Bank of America คาดว่าราคา DRAM และ NAND ในตลาดสปอตอาจเพิ่มอีก 10%–20% ในเดือนกันยายน 2026 จากข้อจำกัดด้านกำลังผลิตที่เกิดพร้อมกับความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ช่วงพีก HBM สำหรับชิปเร่งความเร็ว AI ใช้กำลังการผลิต DRAM ในสัดส่วนสูงกว่าปริมาณบิตที่ผลิตได้ ทำให้ DDR4, DDR5, DRAM เซิร์ฟเวอร์ และผลิตภัณฑ์ NAND บางประเภท...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is driving Bank of America’s forecast that DRAM and NAND spot prices will rise another 10%–20% in September 2026, how severe has the me. Article summary: Bank of America’s September spot-price call reflects a supply shock meeting seasonal demand: memory makers are allocating scarce wafer and packaging resources to higher-margin HBM for AI servers while electronics makers . Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
Bank of America มองว่าตลาดหน่วยความจำกำลังเผชิญวิกฤตการจัดสรรกำลังผลิตในช่วงเวลาที่ผู้ซื้อมีความต้องการสูงที่สุด ผู้ผลิตเมมโมรีกำลังให้น้ำหนักกับ High-Bandwidth Memory หรือ HBM และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ขณะที่ผู้ผลิตพีซี สมาร์ตโฟน เกมคอนโซล และเซิร์ฟเวอร์เร่งสั่งชิ้นส่วนเพื่อเตรียมการผลิตช่วงปลายปี
ผลที่ตามมาคือ DRAM และ NAND แบบทั่วไปมีอุปทานตึงตัวมากขึ้น และยังมีโอกาสที่ราคาจะขยับขึ้นต่อ 17
Bank of America คาดว่าราคา DRAM และ NAND ในตลาดสปอตอาจเพิ่มขึ้นอีก 10%–20% ในเดือนกันยายน 2026 การประเมินนี้เกิดขึ้นหลังราคาปรับตัวขึ้นแรง และผู้ผลิตอุปกรณ์กลับมาเร่งซื้อหน่วยความจำเพื่อเตรียมการผลิตในช่วงฤดูกาลขายปลายปี 17
ข้อมูลตลาดวันที่ 28 สิงหาคมช่วยให้เห็นภาพความร้อนแรงได้ชัดขึ้น โดย TrendForce รายงานราคาเฉลี่ยต่อรอบการซื้อขายของชิป 16Gb DDR4-3200 ที่ 91.293 ดอลลาร์ และ 16Gb DDR5-4800/5600 ที่ 53.933 ดอลลาร์ ตัวเลขดังกล่าวเป็นราคาอ้างอิงระดับชิปในตลาดสปอต ไม่ใช่ราคาที่ผู้บริโภคจะต้องจ่ายสำหรับแรมทั้งชุดโดยตรง
จุดนี้สำคัญมาก เพราะราคาสปอต ราคาตามสัญญารายไตรมาส ราคาของโมดูล และราคาขายปลีกอยู่คนละช่วงของห่วงโซ่อุปทาน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในตลาดหนึ่งจึงไม่จำเป็นต้องส่งผ่านไปยังอีกตลาดทันที หรือเพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกัน
สัญญาณที่ชัดเจนไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขพุ่งขึ้นเพียงตัวเดียว แต่อยู่ที่การเกิดขึ้นพร้อมกันของราคาสปอตระดับสูง สต็อกที่หายาก และการที่ผู้ผลิตสามารถกันกำลังผลิตล่วงหน้าให้ลูกค้าได้
SK Hynix ระบุว่าผลผลิต DRAM, HBM และ NAND สำหรับปี 2026 ถูกจองหมดแล้ว ขณะที่ลูกค้าเริ่มล็อกคิวการผลิตหน่วยความจำแบบทั่วไปล่วงหน้าไปถึงปีถัดไป บริษัทอธิบายว่าตลาด DRAM และ NAND อยู่ในภาวะตึงตัวอย่างมาก 2
