กรณีฟื้นตัวของ EIA มองว่า Brent จะลดลงสู่ค่าเฉลี่ย 65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปี 2027 หลังอุปทานกลับมาและสต็อกเริ่มเพิ่มขึ้น ขณะที่มุมมองล่าสุดที่มีการรายงานของ Rabobank อยู่ที่ 90 ดอลลาร์ในไตรมาส 3 และ 4 ของปี 2026, 86 ดอ... EIA ประเมินว่าปริมาณน้ำมันดิบและของเหลวปิโตรเลียมผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดเหลือ 4.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How have persistent disruptions in the Strait of Hormuz, conflict and sanctions involving the United States and Iran, and resulting global o. Article summary: The forecasts have been highly assumption-sensitive: EIA’s outlook moved from a Hormuz-closure, inventory-draw scenario to a lower-price recovery case after the U.S.–Iran MOU and a partial return of shipping. Rabobank ha. Topic tags: general, government, general web, news. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with
การหยุดชะงักของเส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซทำให้การคาดการณ์ราคาน้ำมันขึ้นอยู่กับสมมติฐานทางการเมืองและโลจิสติกส์มากกว่าปกติ สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) ปรับลดแนวโน้มราคาเมื่อประเมินว่าการเดินเรือบรรทุกน้ำมันและการผลิตที่หยุดชะงักจะกลับมาได้เร็ว ก่อนจะปรับเพิ่มคาดการณ์ระยะสั้นอีกครั้งเมื่อข้อจำกัดยืดเยื้อและสต็อกถูกดึงมาใช้ต่อเนื่อง ขณะที่ Rabobank มีมุมมองเชิงบวกต่อราคามากกว่า โดยมองว่าสต็อกกำลังถูกใช้เร็วเกินกว่าจะเป็นกันชนได้อย่างยั่งยืน 1
2
6
กรณีราคาลดลงของ EIA ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า การผลิตน้ำมันดิบและเส้นทางการค้าทั่วโลกจะกลับมาใกล้ระดับก่อนเกิดความขัดแย้งภายในสิ้นปี 2026 และการผลิตส่วนใหญ่ที่ถูกสั่งหยุดจะกลับมาในไตรมาสแรกของปี 2027 หากเป็นไปตามนี้ สต็อกที่เพิ่มขึ้นจะกดให้ราคา Brent เฉลี่ยอยู่ที่ 65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปี 2027 ส่วนคาดการณ์เฉลี่ยทั้งปี 2026 ของ EIA ในกรณีฟื้นตัวอยู่ที่ 82 ดอลลาร์ และคาดการณ์ไตรมาส 3 ปี 2026 อยู่ที่ 74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล 1
แต่สมมติฐานดังกล่าวเริ่มมีความไม่แน่นอนมากขึ้น EIA ประเมินว่า น้ำมันดิบและของเหลวปิโตรเลียมที่ผ่านฮอร์มุซมีค่าเฉลี่ยเพียง 4.9 ล้านบาร์เรลต่อวันในไตรมาส 2 ปี 2026 เทียบกับ 21.6 ล้านบาร์เรลต่อวันในไตรมาส 4 ปี 2025 ซึ่งเป็นช่วงก่อนเกิดความขัดแย้ง ขณะที่แนวโน้มเดือนสิงหาคมของ EIA ตั้งสมมติฐานว่าการผลิตส่วนใหญ่ในภูมิภาคจะกลับมาใกล้ระดับเดิมในช่วงต้นปี 2027 แต่จะยังมีอุปทานที่ได้รับผลกระทบราว 0.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ไปจนถึงสิ้นปี 2027 2
เมื่อข้อจำกัดด้านการเดินเรือรุนแรงยังดำเนินต่อไป EIA ก็ปรับเพิ่มคาดการณ์ระยะสั้น โดยรายงานเกี่ยวกับแนวโน้มเดือนสิงหาคมระบุว่าคาดการณ์ Brent ในไตรมาส 3 อยู่ที่ประมาณ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลำดับการปรับตัวนี้สะท้อนว่า ตัวเลขของ EIA ไม่ใช่มุมมองตายตัวต่อวิกฤต แต่เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสมมติฐานเรื่องการขนส่ง การผลิต และสต็อกน้ำมัน
