หลังสงครามเริ่มเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ปริมาณน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดจากราว 18 ล้านบาร์เรลต่อวันก่อนสงคราม เหลือเฉลี่ยประมาณ 2 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนสิงหาคม ขณะที่วันที่ 25 สิงหาคมมีเรือส... ผลกระทบขยายจากราคาน้ำมันดิบไปสู่ LNG ดีเซล ผลิตภัณฑ์น้ำมัน ค่าประกันภัยการเดินเรือ และตลาดปุ๋ย โ...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What have been the global and regional energy-market consequences six months after the United States and Israel launched their war on Iran o. Article summary: Six months on, the war has turned Hormuz from a risk premium into a sustained physical supply shock: oil and LNG flows remain severely constrained, fuel markets are tight, and the largest harm is falling on import-depend. Topic tags: general, government, education, news, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, c
หกเดือนหลังสงครามอิหร่านเริ่มขึ้น ผลกระทบของวิกฤตไม่ได้จำกัดอยู่ที่การทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นอีกต่อไป แต่กลายเป็น ภาวะช็อกด้านอุปทานที่เกิดขึ้นจริง ช่องแคบฮอร์มุซยังถูกจำกัดการเดินเรืออย่างหนัก ตลาดเชื้อเพลิงกลั่นและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ตึงตัว และต้นทุนกำลังถูกส่งต่อไปยังแต่ละประเทศไม่เท่ากัน
บริษัทน้ำมันบางแห่งในสหรัฐฯ ได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันและค่าการกลั่นที่สูงขึ้น ขณะที่ประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานอย่างบังกลาเทศต้องจ่ายแพงขึ้นทั้งค่าพลังงาน ปุ๋ย และการขนส่ง
ก่อนสงคราม ราวหนึ่งในห้าของการขนส่งน้ำมันและ LNG ของโลกเคลื่อนผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางนี้รองรับน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันประมาณ 18 ล้านบาร์เรลต่อวันก่อนเกิดความขัดแย้ง แต่ปริมาณลดลงเหลือ 4.8 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนกรกฎาคม และเฉลี่ยเพียงประมาณ 2 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนสิงหาคม ตามข้อมูลประมาณการการเดินเรือที่ Reuters อ้างถึง
การลดลงดังกล่าวไม่ได้เกิดจากความเสียหายทางกายภาพเพียงอย่างเดียว การโจมตี ความเสี่ยงจากทุ่นระเบิด ข้อจำกัดของกองทัพเรือ ลูกเรือที่ไม่ต้องการเสี่ยงเดินทาง ตลอดจนประกันภัยที่หาไม่ได้หรือมีราคาแพงจนไม่คุ้มเชิงพาณิชย์ ล้วนทำให้การผ่านช่องแคบเป็นเรื่องยาก แม้เรือจะยังสามารถเดินทางได้ในทางเทคนิค 3 เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม มีเรือสินค้าโภคภัณฑ์เพียง 5 ลำที่ถูกบันทึกว่าผ่านช่องแคบ ต่ำกว่าระดับก่อนสงครามอย่างมาก
ประเด็นสำคัญคือ เส้นทางน้ำอาจยัง “เปิด” ในทางกฎหมายหรือทางทหาร แต่กลับ “ปิด” ในทางปฏิบัติสำหรับการขนส่งเชิงพาณิชย์ทั่วไป ผลที่ตามมาคือการเข้าถึงน้ำมันดิบ LNG และเชื้อเพลิงกลั่นมีความไม่แน่นอนมากขึ้น ขณะที่ค่าระวางเรือ ค่าประกันภัย และค่าจัดส่งผันผวนรุนแรงขึ้น