13
ตลาดค้าปลีกในสหรัฐฯ ก็สะท้อนแรงกดดันเช่นกัน ข้อมูลติดตามราคาของ Tom’s Hardware ระบุว่าแรม DDR5-6000 ขนาด 64GB มีราคาที่ดีที่สุดในขณะนั้นอยู่ที่ 849 ดอลลาร์ เทียบกับจุดต่ำสุดในอดีตที่ 159 ดอลลาร์ ขณะที่ชุดแรม 96GB อยู่ที่ 1,799 ดอลลาร์ และ DDR5-6400 ขนาด 128GB อยู่ที่ 3,399 ดอลลาร์
รายงานค้าปลีกอื่น ๆ พบว่าชุด DDR5 ขนาด 64GB บางรุ่นมีราคาสูงกว่า 1,200 ดอลลาร์ และเพิ่มขึ้นเกือบ 500% เมื่อเทียบกับปีก่อน ตัวเลขเหล่านี้เป็นราคาของรุ่นหรือรายการสินค้าที่ถูกติดตาม ไม่ได้หมายความว่าแรม DDR5 ทุกแบบมีราคาเท่ากัน ความแตกต่างนี้จึงควรทำให้มองตัวเลขค้าปลีกเป็นภาพสะท้อนของช่วงเวลาหนึ่ง มากกว่าจะถือเป็นราคากลางของตลาดทั้งหมด
HBM เป็นหัวใจสำคัญของวิกฤตครั้งนี้ เพราะไม่ได้เป็นเพียงผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ผู้ผลิตสามารถเพิ่มเข้าไปโดยไม่ต้องแลกกับกำลังผลิตของสินค้าอื่น HBM สำหรับชิปเร่งความเร็ว AI ต้องใช้ทั้งทรัพยากรการผลิตและการบรรจุชิปในปริมาณมาก
ประมาณการหนึ่งที่ The Motley Fool อ้างข้อมูลจาก TrendForce ระบุว่า ในปี 2027 HBM อาจใช้กำลังการผลิต DRAM ของผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุด 3 รายราว 30% แต่คิดเป็นเพียง 13% ของจำนวนบิตผลผลิตทั้งหมด 4
ความไม่สมดุลดังกล่าวหมายความว่ากำลังผลิตที่เหลือสำหรับผลิตภัณฑ์ทั่วไปมีน้อยลง DDR5, DDR4 รุ่นเก่า, โมบาย DRAM และ DRAM สำหรับเซิร์ฟเวอร์ต้องแข่งขันกันใช้ทรัพยากรเดียวกัน ขณะที่ลูกค้า AI พยายามล็อกอุปทานด้วยสัญญาระยะยาว เมื่อผู้ผลิตปรับสัดส่วนไปยัง HBM ที่มีมูลค่าสูงกว่า หน่วยความจำทั่วไปจึงมีความยืดหยุ่นน้อยลง และไวต่อแรงซื้อที่เพิ่มขึ้นแม้เพียงเล็กน้อย
แรงกดดันเห็นได้ชัดเป็นพิเศษในตลาด DDR4 แม้จะเป็นมาตรฐานรุ่นเก่า แต่พีซี เซิร์ฟเวอร์ ระบบอุตสาหกรรม และอุปกรณ์จำนวนมากยังต้องพึ่งพา DDR4 ผู้ผลิตมีแรงจูงใจน้อยลงที่จะเพิ่มกำลังผลิตสำหรับเทคโนโลยีรุ่นเก่า เมื่อ HBM และผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ให้ผลตอบแทนดีกว่า นี่ทำให้ DDR4 ซึ่งควรมีราคาถูกลงตามอายุ กลับมีราคาแพงขึ้นผิดปกติในช่วงขาดแคลน
การขยายศูนย์ข้อมูล AI ไม่ได้ต้องการเพียงหน่วยความจำสำหรับชิปเร่งความเร็วเท่านั้น ศูนย์ข้อมูลยังต้องใช้พื้นที่จัดเก็บความจุสูงและความเร็วสูงสำหรับชุดข้อมูล จุดตรวจสอบการฝึกโมเดล และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการประมวลผลอนุมาน ความต้องการดังกล่าวช่วยหนุน SSD ระดับองค์กรและแนวโน้มราคาของ NAND แม้พลวัตของ NAND จะแตกต่างจาก DRAM ก็ตาม 5
NAND ยังได้แรงหนุนจากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป ผู้ผลิตอุปกรณ์หรือ OEM เร่งสั่งซื้อเพื่อเตรียมผลิตสมาร์ตโฟน พีซี เกมคอนโซล และสินค้าอื่น ๆ สำหรับฤดูกาลขายปลายปี มุมมองของ Bank of America ในเดือนกันยายนจึงเป็นผลจากสองแรงกดดันที่เกิดพร้อมกัน ได้แก่ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI และการเร่งเติมสต็อกระยะสั้นของห่วงโซ่อิเล็กทรอนิกส์ 17
