จีนต้องการให้สหรัฐฯ ยุติสิ่งที่ปักกิ่งมองว่าเป็นนโยบายเทคโนโลยีเชิงบีบบังคับ โดยเฉพาะการสอบสวน คว่ำบาตร และจำกัดการค้ากับบริษัท AI จีน ก่อนจะมีการหารือด้านความปลอดภัยของ AI อย่างจริงจัง [1][5] กระทรวงพาณิชย์จีนกล่าวหาสหรัฐฯ ว่าใช้ “อำนาจนิยมด้าน AI” หรือ “AI hegemonism” และขู่ว่าจะตอบโต้ หากมีมาตรการที่สร้างความเสีย...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What preconditions has China imposed for substantive AI negotiations with the United States ahead of the September 2026 talks and President. Article summary: China is seeking to make any substantive AI safety dialogue conditional on Washington changing what Beijing regards as coercive technology policy—especially threatened investigations, sanctions, and trade restrictions on. Topic tags: general web, ai safety, openai, agents, prompt engineering. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, water
จีนกำลังพยายามทำให้การหารือด้านความปลอดภัยของ AI ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ มีเงื่อนไขว่า วอชิงตันต้องปรับเปลี่ยนนโยบายที่ปักกิ่งมองว่าเป็นการกดดันและสกัดความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของจีนเสียก่อน โดยเฉพาะการขู่ว่าจะสอบสวนบริษัท AI จีน ใช้มาตรการคว่ำบาตร และจำกัดการค้า 1
5
บัญชี Yuyuantantian ซึ่งเชื่อมโยงกับสถานีโทรทัศน์ CCTV ของทางการจีน ระบุว่าสหรัฐฯ ต้องแสดงให้เห็นว่าบริษัท AI ของตนอยู่ภายใต้กฎด้านความปลอดภัย การเปิดเผยข้อมูล และการตรวจสอบที่เท่าเทียมกัน ก่อนจะมีการพูดคุยเชิงสาระสำคัญกับจีน นอกจากนี้ จีนยังย้ำว่าควรแยก “ภัยคุกคามด้านความมั่นคงที่แท้จริง” ออกจาก “การแข่งขันทางเทคโนโลยี” ให้ชัดเจน 1
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเชิงปฏิบัติของเงื่อนไขทั้งหมดที่จีนอาจส่งให้สหรัฐฯ ยังไม่ปรากฏอย่างครบถ้วนในรายงานที่เข้าถึงได้ การระบุเงื่อนไขที่เฉพาะเจาะจงกว่านี้จึงอาจเกินกว่าหลักฐานที่มีอยู่
กระทรวงพาณิชย์จีนกล่าวหาสหรัฐฯ ว่ากำลังใช้ข้อกล่าวหาเรื่องการขโมยทรัพย์สินทางปัญญาและการฝ่าฝืนกฎควบคุมการส่งออก เป็นเหตุผลในการกดดันบริษัท AI จีน ทั้งที่ยังไม่มีมูลฐานข้อเท็จจริงหรือกฎหมายที่ชัดเจนเพียงพอในมุมมองของปักกิ่ง 4
จีนจึงเรียกแนวทางดังกล่าวว่า “AI hegemonism” หรือการใช้อำนาจครอบงำด้าน AI พร้อมเตือนว่าจะใช้มาตรการตอบโต้หากสหรัฐฯ ดำเนินการที่สร้างความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญต่อผลประโยชน์ของจีน 4
ข้อกล่าวหานี้สะท้อนว่าความขัดแย้งไม่ได้จำกัดอยู่ที่คำถามว่าโมเดลใดถูกคัดลอกหรือใครละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับความพยายามของแต่ละฝ่ายในการรักษาความได้เปรียบด้านชิป โมเดล ข้อมูล และโครงสร้างพื้นฐาน AI
Anthropic ผู้พัฒนาโมเดล Claude กล่าวในจดหมายลงวันที่ 10 มิถุนายนที่ส่งถึงสมาชิกอาวุโสของวุฒิสภาสหรัฐฯ ว่า ผู้ดำเนินการที่เชื่อมโยงกับ Alibaba และห้องปฏิบัติการ Qwen ได้สร้างบัญชี Claude ปลอมเกือบ 25,000 บัญชี และทำให้เกิดการโต้ตอบกับโมเดลมากกว่า 28.8 ล้านครั้ง ระหว่างวันที่ 22 เมษายนถึง 5 มิถุนายน 2026 2
