หลักฐานชี้ว่ารัสเซียกำลังเตรียมขีดความสามารถและทางเลือกสำหรับการเพิ่มกำลังพล โดยหน่วยข่าวกรองยูเครนรายงานแผนรับสมัครรวม 600,000 คนในช่วงปี 2026–2027 แต่ยังไม่มีคำสั่งระดมพลทั่วประเทศที่ยืนยันต่อสาธารณะ มีรายงานชาวรัสเซียกว่า 113,000 คนเดินทางเข้าสู่จอร์เจียผ่านด่านอัปเปอร์ลาร์สภายในหนึ่งสัปดาห์ สะท้อนความหวาดกลัวคล้...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What evidence suggests that Russia may be preparing a new large-scale mobilization, how does the reported flight of more than 113,000 Russia. Article summary: The available evidence points to preparation and heightened recruitment pressure, not proof that a new nationwide mobilization order has been signed. The central claim—a 600,000-person call-up across 2026–27—comes from U. Topic tags: general, general web, user generated, news, government. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermar
ข้อสรุปที่หนักแน่นที่สุดในขณะนี้ไม่ใช่การที่รัสเซียออกคำสั่งระดมพลครั้งใหม่แล้ว แต่คือมอสโกกำลังสร้างขีดความสามารถด้านการบริหาร กฎหมาย และความมั่นคง เพื่อรองรับการระดมกำลังพลครั้งใหญ่ขึ้น โดยพยายามหลีกเลี่ยงต้นทุนทางการเมืองจากการเรียกระดมพลซ้ำแบบปี 2022
หน่วยข่าวกรองยูเครนระบุว่า รัสเซียกำลังพิจารณารับกำลังพลเพิ่ม 300,000 คนในปี 2026 และอีก 300,000 คนในปี 2027 ตัวเลขนี้มีนัยสำคัญ แต่ยังเป็นการประเมินข่าวกรอง ไม่ใช่หลักฐานสาธารณะที่ยืนยันว่าเครมลินตัดสินใจขั้นสุดท้ายแล้ว 1
ตามการบรรยายสรุปที่อ้างถึงหน่วยข่าวกรองทหารและหน่วยข่าวกรองต่างประเทศของยูเครน เสนาธิการทหารรัสเซียได้เตรียมทางเลือกสำหรับการรับคน 600,000 คนในช่วงปี 2026–2027 เป้าหมายที่ระบุคือการเติมกำลังให้หน่วยที่กำลังรบในยูเครน และสนับสนุนหน่วยที่จัดตั้งขึ้นใหม่ ท่ามกลางความสูญเสียในสนามรบและการชะลอตัวของการรับทหารแบบทำสัญญา 1
ด้านประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกีของยูเครนกล่าวแยกกันว่า รัสเซียอาจต้องการกำลังพลเพิ่มราว 300,000 นายหลังการเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติในเดือนกันยายน สำนักข่าว Reuters รายงานว่า การประเมินของเขาหมายถึงการระดมพลแบบมุ่งเป้าไปยังพื้นที่รอบนอกหรือภูมิภาคห่างไกล มากกว่าจะเรียกคนจากเมืองใหญ่ของรัสเซียในทันที
อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาทั้งสองชุดไม่ได้มีขอบเขตเหมือนกันทั้งหมด ฝ่ายข่าวกรองพูดถึงยอดรวม 600,000 คนในสองปี ขณะที่คำพูดต่อสาธารณะของเซเลนสกีเน้นตัวเลขเริ่มต้น 300,000 นายและอาจเพิ่มขึ้นภายหลัง ดังนั้นทั้งสองกรณีควรถูกมองว่าเป็นแผนหรือการประเมินที่มีรายงานออกมา ไม่ใช่คำสั่งระดมพลที่ได้รับการยืนยันแล้ว
มีรายงานว่าชาวรัสเซียมากกว่า 113,000 คนเดินทางผ่านด่านอัปเปอร์ลาร์สเข้าสู่จอร์เจียภายในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ โดยในวันที่ 20 สิงหาคมวันเดียวมีผู้ข้ามแดนมากกว่า 20,000 คน ตัวเลขดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางข่าวลือว่ามอสโกอาจประกาศการเกณฑ์ทหารรอบใหม่
ภาพการเดินทางออกนอกประเทศทำให้หลายคนนึกถึงช่วงที่ชาวรัสเซียเร่งเดินทางออกหลังประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินประกาศ “การระดมพลบางส่วน” สำหรับกำลังสำรอง 300,000 นายในเดือนกันยายน 2022 เหตุการณ์ครั้งนั้นนำไปสู่การประท้วงและการอพยพของชายหนุ่มจำนวนมาก จึงทำให้ยอดผู้เดินทางออกที่พุ่งสูงขึ้นถูกมองเป็นตัวชี้วัดความหวาดกลัวของสังคมได้อย่างทรงพลัง
แต่ตัวเลขชายแดนมีข้อจำกัดสำคัญ นั่นคือมันสะท้อนความกังวลและการคาดการณ์ของประชาชน ไม่ได้ยืนยันว่าคำสั่งระดมพลใกล้จะเกิดขึ้น การเดินทางอาจเพิ่มขึ้นจากหลายปัจจัย และข้อมูลที่มีอยู่ไม่ได้พิสูจน์ว่าผู้เดินทางทุกคนตั้งใจอพยพถาวรหรือหลบเลี่ยงการเกณฑ์ทหาร
ตัวชี้วัดสำคัญที่สุดเป็นเรื่องการบริหารและการดำเนินงาน มากกว่าคำประกาศโดยตรง รายงานต่าง ๆ ชี้ถึงการตรวจสอบทะเบียนทหารที่เข้มงวดขึ้น การรวบรวมข้อมูลกำลังสำรองที่เพิ่มขึ้น กลไกรับสมัครรูปแบบใหม่ และการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายที่อาจขยายกลุ่มคนซึ่งมีสิทธิ์เข้ารับราชการทหาร
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่ากองกำลังพิทักษ์ชาติรัสเซีย หรือรอสส์การ์เดีย เตรียมบุคลากรและสถานที่สำหรับช่วงเวลาที่อาจมีการระดมพล บทบาทของหน่วยนี้มีความสำคัญ เพราะโดยหลักแล้วเป็นกองกำลังด้านความมั่นคงภายในและการคุ้มครองระบอบการปกครอง ทั้งในรัสเซียและดินแดนที่ถูกยึดครอง การเตรียมพร้อมดังกล่าวอาจช่วยรักษาความปลอดภัยโครงสร้างพื้นฐานทางทหาร ควบคุมความไม่สงบ หรือคุ้มครองสถานที่สำคัญ หากการเรียกระดมพลครั้งใหญ่ก่อให้เกิดแรงต่อต้าน