อย่างไรก็ตาม หลักฐานของ NAND ไม่ได้แข็งแรงเท่ากันในทุกประเภทสินค้า แนวโน้มระยะหลังที่ Kaohoon International อ้างถึงคาดว่าราคาจะเพิ่มขึ้นอีกในไตรมาส 4 ก่อนทรงตัวหรือปรับลดลงเล็กน้อยตลอดปี 2027 และอาจลดลงในปี 2028 นั่นหมายความว่า NAND อาจฟื้นตัวไปในทิศทางเดียวกับ DRAM แต่ราคาของแต่ละผลิตภัณฑ์อาจเคลื่อนไหวไม่สม่ำเสมอ
ต้นทุนหน่วยความจำที่สูงขึ้นอาจทำให้ผู้ผลิตอุปกรณ์ต้องเลือกทางใดทางหนึ่งต่อไปนี้
สินค้าที่ใช้หน่วยความจำสูงและระบบที่ยังพึ่งพา DDR4 น่าจะได้รับผลกระทบระยะใกล้มากที่สุด ผู้ที่ประกอบหรืออัปเกรดพีซีอาจพบว่าราคาต่างกันมากระหว่างความจุและความเร็วแต่ละระดับ เพราะชุดแรมความจุสูงเป็นกลุ่มที่ราคาปรับขึ้นแรงในข้อมูลค้าปลีกบางชุด
แต่ราคาชุดแรมในร้านค้าไม่ควรถูกนำไปเทียบตรง ๆ กับต้นทุนของชิป DRAM หนึ่งชิ้น เพราะชุดแรมยังรวมต้นทุนการประกอบ การทดสอบ การกระจายสินค้า กำไรของผู้ค้าปลีก สถานะสต็อก และพรีเมียมของรุ่นที่มีความเร็วหรือความจุเฉพาะ ข้อมูลราคาสปอตระดับชิปและราคาขายปลีกชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่าตลาดกำลังตึงตัว แต่เป็นตัวเลขคนละประเภทกัน
ภาวะขาดแคลนหน่วยความจำสอดคล้องกับภาพความต้องการชิปเร่งความเร็ว AI ของ Nvidia ที่ยังแข็งแกร่ง เพราะดีมานด์ HBM ที่สูงสะท้อนว่าผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลยังแข่งขันกันสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI การที่ SK Hynix เป็นซัพพลายเออร์ของ Nvidia และมีการจองผลผลิตล่วงหน้า ยังแสดงให้เห็นความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดระหว่างความต้องการชิปเร่งความเร็วกับความพร้อมของหน่วยความจำ 2
อย่างไรก็ตาม วิกฤตเดียวกันนี้อาจจำกัดจำนวนระบบที่ Nvidia ผลิตและส่งมอบได้ หาก HBM การบรรจุชิปขั้นสูง หรือชิ้นส่วนหน่วยความจำที่เกี่ยวข้องมีอุปทานไม่เพียงพอ ดีมานด์ชิปเร่งความเร็วที่สูงก็ไม่ได้แปลว่าจะสามารถประกอบเป็นระบบสำเร็จและจัดส่งได้ทั้งหมด
หลักฐานที่มีอยู่จึงสนับสนุนการมองหน่วยความจำว่าเป็นทั้งสัญญาณของความต้องการ AI และคอขวดของห่วงโซ่อุปทาน แต่ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปอันดับการลงทุนหรือราคาเป้าหมาย Nvidia ล่าสุดของ Bank of America
แนวคิดเรื่อง “ซูเปอร์ไซเคิล” ไม่ได้หมายถึงการเติบโตของ HBM เพียงอย่างเดียว SK Hynix อยู่ในตำแหน่งที่จะได้ประโยชน์จากราคาที่เพิ่มขึ้นพร้อมกันในตลาด HBM, DRAM ทั่วไป และ NAND บริษัทระบุว่าผลผลิตทั้งสามกลุ่มสำหรับปี 2026 ถูกขายหมดแล้ว และมีแผนเริ่มส่งมอบ HBM4 ในไตรมาส 4 2
นักวิเคราะห์มองว่าวัฏจักรครั้งนี้มีขอบเขตกว้างกว่ารอบก่อน เพราะการเพิ่มสัดส่วน HBM จำกัดอุปทานของหน่วยความจำสินค้าโภคภัณฑ์ ขณะที่ความต้องการสตอเรจจาก AI ช่วยพยุงความสามารถในการทำกำไรของ NAND 5