ในกรณีที่การหยุดชะงักรุนแรง EIA ประเมินว่าผู้ผลิตในตะวันออกกลางลดการผลิตลงมากกว่า 11 ล้านบาร์เรลต่อวัน และคาดว่าสต็อกน้ำมันทั่วโลกจะลดลงเฉลี่ย 6.3 ล้านบาร์เรลต่อวันในไตรมาส 2 ปี 2026 และ 7.6 ล้านบาร์เรลต่อวันในไตรมาส 3 โดย Brent จะเฉลี่ย 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม ขณะที่การขนส่งยังถูกจำกัด 17
ในแนวโน้มฉบับถัดมา การลดลงของสต็อกมีขนาดเล็กลงแต่ยังถือว่ามาก EIA ประเมินว่าสต็อกน้ำมันทั่วโลกลดลงเฉลี่ย 4.2 ล้านบาร์เรลต่อวันในไตรมาส 2 ปี 2026 และคาดว่าจะลดลงอีก 3.8 ล้านบาร์เรลต่อวันในไตรมาส 3 2
ตัวเลขเหล่านี้หมายถึงการเปลี่ยนแปลงของระดับสต็อกในช่วงเวลา ไม่ใช่ขนาดของถังเก็บน้ำมัน การที่สต็อกลดลง 4.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน หมายความว่าโลกกำลังนำอุปทานที่เก็บไว้ออกมาใช้ในอัตราเฉลี่ยเทียบเท่า 4.2 ล้านบาร์เรลต่อวันตลอดไตรมาสนั้น หากสถานการณ์ยืดเยื้อ ก็สามารถหนุนราคาให้สูงขึ้นได้แม้ความต้องการไม่ได้เร่งตัว เพราะตลาดต้องใช้สต็อกมาชดเชยการผลิตและการค้าที่ติดขัด
สมมติฐานของ Rabobank ระมัดระวังต่อการกลับสู่ภาวะปกติมากกว่า ธนาคารระบุว่าสต็อกน้ำมันทั่วโลกกำลังถูกดึงออกมาใช้ประมาณ 2–5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่สต็อกผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปถูกใช้เพิ่มอีก 5–6 ล้านบาร์เรลต่อวัน Rabobank เปรียบสต็อกเหล่านี้เป็น “บัญชีเงินออม” ที่ไม่สามารถใช้ชดเชยอุปทานที่หายไปได้ตลอดไป 6
คาดการณ์ล่าสุดที่มีการรายงานระบุว่า Rabobank มอง Brent เฉลี่ยที่ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลทั้งในไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ปี 2026 ขณะที่ตัวเลขสำหรับ Brent อยู่ที่ 86 ดอลลาร์ในปี 2027 และ 79 ดอลลาร์ในปี 2028 3
Rabobank ยังมีรายงานว่าคาดว่าปริมาณการไหลผ่านฮอร์มุซจะฟื้นกลับมาเพียง 50–60% ของระดับก่อนความขัดแย้งภายในปี 2027 โดยรวมเส้นทางอ้อมผ่านท่าเรือทางเลือก ขณะที่การส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันจากโรงกลั่นในตะวันออกกลางอาจยังไม่กลับสู่ภาวะปกติจนถึงกลางปี 2028 6
9 ความแตกต่างนี้มีความสำคัญ เพราะน้ำมันดิบอาจหาทางออกบางส่วนได้ก่อนที่ผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปจะกลับมาส่งออกได้ตามปกติ
ก่อนหน้านี้ หลังมีบันทึกความเข้าใจและการเปิดช่องทางเดินเรือแบบค่อยเป็นค่อยไป Rabobank เคยประเมิน Brent ไว้ที่ 79 ดอลลาร์ในไตรมาส 3 ปี 2026 และ 78 ดอลลาร์ในไตรมาส 4 ส่วน WTI อยู่ที่ 75.50 ดอลลาร์ และ 74 ดอลลาร์ ตามลำดับ นอกจากนี้ยังคาดว่า Brent จะอยู่ที่ 74.50 ดอลลาร์ในปี 2027 และ 71 ดอลลาร์ในปี 2028 ในเส้นทางการฟื้นตัวที่ผ่อนคลายกว่า 10 ตัวเลขชุดนี้ควรอ่านเป็นฉากทัศน์ก่อนหน้า ไม่ใช่การเปรียบเทียบโดยตรงกับคาดการณ์ล่าสุดที่เป็นขาขึ้นมากกว่า
ข้อมูลที่มีอยู่สนับสนุนการเปรียบเทียบดังนี้