อย่างไรก็ดี ไม่มีมาตรการใดในกลุ่มนี้พิสูจน์ได้ว่าการระดมพลทั่วประเทศกำลังจะเริ่มขึ้น สิ่งที่มาตรการเหล่านี้บ่งชี้คือ ทางการรัสเซียกำลังรักษาหลายช่องทางไว้เพื่อเพิ่มกำลังพล ไม่ว่าจะเป็นการเรียกระดมพลอย่างเป็นทางการ การเร่งรับสมัครทหารตามสัญญา การเรียกกำลังสำรองในลักษณะที่ไม่เปิดเผย หรือการใช้หลายวิธีร่วมกัน
นับตั้งแต่ปี 2022 มอสโกพยายามหลีกเลี่ยงต้นทุนทางการเมืองจากการระดมพลครั้งใหญ่รอบใหม่ โดยพึ่งพาการรับสมัครทหารผ่านสัญญาที่ให้ค่าตอบแทนสูงเป็นหลัก เดอะการ์เดียนรายงานว่า รัสเซียรับทหารตามสัญญาได้ราว 1.3 ล้านคนนับจากช่วงเวลาดังกล่าว โดยใช้เงินก้อนแรกและเงินช่วยเหลือครอบครัวจำนวนมากเพื่อดึงดูดผู้สมัคร
แต่ในบางภูมิภาค แนวทางดังกล่าวเริ่มมีลักษณะบีบบังคับมากขึ้น ตามรายงานที่กล่าวถึงการกวาดจับบนท้องถนน การกดดันกลุ่มเปราะบาง และการหลอกลวงผู้สมัคร รายงานเหล่านี้ไม่ได้ยืนยันว่าเป็นนโยบายเดียวกันทั่วประเทศ แต่ชี้ว่าการรับสมัครโดยสมัครใจกำลังดำเนินต่อไปได้ยากขึ้น หากไม่มีแรงกดดันและแรงจูงใจทางการเงินที่สูงกว่าเดิม
ความต้องการความช่วยเหลือทางกฎหมายที่เพิ่มขึ้นก็เป็นสัญญาณเตือนอีกประการหนึ่ง ทนายความและนักเคลื่อนไหวบันทึกกรณีการควบคุมตัว การกดดันให้สมัครทหาร และความพยายามบังคับให้เข้ารับราชการ ประเด็นเหล่านี้ควรถูกเข้าใจว่าเป็นหลักฐานของระบบรับสมัครที่ตึงตัว มากกว่าจะถือเป็นข้อพิสูจน์เด็ดขาดว่ามีการอนุมัติการระดมพลอย่างเป็นทางการแล้ว
วาซิลี เนเบนเซีย ผู้แทนถาวรรัสเซียประจำสหประชาชาติกล่าวว่า ไม่มีแผนหรือความคาดหมายว่าจะมีการระดมพลครั้งใหม่ ขณะที่เจ้าหน้าที่รัสเซียยังยืนยันต่อเนื่องว่า กองทัพสามารถเติมกำลังได้ผ่านการรับสมัครทหารตามสัญญา บทวิเคราะห์ที่เชื่อมโยงกับ NATO ก็ระบุว่า ณ เวลาที่จัดทำรายงาน ยังไม่มีการตัดสินใจอย่างเป็นทางการจากรัสเซียเกี่ยวกับการระดมพลครั้งใหม่
คำยืนยันเหล่านี้มีความสำคัญ แต่ยังไม่สามารถยุติข้อสงสัยได้ ความระแวงส่วนหนึ่งเกิดจากบทเรียนในปี 2022 เมื่อคำรับรองจากทางการถูกตามมาด้วยคำสั่งระดมพลอย่างฉับพลัน หลักฐานในปัจจุบันจึงสนับสนุนให้ระมัดระวังทั้งสองด้าน คือยังไม่มีคำสั่งที่ยืนยันต่อสาธารณะ แต่มีมาตรการด้านการรับสมัครและการบริหารมากพอที่จะทำให้ความเป็นไปได้ของการเรียกกำลังพลครั้งใหญ่เป็นสถานการณ์ที่ต้องจับตา