6 ในภาวะเช่นนี้ อัตราการใช้กำลังผลิตที่สูง การจองซื้อจากลูกค้าล่วงหน้า และราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น อาจช่วยให้ผู้ผลิตรายใหญ่มีผลประกอบการแข็งแกร่งเป็นพิเศษ
แนวโน้มดังกล่าวยังมีความเสี่ยง เพราะหน่วยความจำเป็นอุตสาหกรรมวัฏจักร หากกำลังผลิตใหม่เข้าสู่ตลาดเร็วกว่าคาด การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ชะลอตัว หรือความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ลดลง สมดุลของตลาดก็อาจเปลี่ยนได้ คำถามสำคัญจึงอยู่ที่จังหวะเวลา โดยประมาณการที่มีอยู่ยังไม่ได้ชี้ว่าตลาดจะกลับสู่ภาวะปกติในเร็ว ๆ นี้
มุมมองของ Bank of America ที่ถูกอ้างถึงคาดว่าราคาจะเพิ่มขึ้นอีกในไตรมาส 4 จากนั้นจะทรงตัวหรือปรับลดลงเพียงเล็กน้อยตลอดปี 2027 และอาจเห็นราคา DRAM กับ NAND ลดลงในปี 2028 โดยเป็นการปรับฐานที่มีสุขภาพดี ไม่ใช่การทรุดตัวของตลาด
กรอบเวลานี้สอดคล้องกับคำเตือนของ Kwak Noh-jung ซีอีโอ SK Hynix ที่มองว่าปี 2027 อาจเป็นปีที่อุตสาหกรรมหน่วยความจำเผชิญภาวะอุปทานเลวร้ายที่สุดเท่าที่เคยมีมา 1 รายงานอุตสาหกรรมอื่น ๆ ก็ระบุว่าภาวะขาดแคลนอาจลากยาวอย่างน้อยถึงปี 2027 หากความต้องการจาก AI ยังเติบโตเร็วกว่ากำลังผลิต
10
ข้อสรุปสำหรับผู้ซื้อคือ การที่ราคาจะผ่อนคลายอย่างมีนัยสำคัญก่อนปี 2027 ดูเป็นไปได้ยากภายใต้สมมติฐานด้านอุปสงค์และอุปทานในปัจจุบัน แม้แต่การลดลงในปี 2028 ก็ยังขึ้นอยู่กับว่ากำลังผลิตใหม่จะเข้าสู่ตลาดได้ตามกำหนดหรือไม่ และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI จะชะลอลงมากเพียงใด
ดังนั้น วิกฤตครั้งนี้อาจไม่ใช่เพียงราคาหน่วยความจำพีซีที่พุ่งขึ้นชั่วคราว แต่เป็นการแข่งขันเชิงโครงสร้างระหว่างโครงสร้างพื้นฐาน AI กับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ส่วนที่เหลือ
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Bank of America คาดว่าราคา DRAM และ NAND ในตลาดสปอตอาจเพิ่มอีก 10%–20% ในเดือนกันยายน 2026 จากข้อจำกัดด้านกำลังผลิตที่เกิดพร้อมกับความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ช่วงพีก
Bank of America คาดว่าราคา DRAM และ NAND ในตลาดสปอตอาจเพิ่มอีก 10%–20% ในเดือนกันยายน 2026 จากข้อจำกัดด้านกำลังผลิตที่เกิดพร้อมกับความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ช่วงพีก HBM สำหรับชิปเร่งความเร็ว AI ใช้กำลังการผลิต DRAM ในสัดส่วนสูงกว่าปริมาณบิตที่ผลิตได้ ทำให้ DDR4, DDR5, DRAM เซิร์ฟเวอร์ และผลิตภัณฑ์ NAND บางประเภทมีความยืดหยุ่นด้านอุปทานลดลง
จากแนวโน้มที่มีอยู่ การผ่อนคลายของราคาในวงกว้างก่อนปี 2027 ดูเป็นไปได้ยาก ขณะที่มุมมองของ Bank of America ชี้ว่าราคาอาจทรงตัวหรือปรับลงเพียงเล็กน้อยตลอดปี 2027 และอาจลดลงชัดเจนขึ้นในปี 2028