| สถาบันและฉากทัศน์ | Brent | WTI | ปัจจัยขับเคลื่อนคาดการณ์ |
|---|---|---|---|
| EIA กรณีฟื้นตัว ค่าเฉลี่ยปี 2026 | 82 ดอลลาร์/บาร์เรล | ไม่ได้ระบุในเอกสารอ้างอิง | การเดินเรือกลับมา การผลิตฟื้น และสต็อกเพิ่มขึ้น |
| EIA กรณีฟื้นตัว ค่าเฉลี่ยปี 2027 | 65 ดอลลาร์/บาร์เรล | ไม่ได้ระบุในเอกสารอ้างอิง | อุปทานกลับสู่ภาวะปกติและสต็อกฟื้นตัว |
| EIA กรณีหยุดชะงักรุนแรง เดือนมิถุนายน–กรกฎาคม 2026 | 105 ดอลลาร์/บาร์เรล | ไม่ได้ระบุ | การขนส่งถูกจำกัดและสต็อกลดลงมาก |
| Rabobank มุมมองล่าสุดที่มีการรายงาน ไตรมาส 3–4 ปี 2026 | 90 ดอลลาร์/บาร์เรล | ไม่ได้ระบุในรายงานที่อ้างอิง | ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ต่อเนื่องและการใช้สต็อกอย่างรวดเร็ว |
| Rabobank มุมมองล่าสุดที่มีการรายงาน ปี 2027 | 86 ดอลลาร์/บาร์เรล | ไม่มีตัวเลขที่ยืนยันได้เพียงพอ | ฮอร์มุซฟื้นบางส่วนและสต็อกลดลง |
| Rabobank มุมมองล่าสุดที่มีการรายงาน ปี 2028 | 79 ดอลลาร์/บาร์เรล | ไม่มีตัวเลขที่ยืนยันได้เพียงพอ | การส่งออกผลิตภัณฑ์จากโรงกลั่นในภูมิภาคกลับสู่ภาวะปกติล่าช้า |
| Rabobank ฉากทัศน์ก่อนหน้า หลังมีบันทึกความเข้าใจ ไตรมาส 3–4 ปี 2026 | 79; 78 ดอลลาร์/บาร์เรล | 75.50; 74 ดอลลาร์/บาร์เรล | การเปิดเส้นทางอย่างค่อยเป็นค่อยไปและแนวโน้มราคาที่อ่อนลง |
เอกสารอ้างอิงของ EIA ไม่ได้ให้คาดการณ์ Brent หรือ WTI ปี 2028 อย่างเป็นทางการที่นำมาเปรียบเทียบได้ ขณะเดียวกัน รายงานของ Rabobank ที่มีอยู่ก็ไม่ได้ยืนยันตัวเลข WTI สำหรับทั้งปี 2027 และ 2028 อย่างน่าเชื่อถือ ดังนั้นจึงไม่ควรเติมช่องว่างด้วยการอนุมานราคามาตรฐานหนึ่งจากอีกมาตรฐานหนึ่ง
กรณีฐานของ EIA คือ การผลิตส่วนใหญ่จะกลับมาใกล้ค่าเฉลี่ยก่อนเกิดความขัดแย้งในช่วงต้นปี 2027 แต่ EIA ไม่ได้ถือว่าการฟื้นตัวเต็มรูปแบบเป็นสิ่งแน่นอน การคาดการณ์ว่ายังมีอุปทานราว 0.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ที่ได้รับผลกระทบจนถึงสิ้นปี 2027 สะท้อนว่าผู้ผลิตบางรายอาจยังเผชิญข้อจำกัดด้านปฏิบัติการหรือโลจิสติกส์
การฟื้นตัวทางกายภาพไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ว่าบ่อน้ำมันยังผลิตได้หรือไม่ หากเส้นทางส่งออกถูกปิด สต็อกภายในประเทศผู้ผลิตอาจเต็มจนต้องลดหรือหยุดการผลิตเพิ่มเติม การกลับมาเดินเครื่องจึงขึ้นอยู่กับจำนวนเรือบรรทุกน้ำมัน ความคุ้มครองประกันภัย การเข้าถึงท่าเรือ ความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐาน เส้นทางส่งออกทางเลือก และความเชื่อมั่นว่าการคว่ำบาตรหรือข้อตกลงทางการเมืองจะดำเนินต่อไป EIA เคยอธิบายว่า เมื่อเรือมีจำนวนจำกัดและบริษัทประกันยกเลิกความคุ้มครอง น้ำมันอาจติดค้างอยู่หลังจุดคอขวดจนไม่สามารถส่งออกได้
สมมติฐานของ Rabobank ระมัดระวังต่อเส้นทางการค้ามากกว่า โดยมองว่าปริมาณผ่านฮอร์มุซอาจกลับมาเพียง 50–60% ของระดับก่อนความขัดแย้งในปี 2027 ขณะที่การส่งออกผลิตภัณฑ์จากโรงกลั่นจะกลับสู่ภาวะปกติช้ากว่านั้น 6
9 ประเด็นสำคัญคือ “การผลิตฟื้น” ไม่ได้แปลว่า “การส่งออกฟื้น” เสมอไป น้ำมันอาจพร้อมผลิตในทางเทคนิค แต่ยังส่งถึงผู้ซื้อไม่ได้ในอัตราเท่าเดิม
