รายงานระบุว่าอีลอน มัสก์บอกอดีตรัฐมนตรีกลาโหมยูเครน มิไคโล เฟโดรอฟ ว่าเขาไม่คัดค้านการใช้โดรนติด Starlink โจมตีเป้าหมายในรัสเซียลึกถึง 200 กิโลเมตร แต่การตัดสินใจต้องมาจากทำเนียบขาว การขยายการใช้งานจะช่วยให้โดรนระยะไกลรักษาการเชื่อมต่อเพื่อการนำทาง การควบคุม และการอัปเดตเป้าหมาย โดยยูเครนต้องการโจมตีฐานยิงขีปนาวุธรั...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Elon Musk reportedly tell former Ukrainian Defense Minister Mykhailo Fedorov about allowing Ukrainian drones equipped with Starlink. Article summary: Musk reportedly told Mykhailo Fedorov he was open to enabling Starlink-equipped Ukrainian drones to strike inside Russia, but that it was a political—not technical—decision requiring Trump administration approval. That i. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
รายงานระบุว่า อีลอน มัสก์เคยบอกมิไคโล เฟโดรอฟ อดีตรัฐมนตรีกลาโหมยูเครนว่า เขาไม่คัดค้านการให้ยูเครนใช้โดรนที่ติดตั้งอุปกรณ์เชื่อมต่อ Starlink โจมตีเป้าหมายทางทหารภายในรัสเซีย แต่มัสก์มองว่านี่เป็น “การตัดสินใจทางการเมือง” ไม่ใช่ปัญหาทางเทคนิค และควรให้ทำเนียบขาวเป็นผู้ตัดสินใจ 6
13
จุดสำคัญคือคำว่า “ไม่คัดค้าน” หรือ “เปิดกว้าง” ยังไม่ใช่การอนุมัติอย่างเป็นทางการ และไม่ได้หมายความว่า SpaceX เปิดใช้งานเครือข่ายในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว
แหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับการหารือระบุว่า มัสก์ไม่ได้คัดค้านการให้โดรนยูเครนซึ่งติดตั้งเทอร์มินัล Starlink ปฏิบัติการข้ามพรมแดนและโจมตีเป้าหมายทางทหารของรัสเซีย โดยข้อเสนอของยูเครนต้องการให้โดรนทำงานได้ลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซียมากถึง 200 กิโลเมตร รวมถึงพื้นที่ที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการยิงขีปนาวุธทิ้งตัว 6
13
อย่างไรก็ตาม รายงานยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่า SpaceX ได้เปิดสัญญาณในพื้นที่ดังกล่าวจริงหรือไม่ และไม่ได้ระบุรายชื่อเป้าหมาย ช่วงเวลาปฏิบัติการ ขอบเขตพื้นที่อนุญาต หรือกฎการใช้ระบบในการสู้รบ ดังนั้น ท่าทีของมัสก์จึงควรถูกมองว่าเป็นจุดยืนแบบมีเงื่อนไข ไม่ใช่ข้อตกลงที่เสร็จสมบูรณ์
อุปสรรคสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่า Starlink สามารถให้บริการข้ามพรมแดนได้หรือไม่ แต่อยู่ที่การตัดสินใจว่าจะให้เครือข่ายดาวเทียมเชิงพาณิชย์ที่เชื่อมโยงกับสหรัฐฯ สนับสนุนการโจมตีข้ามพรมแดน ซึ่งอาจทำให้สงครามยกระดับหรือไม่
ด้วยเหตุนี้ มัสก์จึงมีรายงานว่าไม่ต้องการตัดสินใจเพียงฝ่ายเดียว และส่งเรื่องให้ทำเนียบขาวพิจารณาแทนการมองว่าเป็นเพียงการปรับเปลี่ยนระบบเครือข่ายตามปกติ 6 แม้ SpaceX จะสามารถเปลี่ยนแปลงขอบเขตการให้บริการได้ แต่คำถามทางนโยบายยังคงเกี่ยวข้องกับท่าทีของรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อการโจมตีภายในรัสเซีย ความเสี่ยงของการตอบโต้ และบทบาทของเทคโนโลยีที่เชื่อมโยงกับอเมริกาในสงครามครั้งนี้
รายงานเมื่อเดือนสิงหาคมระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ไม่ได้สนับสนุนคำขอดังกล่าวเมื่อประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกีหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นหารือ 7
