ในการหารือที่กรุงวอชิงตันช่วงวันที่ 27–28 สิงหาคม 2026 รองนายกรัฐมนตรีเหงียน วัน ทัง ขอให้สหรัฐฯ นำเวียดนามออกจากกลุ่มควบคุมการส่งออก D1 และ D3 พิจารณารับรองสถานะเศรษฐกิจตลาด และเร่งจัดทำข้อตกลงการค้าแบบต่างตอบแทน สองฝ่ายยังหารือโอกาสความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ เศรษฐกิจดิจิทัล โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เซมิคอนดักเตอร...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Vietnamese Deputy Prime Minister Nguyen Van Thang seek during his August 27–28, 2026 meetings with senior U.S. officials in Washing. Article summary: Deputy Prime Minister Nguyen Van Thang sought to turn the U.S.–Vietnam comprehensive strategic partnership into concrete trade, technology and investment outcomes—especially easier access to U.S. technology and markets, . Topic tags: general, government, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake n
การเยือนกรุงวอชิงตันของรองนายกรัฐมนตรีเหงียน วัน ทัง ระหว่างวันที่ 27–28 สิงหาคม 2026 มีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างเวียดนามกับสหรัฐฯ ให้เกิดผลทางเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรม ทั้งการเข้าถึงตลาด เทคโนโลยี และเงินลงทุนระยะยาวในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงของเวียดนาม 10
เหงียน วัน ทัง ขอให้กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ นำเวียดนามออกจากกลุ่มประเทศ D1 และ D3 ภายใต้ระบบควบคุมการส่งออก พิจารณารับรองเวียดนามเป็นเศรษฐกิจตลาด และใช้แนวทางที่เป็นกลางและเป็นธรรมในการดำเนินคดีหรือมาตรการเยียวยาทางการค้าที่เกี่ยวข้องกับสินค้าจากเวียดนาม นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้เร่งสรุปข้อตกลงการค้าแบบต่างตอบแทน เป็นธรรม และสมดุล (Agreement on Reciprocal, Fair and Balanced Trade) 10
ความพยายามดังกล่าวต่อยอดจากกรอบความร่วมมือเดิมที่ทั้งสองประเทศระบุว่ามีเป้าหมายขยายการเข้าถึงตลาดและกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ 1 สำหรับเวียดนาม การสรุปข้อตกลงจะช่วยสร้างกรอบที่ชัดเจนขึ้นให้การค้าทวิภาคีเดินหน้า พร้อมตอบข้อกังวลในวงกว้างของสหรัฐฯ ต่อความสัมพันธ์ทางการค้า
เอกอัครราชทูตเจมีสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ กล่าวว่า ต้องการทำงานอย่างใกล้ชิดกับเวียดนามเพื่อสรุปการเจรจาโดยเร็ว การหารือยังครอบคลุมคำขอของเวียดนามให้สหรัฐฯ ประเมินการดำเนินการของเวียดนามต่อประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายกังวลอย่างเป็นกลาง รวมถึงปรับปรุงการเข้าถึงตลาดสำหรับสินค้าส่งออกจากเวียดนาม 10
เจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ระบุว่า ความสัมพันธ์ด้านการค้าและเศรษฐกิจเป็นเสาหลักสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ และชี้ถึงโอกาสขยายความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน เทคโนโลยี พลังงาน และแร่สำคัญ 10 อย่างไรก็ตาม ท่าทีดังกล่าวยังไม่ใช่การยืนยันว่าเวียดนามได้รับอนุมัติให้พ้นจากกลุ่มควบคุมการส่งออก หรือได้รับการรับรองสถานะเศรษฐกิจตลาดแล้ว
การหารือยังมุ่งไปที่ความร่วมมือด้านเทคโนโลยี เจคอบ เฮลเบิร์ก เจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการเศรษฐกิจของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แสดงความยินดีกับความคืบหน้าของความสัมพันธ์ทวิภาคี และเห็นพ้องให้เพิ่มการพูดคุยและความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นวัตกรรม ปัญญาประดิษฐ์ เศรษฐกิจดิจิทัล และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล 10
ฝ่ายสหรัฐฯ ระบุว่าพร้อมพิจารณามาตรการจูงใจและนโยบายที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้บริษัทอเมริกันขยายการดำเนินงานและลงทุนระยะยาวในเวียดนาม 10 แนวทางนี้อาจเชื่อมการหารือทางการทูตเข้ากับโครงการด้านบริการดิจิทัล การวิจัยและพัฒนา การผลิตขั้นสูง และการฝึกอบรมแรงงาน
การหารือกับบรรษัทการเงินเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐฯ หรือ DFC มุ่งสำรวจการระดมเงินทุนเพื่อการพัฒนาสำหรับโครงการสำคัญของเวียดนาม โดยระบุภาคส่วนที่มีโอกาสร่วมมือ ได้แก่ เภสัชภัณฑ์ เซมิคอนดักเตอร์ พลังงาน และแร่สำคัญ ซึ่งล้วนเชื่อมโยงกับเป้าหมายด้านเทคโนโลยีของเวียดนามและการสร้างห่วงโซ่อุปทานที่ยืดหยุ่นมากขึ้น 10
ข้อมูลที่เผยแพร่ระบุว่านี่เป็นกรอบโอกาสความร่วมมือที่อยู่ระหว่างการผลักดัน ไม่ใช่ข้อตกลงที่เสร็จสิ้นแล้ว และไม่มีรายงานว่ามีการประกาศข้อผูกพันด้านเงินทุนจาก DFC เป็นการเฉพาะในระหว่างการพบหารือครั้งนี้ 10
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม เหงียน วัน ทัง เป็นประธานการประชุมโต๊ะกลมทางธุรกิจร่วมกับตัวแทนบริษัท สถาบันการเงิน และนักลงทุนสหรัฐฯ ราว 60 ราย ผู้เข้าร่วมมาจากภาคการเงินและธนาคาร เทคโนโลยีดิจิทัล ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ การผลิตขั้นสูง การดูแลสุขภาพ พลังงาน การบิน และโลจิสติกส์ โดยมีชื่อ Visa, Citigroup, Morgan Stanley, Qualcomm, Caterpillar และ Atlas Air อยู่ในรายงาน 11
เหงียน วัน ทัง นำเสนอเวียดนามในฐานะแหล่งลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมย้ำถึงเสถียรภาพทางเศรษฐกิจมหภาค การปฏิรูปกฎระเบียบ และกรอบกฎหมายที่โปร่งใสมากขึ้น เขาขอให้บริษัทสหรัฐฯ ลงทุนในโครงการขั้นสูง ถ่ายทอดองค์ความรู้ พัฒนาบุคลากรท้องถิ่น และช่วยให้ธุรกิจเวียดนามก้าวเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าระดับโลกได้ลึกยิ่งขึ้น 11
ผู้เข้าร่วมจากสหรัฐฯ มองว่าเวียดนามเป็นตลาดเกิดใหม่ที่มีความน่าสนใจ และเห็นโอกาสในเทคโนโลยีขั้นสูง การเงินดิจิทัล พลังงานหมุนเวียน โครงสร้างพื้นฐาน และภาคบริการ บางบริษัทกำลังพิจารณาหรือเดินหน้าโครงการด้านการวิจัยและพัฒนา การผลิตเทคโนโลยีขั้นสูง การชำระเงินดิจิทัล ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และการฝึกอบรมแรงงาน 11
ขณะเดียวกัน นักลงทุนย้ำว่า การขยายโอกาสเหล่านี้จำเป็นต้องมีหลักเกณฑ์ที่มั่นคงและคาดการณ์ได้ การปรึกษาหารือกับภาคธุรกิจที่เข้มแข็งขึ้น ขั้นตอนอนุญาตที่ชัดเจน การบังคับใช้สัญญาที่เชื่อถือได้ และมาตรฐานที่สอดคล้องกับแนวปฏิบัติระหว่างประเทศ 11
การประชุมที่วอชิงตันนำไปสู่วาระการเจรจาและการลงทุนหลายด้าน มากกว่าจะเป็นข้อตกลงพลิกเกมเพียงรายการเดียว เวียดนามต้องการความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมทั้งด้านการค้าและการจัดทำข้อตกลงการค้าแบบต่างตอบแทน ขณะเดียวกันก็พยายามวางตำแหน่งประเทศเพื่อรับการลงทุนและความร่วมมือจากสหรัฐฯ ใน AI โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เซมิคอนดักเตอร์ เภสัชภัณฑ์ พลังงาน และแร่สำคัญ 10
บททดสอบต่อจากนี้คือการนำข้อหารือไปปฏิบัติจริง ได้แก่ การเจรจาจะคืบหน้าเพียงใด สหรัฐฯ จะเปลี่ยนแนวทางต่อเวียดนามในประเด็นที่ร้องขอหรือไม่ และการพูดคุยด้านการลงทุนจะพัฒนาไปสู่โครงการที่มีเงินทุนรองรับได้หรือไม่ การเข้าร่วมของธุรกิจสหรัฐฯ ราว 60 รายสะท้อนความสนใจเชิงพาณิชย์ในระดับหนึ่ง แต่รายงานยังไม่ได้ยืนยันผลลัพธ์ด้านนโยบายหรือการจัดหาเงินทุนขั้นสุดท้าย 10
11
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
ในการหารือที่กรุงวอชิงตันช่วงวันที่ 27–28 สิงหาคม 2026 รองนายกรัฐมนตรีเหงียน วัน ทัง ขอให้สหรัฐฯ นำเวียดนามออกจากกลุ่มควบคุมการส่งออก D1 และ D3 พิจารณารับรองสถานะเศรษฐกิจตลาด และเร่งจัดทำข้อตกลงการค้าแบบต่างตอบแทน
ในการหารือที่กรุงวอชิงตันช่วงวันที่ 27–28 สิงหาคม 2026 รองนายกรัฐมนตรีเหงียน วัน ทัง ขอให้สหรัฐฯ นำเวียดนามออกจากกลุ่มควบคุมการส่งออก D1 และ D3 พิจารณารับรองสถานะเศรษฐกิจตลาด และเร่งจัดทำข้อตกลงการค้าแบบต่างตอบแทน สองฝ่ายยังหารือโอกาสความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ เศรษฐกิจดิจิทัล โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เซมิคอนดักเตอร์ เภสัชภัณฑ์ พลังงาน และแร่สำคัญ
ในการประชุมธุรกิจแยกต่างหาก เวียดนามนำเสนอศักยภาพต่อบริษัท สถาบันการเงิน และนักลงทุนสหรัฐฯ ราว 60 ราย พร้อมขอให้เข้ามาลงทุน ถ่ายทอดความรู้ และช่วยพัฒนาบุคลากรเพื่อเชื่อมธุรกิจเวียดนามเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าโลก