Leonardo Maria Del Vecchio วัย 31 ปีจะพ้นจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ของ EssilorLuxottica และประธาน Ray Ban ตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม โดยระบุว่าจะไปทำธุรกิจใหม่ [1][3] การลาออกทำให้ความขัดแย้งด้านการบริหารกลายเป็นปัญหาความเป็นเจ้าของและธรรมาภิบาลที่ชัดเจนขึ้นใน Delfin บริษัทโฮลดิ้งของครอบครัว ซึ่งถือหุ้น Es...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What happened when 31 year old Leonardo Maria Del Vecchio resigned as EssilorLuxottica’s chief strategy officer and Ray Ban president effect. Article summary: Leonardo Maria Del Vecchio’s resignation removed him from EssilorLuxottica’s day to day leadership but not from its controlling family orbit.. Topic tags: general web, ai, workflow, regulation, marketing. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts
การลาออกของ Leonardo Maria Del Vecchio ไม่ได้ทำให้เขาหลุดจากแวดวงอำนาจของครอบครัวเดล เวคคิโอ แต่เพียงนำเขาออกจากการบริหาร EssilorLuxottica ในแต่ละวันเท่านั้น โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2026 เขาจะพ้นจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ของกลุ่ม และประธาน Ray-Ban พร้อมระบุว่าจะไปมุ่งทำธุรกิจใหม่ 1
3
Leonardo Maria เป็นบุตรชายของ Leonardo Del Vecchio ผู้ก่อตั้ง EssilorLuxottica และยังเป็นผู้ถือหุ้นที่มีอิทธิพลผ่าน Delfin บริษัทโฮลดิ้งของครอบครัว ดังนั้น การถอนตัวจากฝ่ายบริหารจึงไม่ได้ลบความเกี่ยวข้องของเขากับการตัดสินใจเรื่องทิศทางบริษัทหรือการควบคุมทรัพย์สินของตระกูล
รายงานข่าวเชื่อมโยงการตัดสินใจครั้งนี้กับความตึงเครียดระหว่างเขากับ Francesco Milleri ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ EssilorLuxottica รวมถึงความไม่พอใจต่อรูปแบบการบริหารที่เขามองว่าห่างเหินจากพนักงานและมีลักษณะเป็นองค์กรที่ไร้ความเป็นมนุษย์มากขึ้น 1
3
ความขัดแย้งไม่ได้เริ่มจากการลาออกครั้งนี้ แต่ลากยาวมาประมาณ 4 ปี และเกี่ยวพันกับมรดกของ Leonardo Del Vecchio ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 40,000 ล้านยูโร รวมถึงโครงสร้างการถือหุ้นของ Delfin ที่ทำให้การตัดสินใจภายในครอบครัวติดขัด
Leonardo Maria เคยเสนอซื้อหุ้นของพี่น้อง Luca และ Paola ใน Delfin ด้วยมูลค่าธุรกรรมราว 10,000 ล้านยูโร หากสำเร็จ สัดส่วนถือหุ้นของเขาจะเพิ่มจาก 12.5% เป็น 37.5% และทำให้เขากลายเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของบริษัทโฮลดิ้งครอบครัว 4
5
แนวคิดดังกล่าวได้รับการเห็นชอบจากสมาชิกครอบครัวในเบื้องต้นเมื่อเดือนเมษายน แต่แผนกลับหยุดชะงักจากความยากลำบากในการจัดหาเงินกู้ ตลอดจนความเห็นต่างเรื่องหลักประกันและกลไกคุ้มครองอำนาจของคณะกรรมการ Delfin หากอำนาจการถือหุ้นถูกกระจุกอยู่กับทายาทคนเดียว 6
โครงสร้างมรดกที่ให้สมาชิกครอบครัวถือหุ้นในสัดส่วนเท่าเทียมกันจึงยังเป็นปมหลัก เพราะแม้จะช่วยกระจายอำนาจ แต่ก็ทำให้การตัดสินใจเรื่องสำคัญเป็นไปได้ยากขึ้น การลาออกของ Leonardo Maria จาก EssilorLuxottica ไม่ได้แก้ปัญหานี้ เนื่องจากเขายังคงเป็นผู้ถือหุ้นใน Delfin
ในระยะสั้น การลาออกอาจทำให้สายการบังคับบัญชาของ EssilorLuxottica ชัดเจนขึ้น โดย Milleri และคณะกรรมการบริษัทจะรับผิดชอบการบริหารงาน ขณะที่ครอบครัวยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ผ่าน Delfin
ข้อดีคือความเสี่ยงจากการแทรกแซงการบริหารงานประจำวันอาจลดลง แต่ข้อพิพาทในฐานะผู้ถือหุ้นยังไม่หายไป ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ไม่พอใจยังสามารถกดดันบริษัทผ่านกลไกธรรมาภิบาลของ Delfin และมีอิทธิพลต่อประเด็นต่าง ๆ เช่น