20
Starlink ไม่ได้ทำลายฐานยิงขีปนาวุธโดยตรง คุณค่าทางทหารของระบบอยู่ที่การช่วยให้โดรนระยะไกลรักษาการเชื่อมต่อสำหรับการนำทาง การควบคุม และการรับข้อมูลเป้าหมาย แม้อยู่ห่างจากแนวหน้าเป็นระยะทางมากขึ้น
เจ้าหน้าที่ยูเครนและนักวิเคราะห์ที่ถูกอ้างถึงในรายงานเชื่อมโยงข้อเสนอนี้กับความต้องการโจมตีฐานยิงขีปนาวุธทิ้งตัวของรัสเซีย ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปในดินแดนรัสเซียได้ถึง 200 กิโลเมตร 4
8
12
แนวคิดของยูเครนคือการโจมตี “ผู้ยิง” ก่อนที่ขีปนาวุธจะถูกปล่อย แทนที่จะต้องพึ่งพาระบบป้องกันภัยทางอากาศสกัดขีปนาวุธหลังจากมันขึ้นสู่อากาศแล้ว เหตุผลนี้มีความสำคัญมากขึ้นจากรายงานที่ระบุว่า ยูเครนกำลังเผชิญภาวะขาดแคลนขีปนาวุธสกัดกั้น Patriot ซึ่งถือเป็นอาวุธสำคัญในการรับมือขีปนาวุธทิ้งตัวของรัสเซีย 4
9
แต่การโจมตีระยะไกลไม่ใช่สิ่งทดแทนระบบ Patriot โดยตรง มันอาจช่วยเสริมการป้องกันทางอากาศด้วยการพยายามทำลายฐานยิงก่อนการโจมตี ทว่าแหล่งข่าวที่มีอยู่ยังไม่แสดงให้เห็นว่าจะช่วยลดความจำเป็นในการใช้ขีปนาวุธสกัดกั้นได้ทั้งหมด หรือรับประกันว่าจะทำให้การโจมตีด้วยขีปนาวุธลดลง
มีรายงานว่าเซเลนสกีหยิบยกคำขอนี้ต่อทรัมป์ระหว่างการพบกันที่ทำเนียบขาวในเดือนกรกฎาคม และขอให้ช่วยสนับสนุนการขยายการใช้งานโดรนติด Starlink เข้าไปในรัสเซีย 13
ต่อมาในวันที่ 26 สิงหาคม เซเลนสกีมอบ “เครื่องอิสริยาภรณ์เสรีภาพ” ซึ่งเป็นหนึ่งในเกียรติยศระดับสูงสุดของยูเครนให้แก่มัสก์ โดยยกย่องผลงานของเขาที่เกี่ยวข้องกับการปกป้องชีวิตและเสรีภาพ รวมถึงการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างยูเครนกับสหรัฐฯ 1
10
จังหวะเวลาของการมอบรางวัลมีนัยทางการทูต ขณะที่เคียฟกำลังกดดันมัสก์และรัฐบาลสหรัฐฯ ให้ขยายการใช้ Starlink ทางทหาร อย่างไรก็ตาม รางวัลดังกล่าวเป็นการยกย่องและการสื่อสารทางการทูต ไม่ใช่การยกเว้นข้อจำกัดทางกฎหมายหรือการอนุมัติให้ปฏิบัติการได้ทันที แหล่งข่าวยังไม่ระบุว่าพิธีดังกล่าวนำไปสู่คำมั่นผูกพันจากมัสก์ SpaceX หรือทำเนียบขาว 1
15
ในเวลาเดียวกัน เฟโดรอฟกำลังผลักดันข้อเสนออีกด้านในกรุงวอชิงตัน เขาต้องการดึงเงินลงทุนจากสหรัฐฯ เข้าสู่กองทุนเทคโนโลยีป้องกันประเทศของยูเครน และเสนอช่วยสหรัฐฯ พัฒนา “กองทัพโดรน” โดยเฉพาะหากแลกเปลี่ยนกับขีปนาวุธสกัดกั้น Patriot สำหรับยูเครน 14
ข้อเสนอนี้พยายามวางตำแหน่งยูเครนไม่ใช่เพียงประเทศผู้รับความช่วยเหลือด้านการป้องกันทางอากาศ แต่ยังเป็นแหล่งความเชี่ยวชาญด้านโดรนที่ผ่านการใช้งานจริงในสนามรบด้วย ขณะเดียวกันก็เชื่อมโยงโดยตรงกับคำขอเรื่อง Starlink: ยูเครนต้องการทั้งความสามารถในการโจมตีระบบที่ใช้ยิงใส่ประเทศ และขีปนาวุธสกัดกั้นเพิ่มเติมเพื่อรับมือภัยคุกคามที่ไม่สามารถทำลายได้ก่อนถูกปล่อย
รายงานระบุว่า รัสเซียส่งโดรนติดเครื่องยนต์ไอพ่นราว 800 ลำภายในระยะเวลา 4 วัน ทำให้ข้อโต้แย้งของยูเครนมีความเร่งด่วนมากขึ้นว่า การสกัดกั้นภัยคุกคามทุกลูกเป็นเรื่องยากเมื่อคลังอาวุธป้องกันทางอากาศมีจำกัด
ยุทธศาสตร์ที่เคียฟเสนอจึงเป็นการผสมผสานการสกัดกั้นกับการโจมตีฐานยิงและโครงสร้างพื้นฐานทางทหารอื่น ๆ หรือพูดง่าย ๆ คือพยายามโจมตี “คนยิงธนู” ไม่ใช่เพียงคอยปัด “ลูกธนู” ทุกดอก เจ้าหน้าที่ยูเครนมองว่าการเพิ่มต้นทุนให้การโจมตีของรัสเซียอาจช่วยสร้างเงื่อนไขให้เกิดการเจรจาได้ แต่เรื่องนี้ยังเป็นข้อโต้แย้งเชิงยุทธศาสตร์ ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่พิสูจน์แล้ว 4