Bank of America คาดว่าราคา DRAM และ NAND ในตลาดสปอตอาจเพิ่มอีก 10%–20% ในเดือนกันยายน 2026 จากข้อจำกัดด้านกำลังผลิตที่เกิดพร้อมกับความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ช่วงพีก HBM สำหรับชิปเร่งความเร็ว AI ใช้กำลังการผลิต DRAM ในสัดส่วนสูงกว่าปริมาณบิตที่ผลิตได้ ทำให้ DDR4, DDR5, DRAM เซิร์ฟเวอร์ และผลิตภัณฑ์ NAND บางประเภท...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is driving Bank of America’s forecast that DRAM and NAND spot prices will rise another 10%–20% in September 2026, how severe has the me. Article summary: Bank of America’s September spot-price call reflects a supply shock meeting seasonal demand: memory makers are allocating scarce wafer and packaging resources to higher-margin HBM for AI servers while electronics makers . Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
Bank of America มองว่าตลาดหน่วยความจำกำลังเผชิญวิกฤตการจัดสรรกำลังผลิตในช่วงเวลาที่ผู้ซื้อมีความต้องการสูงที่สุด ผู้ผลิตเมมโมรีกำลังให้น้ำหนักกับ High-Bandwidth Memory หรือ HBM และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ขณะที่ผู้ผลิตพีซี สมาร์ตโฟน เกมคอนโซล และเซิร์ฟเวอร์เร่งสั่งชิ้นส่วนเพื่อเตรียมการผลิตช่วงปลายปี
ผลที่ตามมาคือ DRAM และ NAND แบบทั่วไปมีอุปทานตึงตัวมากขึ้น และยังมีโอกาสที่ราคาจะขยับขึ้นต่อ 17
Bank of America คาดว่าราคา DRAM และ NAND ในตลาดสปอตอาจเพิ่มขึ้นอีก 10%–20% ในเดือนกันยายน 2026 การประเมินนี้เกิดขึ้นหลังราคาปรับตัวขึ้นแรง และผู้ผลิตอุปกรณ์กลับมาเร่งซื้อหน่วยความจำเพื่อเตรียมการผลิตในช่วงฤดูกาลขายปลายปี 17
ข้อมูลตลาดวันที่ 28 สิงหาคมช่วยให้เห็นภาพความร้อนแรงได้ชัดขึ้น โดย TrendForce รายงานราคาเฉลี่ยต่อรอบการซื้อขายของชิป 16Gb DDR4-3200 ที่ 91.293 ดอลลาร์ และ 16Gb DDR5-4800/5600 ที่ 53.933 ดอลลาร์ ตัวเลขดังกล่าวเป็นราคาอ้างอิงระดับชิปในตลาดสปอต ไม่ใช่ราคาที่ผู้บริโภคจะต้องจ่ายสำหรับแรมทั้งชุดโดยตรง
จุดนี้สำคัญมาก เพราะราคาสปอต ราคาตามสัญญารายไตรมาส ราคาของโมดูล และราคาขายปลีกอยู่คนละช่วงของห่วงโซ่อุปทาน การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในตลาดหนึ่งจึงไม่จำเป็นต้องส่งผ่านไปยังอีกตลาดทันที หรือเพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกัน
สัญญาณที่ชัดเจนไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขพุ่งขึ้นเพียงตัวเดียว แต่อยู่ที่การเกิดขึ้นพร้อมกันของราคาสปอตระดับสูง สต็อกที่หายาก และการที่ผู้ผลิตสามารถกันกำลังผลิตล่วงหน้าให้ลูกค้าได้
SK Hynix ระบุว่าผลผลิต DRAM, HBM และ NAND สำหรับปี 2026 ถูกจองหมดแล้ว ขณะที่ลูกค้าเริ่มล็อกคิวการผลิตหน่วยความจำแบบทั่วไปล่วงหน้าไปถึงปีถัดไป บริษัทอธิบายว่าตลาด DRAM และ NAND อยู่ในภาวะตึงตัวอย่างมาก 2