3
Anthropic ระบุว่าการดำเนินการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อทำ model distillation หรือการฝึกโมเดลที่มีขนาดหรือความสามารถด้อยกว่าโดยใช้คำตอบจากโมเดลที่มีความสามารถสูงกว่า วิธีนี้อาจช่วยให้ผู้พัฒนาสกัดรูปแบบการทำงานและความสามารถสำคัญของ Claude ไปสร้างหรือปรับปรุงระบบของตนเองได้ โดยข้อกล่าวหามุ่งไปที่ความสามารถด้านการเขียนโปรแกรม และการให้เหตุผลแบบมีตัวแทนหรือระบบอัตโนมัติที่สามารถวางแผนและดำเนินงานต่อเนื่องได้ 2
10
ตัวเลขและรายละเอียดทั้งหมดนี้ยังเป็นข้อกล่าวหาของ Anthropic ไม่ใช่ข้อสรุปจากคำวินิจฉัยที่ยุติแล้ว และหลักฐานที่รวบรวมได้ในที่นี้ยังไม่ยืนยันจุดยืนของ Alibaba ต่อข้อกล่าวหาดังกล่าว 3
ปักกิ่งมองว่าข้อร้องเรียนของ Anthropic รวมถึงแผนคว่ำบาตรหรือจำกัดบริษัทจีน เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของสหรัฐฯ ที่ต้องการรักษาความได้เปรียบทางเทคโนโลยี มากกว่าจะเป็นการบังคับใช้กฎด้านความปลอดภัยหรือทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นกลาง 4
ในอีกด้านหนึ่ง ทางการจีนก็พิจารณามาตรการที่มีลักษณะตอบโต้ โดยหารือกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำเกี่ยวกับการจำกัดการเข้าถึงโมเดล AI ที่มีความสามารถสูงที่สุดของจีนจากต่างประเทศ รวมถึงโมเดลที่ยังไม่เปิดตัว และทั้งโมเดลแบบปิดกับโมเดลแบบ open-weight ซึ่งผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดและปรับแต่งน้ำหนักของโมเดลได้ 6
10
รายงานดังกล่าวระบุว่าการหารือภายในจีนมีหน่วยงานด้านการค้าเป็นแกนนำ ไม่ใช่หลักฐานว่ามีการออกกฎถาวรแล้ว ดังนั้น ทิศทางที่เห็นในขณะนี้ควรเข้าใจว่าเป็นการพิจารณานโยบายมากกว่ามาตรการที่มีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบ 6
10
การเจรจา AI ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นก่อนการเยือนสหรัฐฯ ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในวันที่ 24 กันยายน 2026 ยังมีรายละเอียดเรื่องสถานที่ ผู้เข้าร่วม และขอบเขตการหารือที่ไม่แน่นอน 5
6
ประเด็นที่มีแนวโน้มถูกหยิบยกขึ้นมา ได้แก่
ประเด็นขัดแย้งระหว่างจีนกับสหรัฐฯ เป็นเรื่องของความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์พอ ๆ กับความปลอดภัยของ AI วอชิงตันต้องการป้องกันไม่ให้ชิป โมเดล และองค์ความรู้ขั้นสูงของสหรัฐฯ ช่วยเพิ่มศักยภาพทางทหารหรือไซเบอร์ของจีน ขณะที่ปักกิ่งมองว่าข้อจำกัดเหล่านี้มีเป้าหมายรักษาความเหนือกว่าของสหรัฐฯ 4
ข้อกล่าวหาเกี่ยวกับ Anthropic และความเป็นไปได้ของมาตรการลงโทษบริษัทจีนยังเสี่ยงทำลายบรรยากาศของการเจรจาที่กำลังเตรียมการอยู่ 3
4 ในบริบทนี้ ผลลัพธ์ที่เป็นไปได้มากกว่าข้อตกลงครอบคลุมคือการกำหนดนิยามหรือเกณฑ์ร่วมของ “frontier AI” ซึ่งเป็นประเด็นทางเทคนิคที่แคบกว่า
การตกลงเรื่องการควบคุมการส่งออก การบังคับใช้ทรัพย์สินทางปัญญา การเข้าถึงโมเดล หรือการตรวจสอบข้ามพรมแดนจะยากกว่ามาก เพราะแต่ละเรื่องเชื่อมโยงโดยตรงกับความมั่นคงและอำนาจต่อรองทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ
การแข่งขันไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในห้องประชุมระดับรัฐบาล แต่ยังขยายไปสู่ศูนย์ข้อมูล ชิป คลาวด์ และมาตรฐานทางเทคโนโลยีในประเทศที่สาม