โดนัลด์ ทัสก์ นายกรัฐมนตรีโปแลนด์ วางประเด็นนี้ไว้ในกรอบความเสี่ยงด้านการยกระดับความขัดแย้งที่กว้างกว่าการคาดการณ์เรื่องการเกณฑ์ทหารของรัสเซียเพียงอย่างเดียว เขากล่าวว่ารัสเซียกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการยกระดับครั้งใหญ่ และมองว่าฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาว รวมถึงช่วง 7–8 เดือนข้างหน้า เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของความมั่นคงในภูมิภาคและ NATO 17
คำเตือนดังกล่าวไม่ได้ยืนยันตัวเลข 600,000 นายโดยอิสระ แต่สะท้อนว่าข่าวแผนเพิ่มกำลังพลของรัสเซียถูกตีความนอกยูเครนอย่างไร นั่นคือเป็นส่วนหนึ่งของคำถามที่ว่า รัสเซียจะรักษาแรงกดดันในยูเครนต่อไปได้หรือไม่ และจะเพิ่มแรงกดดันทางทหารหรือการบีบบังคับต่อภูมิภาคโดยรอบหรือไม่
หลักฐานที่มีอยู่ชี้ไปที่ “การเตรียมพร้อม” มากกว่าการ “ยืนยันแล้ว” หน่วยข่าวกรองยูเครนรายงานความเป็นไปได้ของการระดมพล 600,000 คนในช่วงปี 2026–2027 เซเลนสกีเตือนถึงการเรียกกำลังพลเบื้องต้น 300,000 นายหลังการเลือกตั้งในรัสเซียเดือนกันยายน และยอดผู้เดินทางออกผ่านด่านอัปเปอร์ลาร์สก็สะท้อนว่าชาวรัสเซียจำนวนไม่น้อยหวั่นเกรงการซ้ำรอยปี 2022 1
ขณะเดียวกัน โควตาการรับสมัคร กลยุทธ์ที่มีลักษณะบีบบังคับ การจัดการข้อมูลกำลังสำรอง และการเตรียมพร้อมของกองกำลังพิทักษ์ชาติ ล้วนบ่งชี้ว่ามอสโกกำลังเผชิญแรงกดดันด้านกำลังพลมากขึ้น ขั้นตอนต่อไปอาจเป็นการระดมพลอย่างเป็นทางการ การรณรงค์รับสมัครแบบ “ระดมพลเงียบ” ที่เข้มข้นขึ้น หรือทั้งสองอย่างพร้อมกัน
จนกว่าจะมีคำสั่งอย่างเป็นทางการหรือเอกสารที่ตรวจสอบยืนยันได้อย่างเป็นอิสระ ข้อสรุปที่รับผิดชอบที่สุดคือ รัสเซียกำลังเตรียมทางเลือกและมีความไม่แน่นอนสูง ไม่ใช่การยืนยันว่ามีการเกณฑ์ทหารครั้งใหญ่รอบใหม่แล้ว
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
หลักฐานชี้ว่ารัสเซียกำลังเตรียมขีดความสามารถและทางเลือกสำหรับการเพิ่มกำลังพล โดยหน่วยข่าวกรองยูเครนรายงานแผนรับสมัครรวม 600,000 คนในช่วงปี 2026–2027 แต่ยังไม่มีคำสั่งระดมพลทั่วประเทศที่ยืนยันต่อสาธารณะ
หลักฐานชี้ว่ารัสเซียกำลังเตรียมขีดความสามารถและทางเลือกสำหรับการเพิ่มกำลังพล โดยหน่วยข่าวกรองยูเครนรายงานแผนรับสมัครรวม 600,000 คนในช่วงปี 2026–2027 แต่ยังไม่มีคำสั่งระดมพลทั่วประเทศที่ยืนยันต่อสาธารณะ มีรายงานชาวรัสเซียกว่า 113,000 คนเดินทางเข้าสู่จอร์เจียผ่านด่านอัปเปอร์ลาร์สภายในหนึ่งสัปดาห์ สะท้อนความหวาดกลัวคล้ายเหตุการณ์หลังการระดมพลบางส่วนในเดือนกันยายน 2022 แต่ตัวเลขการข้ามแดนเพียงอย่างเดียวไม่ใช่หลักฐานว่าค...