13
ตลาดค้าปลีกในสหรัฐฯ ก็สะท้อนแรงกดดันเช่นกัน ข้อมูลติดตามราคาของ Tom’s Hardware ระบุว่าแรม DDR5-6000 ขนาด 64GB มีราคาที่ดีที่สุดในขณะนั้นอยู่ที่ 849 ดอลลาร์ เทียบกับจุดต่ำสุดในอดีตที่ 159 ดอลลาร์ ขณะที่ชุดแรม 96GB อยู่ที่ 1,799 ดอลลาร์ และ DDR5-6400 ขนาด 128GB อยู่ที่ 3,399 ดอลลาร์
รายงานค้าปลีกอื่น ๆ พบว่าชุด DDR5 ขนาด 64GB บางรุ่นมีราคาสูงกว่า 1,200 ดอลลาร์ และเพิ่มขึ้นเกือบ 500% เมื่อเทียบกับปีก่อน ตัวเลขเหล่านี้เป็นราคาของรุ่นหรือรายการสินค้าที่ถูกติดตาม ไม่ได้หมายความว่าแรม DDR5 ทุกแบบมีราคาเท่ากัน ความแตกต่างนี้จึงควรทำให้มองตัวเลขค้าปลีกเป็นภาพสะท้อนของช่วงเวลาหนึ่ง มากกว่าจะถือเป็นราคากลางของตลาดทั้งหมด
HBM เป็นหัวใจสำคัญของวิกฤตครั้งนี้ เพราะไม่ได้เป็นเพียงผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ผู้ผลิตสามารถเพิ่มเข้าไปโดยไม่ต้องแลกกับกำลังผลิตของสินค้าอื่น HBM สำหรับชิปเร่งความเร็ว AI ต้องใช้ทั้งทรัพยากรการผลิตและการบรรจุชิปในปริมาณมาก
ประมาณการหนึ่งที่ The Motley Fool อ้างข้อมูลจาก TrendForce ระบุว่า ในปี 2027 HBM อาจใช้กำลังการผลิต DRAM ของผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุด 3 รายราว 30% แต่คิดเป็นเพียง 13% ของจำนวนบิตผลผลิตทั้งหมด 4
ความไม่สมดุลดังกล่าวหมายความว่ากำลังผลิตที่เหลือสำหรับผลิตภัณฑ์ทั่วไปมีน้อยลง DDR5, DDR4 รุ่นเก่า, โมบาย DRAM และ DRAM สำหรับเซิร์ฟเวอร์ต้องแข่งขันกันใช้ทรัพยากรเดียวกัน ขณะที่ลูกค้า AI พยายามล็อกอุปทานด้วยสัญญาระยะยาว เมื่อผู้ผลิตปรับสัดส่วนไปยัง HBM ที่มีมูลค่าสูงกว่า หน่วยความจำทั่วไปจึงมีความยืดหยุ่นน้อยลง และไวต่อแรงซื้อที่เพิ่มขึ้นแม้เพียงเล็กน้อย
แรงกดดันเห็นได้ชัดเป็นพิเศษในตลาด DDR4 แม้จะเป็นมาตรฐานรุ่นเก่า แต่พีซี เซิร์ฟเวอร์ ระบบอุตสาหกรรม และอุปกรณ์จำนวนมากยังต้องพึ่งพา DDR4 ผู้ผลิตมีแรงจูงใจน้อยลงที่จะเพิ่มกำลังผลิตสำหรับเทคโนโลยีรุ่นเก่า เมื่อ HBM และผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ให้ผลตอบแทนดีกว่า นี่ทำให้ DDR4 ซึ่งควรมีราคาถูกลงตามอายุ กลับมีราคาแพงขึ้นผิดปกติในช่วงขาดแคลน
การขยายศูนย์ข้อมูล AI ไม่ได้ต้องการเพียงหน่วยความจำสำหรับชิปเร่งความเร็วเท่านั้น ศูนย์ข้อมูลยังต้องใช้พื้นที่จัดเก็บความจุสูงและความเร็วสูงสำหรับชุดข้อมูล จุดตรวจสอบการฝึกโมเดล และโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการประมวลผลอนุมาน ความต้องการดังกล่าวช่วยหนุน SSD ระดับองค์กรและแนวโน้มราคาของ NAND แม้พลวัตของ NAND จะแตกต่างจาก DRAM ก็ตาม 5
NAND ยังได้แรงหนุนจากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป ผู้ผลิตอุปกรณ์หรือ OEM เร่งสั่งซื้อเพื่อเตรียมผลิตสมาร์ตโฟน พีซี เกมคอนโซล และสินค้าอื่น ๆ สำหรับฤดูกาลขายปลายปี มุมมองของ Bank of America ในเดือนกันยายนจึงเป็นผลจากสองแรงกดดันที่เกิดพร้อมกัน ได้แก่ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI และการเร่งเติมสต็อกระยะสั้นของห่วงโซ่อิเล็กทรอนิกส์ 17