ความเสี่ยงขาขึ้นที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ การเดินเรือผ่านฮอร์มุซทรุดตัวลงอีกครั้ง ค่าเฉลี่ยการขนส่งที่ 4.9 ล้านบาร์เรลต่อวันในไตรมาส 2 ต่ำกว่าระดับก่อนเกิดความขัดแย้งอย่างมาก แสดงให้เห็นว่าเส้นทางคอขวดทางทะเลสามารถเปลี่ยนสมดุลตลาดจริงได้รวดเร็วเพียงใด 2
ช่องแคบบับเอลมันเดบเป็นอีกตัวแปรหนึ่ง EIA ประเมินว่าปริมาณน้ำมันดิบและของเหลวที่ผ่านช่องแคบนี้เฉลี่ย 8.1 ล้านบาร์เรลต่อวันในไตรมาส 2 ปี 2026 เพิ่มจาก 5.4 ล้านบาร์เรลต่อวันในไตรมาส 4 ปี 2025 ซึ่งบ่งชี้ว่าการค้าบางส่วนถูกเปลี่ยนเส้นทางเมื่อการขนส่งผ่านฮอร์มุซอ่อนตัวลง 2 หากบับเอลมันเดบเกิดปัญหาใหม่ ความสามารถในการเปลี่ยนเส้นทางสินค้าจะลดลง และแรงกดดันต่อทั้งน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันอาจรุนแรงขึ้น
ผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปอาจเปราะบางเป็นพิเศษ ความตึงตัวของกำลังการกลั่นและการแปรรูป รวมถึงสต็อกน้ำมันเบนซินที่อยู่ในระดับต่ำ อาจทำให้น้ำมันดีเซล เชื้อเพลิงเครื่องบิน น้ำมันเชื้อเพลิงเรือ และเบนซินได้รับผลกระทบมากกว่าราคาน้ำมันดิบที่ใช้เป็นมาตรวัดหลัก Rabobank เน้นว่าการไหลของผลิตภัณฑ์อาจฟื้นตัวช้ากว่าความพร้อมของน้ำมันดิบ เพราะข้อจำกัดสำคัญอยู่ที่กำลังการกลั่น ไม่ใช่แค่อุปทานน้ำมันดิบ 12
จึงเกิดความเสี่ยงที่ไม่สมมาตร หากความตึงเครียดคลี่คลายอย่างยั่งยืน การเดินเรือกลับมา และการผลิตที่หยุดชะงักฟื้นตัว Brent อาจลดลงเข้าใกล้เส้นทางของ EIA ที่ระดับกลาง 60 ดอลลาร์ในปี 2027 แต่หากเกิดการโจมตีใหม่ ข้อจำกัดด้านประกันภัยยืดเยื้อ การผลิตถูกสั่งหยุดเพิ่ม หรือการเดินเรือผ่านบับเอลมันเดบได้รับผลกระทบ Brent อาจอยู่ในช่วง 90–105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในระยะสั้น ตามช่วงที่ปรากฏในคาดการณ์ที่อ้างอิง และอาจกลับมามีโอกาสทะลุ 100 ดอลลาร์อีกครั้ง 3
6
17
คาดการณ์ของ EIA ตั้งอยู่บนสมมติฐานการฟื้นตัวที่ค่อนข้างเป็นระเบียบ ได้แก่ การเดินเรือผ่านฮอร์มุซดีขึ้น การผลิตที่ถูกหยุดกลับมาในช่วงต้นปี 2027 และสต็อกเริ่มเพิ่มขึ้น ส่วน Rabobankให้น้ำหนักมากกว่ากับความเป็นไปได้ที่การขนส่งจะยังติดขัด สต็อกจะถูกใช้ต่อเนื่อง และคอขวดของผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปจะยืดเยื้อไปถึงปี 2028
ข้อสรุปที่รอบคอบที่สุดจึงไม่ใช่การตัดสินว่าสถาบันใดมีราคาเป้าหมายที่แน่นอนกว่า แต่คือการมองว่าช่วงราคาถูกกำหนดโดย “ความเร็วในการกลับสู่ภาวะปกติ” หากการค้าและการผลิตฟื้นพร้อมกัน ราคามีโอกาสลดลงอย่างรวดเร็ว แต่หากสต็อกยังลดลงและน้ำมันดิบกับผลิตภัณฑ์ยังเปลี่ยนเส้นทางได้ยาก ความเสี่ยงขาขึ้นก็ยังอยู่ในระดับสูง
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
กรณีฟื้นตัวของ EIA มองว่า Brent จะลดลงสู่ค่าเฉลี่ย 65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปี 2027 หลังอุปทานกลับมาและสต็อกเริ่มเพิ่มขึ้น ขณะที่มุมมองล่าสุดที่มีการรายงานของ Rabobank อยู่ที่ 90 ดอลลาร์ในไตรมาส 3 และ 4 ของปี 2026, 86 ดอ...
