NATO ระบุว่า ณ เวลานี้ยังไม่เห็นภัยคุกคามจากการโจมตีทางทหารแบบเปิดเผยของรัสเซียต่อประเทศสมาชิกที่ใกล้จะเกิดขึ้น แต่ยังคงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด [23] ยุโรปพบปฏิบัติการที่เชื่อมโยงกับรัสเซียเพิ่มขึ้น ทั้งการวางเพลิง วินาศกรรม การจารกรรม ไซเบอร์โจมตี การรบกวน GPS และเหตุโดรนรุกล้ำน่านฟ้า [1][2][17] รายงานข่าวระบุว่าเหตุก...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is NATO’s assessment of the likelihood of an imminent Russian direct military attack on a member state amid Russia’s escalating hybrid. Article summary: NATO’s public assessment is that Russia’s hybrid campaign is escalating, but it sees no indication of an imminent conventional Russian attack on a member state.. Topic tags: general web, workflow, security, privacy, marketing. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and t
จุดยืนสาธารณะของ NATO คือ รัสเซียกำลังเพิ่มระดับปฏิบัติการ “สงครามผสม” (hybrid warfare) ทั่วยุโรป แต่ขณะนี้พันธมิตรยังไม่เห็นภัยคุกคามจากการโจมตีทางทหารแบบเปิดเผยต่อประเทศสมาชิกที่ใกล้จะเกิดขึ้น
คำว่า “ยังไม่เห็นภัยใกล้จะเกิดขึ้น” ไม่ได้หมายความว่าไม่มีความเสี่ยงเลย แต่หมายถึงยังไม่มีหลักฐานสาธารณะที่ชี้ว่ารัสเซียกำลังเตรียมการบุกสมาชิก NATO ครั้งใหญ่ในทันที เจ้าหน้าที่และรัฐบาลยุโรปกำลังแยกความแตกต่างระหว่างปฏิบัติการกดดันในพื้นที่สีเทา กับการโจมตีทางทหารโดยตรง
หน่วยงานยุโรปและสหรัฐฯ เชื่อมโยงเหตุการณ์หลายประเภทเข้ากับหน่วยงานรัสเซีย ตัวแทน หรือผู้ปฏิบัติการที่ได้รับการสนับสนุนจากรัสเซีย เช่น
เอกสารของสหภาพยุโรประบุว่าภัยคุกคามจากรัสเซียและเบลารุสครอบคลุมทั้งการรุกล้ำน่านฟ้าด้วยโดรนหรือเครื่องบินขับไล่ และการรบกวนสัญญาณนำทางด้วยวิธี jamming หรือ spoofing 1
17
รายงานล่าสุดยังกล่าวถึงโดรนติดวัตถุระเบิดที่พบในหรือใกล้สนามบินเยอรมนี กิจกรรมต้องสงสัยรอบเส้นทางขนส่งความช่วยเหลือทางทหารไปยังยูเครน ตลอดจนแผนวินาศกรรมและการก่อความรุนแรงที่เจ้าหน้าที่โปแลนด์ระบุว่าสามารถสกัดกั้นได้ 4
5
6
รายงานข่าวระบุว่าเหตุการณ์ที่เชื่อมโยงกับรัสเซียเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 15 เหตุการณ์ต่อเดือนนับตั้งแต่เดือนเมษายน จากระดับสูงสุดราว 10 เหตุการณ์ต่อเดือนในหลายช่วงนับตั้งแต่ปี 2024 5
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็นการประเมินของเจ้าหน้าที่หรือแหล่งข่าวกรองที่สื่อรายงาน ไม่ใช่จำนวนเหตุการณ์อย่างเป็นทางการของ NATO ที่เปิดให้สาธารณชนตรวจสอบได้ทุกกรณี การกล่าวโทษรัสเซียในหลายเหตุการณ์มาจากรัฐบาลหรือหน่วยข่าวกรองยุโรป ขณะที่ความรับผิดทางกฎหมายยังไม่ได้รับการพิสูจน์เป็นรายกรณีทั้งหมด