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับขึ้นอย่างรวดเร็วหลังการโจมตี และเคยทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงที่วิกฤตรุนแรงที่สุด เทียบกับราว 71 ดอลลาร์ก่อนสงคราม 2
4 แต่ราคาน้ำมันดิบสะท้อนความเสียหายเพียงบางส่วนเท่านั้น
เชื้อเพลิงกลั่นมีความเปราะบางเป็นพิเศษ Reuters รายงานว่าปริมาณการเดินเครื่องโรงกลั่นทั่วโลกในเดือนกรกฎาคมต่ำกว่าปีก่อนเกือบ 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่ตลาดดีเซลและผลิตภัณฑ์น้ำมันกลั่นอื่น ๆ อยู่ในภาวะตึงตัวอย่างยิ่ง ExxonMobil และ Chevron เตือนว่าอุปทานเชื้อเพลิงอาจยังจำกัดในช่วงครึ่งหลังของปี แม้ธุรกิจโรงกลั่นของทั้งสองบริษัทจะได้รับประโยชน์จากค่าการกลั่นที่สูงขึ้น 18
สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) คาดว่าอุปทานน้ำมันโลกจะลดลง 4.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือประมาณ 4% ในปี 2026 เนื่องจากการปิดกั้นฮอร์มุซ การโจมตีในพื้นที่อื่น และการหยุดชะงักเพิ่มเติมลดปริมาณน้ำมันที่ส่งมอบได้ IEA ยังปรับลดคาดการณ์ความต้องการใช้น้ำมันปี 2026 สะท้อนว่าราคาที่สูงและความเสียหายทางเศรษฐกิจกำลังเริ่มกดการบริโภคลง
ตลาดจึงเผชิญสมดุลที่ซับซ้อน ความต้องการที่อ่อนแอลงอาจช่วยชะลอราคาน้ำมันดิบในที่สุด แต่ดีเซล LNG และผลิตภัณฑ์พลังงานอื่น ๆ ยังอาจมีราคาแพง เพราะกำลังการกลั่น การทำให้ก๊าซเป็นของเหลว การขนส่ง และการจัดเก็บไม่สามารถสร้างขึ้นมาทดแทนได้ทันที
อิหร่านและโอมานหารือเรื่องการจัดตั้งเส้นทางเดินเรือร่วมชั่วคราวผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ควบคู่กับการประสานงานเพื่อกวาดทุ่นระเบิด ข่าวความคืบหน้าทำให้ราคาน้ำมันปรับลดลงเล็กน้อย เพราะตลาดมองเห็นความเป็นไปได้ที่การเดินเรือจะปลอดภัยและคาดการณ์ได้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอนี้เป็นเพียงมาตรการจัดการการจราจรระยะเปลี่ยนผ่าน ไม่ใช่หลักฐานว่าช่องแคบกลับมาเปิดรับปริมาณการค้าเชิงพาณิชย์ตามปกติแล้ว การฟื้นตัวอย่างยั่งยืนต้องอาศัยมากกว่าเส้นทางที่ตกลงกันได้ เจ้าของเรือ บริษัทประกัน และลูกเรือต้องเชื่อมั่นด้วยว่าเรือจะผ่านได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัย โดยไม่มีการโจมตี ทุ่นระเบิด หรือข้อจำกัดที่เปลี่ยนแปลงกะทันหัน
นี่เป็นเหตุผลที่ตลาดมองข่าวการทูตแต่ละครั้งเป็นเพียงการผ่อนคลายชั่วคราว ไม่ใช่จุดจบของวิกฤต การเจรจายังคงส่งผลต่อราคา แต่การเดินเรือยังเปราะบางต่อการยกระดับความขัดแย้งทางทหารและความล้มเหลวทางการเมือง 10
ราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นและค่าการกลั่นที่แข็งแกร่งสร้างกำไรพิเศษให้กับบริษัทพลังงานสหรัฐฯ บางส่วน ExxonMobil รายงานกำไรไตรมาส 2 ราว 14.5 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ Chevron รายงานประมาณ 12.1 พันล้านดอลลาร์ โดยทั้งสองบริษัทได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันและภาวะการกลั่นที่ดีขึ้น 17
18
แต่ผลประกอบการก็ชี้ให้เห็นว่าคำกล่าวว่า “ราคาน้ำมันสูงเป็นผลดีต่อบริษัทน้ำมัน” เป็นคำอธิบายที่ไม่ครบถ้วน กำไรสุทธิของ Exxon ในไตรมาสแรกปรับลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี เนื่องจากการหยุดชะงักของอุปทานกระทบการดำเนินงาน แม้บริษัทจะทำกำไรที่ปรับปรุงแล้วได้ดีกว่าคาดการณ์ 20 ต่อมา Exxon รายงานปริมาณการผลิตดีเซลไตรมาส 2 สูงเป็นประวัติการณ์ ขณะที่โรงกลั่นของ Chevron ในสหรัฐฯ แปรรูปน้ำมันมากกว่า 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน
18
ผู้ที่ได้ประโยชน์มากที่สุดคือบริษัทที่มีธุรกิจหลากหลาย มีฐานการผลิตขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ และมีโรงกลั่นของตนเอง ซึ่งสามารถเก็บเกี่ยวส่วนต่างกำไรที่สูงขึ้นและพึ่งพาการขนส่งน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียโดยตรงน้อยกว่า
หลักฐานที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอสำหรับการเปรียบเทียบอย่างแม่นยำเป็นรายบริษัทว่า ConocoPhillips และ Occidental Petroleum สูญเสียอุปทานจากอ่าวเปอร์เซียหรือได้รับผลกระทบต่อกำไรมากน้อยเพียงใด ดังนั้นจึงไม่ควรสรุปเกินข้อมูล
ภาพรวมที่ชัดเจนกว่าคือ ผู้ผลิตและโรงกลั่นที่มีธุรกิจหลากหลายอาจได้ประโยชน์ทางการเงินจากภาวะขาดแคลน ขณะที่บริษัทและผู้บริโภคที่ต้องใช้เชื้อเพลิงซึ่งส่งมอบถึงปลายทางต้องเผชิญต้นทุนและความเสี่ยงด้านอุปทานที่สูงขึ้น
บังกลาเทศเป็นหนึ่งในตัวอย่างชัดเจนที่สุดของการที่วิกฤตความปลอดภัยทางทะเลกลายเป็นความยากลำบากทางเศรษฐกิจภายในประเทศ QatarEnergy ลดการส่งมอบ LNG ตามกำหนดให้บังกลาเทศในปี 2026 ลงครึ่งหนึ่ง ทำให้ Petrobangla ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจต้องหาแหล่งจัดซื้อใหม่และหันไปซื้อก๊าซในตลาดจรที่มีราคาแพงกว่า
ธนาคารโลกระบุว่า สัญญา LNG ของ Petrobangla 5 จาก 6 ฉบับถูกประกาศเหตุสุดวิสัย และราคา LNG ในตลาดจรเพิ่มขึ้นเป็น 24–28 ดอลลาร์ต่อหน่วยความร้อนอังกฤษล้านหน่วย (MMBtu) หรือมากกว่าสองเท่าของระดับก่อนหน้า ธนาคารคาดว่าเงินอุดหนุนด้านพลังงานของบังกลาเทศอาจเพิ่มขึ้นเป็น 2.8% ของ GDP ทำให้เหลืองบประมาณสำหรับการใช้จ่ายด้านสังคมน้อยลง
ภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมก็ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนเช่นกัน ข้อจำกัดด้านก๊าซทำให้การจ่ายก๊าซให้ภาคไฟฟ้าและภาคอุตสาหกรรมลดลง ขณะที่ตลาดปุ๋ยตึงตัวขึ้นเมื่อการหยุดชะงักของพลังงานในตะวันออกกลางกระทบการผลิตปุ๋ยไนโตรเจน 4 มีรายงานเชื่อมโยงภาวะขาดแคลนก๊าซกับการหยุดเดินเครื่องโรงงานยูเรีย Ashuganj แต่รายละเอียดเรื่องช่วงเวลาและสาเหตุยังไม่สอดคล้องกันทั้งหมดในรายงานที่มีอยู่
ผลกระทบทางสังคมอาจมีขนาดใหญ่ การประเมินที่เชื่อมโยงกับธนาคารโลกระบุว่า งานเกือบ 600,000 ตำแหน่งอาจมีความเสี่ยง และจำนวนผู้ที่คาดว่าจะพ้นความยากจนในปี 2026 อาจลดจากประมาณ 1.7 ล้านคนเหลือราว 500,000 คน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้เป็นการคาดการณ์ ไม่ใช่ผลลัพธ์สุดท้าย และขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่สงครามและแรงกระแทกด้านราคาพลังงานยืดเยื้อ
กลไกการส่งผ่านในบังกลาเทศจึงเห็นได้เป็นลำดับ: การส่ง LNG หยุดชะงักทำให้ต้องซื้อสินค้าเร่งด่วนในตลาดจร ก๊าซราคาแพงทำให้ต้นทุนไฟฟ้าและภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น ปุ๋ยขาดแคลนทำให้ต้นทุนการเกษตรสูงขึ้น และมูลค่าการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นกดดันเงินอุดหนุน รายได้ครัวเรือน และความพยายามลดความยากจน