อย่างไรก็ตาม หลักฐานของ NAND ไม่ได้แข็งแรงเท่ากันในทุกประเภทสินค้า แนวโน้มระยะหลังที่ Kaohoon International อ้างถึงคาดว่าราคาจะเพิ่มขึ้นอีกในไตรมาส 4 ก่อนทรงตัวหรือปรับลดลงเล็กน้อยตลอดปี 2027 และอาจลดลงในปี 2028 นั่นหมายความว่า NAND อาจฟื้นตัวไปในทิศทางเดียวกับ DRAM แต่ราคาของแต่ละผลิตภัณฑ์อาจเคลื่อนไหวไม่สม่ำเสมอ
ต้นทุนหน่วยความจำที่สูงขึ้นอาจทำให้ผู้ผลิตอุปกรณ์ต้องเลือกทางใดทางหนึ่งต่อไปนี้
สินค้าที่ใช้หน่วยความจำสูงและระบบที่ยังพึ่งพา DDR4 น่าจะได้รับผลกระทบระยะใกล้มากที่สุด ผู้ที่ประกอบหรืออัปเกรดพีซีอาจพบว่าราคาต่างกันมากระหว่างความจุและความเร็วแต่ละระดับ เพราะชุดแรมความจุสูงเป็นกลุ่มที่ราคาปรับขึ้นแรงในข้อมูลค้าปลีกบางชุด
แต่ราคาชุดแรมในร้านค้าไม่ควรถูกนำไปเทียบตรง ๆ กับต้นทุนของชิป DRAM หนึ่งชิ้น เพราะชุดแรมยังรวมต้นทุนการประกอบ การทดสอบ การกระจายสินค้า กำไรของผู้ค้าปลีก สถานะสต็อก และพรีเมียมของรุ่นที่มีความเร็วหรือความจุเฉพาะ ข้อมูลราคาสปอตระดับชิปและราคาขายปลีกชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่าตลาดกำลังตึงตัว แต่เป็นตัวเลขคนละประเภทกัน
ภาวะขาดแคลนหน่วยความจำสอดคล้องกับภาพความต้องการชิปเร่งความเร็ว AI ของ Nvidia ที่ยังแข็งแกร่ง เพราะดีมานด์ HBM ที่สูงสะท้อนว่าผู้ให้บริการศูนย์ข้อมูลยังแข่งขันกันสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI การที่ SK Hynix เป็นซัพพลายเออร์ของ Nvidia และมีการจองผลผลิตล่วงหน้า ยังแสดงให้เห็นความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดระหว่างความต้องการชิปเร่งความเร็วกับความพร้อมของหน่วยความจำ 2
อย่างไรก็ตาม วิกฤตเดียวกันนี้อาจจำกัดจำนวนระบบที่ Nvidia ผลิตและส่งมอบได้ หาก HBM การบรรจุชิปขั้นสูง หรือชิ้นส่วนหน่วยความจำที่เกี่ยวข้องมีอุปทานไม่เพียงพอ ดีมานด์ชิปเร่งความเร็วที่สูงก็ไม่ได้แปลว่าจะสามารถประกอบเป็นระบบสำเร็จและจัดส่งได้ทั้งหมด
หลักฐานที่มีอยู่จึงสนับสนุนการมองหน่วยความจำว่าเป็นทั้งสัญญาณของความต้องการ AI และคอขวดของห่วงโซ่อุปทาน แต่ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปอันดับการลงทุนหรือราคาเป้าหมาย Nvidia ล่าสุดของ Bank of America
แนวคิดเรื่อง “ซูเปอร์ไซเคิล” ไม่ได้หมายถึงการเติบโตของ HBM เพียงอย่างเดียว SK Hynix อยู่ในตำแหน่งที่จะได้ประโยชน์จากราคาที่เพิ่มขึ้นพร้อมกันในตลาด HBM, DRAM ทั่วไป และ NAND บริษัทระบุว่าผลผลิตทั้งสามกลุ่มสำหรับปี 2026 ถูกขายหมดแล้ว และมีแผนเริ่มส่งมอบ HBM4 ในไตรมาส 4 2
นักวิเคราะห์มองว่าวัฏจักรครั้งนี้มีขอบเขตกว้างกว่ารอบก่อน เพราะการเพิ่มสัดส่วน HBM จำกัดอุปทานของหน่วยความจำสินค้าโภคภัณฑ์ ขณะที่ความต้องการสตอเรจจาก AI ช่วยพยุงความสามารถในการทำกำไรของ NAND 5