กรณีฟื้นตัวของ EIA มองว่า Brent จะลดลงสู่ค่าเฉลี่ย 65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปี 2027 หลังอุปทานกลับมาและสต็อกเริ่มเพิ่มขึ้น ขณะที่มุมมองล่าสุดที่มีการรายงานของ Rabobank อยู่ที่ 90 ดอลลาร์ในไตรมาส 3 และ 4 ของปี 2026, 86 ดอ... EIA ประเมินว่าปริมาณน้ำมันดิบและของเหลวปิโตรเลียมผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดเหลือ 4.9 ล้านบาร์เรลต่อวันในไตรมาส 2 ปี 2026 จาก 21.6 ล้านบาร์เรลต่อวันในไตรมาส 4 ปี 2025 ขณะที่สต็อกน้ำมันทั่วโลกลดลงเฉลี่ย 4.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะในชุดนี้ยังไม่มีตารางคาดการณ์ Brent และ WTI รายปีที่เทียบเคียงกันได้ครบทุกปีตั้งแต่ 2026 ถึง 2028 สำหรับทั้งสองสถาบัน
กรณีฟื้นตัวของ EIA มองว่า Brent จะลดลงสู่ค่าเฉลี่ย 65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปี 2027 หลังอุปทานกลับมาและสต็อกเริ่มเพิ่มขึ้น ขณะที่มุมมองล่าสุดที่มีการรายงานของ Rabobank อยู่ที่ 90 ดอลลาร์ในไตรมาส 3 และ 4 ของปี 2026, 86 ดอ... EIA ประเมินว่าปริมาณน้ำมันดิบและของเหลวปิโตรเลียมผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดเหลือ 4.9 ล้านบาร์เรลต่อวัน...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How have persistent disruptions in the Strait of Hormuz, conflict and sanctions involving the United States and Iran, and resulting global o. Article summary: The forecasts have been highly assumption-sensitive: EIA’s outlook moved from a Hormuz-closure, inventory-draw scenario to a lower-price recovery case after the U.S.–Iran MOU and a partial return of shipping. Rabobank ha. Topic tags: general, government, general web, news. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with
การหยุดชะงักของเส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซทำให้การคาดการณ์ราคาน้ำมันขึ้นอยู่กับสมมติฐานทางการเมืองและโลจิสติกส์มากกว่าปกติ สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) ปรับลดแนวโน้มราคาเมื่อประเมินว่าการเดินเรือบรรทุกน้ำมันและการผลิตที่หยุดชะงักจะกลับมาได้เร็ว ก่อนจะปรับเพิ่มคาดการณ์ระยะสั้นอีกครั้งเมื่อข้อจำกัดยืดเยื้อและสต็อกถูกดึงมาใช้ต่อเนื่อง ขณะที่ Rabobank มีมุมมองเชิงบวกต่อราคามากกว่า โดยมองว่าสต็อกกำลังถูกใช้เร็วเกินกว่าจะเป็นกันชนได้อย่างยั่งยืน 1
2
6
กรณีราคาลดลงของ EIA ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า การผลิตน้ำมันดิบและเส้นทางการค้าทั่วโลกจะกลับมาใกล้ระดับก่อนเกิดความขัดแย้งภายในสิ้นปี 2026 และการผลิตส่วนใหญ่ที่ถูกสั่งหยุดจะกลับมาในไตรมาสแรกของปี 2027 หากเป็นไปตามนี้ สต็อกที่เพิ่มขึ้นจะกดให้ราคา Brent เฉลี่ยอยู่ที่ 65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปี 2027 ส่วนคาดการณ์เฉลี่ยทั้งปี 2026 ของ EIA ในกรณีฟื้นตัวอยู่ที่ 82 ดอลลาร์ และคาดการณ์ไตรมาส 3 ปี 2026 อยู่ที่ 74 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล 1
แต่สมมติฐานดังกล่าวเริ่มมีความไม่แน่นอนมากขึ้น EIA ประเมินว่า น้ำมันดิบและของเหลวปิโตรเลียมที่ผ่านฮอร์มุซมีค่าเฉลี่ยเพียง 4.9 ล้านบาร์เรลต่อวันในไตรมาส 2 ปี 2026 เทียบกับ 21.6 ล้านบาร์เรลต่อวันในไตรมาส 4 ปี 2025 ซึ่งเป็นช่วงก่อนเกิดความขัดแย้ง ขณะที่แนวโน้มเดือนสิงหาคมของ EIA ตั้งสมมติฐานว่าการผลิตส่วนใหญ่ในภูมิภาคจะกลับมาใกล้ระดับเดิมในช่วงต้นปี 2027 แต่จะยังมีอุปทานที่ได้รับผลกระทบราว 0.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ไปจนถึงสิ้นปี 2027 2