การทำแผนที่ของคณะกรรมาธิการเฮลซิงกิของสหรัฐฯ ระบุว่าพบปฏิบัติการสงครามผสมเกือบ 150 ครั้งในดินแดน NATO นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากการรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบ โดยรวมเหตุโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน การรณรงค์ใช้ความรุนแรง การใช้ผู้โยกย้ายถิ่นฐานเป็นเครื่องมือ และปฏิบัติการแทรกแซงข้อมูลข่าวสาร
โปแลนด์และประเทศบอลติกมองว่าตนเองมีความเสี่ยงสูงกว่า เนื่องจากอยู่ใกล้รัสเซียและมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนยูเครน
นายกรัฐมนตรีโดนัลด์ ทัสก์กล่าวว่าโปแลนด์กำลังเผชิญ “เดือนวิกฤต” และไม่อาจตัดความเป็นไปได้ที่รัสเซียจะก่อเหตุยั่วยุต่อประเทศสมาชิก NATO ใด ๆ ได้ ก่อนหน้านี้เขาเคยกล่าวว่ารัสเซียอาจมีศักยภาพโจมตีสมาชิก NATO ได้ภายในไม่กี่เดือน 19
ด้านกีตานัส นาอูเซดา ประธานาธิบดีลิทัวเนีย กล่าวว่า การประเมินข่าวกรองชี้ถึงความเป็นไปได้ของปฏิบัติการขนาดจำกัดต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในลิทัวเนีย ประเทศบอลติก หรือโปแลนด์ ซึ่งอาจกระทบระบบพลังงานและการคมนาคม 18
เอสโตเนียก็รายงานว่าพบการยกระดับของเหตุวินาศกรรม สงครามอิเล็กทรอนิกส์ และการจารกรรมที่เจ้าหน้าที่เชื่อมโยงกับมอสโก ขณะที่โปแลนด์ประกาศการจับกุมผู้ต้องสงสัยหลายรายในคดีวางเพลิงและแผนก่อความรุนแรงที่ถูกกล่าวหาว่าจัดการโดยหน่วยลับของรัสเซีย 20
รายงานระบุว่า จอห์น แรตคลิฟฟ์ ผู้อำนวยการ CIA ได้เตือนมอสโกไม่ให้โจมตีสมาชิก NATO โดยเฉพาะเอสโตเนีย ลัตเวีย และลิทัวเนีย ท่ามกลางการประเมินว่ารัสเซียอาจพยายามทดสอบความเป็นเอกภาพของพันธมิตร
ฟรีดริช เมิร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี เรียกการกระทำของรัสเซียว่าเป็นภัยคุกคามสงครามผสมที่ร้ายแรง และสนับสนุนการตอบโต้ของยุโรปที่แข็งกร้าวขึ้น ขณะที่รัฐบาลยุโรปใช้มาตรการหลายทาง ได้แก่
ฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักรเคยสนับสนุนมาตรการต่อกิจกรรมไซเบอร์ที่ถูกกล่าวหาว่าเชื่อมโยงกับหน่วยข่าวกรองรัสเซีย โดยฝรั่งเศสระบุว่าปฏิบัติการดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการจารกรรมและความพยายามก่อวินาศกรรมในหลายประเทศยุโรป 9
10
11
Article 5 ของสนธิสัญญา NATO ระบุว่า การโจมตีสมาชิกหนึ่งประเทศถือเป็นการโจมตีสมาชิกทั้งหมด และเป็นหลักประกันสำคัญของระบบป้องกันร่วมกัน อย่างไรก็ตาม การประเมินข่าวกรองของสหรัฐฯ ที่ถูกรายงานไม่ได้คาดการณ์การรุกรานยุโรปครั้งใหญ่ในทันที
ฉากทัศน์ที่ถูกพิจารณามีตั้งแต่เบาไปหนัก ได้แก่
เป้าหมายที่ถูกประเมินไม่ได้จำเป็นต้องเป็นการยึดครองดินแดนจำนวนมาก แต่อาจเป็นการทดสอบว่า NATO จะตอบโต้ร่วมกันเพื่อปกป้องพันธมิตรขนาดเล็กหรือไม่ และจะทำให้เกิดความเห็นต่างระหว่างสหรัฐฯ กับชาติยุโรปหรือเปล่า