ผู้ผลิตน้ำมันในอ่าวเปอร์เซียกำลังเดินหน้า หรืออยู่ระหว่างหารือ โครงการท่อส่งที่สามารถลำเลียงน้ำมันดิบอ้อมช่องแคบฮอร์มุซ ในเดือนกรกฎาคมมีรายงานว่าอย่างน้อย 7 โครงการอยู่ระหว่างการก่อสร้าง การวางแผน หรือการหารือ
การลงทุนเหล่านี้อาจลดการพึ่งพาคอขวดทางทะเลเพียงจุดเดียวในอนาคต แต่ไม่สามารถทดแทนศักยภาพการขนส่งทางเรือทั้งหมดของฮอร์มุซได้อย่างรวดเร็ว นักวิเคราะห์พลังงานที่ NPR อ้างถึงระบุว่า การสร้างโครงสร้างพื้นฐานเส้นทางเลี่ยงให้เพียงพอในเวลาอันใกล้เป็นเรื่องไม่น่าจะเกิดขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคอาจยังต้องเผชิญราคาพลังงานสูง แม้เส้นทางทางเลือกจะขยายตัว
นอกจากนี้ ท่อส่งไม่ได้แก้ปัญหาทั้งหมด เพราะช่วยจัดการการขนส่งน้ำมันดิบเป็นหลัก ส่วนการส่งออก LNG ผลิตภัณฑ์น้ำมันกลั่น ประกันภัยการเดินเรือ ความพร้อมของโรงกลั่น และความเสี่ยงจากทุ่นระเบิดยังต้องการทางออกแยกต่างหาก
เมื่อวิกฤตเดินทางมาถึงเดือนที่ 6 ตลาดพลังงานถูกกำหนดโดยความปลอดภัยของเส้นทางขนส่งและความยั่งยืนของการทูต มากกว่าการขาดแคลนทรัพยากรใต้ดินอย่างถาวร ข้อตกลงที่น่าเชื่อถือและคุ้มครองเรือพาณิชย์ได้อาจทำให้อุปทานที่ค้างอยู่กลับเข้าสู่ตลาดและลดส่วนเพิ่มความเสี่ยงของราคา แต่การโจมตีระลอกใหม่หรือความขัดแย้งในภูมิภาคที่ขยายวงอาจทำให้ปริมาณการขนส่งลดลงอีกครั้ง
แม้มีการประกาศเปิดช่องแคบอย่างเป็นทางการ ผลกระทบก็จะไม่หายไปในทันที เรือบรรทุกน้ำมันต้องกลับมาเดินทาง ประกันภัยต้องฟื้นตัว ระบบคลังสินค้าและโรงกลั่นต้องปรับสมดุล และผู้ซื้อ LNG อย่างบังกลาเทศยังต้องรับผลจากสัญญาที่หยุดชะงัก
ข้อสรุปที่รอบคอบที่สุดจึงไม่ใช่การฟันธงว่าราคาน้ำมันจะสูงถาวร แต่คือวิกฤตฮอร์มุซได้เผยให้เห็นว่า คอขวดทางทะเลเพียงจุดเดียวสามารถเปลี่ยนเป็นวิกฤตเชื้อเพลิง ปุ๋ย และการคลังของโลกได้อย่างรวดเร็ว เส้นทางชั่วคราวระหว่างอิหร่านกับโอมานอาจช่วยชะลอความเสียหาย แต่มีเพียงการเดินเรือที่ปลอดภัยอย่างต่อเนื่องและเวลาสำหรับห่วงโซ่อุปทานในการปรับตัวเท่านั้นที่จะช่วยพลิกสถานการณ์กลับมาได้
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
หลังสงครามเริ่มเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ปริมาณน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดจากราว 18 ล้านบาร์เรลต่อวันก่อนสงคราม เหลือเฉลี่ยประมาณ 2 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนสิงหาคม ขณะที่วันที่ 25 สิงหาคมมีเรือส...
หลังสงครามเริ่มเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ปริมาณน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดจากราว 18 ล้านบาร์เรลต่อวันก่อนสงคราม เหลือเฉลี่ยประมาณ 2 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือนสิงหาคม ขณะที่วันที่ 25 สิงหาคมมีเรือส... ผลกระทบขยายจากราคาน้ำมันดิบไปสู่ LNG ดีเซล ผลิตภัณฑ์น้ำมัน ค่าประกันภัยการเดินเรือ และตลาดปุ๋ย โดยสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศคาดว่าอุปทานน้ำมันโลกปี 2026 จะลดลง 4.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือประมาณ 4% [34]
บริษัทพลังงานสหรัฐฯ ที่มีการผลิตในประเทศและธุรกิจโรงกลั่นได้รับประโยชน์จากราคาน้ำมันและค่าการกลั่นที่สูงขึ้นในบางช่วง แต่ก็ยังเผชิญผลกระทบจากการหยุดชะงักของอุปทาน [17][18][20]