เมื่อข้อจำกัดด้านการเดินเรือรุนแรงยังดำเนินต่อไป EIA ก็ปรับเพิ่มคาดการณ์ระยะสั้น โดยรายงานเกี่ยวกับแนวโน้มเดือนสิงหาคมระบุว่าคาดการณ์ Brent ในไตรมาส 3 อยู่ที่ประมาณ 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลำดับการปรับตัวนี้สะท้อนว่า ตัวเลขของ EIA ไม่ใช่มุมมองตายตัวต่อวิกฤต แต่เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงสมมติฐานเรื่องการขนส่ง การผลิต และสต็อกน้ำมัน
ในกรณีที่การหยุดชะงักรุนแรง EIA ประเมินว่าผู้ผลิตในตะวันออกกลางลดการผลิตลงมากกว่า 11 ล้านบาร์เรลต่อวัน และคาดว่าสต็อกน้ำมันทั่วโลกจะลดลงเฉลี่ย 6.3 ล้านบาร์เรลต่อวันในไตรมาส 2 ปี 2026 และ 7.6 ล้านบาร์เรลต่อวันในไตรมาส 3 โดย Brent จะเฉลี่ย 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม ขณะที่การขนส่งยังถูกจำกัด 17
ในแนวโน้มฉบับถัดมา การลดลงของสต็อกมีขนาดเล็กลงแต่ยังถือว่ามาก EIA ประเมินว่าสต็อกน้ำมันทั่วโลกลดลงเฉลี่ย 4.2 ล้านบาร์เรลต่อวันในไตรมาส 2 ปี 2026 และคาดว่าจะลดลงอีก 3.8 ล้านบาร์เรลต่อวันในไตรมาส 3 2
ตัวเลขเหล่านี้หมายถึงการเปลี่ยนแปลงของระดับสต็อกในช่วงเวลา ไม่ใช่ขนาดของถังเก็บน้ำมัน การที่สต็อกลดลง 4.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน หมายความว่าโลกกำลังนำอุปทานที่เก็บไว้ออกมาใช้ในอัตราเฉลี่ยเทียบเท่า 4.2 ล้านบาร์เรลต่อวันตลอดไตรมาสนั้น หากสถานการณ์ยืดเยื้อ ก็สามารถหนุนราคาให้สูงขึ้นได้แม้ความต้องการไม่ได้เร่งตัว เพราะตลาดต้องใช้สต็อกมาชดเชยการผลิตและการค้าที่ติดขัด
สมมติฐานของ Rabobank ระมัดระวังต่อการกลับสู่ภาวะปกติมากกว่า ธนาคารระบุว่าสต็อกน้ำมันทั่วโลกกำลังถูกดึงออกมาใช้ประมาณ 2–5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่สต็อกผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปถูกใช้เพิ่มอีก 5–6 ล้านบาร์เรลต่อวัน Rabobank เปรียบสต็อกเหล่านี้เป็น “บัญชีเงินออม” ที่ไม่สามารถใช้ชดเชยอุปทานที่หายไปได้ตลอดไป 6
คาดการณ์ล่าสุดที่มีการรายงานระบุว่า Rabobank มอง Brent เฉลี่ยที่ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลทั้งในไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ปี 2026 ขณะที่ตัวเลขสำหรับ Brent อยู่ที่ 86 ดอลลาร์ในปี 2027 และ 79 ดอลลาร์ในปี 2028 3
Rabobank ยังมีรายงานว่าคาดว่าปริมาณการไหลผ่านฮอร์มุซจะฟื้นกลับมาเพียง 50–60% ของระดับก่อนความขัดแย้งภายในปี 2027 โดยรวมเส้นทางอ้อมผ่านท่าเรือทางเลือก ขณะที่การส่งออกผลิตภัณฑ์น้ำมันจากโรงกลั่นในตะวันออกกลางอาจยังไม่กลับสู่ภาวะปกติจนถึงกลางปี 2028 6
9 ความแตกต่างนี้มีความสำคัญ เพราะน้ำมันดิบอาจหาทางออกบางส่วนได้ก่อนที่ผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปจะกลับมาส่งออกได้ตามปกติ
ก่อนหน้านี้ หลังมีบันทึกความเข้าใจและการเปิดช่องทางเดินเรือแบบค่อยเป็นค่อยไป Rabobank เคยประเมิน Brent ไว้ที่ 79 ดอลลาร์ในไตรมาส 3 ปี 2026 และ 78 ดอลลาร์ในไตรมาส 4 ส่วน WTI อยู่ที่ 75.50 ดอลลาร์ และ 74 ดอลลาร์ ตามลำดับ นอกจากนี้ยังคาดว่า Brent จะอยู่ที่ 74.50 ดอลลาร์ในปี 2027 และ 71 ดอลลาร์ในปี 2028 ในเส้นทางการฟื้นตัวที่ผ่อนคลายกว่า 10 ตัวเลขชุดนี้ควรอ่านเป็นฉากทัศน์ก่อนหน้า ไม่ใช่การเปรียบเทียบโดยตรงกับคาดการณ์ล่าสุดที่เป็นขาขึ้นมากกว่า
ข้อมูลที่มีอยู่สนับสนุนการเปรียบเทียบดังนี้