ทั้งหมดนี้เป็นฉากทัศน์เผื่อรับมือ ไม่ใช่ข้อสรุปว่ามีคำสั่งโจมตีแล้ว และไม่ได้ขัดแย้งกับการประเมินปัจจุบันของ NATO ที่ยังไม่เห็นภัยโจมตีใกล้จะเกิดขึ้น
ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องไซเบอร์โจมตีและสงครามผสม โดยกล่าวว่ารัสเซียไม่ยอมรับข้อกล่าวหาเหล่านี้ และเห็นว่าเป็นคำกล่าวหาที่ไม่มีหลักฐานรองรับ มอสโกปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาวินาศกรรมในยุโรปมาโดยตลอด 10
11
12
ท่าทีดังกล่าวสะท้อนปัญหาสำคัญของสงครามในพื้นที่สีเทา นั่นคือ เหตุการณ์จำนวนมากมีหลักฐานข่าวกรองที่รัฐบาลบางประเทศมองว่าน่าเชื่อถือ แต่การเปิดเผยหลักฐานทั้งหมดอาจกระทบแหล่งข่าวและวิธีการสืบสวน ทำให้การพิสูจน์ต่อสาธารณะหรือในกระบวนการยุติธรรมทำได้ยาก
หลักฐานที่มีอยู่ยังไม่แสดงว่าปฏิบัติการดังกล่าวประสบความสำเร็จในการทำลายการสนับสนุนยูเครนของยุโรป ตรงกันข้าม โปแลนด์และประเทศบอลติกยังคงเป็นกลุ่มผู้สนับสนุนยูเครนที่แข็งขันที่สุด และใช้เหตุการณ์เหล่านี้เป็นเหตุผลในการเรียกร้องการยับยั้งที่เข้มแข็งขึ้น การเสริมความยืดหยุ่นของโครงสร้างพื้นฐาน และการปกป้องเส้นทางลำเลียงความช่วยเหลือ 3
5
6
สงครามผสมอาจเพิ่มต้นทุนทางการเมือง ทำให้สังคมยุโรปวิตก และบีบให้รัฐบาลต้องจัดสรรทรัพยากรด้านความมั่นคงมากขึ้น แต่ขณะนี้ยังมีหลักฐานไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าเหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ชาติ NATO ทางตะวันออกลดการสนับสนุนเคียฟอย่างมีนัยสำคัญ
สรุป: NATO มองว่าภัยคุกคามแบบผสมกำลังยกระดับและต้องรับมืออย่างจริงจัง แต่ยังไม่พบสัญญาณของการโจมตีทางทหารโดยตรงต่อสมาชิกที่ใกล้จะเกิดขึ้น ความเสี่ยงที่ถูกจับตาจึงไม่ใช่เพียงการบุกครั้งใหญ่ หากยังรวมถึงการยั่วยุหรือปฏิบัติการขนาดจำกัดที่ออกแบบมาเพื่อทดสอบความเป็นเอกภาพของพันธมิตรด้วย
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
NATO ระบุว่า ณ เวลานี้ยังไม่เห็นภัยคุกคามจากการโจมตีทางทหารแบบเปิดเผยของรัสเซียต่อประเทศสมาชิกที่ใกล้จะเกิดขึ้น แต่ยังคงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด [23]
NATO ระบุว่า ณ เวลานี้ยังไม่เห็นภัยคุกคามจากการโจมตีทางทหารแบบเปิดเผยของรัสเซียต่อประเทศสมาชิกที่ใกล้จะเกิดขึ้น แต่ยังคงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด [23] ยุโรปพบปฏิบัติการที่เชื่อมโยงกับรัสเซียเพิ่มขึ้น ทั้งการวางเพลิง วินาศกรรม การจารกรรม ไซเบอร์โจมตี การรบกวน GPS และเหตุโดรนรุกล้ำน่านฟ้า [1][2][17]
รายงานข่าวระบุว่าเหตุการณ์ที่เชื่อมโยงกับรัสเซียเพิ่มเป็นราว 15 เหตุการณ์ต่อเดือนนับตั้งแต่เดือนเมษายน แต่ตัวเลขนี้เป็นการประเมินจากเจ้าหน้าที่และข่าวกรอง ไม่ใช่ฐานข้อมูลเหตุการณ์ของ NATO ที่เปิดให้ตรวจสอบได้โดยตรง [5]