การติดตามข้อมูลกำลังสำรองที่เข้มงวดขึ้น การเกณฑ์ทหารตามสัญญาที่มีลักษณะบีบบังคับ และการเตรียมพร้อมของกองกำลังพิทักษ์ชาติ สะท้อนแรงกดดันด้านกำลังพลที่เพิ่มขึ้น ขณะที่คำปฏิเสธจากเครมลินยังถูกตั้งคำถามจากบทเรียนในปี 2022
หลักฐานชี้ว่ารัสเซียกำลังเตรียมขีดความสามารถและทางเลือกสำหรับการเพิ่มกำลังพล โดยหน่วยข่าวกรองยูเครนรายงานแผนรับสมัครรวม 600,000 คนในช่วงปี 2026–2027 แต่ยังไม่มีคำสั่งระดมพลทั่วประเทศที่ยืนยันต่อสาธารณะ มีรายงานชาวรัสเซียกว่า 113,000 คนเดินทางเข้าสู่จอร์เจียผ่านด่านอัปเปอร์ลาร์สภายในหนึ่งสัปดาห์ สะท้อนความหวาดกลัวคล้...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What evidence suggests that Russia may be preparing a new large-scale mobilization, how does the reported flight of more than 113,000 Russia. Article summary: The available evidence points to preparation and heightened recruitment pressure, not proof that a new nationwide mobilization order has been signed. The central claim—a 600,000-person call-up across 2026–27—comes from U. Topic tags: general, general web, user generated, news, government. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermar
ข้อสรุปที่หนักแน่นที่สุดในขณะนี้ไม่ใช่การที่รัสเซียออกคำสั่งระดมพลครั้งใหม่แล้ว แต่คือมอสโกกำลังสร้างขีดความสามารถด้านการบริหาร กฎหมาย และความมั่นคง เพื่อรองรับการระดมกำลังพลครั้งใหญ่ขึ้น โดยพยายามหลีกเลี่ยงต้นทุนทางการเมืองจากการเรียกระดมพลซ้ำแบบปี 2022
หน่วยข่าวกรองยูเครนระบุว่า รัสเซียกำลังพิจารณารับกำลังพลเพิ่ม 300,000 คนในปี 2026 และอีก 300,000 คนในปี 2027 ตัวเลขนี้มีนัยสำคัญ แต่ยังเป็นการประเมินข่าวกรอง ไม่ใช่หลักฐานสาธารณะที่ยืนยันว่าเครมลินตัดสินใจขั้นสุดท้ายแล้ว 1
ตามการบรรยายสรุปที่อ้างถึงหน่วยข่าวกรองทหารและหน่วยข่าวกรองต่างประเทศของยูเครน เสนาธิการทหารรัสเซียได้เตรียมทางเลือกสำหรับการรับคน 600,000 คนในช่วงปี 2026–2027 เป้าหมายที่ระบุคือการเติมกำลังให้หน่วยที่กำลังรบในยูเครน และสนับสนุนหน่วยที่จัดตั้งขึ้นใหม่ ท่ามกลางความสูญเสียในสนามรบและการชะลอตัวของการรับทหารแบบทำสัญญา 1
ด้านประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกีของยูเครนกล่าวแยกกันว่า รัสเซียอาจต้องการกำลังพลเพิ่มราว 300,000 นายหลังการเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติในเดือนกันยายน สำนักข่าว Reuters รายงานว่า การประเมินของเขาหมายถึงการระดมพลแบบมุ่งเป้าไปยังพื้นที่รอบนอกหรือภูมิภาคห่างไกล มากกว่าจะเรียกคนจากเมืองใหญ่ของรัสเซียในทันที
