สงครามยังไม่จบลงด้วยข้อตกลงทางการเมืองที่มั่นคง แม้การโจมตีช่วงแรกจะสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อโครงสร้างความมั่นคงและกองทัพอิหร่าน [1][3] บันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด 14 ข้อ ซึ่งมีปากีสถานเป็นคนกลางและลงนามในเดือนมิถุนายน ตั้งใจยุติการสู้รบ เปิดช่องแคบฮอร์มุซ และเริ่มเจรจาเรื่องนิวเคลียร์ แต่ไม่สามารถนำไปสู่ข้อตกลงถา...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What has happened in the six month U.S. Israeli war against Iran—launched on February 28, 2026, as Israel’s “Operation Lion’s Roar” and the. Article summary: Six months in, the campaign has not achieved a stable political settlement.. Topic tags: general web, workflow, security, regulation, marketing. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factual ev
สงครามระหว่างสหรัฐฯ–อิสราเอลกับอิหร่านดำเนินมาครบ 6 เดือนแล้ว แต่ยังไม่มีข้อตกลงทางการเมืองที่มีเสถียรภาพ การโจมตีระลอกแรกสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อโครงสร้างความมั่นคงและศักยภาพทางทหารของอิหร่าน ทว่าไม่สามารถทำให้รัฐบาลเตหะรานยอมจำนนได้ ขณะเดียวกัน กรอบหยุดยิงที่เกิดขึ้นในเดือนมิถุนายนก็ล่มลง และความขัดแย้งได้เปลี่ยนจากการโจมตีทางอากาศขนาดใหญ่ไปสู่การคว่ำบาตร แรงกดดันทางทะเล และความเสี่ยงที่จะยกระดับการสู้รบอีกครั้ง 1
3
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ CENTCOM ระบุว่า ปฏิบัติการ Operation Epic Fury เริ่มขึ้นเวลา 01.15 น. ของวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2026 โดยมีเป้าหมายรื้อทำลายโครงสร้างความมั่นคงของรัฐบาลอิหร่านและกำจัดภัยคุกคามที่สหรัฐฯ มองว่าใกล้จะเกิดขึ้น 1
อิสราเอลดำเนินปฏิบัติการคู่ขนานในชื่อ Operation Lion’s Roar โดยมุ่งโจมตีระบบขีปนาวุธ โครงสร้างพื้นฐานทางทหาร ระบบป้องกันภัยทางอากาศ และสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับโครงการนิวเคลียร์ในหลายพื้นที่ รวมถึงเตหะราน อิสฟาฮาน และกอม แหล่งข้อมูลต่าง ๆ รายงานรายละเอียดเกี่ยวกับขอบเขตความเสียหายแตกต่างกัน จึงควรแยกตัวเลขที่มาจากฝ่ายทหารหรือคู่ขัดแย้งออกจากข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบโดยอิสระ
ในช่วงเปิดฉาก อิหร่านตอบโต้ด้วยขีปนาวุธและโดรนต่ออิสราเอล ฐานทัพสหรัฐฯ และเป้าหมายที่เกี่ยวข้องในภูมิภาค ทำให้สงครามขยายวงออกไปนอกดินแดนอิหร่าน 3
8
ช่วงกลางเดือนมิถุนายน สหรัฐฯ และอิหร่านได้ลงนามใน บันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด ซึ่งมีปากีสถานเป็นคนกลาง โดยกรอบข้อตกลง 14 ข้อนี้มีเป้าหมายยุติปฏิบัติการทางทหาร เปิดช่องแคบฮอร์มุซให้การเดินเรือกลับมาเดินหน้า ยุติการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ และเริ่มการเจรจาทางเทคนิคเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน 3
4
กรอบดังกล่าวยังวางแนวทางไปสู่การผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรและการฟื้นฟูประเทศ โดยมีการกล่าวถึงแรงจูงใจด้านการบูรณะมูลค่าสูงถึง 300,000 ล้านดอลลาร์ หากสามารถบรรลุข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ได้
อย่างไรก็ตาม บันทึกความเข้าใจนี้ไม่ได้กลายเป็นข้อตกลงถาวร การสู้รบที่กลับมาเกิดขึ้นและข้อพิพาทเรื่องการปฏิบัติตามพันธกรณีทำให้กรอบดังกล่าวถูกลดความสำคัญลง อิหร่านกล่าวหาว่าสหรัฐฯ ละเมิดคำมั่น ขณะที่ฝ่ายสหรัฐฯ ยืนยันแนวทางกดดันเตหะรานต่อไป
ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า วอชิงตันกำลังให้น้ำหนักกับการคว่ำบาตร การควบคุมการขนส่งทางทะเล และแรงกดดันทางเศรษฐกิจ มากกว่าการเปิดฉากโจมตีครั้งใหม่ในทันที
มีรายงานว่า มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ แจ้งรัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศพันธมิตรว่า สหรัฐฯ ยังไม่คาดว่าจะเริ่มการโจมตีรอบใหม่ “ในช่วงเวลานี้” แต่ถ้อยคำดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าวอชิงตันตัดทางเลือกทางทหารออกไปอย่างถาวร โดยเฉพาะหากอิหร่านเป็นฝ่ายเริ่มการโจมตี 12
