผลตอบแทนพันธบัตรญี่ปุ่นที่สูงขึ้น และสัญญาณว่าอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ จะผ่อนคลายลง หากองค์ประกอบเหล่านี้ไม่เกิดขึ้นพร้อมกัน แม้การแทรกแซงจะมีขนาดใหญ่มากเพียงใด ผลลัพธ์ก็มีแนวโน้มจางหายไปในที่สุด
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
ญี่ปุ่นใช้เงิน 15.4 ล้านล้านเยน หรือราว 98.7 พันล้านดอลลาร์ ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคมถึง 26 สิงหาคม รวมถึงปฏิบัติการซื้อเงินเยนร่วมกับสหรัฐฯ ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1998 แต่ผลฟื้นตัวอยู่ได้ไม่นาน [3][4]
ญี่ปุ่นใช้เงิน 15.4 ล้านล้านเยน หรือราว 98.7 พันล้านดอลลาร์ ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคมถึง 26 สิงหาคม รวมถึงปฏิบัติการซื้อเงินเยนร่วมกับสหรัฐฯ ครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1998 แต่ผลฟื้นตัวอยู่ได้ไม่นาน [3][4] ถ้อยแถลงเชิงเข้มงวดของเควิน วอร์ช ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่แจ็กสัน โฮล ทำให้ตลาดคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐฯ ในเดือนกันยายนสูงขึ้น ดอลลาร์จึงกลับมาแข็งค่าและกดดันเงินเยน [6]
ส่วนต่างดอกเบี้ยที่ยังเอื้อให้ถือสินทรัพย์ดอลลาร์ ทำให้การซื้อเงินเยนของทางการทำหน้าที่ได้เพียงชะลอความผันผวน ไม่สามารถเปลี่ยนแรงจูงใจพื้นฐานของตลาดได้