อย่างไรก็ตาม ข้อกล่าวหาทั้งสองชุดไม่ได้มีขอบเขตเหมือนกันทั้งหมด ฝ่ายข่าวกรองพูดถึงยอดรวม 600,000 คนในสองปี ขณะที่คำพูดต่อสาธารณะของเซเลนสกีเน้นตัวเลขเริ่มต้น 300,000 นายและอาจเพิ่มขึ้นภายหลัง ดังนั้นทั้งสองกรณีควรถูกมองว่าเป็นแผนหรือการประเมินที่มีรายงานออกมา ไม่ใช่คำสั่งระดมพลที่ได้รับการยืนยันแล้ว
มีรายงานว่าชาวรัสเซียมากกว่า 113,000 คนเดินทางผ่านด่านอัปเปอร์ลาร์สเข้าสู่จอร์เจียภายในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ โดยในวันที่ 20 สิงหาคมวันเดียวมีผู้ข้ามแดนมากกว่า 20,000 คน ตัวเลขดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางข่าวลือว่ามอสโกอาจประกาศการเกณฑ์ทหารรอบใหม่
ภาพการเดินทางออกนอกประเทศทำให้หลายคนนึกถึงช่วงที่ชาวรัสเซียเร่งเดินทางออกหลังประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินประกาศ “การระดมพลบางส่วน” สำหรับกำลังสำรอง 300,000 นายในเดือนกันยายน 2022 เหตุการณ์ครั้งนั้นนำไปสู่การประท้วงและการอพยพของชายหนุ่มจำนวนมาก จึงทำให้ยอดผู้เดินทางออกที่พุ่งสูงขึ้นถูกมองเป็นตัวชี้วัดความหวาดกลัวของสังคมได้อย่างทรงพลัง
แต่ตัวเลขชายแดนมีข้อจำกัดสำคัญ นั่นคือมันสะท้อนความกังวลและการคาดการณ์ของประชาชน ไม่ได้ยืนยันว่าคำสั่งระดมพลใกล้จะเกิดขึ้น การเดินทางอาจเพิ่มขึ้นจากหลายปัจจัย และข้อมูลที่มีอยู่ไม่ได้พิสูจน์ว่าผู้เดินทางทุกคนตั้งใจอพยพถาวรหรือหลบเลี่ยงการเกณฑ์ทหาร
ตัวชี้วัดสำคัญที่สุดเป็นเรื่องการบริหารและการดำเนินงาน มากกว่าคำประกาศโดยตรง รายงานต่าง ๆ ชี้ถึงการตรวจสอบทะเบียนทหารที่เข้มงวดขึ้น การรวบรวมข้อมูลกำลังสำรองที่เพิ่มขึ้น กลไกรับสมัครรูปแบบใหม่ และการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายที่อาจขยายกลุ่มคนซึ่งมีสิทธิ์เข้ารับราชการทหาร
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่ากองกำลังพิทักษ์ชาติรัสเซีย หรือรอสส์การ์เดีย เตรียมบุคลากรและสถานที่สำหรับช่วงเวลาที่อาจมีการระดมพล บทบาทของหน่วยนี้มีความสำคัญ เพราะโดยหลักแล้วเป็นกองกำลังด้านความมั่นคงภายในและการคุ้มครองระบอบการปกครอง ทั้งในรัสเซียและดินแดนที่ถูกยึดครอง การเตรียมพร้อมดังกล่าวอาจช่วยรักษาความปลอดภัยโครงสร้างพื้นฐานทางทหาร ควบคุมความไม่สงบ หรือคุ้มครองสถานที่สำคัญ หากการเรียกระดมพลครั้งใหญ่ก่อให้เกิดแรงต่อต้าน
