บัญชีงบประมาณรวมของรัฐบาลกลางรัสเซียที่กระทรวงการคลังดูแล มีรายงานว่าติดลบราว 5.5 ล้านล้านรูเบิลในเดือนเมษายน 2026 ขณะที่ยอดขาดดุลช่วงมกราคม–กรกฎาคมอยู่ที่ 6.455 ล้านล้านรูเบิล สูงกว่าเป้าหมายทั้งปีราว 1.7 เท่า มีรายงานว่ารัฐบาลลดงบประมาณในรายการที่ไม่ใช่ลำดับความสำคัญราว 35% พร้อมสั่งหน่วยงานเลื่อนรายจ่ายที่ไม่จำเป...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How have Russia’s escalating war and military costs affected its federal finances in 2026, including the April cash crunch and roughly minus. Article summary: Russia’s war financing is imposing a severe fiscal trade-off in 2026: reported liquidity stress and a fast-rising deficit have led the government to protect the war, core social commitments, public payrolls, and debt ser. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
งบประมาณรัสเซียปี 2026 กำลังเผยให้เห็นต้นทุนของการเดินหน้าเศรษฐกิจสงครามอย่างชัดเจน หลังมีรายงานว่าวิกฤตสภาพคล่องในฤดูใบไม้ผลิทำให้รัฐบาลต้องเข้าสู่โหมดรัดเข็มขัด ขณะที่ยอดขาดดุลพุ่งสูงกว่าเป้าหมายทั้งปีไปมาก และการใช้จ่ายของรัฐพลเรือนหลายส่วนถูกจำกัดอย่างหนัก
รัฐบาลมอสโกยังคงปกป้องรายจ่ายด้านกลาโหม ภาระผูกพันทางสังคม และรายการที่มีความสำคัญทางการเมือง โดยผลักภาระการปรับลดไปยังโครงการพลเรือน หน่วยงานรัฐ จำนวนบุคลากร และการกู้ยืม
ประเด็นสำคัญคือต้องแยกคำว่า สภาพคล่อง การขาดดุลงบประมาณรายปี และ ความสามารถในการชำระหนี้ ออกจากกัน บัญชีคลังที่ติดลบสะท้อนแรงกดดันด้านกระแสเงินสดในช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ใช่ตัวเลขเดียวกับยอดขาดดุลปลายปี และไม่ได้พิสูจน์โดยตัวมันเองว่ารัฐรัสเซียหมดความสามารถในการชำระหนี้
Bloomberg รายงานว่า บัญชีงบประมาณรัฐบาลกลางรวมของรัสเซียที่กระทรวงการคลังมีอยู่กับคลังหลวง มีตัวเลขติดลบราว 5.5 ล้านล้านรูเบิล ในเดือนเมษายน โดยอ้างแหล่งข่าวที่คุ้นเคยกับเรื่องนี้ รายงานระบุว่า อันตอน ซิลูอานอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เตือน มิคาอิล มิชุสติน นายกรัฐมนตรีว่า รัฐบาลอาจมีเงินสดไม่เพียงพอที่จะชำระเงินตามกำหนดได้ทั้งหมด 17
ตัวเลขดังกล่าวจึงควรตีความว่าเป็นรายงานเกี่ยวกับ ภาวะขาดสภาพคล่อง มากกว่าจะเป็นตัวชี้วัดโดยตรงของยอดขาดดุลงบประมาณสะสมทั้งปี อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้สะท้อนว่ารัฐบาลมีพื้นที่เหลือน้อยลงในการรับมือกับค่าใช้จ่ายทางทหาร ภาระหนี้ และรายได้ที่ต่ำกว่าคาดพร้อมกัน
รายงานระบุว่า รัฐบาลตอบสนองด้วยมาตรการรัดเข็มขัดอย่างเข้มงวด ตั้งแต่เดือนเมษายน รายการงบประมาณที่ไม่ใช่ลำดับความสำคัญส่วนใหญ่ถูกลดลงประมาณ 35% ขณะที่งบกลาโหม เงินช่วยเหลือทางสังคม เงินเดือนภาครัฐ เงินอุดหนุนแก่ภูมิภาค และการชำระหนี้ ได้รับการยกเว้นจากข้อจำกัดดังกล่าว นอกจากนี้ หน่วยงานรัฐบาลกลางยังถูกสั่งให้เลื่อนรายจ่ายที่ไม่จำเป็น และเตรียมรับความเป็นไปได้ในการลดบุคลากรราว 15%