| สถาบันและฉากทัศน์ | Brent | WTI | ปัจจัยขับเคลื่อนคาดการณ์ |
|---|---|---|---|
| EIA กรณีฟื้นตัว ค่าเฉลี่ยปี 2026 | 82 ดอลลาร์/บาร์เรล | ไม่ได้ระบุในเอกสารอ้างอิง | การเดินเรือกลับมา การผลิตฟื้น และสต็อกเพิ่มขึ้น |
| EIA กรณีฟื้นตัว ค่าเฉลี่ยปี 2027 | 65 ดอลลาร์/บาร์เรล | ไม่ได้ระบุในเอกสารอ้างอิง | อุปทานกลับสู่ภาวะปกติและสต็อกฟื้นตัว |
| EIA กรณีหยุดชะงักรุนแรง เดือนมิถุนายน–กรกฎาคม 2026 | 105 ดอลลาร์/บาร์เรล | ไม่ได้ระบุ | การขนส่งถูกจำกัดและสต็อกลดลงมาก |
| Rabobank มุมมองล่าสุดที่มีการรายงาน ไตรมาส 3–4 ปี 2026 | 90 ดอลลาร์/บาร์เรล | ไม่ได้ระบุในรายงานที่อ้างอิง | ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ต่อเนื่องและการใช้สต็อกอย่างรวดเร็ว |
| Rabobank มุมมองล่าสุดที่มีการรายงาน ปี 2027 | 86 ดอลลาร์/บาร์เรล | ไม่มีตัวเลขที่ยืนยันได้เพียงพอ | ฮอร์มุซฟื้นบางส่วนและสต็อกลดลง |
| Rabobank มุมมองล่าสุดที่มีการรายงาน ปี 2028 | 79 ดอลลาร์/บาร์เรล | ไม่มีตัวเลขที่ยืนยันได้เพียงพอ | การส่งออกผลิตภัณฑ์จากโรงกลั่นในภูมิภาคกลับสู่ภาวะปกติล่าช้า |
| Rabobank ฉากทัศน์ก่อนหน้า หลังมีบันทึกความเข้าใจ ไตรมาส 3–4 ปี 2026 | 79; 78 ดอลลาร์/บาร์เรล | 75.50; 74 ดอลลาร์/บาร์เรล | การเปิดเส้นทางอย่างค่อยเป็นค่อยไปและแนวโน้มราคาที่อ่อนลง |
เอกสารอ้างอิงของ EIA ไม่ได้ให้คาดการณ์ Brent หรือ WTI ปี 2028 อย่างเป็นทางการที่นำมาเปรียบเทียบได้ ขณะเดียวกัน รายงานของ Rabobank ที่มีอยู่ก็ไม่ได้ยืนยันตัวเลข WTI สำหรับทั้งปี 2027 และ 2028 อย่างน่าเชื่อถือ ดังนั้นจึงไม่ควรเติมช่องว่างด้วยการอนุมานราคามาตรฐานหนึ่งจากอีกมาตรฐานหนึ่ง
กรณีฐานของ EIA คือ การผลิตส่วนใหญ่จะกลับมาใกล้ค่าเฉลี่ยก่อนเกิดความขัดแย้งในช่วงต้นปี 2027 แต่ EIA ไม่ได้ถือว่าการฟื้นตัวเต็มรูปแบบเป็นสิ่งแน่นอน การคาดการณ์ว่ายังมีอุปทานราว 0.6 ล้านบาร์เรลต่อวัน ที่ได้รับผลกระทบจนถึงสิ้นปี 2027 สะท้อนว่าผู้ผลิตบางรายอาจยังเผชิญข้อจำกัดด้านปฏิบัติการหรือโลจิสติกส์
การฟื้นตัวทางกายภาพไม่ได้ขึ้นอยู่แค่ว่าบ่อน้ำมันยังผลิตได้หรือไม่ หากเส้นทางส่งออกถูกปิด สต็อกภายในประเทศผู้ผลิตอาจเต็มจนต้องลดหรือหยุดการผลิตเพิ่มเติม การกลับมาเดินเครื่องจึงขึ้นอยู่กับจำนวนเรือบรรทุกน้ำมัน ความคุ้มครองประกันภัย การเข้าถึงท่าเรือ ความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐาน เส้นทางส่งออกทางเลือก และความเชื่อมั่นว่าการคว่ำบาตรหรือข้อตกลงทางการเมืองจะดำเนินต่อไป EIA เคยอธิบายว่า เมื่อเรือมีจำนวนจำกัดและบริษัทประกันยกเลิกความคุ้มครอง น้ำมันอาจติดค้างอยู่หลังจุดคอขวดจนไม่สามารถส่งออกได้
สมมติฐานของ Rabobank ระมัดระวังต่อเส้นทางการค้ามากกว่า โดยมองว่าปริมาณผ่านฮอร์มุซอาจกลับมาเพียง 50–60% ของระดับก่อนความขัดแย้งในปี 2027 ขณะที่การส่งออกผลิตภัณฑ์จากโรงกลั่นจะกลับสู่ภาวะปกติช้ากว่านั้น 6
9 ประเด็นสำคัญคือ “การผลิตฟื้น” ไม่ได้แปลว่า “การส่งออกฟื้น” เสมอไป น้ำมันอาจพร้อมผลิตในทางเทคนิค แต่ยังส่งถึงผู้ซื้อไม่ได้ในอัตราเท่าเดิม
ความเสี่ยงขาขึ้นที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ การเดินเรือผ่านฮอร์มุซทรุดตัวลงอีกครั้ง ค่าเฉลี่ยการขนส่งที่ 4.9 ล้านบาร์เรลต่อวันในไตรมาส 2 ต่ำกว่าระดับก่อนเกิดความขัดแย้งอย่างมาก แสดงให้เห็นว่าเส้นทางคอขวดทางทะเลสามารถเปลี่ยนสมดุลตลาดจริงได้รวดเร็วเพียงใด 2
