กระเป๋าที่เชื่อมโยงกับ ETF ของ BlackRock สะสมประมาณ 27,722 BTC และ 385,633 ETH ในช่วง 8 วันทำการปลายเดือนสิงหาคม 2026 คิดเป็นมูลค่ารวมราว 3.16 พันล้านดอลลาร์ [10] ช่วงที่ซื้อเข้มข้นที่สุดอยู่ระหว่างวันที่ 21–23 สิงหาคม โดยมีการระบุว่าซื้อประมาณ 11,098 BTC และ 132,769 ETH ภายในเวลาเกือบ 48 ชั่วโมง มูลค่ารวมใกล้ 1 พัน...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did BlackRock’s late-August 2026 digital-asset buying spree involve, including the more than $3.1 billion of Bitcoin and Ethereum accum. Article summary: BlackRock’s late-August activity was chiefly ETF inventory creation in response to investor subscriptions—not a discretionary proprietary bet. On-chain trackers estimated that IBIT and ETHA accumulated about 27,722 BTC a. Topic tags: general, general web, user generated, news. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
กิจกรรมคริปโตของ BlackRock ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมมีขนาดใหญ่ก็จริง แต่ความหมายหลักเป็นเรื่องการดำเนินงานของกองทุน มากกว่าจะเป็นสัญญาณว่า BlackRock กำลังนำเงินของบริษัทไปเก็งกำไรใน Bitcoin หรือ Ether
ข้อมูลติดตามธุรกรรมบนบล็อกเชนระบุว่า กระเป๋าที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ลงทุนแบบสปอต ETF ของบริษัทสะสมประมาณ 27,722 BTC และ 385,633 ETH ในช่วง 8 วันทำการ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์สำหรับ Bitcoin และ 961 ล้านดอลลาร์สำหรับ Ether หรือรวมราว 3.16 พันล้านดอลลาร์ ตามราคาขณะนั้น 10
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้มาจากการวิเคราะห์ธุรกรรมบนบล็อกเชน ไม่ใช่ประกาศโดยตรงจาก BlackRock จึงควรมองเป็นค่าประมาณ นอกจากนี้ รายงานบางแห่งระบุยอด Bitcoin แตกต่างกัน เช่น 22,722 BTC ทำให้จำนวนที่แน่นอนตลอดช่วง 8 วันยังมีความไม่แน่นอนอยู่ 10
13
ประเด็นที่มีหลักฐานรองรับชัดเจนกว่าคือ สินทรัพย์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับกองทุนสปอต ETF ได้แก่ iShares Bitcoin Trust (IBIT) และ iShares Ethereum Trust ETF (ETHA) เมื่อมีนักลงทุนซื้อหน่วย ETF ใหม่ กองทุนจะต้องจัดหาและถือครอง Bitcoin หรือ Ether ที่เป็นสินทรัพย์อ้างอิงเพื่อรองรับหน่วยลงทุนที่สร้างขึ้นใหม่ ดังนั้น การสะสมนี้สะท้อนความต้องการซื้อผลิตภัณฑ์ของ BlackRock มากกว่าการที่บริษัทตัดสินใจลงทุนในนามของตัวเอง 3
5
ช่วงที่มีการซื้อเข้มข้นที่สุดอยู่ราววันที่ 21–23 สิงหาคม ข้อมูลที่ Arkham ติดตามระบุว่ามีการจัดหา Bitcoin ประมาณ 11,098 BTC และ Ether 132,769 ETH ภายในเวลาเกือบ 48 ชั่วโมง คิดเป็นมูลค่ารวมใกล้ 1 พันล้านดอลลาร์ 3
5
ธุรกรรมดังกล่าวถูกอธิบายว่าเป็นการดำเนินงานเพื่อรองรับ IBIT และ ETHA ไม่ใช่การเปิดสถานะซื้อขายแยกต่างหากของ BlackRock เอง 3
จังหวะนี้สอดคล้องกับเงินไหลเข้า ETF สปอตในสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่ง กองทุน Bitcoin ETF สปอตของสหรัฐฯ รับเงินสุทธิประมาณ 1.92 พันล้านดอลลาร์ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 23 สิงหาคม ซึ่งเป็นยอดรายสัปดาห์สูงที่สุดนับตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคม 2025