6 ในภาวะเช่นนี้ อัตราการใช้กำลังผลิตที่สูง การจองซื้อจากลูกค้าล่วงหน้า และราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น อาจช่วยให้ผู้ผลิตรายใหญ่มีผลประกอบการแข็งแกร่งเป็นพิเศษ
แนวโน้มดังกล่าวยังมีความเสี่ยง เพราะหน่วยความจำเป็นอุตสาหกรรมวัฏจักร หากกำลังผลิตใหม่เข้าสู่ตลาดเร็วกว่าคาด การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ชะลอตัว หรือความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ลดลง สมดุลของตลาดก็อาจเปลี่ยนได้ คำถามสำคัญจึงอยู่ที่จังหวะเวลา โดยประมาณการที่มีอยู่ยังไม่ได้ชี้ว่าตลาดจะกลับสู่ภาวะปกติในเร็ว ๆ นี้
มุมมองของ Bank of America ที่ถูกอ้างถึงคาดว่าราคาจะเพิ่มขึ้นอีกในไตรมาส 4 จากนั้นจะทรงตัวหรือปรับลดลงเพียงเล็กน้อยตลอดปี 2027 และอาจเห็นราคา DRAM กับ NAND ลดลงในปี 2028 โดยเป็นการปรับฐานที่มีสุขภาพดี ไม่ใช่การทรุดตัวของตลาด
กรอบเวลานี้สอดคล้องกับคำเตือนของ Kwak Noh-jung ซีอีโอ SK Hynix ที่มองว่าปี 2027 อาจเป็นปีที่อุตสาหกรรมหน่วยความจำเผชิญภาวะอุปทานเลวร้ายที่สุดเท่าที่เคยมีมา 1 รายงานอุตสาหกรรมอื่น ๆ ก็ระบุว่าภาวะขาดแคลนอาจลากยาวอย่างน้อยถึงปี 2027 หากความต้องการจาก AI ยังเติบโตเร็วกว่ากำลังผลิต
10
ข้อสรุปสำหรับผู้ซื้อคือ การที่ราคาจะผ่อนคลายอย่างมีนัยสำคัญก่อนปี 2027 ดูเป็นไปได้ยากภายใต้สมมติฐานด้านอุปสงค์และอุปทานในปัจจุบัน แม้แต่การลดลงในปี 2028 ก็ยังขึ้นอยู่กับว่ากำลังผลิตใหม่จะเข้าสู่ตลาดได้ตามกำหนดหรือไม่ และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI จะชะลอลงมากเพียงใด
ดังนั้น วิกฤตครั้งนี้อาจไม่ใช่เพียงราคาหน่วยความจำพีซีที่พุ่งขึ้นชั่วคราว แต่เป็นการแข่งขันเชิงโครงสร้างระหว่างโครงสร้างพื้นฐาน AI กับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ส่วนที่เหลือ
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Bank of America คาดว่าราคา DRAM และ NAND ในตลาดสปอตอาจเพิ่มอีก 10%–20% ในเดือนกันยายน 2026 จากข้อจำกัดด้านกำลังผลิตที่เกิดพร้อมกับความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ช่วงพีก
Bank of America คาดว่าราคา DRAM และ NAND ในตลาดสปอตอาจเพิ่มอีก 10%–20% ในเดือนกันยายน 2026 จากข้อจำกัดด้านกำลังผลิตที่เกิดพร้อมกับความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ช่วงพีก HBM สำหรับชิปเร่งความเร็ว AI ใช้กำลังการผลิต DRAM ในสัดส่วนสูงกว่าปริมาณบิตที่ผลิตได้ ทำให้ DDR4, DDR5, DRAM เซิร์ฟเวอร์ และผลิตภัณฑ์ NAND บางประเภทมีความยืดหยุ่นด้านอุปทานลดลง
จากแนวโน้มที่มีอยู่ การผ่อนคลายของราคาในวงกว้างก่อนปี 2027 ดูเป็นไปได้ยาก ขณะที่มุมมองของ Bank of America ชี้ว่าราคาอาจทรงตัวหรือปรับลงเพียงเล็กน้อยตลอดปี 2027 และอาจลดลงชัดเจนขึ้นในปี 2028