อย่างไรก็ดี ไม่มีมาตรการใดในกลุ่มนี้พิสูจน์ได้ว่าการระดมพลทั่วประเทศกำลังจะเริ่มขึ้น สิ่งที่มาตรการเหล่านี้บ่งชี้คือ ทางการรัสเซียกำลังรักษาหลายช่องทางไว้เพื่อเพิ่มกำลังพล ไม่ว่าจะเป็นการเรียกระดมพลอย่างเป็นทางการ การเร่งรับสมัครทหารตามสัญญา การเรียกกำลังสำรองในลักษณะที่ไม่เปิดเผย หรือการใช้หลายวิธีร่วมกัน
นับตั้งแต่ปี 2022 มอสโกพยายามหลีกเลี่ยงต้นทุนทางการเมืองจากการระดมพลครั้งใหญ่รอบใหม่ โดยพึ่งพาการรับสมัครทหารผ่านสัญญาที่ให้ค่าตอบแทนสูงเป็นหลัก เดอะการ์เดียนรายงานว่า รัสเซียรับทหารตามสัญญาได้ราว 1.3 ล้านคนนับจากช่วงเวลาดังกล่าว โดยใช้เงินก้อนแรกและเงินช่วยเหลือครอบครัวจำนวนมากเพื่อดึงดูดผู้สมัคร
แต่ในบางภูมิภาค แนวทางดังกล่าวเริ่มมีลักษณะบีบบังคับมากขึ้น ตามรายงานที่กล่าวถึงการกวาดจับบนท้องถนน การกดดันกลุ่มเปราะบาง และการหลอกลวงผู้สมัคร รายงานเหล่านี้ไม่ได้ยืนยันว่าเป็นนโยบายเดียวกันทั่วประเทศ แต่ชี้ว่าการรับสมัครโดยสมัครใจกำลังดำเนินต่อไปได้ยากขึ้น หากไม่มีแรงกดดันและแรงจูงใจทางการเงินที่สูงกว่าเดิม
ความต้องการความช่วยเหลือทางกฎหมายที่เพิ่มขึ้นก็เป็นสัญญาณเตือนอีกประการหนึ่ง ทนายความและนักเคลื่อนไหวบันทึกกรณีการควบคุมตัว การกดดันให้สมัครทหาร และความพยายามบังคับให้เข้ารับราชการ ประเด็นเหล่านี้ควรถูกเข้าใจว่าเป็นหลักฐานของระบบรับสมัครที่ตึงตัว มากกว่าจะถือเป็นข้อพิสูจน์เด็ดขาดว่ามีการอนุมัติการระดมพลอย่างเป็นทางการแล้ว
วาซิลี เนเบนเซีย ผู้แทนถาวรรัสเซียประจำสหประชาชาติกล่าวว่า ไม่มีแผนหรือความคาดหมายว่าจะมีการระดมพลครั้งใหม่ ขณะที่เจ้าหน้าที่รัสเซียยังยืนยันต่อเนื่องว่า กองทัพสามารถเติมกำลังได้ผ่านการรับสมัครทหารตามสัญญา บทวิเคราะห์ที่เชื่อมโยงกับ NATO ก็ระบุว่า ณ เวลาที่จัดทำรายงาน ยังไม่มีการตัดสินใจอย่างเป็นทางการจากรัสเซียเกี่ยวกับการระดมพลครั้งใหม่
คำยืนยันเหล่านี้มีความสำคัญ แต่ยังไม่สามารถยุติข้อสงสัยได้ ความระแวงส่วนหนึ่งเกิดจากบทเรียนในปี 2022 เมื่อคำรับรองจากทางการถูกตามมาด้วยคำสั่งระดมพลอย่างฉับพลัน หลักฐานในปัจจุบันจึงสนับสนุนให้ระมัดระวังทั้งสองด้าน คือยังไม่มีคำสั่งที่ยืนยันต่อสาธารณะ แต่มีมาตรการด้านการรับสมัครและการบริหารมากพอที่จะทำให้ความเป็นไปได้ของการเรียกกำลังพลครั้งใหญ่เป็นสถานการณ์ที่ต้องจับตา
โดนัลด์ ทัสก์ นายกรัฐมนตรีโปแลนด์ วางประเด็นนี้ไว้ในกรอบความเสี่ยงด้านการยกระดับความขัดแย้งที่กว้างกว่าการคาดการณ์เรื่องการเกณฑ์ทหารของรัสเซียเพียงอย่างเดียว เขากล่าวว่ารัสเซียกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการยกระดับครั้งใหญ่ และมองว่าฤดูใบไม้ร่วง ฤดูหนาว รวมถึงช่วง 7–8 เดือนข้างหน้า เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของความมั่นคงในภูมิภาคและ NATO 17