14
การที่เฟโดรอฟถูกปลดจากตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมยูเครนในเดือนกรกฎาคม ทำให้ช่องทางติดต่อโดยตรงระหว่างเขากับมัสก์มีความซับซ้อนขึ้น ตามรายงานเกี่ยวกับการหารือเรื่อง Starlink 9
ถึงกระนั้น เฟโดรอฟยังคงทำงานด้านการทูตและเทคโนโลยีในระดับนานาชาติ กระทรวงกลาโหมอิตาลียืนยันเมื่อวันที่ 28 สิงหาคมว่า เขารับตำแหน่งที่ปรึกษาด้านนวัตกรรมให้แก่กุยโด โครเซตโต รัฐมนตรีกลาโหมอิตาลี
เฟโดรอฟยังแสดงความสนใจบทบาทที่ปรึกษาลักษณะใกล้เคียงกันกับฝรั่งเศสและสหรัฐฯ แต่ตำแหน่งเหล่านั้นควรถูกมองว่าเป็นความสนใจหรือความเป็นไปได้ในอนาคต ไม่ใช่การแต่งตั้งที่ยืนยันแล้ว การเดินสายระหว่างประเทศ กองทุนเทคโนโลยีป้องกันประเทศ และข้อเสนอแลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญด้านโดรนกับขีปนาวุธ Patriot ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่กว้างขึ้นในการเปลี่ยนประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีสงครามของยูเครนให้กลายเป็นแรงสนับสนุนทางการทูตและการทหาร
สาระสำคัญจากรายงานคือ มัสก์ถูกกล่าวว่าเปิดกว้างต่อการให้โดรนยูเครนที่ใช้ Starlink โจมตีเป้าหมายในรัสเซีย แต่ย้ำว่าการเปิดใช้งานดังกล่าวเป็นการตัดสินใจทางการเมืองที่ต้องได้รับการอนุมัติจากทำเนียบขาว 6
13
การเปลี่ยนแปลงนี้อาจช่วยให้ยูเครนสนับสนุนปฏิบัติการโดรนระยะไกลเพื่อโจมตีฐานยิงขีปนาวุธที่อยู่ลึกเข้าไปในรัสเซียได้ถึง 200 กิโลเมตร แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานการอนุมัติที่ชัดเจน หรือกรอบปฏิบัติการที่กำหนดเป้าหมาย พื้นที่ และกฎการใช้งานอย่างเป็นทางการ
สำหรับเคียฟ คำขอเรื่อง Starlink เป็นเพียงส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ใหญ่ที่ประกอบด้วยการใช้โดรนระยะไกลขัดขวางการโจมตีของรัสเซีย ดึงดูดการลงทุนด้านนวัตกรรมกลาโหม และขอขีปนาวุธ Patriot เพิ่มเติมเพื่อรับมือภัยคุกคามที่ไม่สามารถหยุดได้ก่อนการปล่อย ผลลัพธ์จะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจทางการเมืองของมัสก์ SpaceX และรัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ใช่เพียงความสามารถทางเทคนิคของ Starlink
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
รายงานระบุว่าอีลอน มัสก์บอกอดีตรัฐมนตรีกลาโหมยูเครน มิไคโล เฟโดรอฟ ว่าเขาไม่คัดค้านการใช้โดรนติด Starlink โจมตีเป้าหมายในรัสเซียลึกถึง 200 กิโลเมตร แต่การตัดสินใจต้องมาจากทำเนียบขาว
รายงานระบุว่าอีลอน มัสก์บอกอดีตรัฐมนตรีกลาโหมยูเครน มิไคโล เฟโดรอฟ ว่าเขาไม่คัดค้านการใช้โดรนติด Starlink โจมตีเป้าหมายในรัสเซียลึกถึง 200 กิโลเมตร แต่การตัดสินใจต้องมาจากทำเนียบขาว การขยายการใช้งานจะช่วยให้โดรนระยะไกลรักษาการเชื่อมต่อเพื่อการนำทาง การควบคุม และการอัปเดตเป้าหมาย โดยยูเครนต้องการโจมตีฐานยิงขีปนาวุธรัสเซียก่อนปล่อยขีปนาวุธ
ข้อเสนอของเฟโดรอฟในวอชิงตันที่จะช่วยสหรัฐฯ สร้าง “กองทัพโดรน” แลกกับขีปนาวุธสกัดกั้น Patriot สะท้อนยุทธศาสตร์ของยูเครนที่ต้องการใช้เทคโนโลยีเชิงรุกควบคู่กับการเสริมระบบป้องกันภัยทางอากาศ