ในช่วงการซื้อขาย 5 วันระหว่างวันที่ 17–21 สิงหาคม IBIT มีเงินไหลเข้าประมาณ 1.33 พันล้านดอลลาร์ ส่วน ETHA รับเงินไหลเข้าประมาณ 536.8 ล้านดอลลาร์ 14
ข้อมูลรายวันช่วยให้เห็นว่าทำไมการจัดหาสินทรัพย์จึงเร่งตัวขึ้น
วันที่ 21 สิงหาคม ETF Bitcoin สปอตของสหรัฐฯ มีเงินไหลเข้าสุทธิประมาณ 307 ล้านดอลลาร์ โดย IBIT เป็นผู้นำที่ 239.3 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ ETF Ether สปอตมีเงินไหลเข้าประมาณ 185 ล้านดอลลาร์ และ ETHA รับไปประมาณ 151 ล้านดอลลาร์ 1
วันที่ 24 สิงหาคม IBIT รับเงินไหลเข้าประมาณ 208.9 ล้านดอลลาร์ จากยอดรวม 337.6 ล้านดอลลาร์ของ ETF Bitcoin สปอตสหรัฐฯ หรือมากกว่า 60% ของทั้งกลุ่ม ส่วน ETHA รับประมาณ 90.92 ล้านดอลลาร์ จากยอดรวม 116 ล้านดอลลาร์ที่ไหลเข้า ETF Ether สปอต 8
9
ETF Ether สปอตยังมีเงินไหลเข้าอย่างต่อเนื่องครบ 9 เซสชัน รวมประมาณ 1.42 พันล้านดอลลาร์ในช่วงดังกล่าว ขณะที่ ETF Bitcoin ก็มีสถิติเงินไหลเข้า 9 เซสชันเช่นกัน ก่อนพลิกเป็นเงินไหลออกสุทธิในวันที่ 28 สิงหาคม ภาพนี้สะท้อนว่าแรงซื้อมีพลัง แต่ไม่ได้เคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวตลอดเวลา
Coinbase Prime เป็นแพลตฟอร์มที่ให้บริการดูแลสินทรัพย์และดำเนินการซื้อขายสำหรับผลิตภัณฑ์คริปโตระดับสถาบัน รายงานหนึ่งระบุว่า BlackRock โอนประมาณ 5,212 BTC มูลค่าราว 325 ล้านดอลลาร์ และ 20,000 ETH มูลค่าประมาณ 35.13 ล้านดอลลาร์ไปยัง Coinbase Prime โดยอธิบายว่าเป็นธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับ IBIT และ ETHA
แต่หลักฐานที่มีอยู่ยังไม่ยืนยันว่า Bitcoin และ Etherทั้งหมดในประมาณการ 3.1 พันล้านดอลลาร์ตลอด 8 วันถูกซื้อผ่าน Coinbase Prime การโอนเข้าสู่ Coinbase Prime เพียงอย่างเดียวก็ไม่ใช่หลักฐานยืนยันการขาย เพราะอาจเกี่ยวข้องกับการดูแลสินทรัพย์ การดำเนินการซื้อ การสร้างหน่วยลงทุน การไถ่ถอน หรือการบริหารกองทุนรูปแบบอื่น
คำอธิบายที่รอบคอบที่สุดจึงคือ Coinbase Prime เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ดำเนินงาน ETF ขณะที่ยอดสะสมตลอด 8 วันมาจากการวิเคราะห์กระเป๋าบนบล็อกเชนและข้อมูลกระแสเงินของ ETF เป็นหลัก
ประมาณการจากข้อมูลของ Arkham ระบุว่า มูลค่าสินทรัพย์คริปโตที่ติดตามได้ของ BlackRock เพิ่มจาก 53.36 พันล้านดอลลาร์ในช่วงต้นเดือนสิงหาคมเป็น 68.48 พันล้านดอลลาร์ ณ สิ้นเดือน เพิ่มขึ้นประมาณ 15.12 พันล้านดอลลาร์ หรือ 28.3% 7
เมื่อแยกตามผลิตภัณฑ์ มูลค่าที่ติดตามได้ของ IBIT เพิ่มจาก 47.69 พันล้านดอลลาร์เป็น 60.35 พันล้านดอลลาร์ ส่วน ETHA เพิ่มจาก 5.67 พันล้านดอลลาร์เป็น 8.12 พันล้านดอลลาร์ 7
ตัวเลขการเติบโตนี้ไม่ควรตีความว่าเป็นเงินใหม่ 15 พันล้านดอลลาร์ที่ไหลเข้ากองทุนทั้งหมด เพราะมูลค่าพอร์ตสามารถเพิ่มขึ้นได้จากอย่างน้อย 2 ปัจจัย
ดังนั้น การเพิ่มขึ้นในเดือนสิงหาคมน่าจะเป็นผลรวมของเงินทุนใหม่และราคาสินทรัพย์ที่ปรับขึ้น ไม่ใช่การซื้อสินทรัพย์ทั้งหมดเพียงอย่างเดียว 7
10
รายงานช่วงปลายเดือนสิงหาคมระบุว่า IBIT มีสินทรัพย์ประมาณ 60.52 พันล้านดอลลาร์ ETHA มี 8.26 พันล้านดอลลาร์ และผลิตภัณฑ์ ETHB ซึ่งรองรับการสเตกกิงมีประมาณ 833 ล้านดอลลาร์ เมื่อนำมารวมกันจะได้ราว 69.6 พันล้านดอลลาร์ ไม่ใช่ 71.79 พันล้านดอลลาร์ 19
ความแตกต่างอาจเกิดจากเวลาที่ใช้ประเมินมูลค่าไม่ตรงกัน การนับสินทรัพย์เพิ่มเติม หรือการใช้ชุดกระเป๋าที่กว้างกว่าเดิม แต่แหล่งข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่า 71.79 พันล้านดอลลาร์เป็นยอดสะสมที่แม่นยำ