ช่องแคบบับเอลมันเดบเป็นอีกตัวแปรหนึ่ง EIA ประเมินว่าปริมาณน้ำมันดิบและของเหลวที่ผ่านช่องแคบนี้เฉลี่ย 8.1 ล้านบาร์เรลต่อวันในไตรมาส 2 ปี 2026 เพิ่มจาก 5.4 ล้านบาร์เรลต่อวันในไตรมาส 4 ปี 2025 ซึ่งบ่งชี้ว่าการค้าบางส่วนถูกเปลี่ยนเส้นทางเมื่อการขนส่งผ่านฮอร์มุซอ่อนตัวลง 2 หากบับเอลมันเดบเกิดปัญหาใหม่ ความสามารถในการเปลี่ยนเส้นทางสินค้าจะลดลง และแรงกดดันต่อทั้งน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันอาจรุนแรงขึ้น
ผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปอาจเปราะบางเป็นพิเศษ ความตึงตัวของกำลังการกลั่นและการแปรรูป รวมถึงสต็อกน้ำมันเบนซินที่อยู่ในระดับต่ำ อาจทำให้น้ำมันดีเซล เชื้อเพลิงเครื่องบิน น้ำมันเชื้อเพลิงเรือ และเบนซินได้รับผลกระทบมากกว่าราคาน้ำมันดิบที่ใช้เป็นมาตรวัดหลัก Rabobank เน้นว่าการไหลของผลิตภัณฑ์อาจฟื้นตัวช้ากว่าความพร้อมของน้ำมันดิบ เพราะข้อจำกัดสำคัญอยู่ที่กำลังการกลั่น ไม่ใช่แค่อุปทานน้ำมันดิบ 12
จึงเกิดความเสี่ยงที่ไม่สมมาตร หากความตึงเครียดคลี่คลายอย่างยั่งยืน การเดินเรือกลับมา และการผลิตที่หยุดชะงักฟื้นตัว Brent อาจลดลงเข้าใกล้เส้นทางของ EIA ที่ระดับกลาง 60 ดอลลาร์ในปี 2027 แต่หากเกิดการโจมตีใหม่ ข้อจำกัดด้านประกันภัยยืดเยื้อ การผลิตถูกสั่งหยุดเพิ่ม หรือการเดินเรือผ่านบับเอลมันเดบได้รับผลกระทบ Brent อาจอยู่ในช่วง 90–105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในระยะสั้น ตามช่วงที่ปรากฏในคาดการณ์ที่อ้างอิง และอาจกลับมามีโอกาสทะลุ 100 ดอลลาร์อีกครั้ง 3
6
17
คาดการณ์ของ EIA ตั้งอยู่บนสมมติฐานการฟื้นตัวที่ค่อนข้างเป็นระเบียบ ได้แก่ การเดินเรือผ่านฮอร์มุซดีขึ้น การผลิตที่ถูกหยุดกลับมาในช่วงต้นปี 2027 และสต็อกเริ่มเพิ่มขึ้น ส่วน Rabobankให้น้ำหนักมากกว่ากับความเป็นไปได้ที่การขนส่งจะยังติดขัด สต็อกจะถูกใช้ต่อเนื่อง และคอขวดของผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปจะยืดเยื้อไปถึงปี 2028
ข้อสรุปที่รอบคอบที่สุดจึงไม่ใช่การตัดสินว่าสถาบันใดมีราคาเป้าหมายที่แน่นอนกว่า แต่คือการมองว่าช่วงราคาถูกกำหนดโดย “ความเร็วในการกลับสู่ภาวะปกติ” หากการค้าและการผลิตฟื้นพร้อมกัน ราคามีโอกาสลดลงอย่างรวดเร็ว แต่หากสต็อกยังลดลงและน้ำมันดิบกับผลิตภัณฑ์ยังเปลี่ยนเส้นทางได้ยาก ความเสี่ยงขาขึ้นก็ยังอยู่ในระดับสูง
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
กรณีฟื้นตัวของ EIA มองว่า Brent จะลดลงสู่ค่าเฉลี่ย 65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปี 2027 หลังอุปทานกลับมาและสต็อกเริ่มเพิ่มขึ้น ขณะที่มุมมองล่าสุดที่มีการรายงานของ Rabobank อยู่ที่ 90 ดอลลาร์ในไตรมาส 3 และ 4 ของปี 2026, 86 ดอ...
กรณีฟื้นตัวของ EIA มองว่า Brent จะลดลงสู่ค่าเฉลี่ย 65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปี 2027 หลังอุปทานกลับมาและสต็อกเริ่มเพิ่มขึ้น ขณะที่มุมมองล่าสุดที่มีการรายงานของ Rabobank อยู่ที่ 90 ดอลลาร์ในไตรมาส 3 และ 4 ของปี 2026, 86 ดอ... EIA ประเมินว่าปริมาณน้ำมันดิบและของเหลวปิโตรเลียมผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดเหลือ 4.9 ล้านบาร์เรลต่อวันในไตรมาส 2 ปี 2026 จาก 21.6 ล้านบาร์เรลต่อวันในไตรมาส 4 ปี 2025 ขณะที่สต็อกน้ำมันทั่วโลกลดลงเฉลี่ย 4.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน
ข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะในชุดนี้ยังไม่มีตารางคาดการณ์ Brent และ WTI รายปีที่เทียบเคียงกันได้ครบทุกปีตั้งแต่ 2026 ถึง 2028 สำหรับทั้งสองสถาบัน