15
กล่าวอีกอย่างคือ สหรัฐฯ กำลังเปลี่ยนจุดศูนย์กลางของยุทธศาสตร์จากการทิ้งระเบิดไปสู่การทำให้เศรษฐกิจอิหร่านตึงตัว และใช้ช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือพลังงานสำคัญเป็นเครื่องมือกดดัน ขณะเดียวกันก็พยายามทำให้การขนส่งน้ำมันผ่านพื้นที่ดังกล่าวกลับมาเป็นปกติ
เจ้าหน้าที่อิหร่านส่งสัญญาณว่า หากการเจรจาไม่คืบหน้า อิหร่านอาจเปลี่ยนไปใช้หลักนิยมทางทหารแบบ “รุกเต็มรูปแบบ” และพร้อมเผชิญหน้ากับความพยายามจำกัดการเดินเรือของอิหร่านในหรือใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ 3
8
เจ้าหน้าที่อิหร่านยังขู่ว่าอาจดำเนินการเพื่อทำลายการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ หากการทูตล้มเหลว ท่าทีดังกล่าวมีทั้งมิติของคำขู่ทางทหารและการส่งสัญญาณต่อรอง ไม่ใช่หลักฐานว่าอิหร่านสามารถฝ่าการปิดล้อมได้สำเร็จแล้ว 3
8
สถาบัน Institute for the Study of War ประเมินว่า รัฐบาลอิหร่านอาจเลือกขยายหรือยกระดับการโจมตี หากสหรัฐฯ และพันธมิตรไม่ยอมรับข้อเรียกร้องสำคัญของเตหะราน ซึ่งรวมถึงการยกเลิกการปิดล้อมและมาตรการคว่ำบาตร ตลอดจนการยอมรับบทบาทของอิหร่านเหนือช่องแคบฮอร์มุซ
ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปอย่างเด็ดขาดว่า เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล “ตกอยู่ในสถานะที่แย่ลง” หลังสงคราม แต่หลักฐานที่มีอยู่สนับสนุนข้อสรุปที่แคบและระมัดระวังกว่านั้น นั่นคือ การใช้กำลังทหารเพื่อบีบบังคับยังไม่สามารถทำให้อิหร่านยอมจำนนได้ 3
8
อิหร่านยังคงรักษาความสามารถในการขู่ว่าจะยกระดับความขัดแย้ง และผูกท่าทีทางทหารเข้ากับข้อเรียกร้องให้มีการเจรจาในเงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ต่อเตหะราน ดังนั้น แม้โครงสร้างทางทหารของอิหร่านจะได้รับความเสียหายอย่างหนัก แต่ผลทางการเมืองที่สหรัฐฯ และอิสราเอลต้องการยังไม่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน
ข้อกล่าวหาหลายเรื่องที่ปรากฏในช่วงสงครามยังไม่มีหลักฐานคุณภาพสูงและการยืนยันจากหลายแหล่งที่เป็นอิสระเพียงพอ ได้แก่
ประเด็นเหล่านี้ควรถูกระบุว่าเป็นข้อกล่าวหาหรือคำกล่าวจากฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จนกว่าจะมีหลักฐานปฐมภูมิหรือรายงานจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือหลายแห่งมารองรับ โดยเฉพาะกรณีวิดีโอที่สร้างด้วยปัญญาประดิษฐ์และถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับสื่อโทรทัศน์ของอิหร่าน ซึ่งมีรายงานว่าอยู่ในการติดตามของหน่วยอารักขาประธานาธิบดีสหรัฐฯ แต่ยังไม่ใช่หลักฐานยืนยันว่าเกิดแผนโจมตีจริง
หกเดือนหลังการเปิดฉากโจมตี สงครามได้เปลี่ยนจากแคมเปญทางอากาศขนาดใหญ่ไปเป็นการเผชิญหน้าที่ยืดเยื้อระหว่างแรงกดดันทางเศรษฐกิจ การควบคุมเส้นทางเดินเรือ และการข่มขู่ตอบโต้ของอิหร่าน
ข้อตกลงอิสลามาบัดแสดงให้เห็นว่าการทูตยังเป็นทางออกที่เป็นไปได้ แต่ความล้มเหลวในการทำให้กรอบดังกล่าวมีผลถาวรทำให้ช่องแคบฮอร์มุซและโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านยังคงเป็นชนวนสำคัญ ความเสี่ยงในระยะต่อไปจึงไม่ได้อยู่แค่การโจมตีทางทหารครั้งใหม่ แต่อยู่ที่การคำนวณผิดพลาดระหว่างการคว่ำบาตร การปิดล้อม และการตอบโต้ของอิหร่านด้วย
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
สงครามยังไม่จบลงด้วยข้อตกลงทางการเมืองที่มั่นคง แม้การโจมตีช่วงแรกจะสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อโครงสร้างความมั่นคงและกองทัพอิหร่าน [1][3]
สงครามยังไม่จบลงด้วยข้อตกลงทางการเมืองที่มั่นคง แม้การโจมตีช่วงแรกจะสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อโครงสร้างความมั่นคงและกองทัพอิหร่าน [1][3] บันทึกความเข้าใจอิสลามาบัด 14 ข้อ ซึ่งมีปากีสถานเป็นคนกลางและลงนามในเดือนมิถุนายน ตั้งใจยุติการสู้รบ เปิดช่องแคบฮอร์มุซ และเริ่มเจรจาเรื่องนิวเคลียร์ แต่ไม่สามารถนำไปสู่ข้อตกลงถาวรได้ [3][4]
สหรัฐฯ กำลังเน้นมาตรการคว่ำบาตรและแรงกดดันทางทะเล–เศรษฐกิจมากกว่าการเปิดฉากโจมตีรอบใหม่ในทันที ขณะที่มาร์โก รูบิโอ ยังไม่ได้ตัดทางเลือกทางทหารออกอย่างถาวร [12][15]