ตัวเลขที่มีหลักฐานรองรับมากกว่าคือประมาณการมูลค่าสินทรัพย์ที่ติดตามได้ 68.48 พันล้านดอลลาร์ สำหรับภาพรวมช่วงสิ้นเดือนสิงหาคม 7
ข้อมูลจากเอกสารของ iShares ระบุว่ารางวัลการขุด Bitcoin อยู่ที่ 3.125 BTC ต่อบล็อก หากเครือข่ายสร้างประมาณ 144 บล็อกต่อวัน จะมี Bitcoin ใหม่เข้าสู่ระบบราว 450 BTC ต่อวัน
เมื่อเทียบกันแล้ว การสะสม 27,722 BTC ที่ถูกรายงานเทียบเท่ากับ Bitcoin ที่ออกใหม่ประมาณ 62 วัน หรือราว 7.7 เท่าของจำนวนเหรียญที่ขุดได้ในช่วงปฏิทิน 8 วัน
การเปรียบเทียบนี้ไม่ได้หมายความว่า ETF ซื้อ Bitcoin ที่ขุดใหม่ทุกเหรียญ แต่ช่วยให้เห็นขนาดของความต้องการที่ถูกรายงานเมื่อเทียบกับอุปทานใหม่ที่เครือข่ายสร้างขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ในช่วงเดียวกัน Bitcoin กำลังทดสอบแนวต้านสำคัญบริเวณ 81,000–83,000 ดอลลาร์ ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 สัปดาห์อยู่ใกล้ 81,081–81,114 ดอลลาร์ ขณะที่ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 365 วันอยู่ใกล้ 83,000 ดอลลาร์
Bitcoin เคยขยับขึ้นเหนือประมาณ 81,300–81,500 ดอลลาร์ชั่วคราว ก่อนถอยกลับลงมาต่ำกว่า 80,000 ดอลลาร์ นั่นหมายความว่า แม้ ETF จะมีแรงซื้อจำนวนมาก แต่ยังไม่มีสัญญาณยืนยันว่า Bitcoin สามารถทะลุแนวต้านทางเทคนิคได้อย่างเด็ดขาด
ข้อมูลปลายเดือนสิงหาคมสนับสนุนภาพของการกลับมาของความต้องการจากนักลงทุนสถาบัน ETF มีเงินไหลเข้าในระดับสูง BlackRock เป็นผู้นำในหลายวันที่สำคัญของทั้ง ETF Bitcoin และ Ether และผู้ถือ Bitcoin รายใหญ่สะสมเพิ่มประมาณ 43,000 BTC ในช่วง 60 วัน ตามข้อมูล CryptoQuant ที่ Bloomberg รายงาน
แต่หลักฐานเหล่านี้ยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่า “นักลงทุนรายย่อยเป็นฝ่ายขาย” หรือการขายของรายย่อยเป็นสาเหตุที่ทำให้สถาบันเข้าซื้อ ข้อสรุปดังกล่าวยังเป็นเพียงเรื่องเล่าที่แพร่หลายในตลาด ไม่ใช่ความสัมพันธ์เชิงเหตุผลที่พิสูจน์แล้ว
ข้อสรุปที่ปลอดภัยและตรงกับหลักฐานที่สุดคือ ผลิตภัณฑ์คริปโตของ BlackRock ได้รับความต้องการจากนักลงทุนอย่างมาก ทำให้กองทุนต้องสะสม BTC และ ETH เพิ่มเพื่อรองรับหน่วยลงทุน ความเคลื่อนไหวนี้มีขนาดใหญ่พอจะส่งผลต่อสภาพคล่องและพลวัตด้านอุปทานของตลาด แต่การที่ Bitcoin ร่วงกลับต่ำกว่า 80,000 ดอลลาร์ก็แสดงให้เห็นว่า แรงซื้อ ETF เพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันการเบรกเอาต์ของราคา
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
กระเป๋าที่เชื่อมโยงกับ ETF ของ BlackRock สะสมประมาณ 27,722 BTC และ 385,633 ETH ในช่วง 8 วันทำการปลายเดือนสิงหาคม 2026 คิดเป็นมูลค่ารวมราว 3.16 พันล้านดอลลาร์ [10]
กระเป๋าที่เชื่อมโยงกับ ETF ของ BlackRock สะสมประมาณ 27,722 BTC และ 385,633 ETH ในช่วง 8 วันทำการปลายเดือนสิงหาคม 2026 คิดเป็นมูลค่ารวมราว 3.16 พันล้านดอลลาร์ [10] ช่วงที่ซื้อเข้มข้นที่สุดอยู่ระหว่างวันที่ 21–23 สิงหาคม โดยมีการระบุว่าซื้อประมาณ 11,098 BTC และ 132,769 ETH ภายในเวลาเกือบ 48 ชั่วโมง มูลค่ารวมใกล้ 1 พันล้านดอลลาร์ [3] [5]
การซื้อดังกล่าวเป็นการจัดหาสินทรัพย์เพื่อรองรับการสร้างหน่วยลงทุน ETF ตามความต้องการของผู้ลงทุน มากกว่าจะเป็นการลงทุนตามดุลยพินิจของ BlackRock เอง