คำเตือนดังกล่าวไม่ได้ยืนยันตัวเลข 600,000 นายโดยอิสระ แต่สะท้อนว่าข่าวแผนเพิ่มกำลังพลของรัสเซียถูกตีความนอกยูเครนอย่างไร นั่นคือเป็นส่วนหนึ่งของคำถามที่ว่า รัสเซียจะรักษาแรงกดดันในยูเครนต่อไปได้หรือไม่ และจะเพิ่มแรงกดดันทางทหารหรือการบีบบังคับต่อภูมิภาคโดยรอบหรือไม่
หลักฐานที่มีอยู่ชี้ไปที่ “การเตรียมพร้อม” มากกว่าการ “ยืนยันแล้ว” หน่วยข่าวกรองยูเครนรายงานความเป็นไปได้ของการระดมพล 600,000 คนในช่วงปี 2026–2027 เซเลนสกีเตือนถึงการเรียกกำลังพลเบื้องต้น 300,000 นายหลังการเลือกตั้งในรัสเซียเดือนกันยายน และยอดผู้เดินทางออกผ่านด่านอัปเปอร์ลาร์สก็สะท้อนว่าชาวรัสเซียจำนวนไม่น้อยหวั่นเกรงการซ้ำรอยปี 2022 1
ขณะเดียวกัน โควตาการรับสมัคร กลยุทธ์ที่มีลักษณะบีบบังคับ การจัดการข้อมูลกำลังสำรอง และการเตรียมพร้อมของกองกำลังพิทักษ์ชาติ ล้วนบ่งชี้ว่ามอสโกกำลังเผชิญแรงกดดันด้านกำลังพลมากขึ้น ขั้นตอนต่อไปอาจเป็นการระดมพลอย่างเป็นทางการ การรณรงค์รับสมัครแบบ “ระดมพลเงียบ” ที่เข้มข้นขึ้น หรือทั้งสองอย่างพร้อมกัน
จนกว่าจะมีคำสั่งอย่างเป็นทางการหรือเอกสารที่ตรวจสอบยืนยันได้อย่างเป็นอิสระ ข้อสรุปที่รับผิดชอบที่สุดคือ รัสเซียกำลังเตรียมทางเลือกและมีความไม่แน่นอนสูง ไม่ใช่การยืนยันว่ามีการเกณฑ์ทหารครั้งใหญ่รอบใหม่แล้ว
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
หลักฐานชี้ว่ารัสเซียกำลังเตรียมขีดความสามารถและทางเลือกสำหรับการเพิ่มกำลังพล โดยหน่วยข่าวกรองยูเครนรายงานแผนรับสมัครรวม 600,000 คนในช่วงปี 2026–2027 แต่ยังไม่มีคำสั่งระดมพลทั่วประเทศที่ยืนยันต่อสาธารณะ
หลักฐานชี้ว่ารัสเซียกำลังเตรียมขีดความสามารถและทางเลือกสำหรับการเพิ่มกำลังพล โดยหน่วยข่าวกรองยูเครนรายงานแผนรับสมัครรวม 600,000 คนในช่วงปี 2026–2027 แต่ยังไม่มีคำสั่งระดมพลทั่วประเทศที่ยืนยันต่อสาธารณะ มีรายงานชาวรัสเซียกว่า 113,000 คนเดินทางเข้าสู่จอร์เจียผ่านด่านอัปเปอร์ลาร์สภายในหนึ่งสัปดาห์ สะท้อนความหวาดกลัวคล้ายเหตุการณ์หลังการระดมพลบางส่วนในเดือนกันยายน 2022 แต่ตัวเลขการข้ามแดนเพียงอย่างเดียวไม่ใช่หลักฐานว่าค...
การติดตามข้อมูลกำลังสำรองที่เข้มงวดขึ้น การเกณฑ์ทหารตามสัญญาที่มีลักษณะบีบบังคับ และการเตรียมพร้อมของกองกำลังพิทักษ์ชาติ สะท้อนแรงกดดันด้านกำลังพลที่เพิ่มขึ้น ขณะที่คำปฏิเสธจากเครมลินยังถูกตั้งคำถามจากบทเรียนในปี 2022