กล่าวอีกอย่างคือ บริษัทอาจเดินหน้าได้โดยไม่มี Leonardo Maria ในตำแหน่งผู้บริหาร แต่ผู้ถือหุ้นที่อยู่เบื้องหลังบริษัทยังคงมีความเห็นแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
Delfin ถือหุ้น EssilorLuxottica อยู่ 32.4% และยังมีการลงทุนในสถาบันการเงินและบริษัทประกันรายใหญ่ของอิตาลี ได้แก่ Banca Monte dei Paschi di Siena, Assicurazioni Generali และ UniCredit 6
ดังนั้น ความขัดแย้งภายในครอบครัวไม่ได้กระทบแค่บริษัทแว่นตาและเลนส์สายตาเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับพอร์ตการลงทุนสำคัญของอิตาลีด้วย หากข้อพิพาทยืดเยื้อ ก็อาจทำให้การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ล่าช้า และเพิ่มความกังวลของนักลงทุนต่อโครงสร้างการกำกับดูแล
EssilorLuxottica กำลังต้องเร่งเดินหน้าในตลาดแว่นตาอัจฉริยะที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ ขณะเผชิญคู่แข่งด้านเทคโนโลยีที่มีเงินทุนสูง เช่น Apple, Google และ Samsung 10
ตลาดนี้ต้องอาศัยการลงทุนต่อเนื่อง การบริหารพันธมิตรทางธุรกิจ ความเร็วในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และยุทธศาสตร์ระยะยาวที่เป็นหนึ่งเดียวกัน ความขัดแย้งด้านธรรมาภิบาลจึงเป็นสิ่งที่ไม่เอื้อต่อการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่ได้ยืนยันว่าความขัดแย้งในครอบครัวทำให้โครงการหรือยุทธศาสตร์ใดล่าช้าโดยตรง 10
ภายในช่วงปลายเดือนสิงหาคม หุ้น EssilorLuxottica ปรับตัวลงประมาณ 40% นับตั้งแต่ต้นปี โดยนักวิเคราะห์มองว่าความซับซ้อนด้านธรรมาภิบาลของ Delfin เป็นหนึ่งในปัจจัยกดดันหุ้น ร่วมกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น 10
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม บริษัทจึงประกาศโครงการซื้อหุ้นคืนสูงสุด 5 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 800 ล้านยูโรในขณะนั้น โดยระบุว่าโครงการดังกล่าวสะท้อนความเชื่อมั่นของบริษัทต่อการสร้างมูลค่าและแนวโน้มระยะยาว 2
9
การซื้อหุ้นคืนอาจช่วยพยุงราคาหุ้น ส่งสัญญาณว่าฝ่ายบริหารมองว่าหุ้นมีมูลค่าที่น่าสนใจ และช่วยเพิ่มตัวชี้วัดบางรายการต่อหุ้น แต่ไม่ใช่คำตอบสำหรับปัญหาภายใน Delfin เพราะไม่สามารถ
การลาออกของ Leonardo Maria Del Vecchio ยังไม่ใช่วิกฤตการดำเนินงานในทันที เพราะ EssilorLuxottica ยังคงมี Milleri และคณะกรรมการเป็นผู้บริหารบริษัท แต่เหตุการณ์นี้ทำให้ข้อพิพาทเรื่องการสืบทอดอำนาจของผู้ถือหุ้นใหญ่ถูกจับตามองมากขึ้น
คำถามสำคัญต่อจากนี้ไม่ใช่เพียงว่าใครจะเข้ามารับผิดชอบงานกลยุทธ์หรือ Ray-Ban แต่คือ Delfin จะสามารถแยกความขัดแย้งเรื่องการถือครองทรัพย์สินของครอบครัวออกจากการบริหารแบบมืออาชีพได้เร็วเพียงใด หากทำไม่ได้ ความสนใจของผู้บริหารและผู้ถือหุ้นอาจถูกดึงออกจากการแข่งขันในตลาดแว่นตาอัจฉริยะและโครงการเติบโตอื่น ๆ ของ EssilorLuxottica
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Leonardo Maria Del Vecchio วัย 31 ปีจะพ้นจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ของ EssilorLuxottica และประธาน Ray Ban ตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม โดยระบุว่าจะไปทำธุรกิจใหม่ [1][3]
Leonardo Maria Del Vecchio วัย 31 ปีจะพ้นจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ของ EssilorLuxottica และประธาน Ray Ban ตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม โดยระบุว่าจะไปทำธุรกิจใหม่ [1][3] การลาออกทำให้ความขัดแย้งด้านการบริหารกลายเป็นปัญหาความเป็นเจ้าของและธรรมาภิบาลที่ชัดเจนขึ้นใน Delfin บริษัทโฮลดิ้งของครอบครัว ซึ่งถือหุ้น EssilorLuxottica 32.4% [1][6]
แผนซื้อหุ้นจากพี่น้อง Luca และ Paola มูลค่าประมาณ 10,000 ล้านยูโร ซึ่งจะเพิ่มสัดส่วนถือหุ้นของ Leonardo Maria ใน Delfin จาก 12.5% เป็น 37.5% ยังหยุดชะงักจากปัญหาการจัดหาเงินกู้และเงื่อนไขคุ้มครองด้านธรรมาภิบาล [4][5][6]