Huawei เสนอสร้างศูนย์ข้อมูล AI ให้รัฐบาลอียิปต์เพื่อรองรับการใช้งานภาครัฐ รวมถึงงานด้านทหารและการเฝ้าระวัง โดยข้อเสนอประกอบด้วยชิป Ascend 950 จำนวน 1,408 ตัวสำหรับระบบฝึกโมเดล และชิปอีก 600 ตัวสำหรับคลัสเตอร์ประมวลผลหลังการฝึก 2
12
ข้อเสนอนี้ทำให้เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ กำลังพิจารณาข้อเสนอแข่งขัน ซึ่งสะท้อนการช่วงชิงอิทธิพลเหนือโครงสร้างพื้นฐาน AI ในแอฟริกาและตะวันออกกลาง ประเทศที่เป็นเจ้าของศูนย์ข้อมูลและระบบประมวลผลไม่ได้เพียงขายฮาร์ดแวร์ แต่ยังอาจสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวด้านคลาวด์ ข้อมูล มาตรฐาน และการกำกับดูแลเทคโนโลยี
จีนกำลังผลักดันโมเดลแบบ open-weight และนำเสนอกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศที่เป็นทางเลือกนอกเหนือจากอิทธิพลของสหรัฐฯ 9
13 การเติบโตของโมเดลจีนที่เปิดให้ดาวน์โหลดและปรับแต่งได้ ทำให้จีนมีช่องทางเปลี่ยนการเผยแพร่เทคโนโลยีให้กลายเป็นอิทธิพลทางภูมิรัฐศาสตร์
ในทางกลับกัน สหรัฐฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการควบคุมการเข้าถึงชิปและโมเดลที่มีความสามารถสูง โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคง การป้องกันการถ่ายโอนเทคโนโลยี และการจำกัดการใช้งานที่อาจเป็นอันตราย
ดังนั้น การเจรจาในเดือนกันยายนจึงน่าจะเป็นความพยายามสร้างช่องทางสื่อสารและลดความเสี่ยงจากความเข้าใจผิด มากกว่าจะเป็นเวทีที่ทั้งสองประเทศจะยุติการแข่งขันด้าน AI ได้ในครั้งเดียว
ข้อมูลที่อ้างถึงการควบคุมการส่งออกโดรนโดยเฉพาะ ขอบเขตทั้งหมดของข้อเสนอด้านโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐฯ ในแอฟริกาและตะวันออกกลาง รวมถึงตัวเลขการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนการใช้งานโมเดล AI ของจีนทั่วโลก ยังไม่ปรากฏหลักฐานรองรับอย่างเพียงพอจากรายงานที่รวบรวมได้ สิ่งที่หลักฐานสนับสนุนชัดเจนคือ การพูดคุยเรื่องความปลอดภัยของ AI กำลังเกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันที่เร่งตัวขึ้นในทุกชั้นของระบบ ตั้งแต่ชิป โมเดล ศูนย์ข้อมูล และการควบคุมการส่งออก ไปจนถึงการเข้าถึงเชิงพาณิชย์และอำนาจในการกำหนดกติกา 4
9
13
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
จีนต้องการให้สหรัฐฯ ยุติสิ่งที่ปักกิ่งมองว่าเป็นนโยบายเทคโนโลยีเชิงบีบบังคับ โดยเฉพาะการสอบสวน คว่ำบาตร และจำกัดการค้ากับบริษัท AI จีน ก่อนจะมีการหารือด้านความปลอดภัยของ AI อย่างจริงจัง [1][5]
จีนต้องการให้สหรัฐฯ ยุติสิ่งที่ปักกิ่งมองว่าเป็นนโยบายเทคโนโลยีเชิงบีบบังคับ โดยเฉพาะการสอบสวน คว่ำบาตร และจำกัดการค้ากับบริษัท AI จีน ก่อนจะมีการหารือด้านความปลอดภัยของ AI อย่างจริงจัง [1][5] กระทรวงพาณิชย์จีนกล่าวหาสหรัฐฯ ว่าใช้ “อำนาจนิยมด้าน AI” หรือ “AI hegemonism” และขู่ว่าจะตอบโต้ หากมีมาตรการที่สร้างความเสียหายอย่างเป็นรูปธรรมต่อผลประโยชน์ของจีน [4]
Anthropic กล่าวหาว่าผู้ดำเนินการที่เชื่อมโยงกับ Alibaba และห้องปฏิบัติการ Qwen ใช้บัญชีปลอมเกือบ 25,000 บัญชี ส่งคำขอไปยัง Claude มากกว่า 28.8 ล้านครั้งระหว่างวันที่ 22 เมษายนถึง 5 มิถุนายน 2026 เพื่อสกัดความสามารถของ...