รายละเอียดเชิงปฏิบัติเหล่านี้มาจากรายงานข่าว ไม่ใช่เอกสารงบประมาณฉบับสมบูรณ์ที่เผยแพร่โดยรัฐบาล แต่ทิศทางโดยรวมค่อนข้างชัดเจน นั่นคือ รัฐบาลให้ความสำคัญกับการใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับสงครามและภาระผูกพันหลักทางการเมือง ขณะที่การบริหารราชการพลเรือนและโครงการที่ได้รับการคุ้มครองน้อยกว่า ต้องเป็นฝ่ายรับแรงกดดัน
ข้อมูลเบื้องต้นอย่างเป็นทางการจากกระทรวงการคลังรัสเซียระบุว่า งบประมาณรัฐบาลกลางขาดดุล 6.455 ล้านล้านรูเบิล หรือ 2.8% ของ GDP ในช่วงเดือนมกราคม–กรกฎาคม ขณะที่แผนงบประมาณปี 2026 เดิมกำหนดเป้าหมายขาดดุลทั้งปีไว้ราว 3.786 ล้านล้านรูเบิล หรือ 1.6% ของ GDP
กล่าวอีกอย่างคือ ยอดขาดดุลที่เกิดขึ้นในเวลาเพียง 7 เดือน สูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้สำหรับทั้งปีประมาณ 1.7 เท่า Bloomberg คำนวณตัวเลขสะสมช่วงมกราคม–กรกฎาคมไว้ใกล้เคียงกันที่ราว 6.5 ล้านล้านรูเบิล
Reuters รายงานในเดือนกรกฎาคมว่า ข้อมูลจากพอร์ทัลงบประมาณของรัฐบาลชี้ว่า รายจ่ายรัฐบาลกลางอาจเพิ่มขึ้นเป็น 45.11 ล้านล้านรูเบิล จาก 44.07 ล้านล้านรูเบิล ที่ระบุไว้ในกฎหมายงบประมาณ ขณะที่ยอดขาดดุลก็มีแนวโน้มสูงกว่าแผนเช่นกัน
รายงานอีกฉบับระบุว่า ยอดขาดดุลแตะ 8.654 ล้านล้านรูเบิล ณ วันที่ 24 สิงหาคม ตัวเลขนี้มาจากรายงานรอง ไม่ใช่การประกาศผลอย่างเป็นทางการของกระทรวงการคลังสำหรับช่วงมกราคม–กรกฎาคม จึงควรใช้เป็นค่าประมาณแบบติดตามสถานการณ์ ไม่ใช่ผลสรุปที่ผ่านการตรวจสอบบัญชีขั้นสุดท้าย
สถาบันวิจัยสันติภาพนานาชาติสตอกโฮล์ม หรือ SIPRI ระบุว่า งบประมาณรัสเซียปี 2026 จัดสรรรายจ่ายทางทหารไว้ 14.9 ล้านล้านรูเบิล หรือคิดเป็น 6.3% ของ GDP พร้อมเตือนว่า ต้นทุนการชำระหนี้ที่เพิ่มขึ้นกำลังจำกัดพื้นที่สำหรับงบประมาณด้านอื่น
รายงานอื่นระบุว่า ค่าใช้จ่ายด้านทหารและความมั่นคงอาจบานปลายเกินงบประมาณอีกราว 2 ล้านล้านรูเบิล และในกรณีเลวร้ายอาจสูงถึง 4 ล้านล้านรูเบิล ตัวเลขเหล่านี้เป็นการคาดการณ์หรือฉากทัศน์ ไม่ใช่ยอดสรุปสุดท้ายที่ยืนยันแล้ว
ภาระหนี้ยิ่งทำให้งบประมาณปรับตัวได้ยากขึ้น รายงานเกี่ยวกับแผนการจัดหาเงินทุนของรัฐบาลระบุว่า การชำระหนี้ภายในประเทศที่มีอยู่มีต้นทุนประมาณ 4 ล้านล้านรูเบิล ในงบประมาณปัจจุบัน ทำให้การชำระหนี้กลายเป็นหนึ่งในรายการใช้จ่ายที่ใหญ่ที่สุด
เมื่อกลาโหม ภาระผูกพันทางสังคม เงินเดือนภาครัฐ และการชำระหนี้ถูกกันไว้เป็นลำดับแรก โครงการพลเรือนที่มีความยืดหยุ่นมากกว่าจึงกลายเป็นจุดที่รัฐบาลสามารถลดรายจ่ายได้ทันที
คำแถลงต่อสาธารณะของรัฐมนตรีคลัง กับคำเตือนภายในที่มีรายงานออกมา อาจไม่ได้พูดถึงสิ่งเดียวกันในช่วงเวลาเดียวกัน ซิลูอานอฟให้สัมภาษณ์ว่า งบประมาณมีทรัพยากรเพียงพอสำหรับรายจ่ายตามแผนทั้งหมด แต่รายงานของ Bloomberg ระบุว่า ก่อนหน้านั้นเขาเตือนนายกรัฐมนตรีว่ากระแสเงินสดอาจไม่พอสำหรับการชำระเงินตามกำหนดทั้งหมด 17
ความแตกต่างนี้อาจอธิบายได้ด้วยการแยกระหว่าง ความสามารถในการชำระภาระผูกพันตลอดรอบงบประมาณ กับ สภาพคล่อง ณ ช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง รัฐบาลอาจคาดว่าจะหาเงินมาชำระภาระต่าง ๆ ได้ผ่านการกู้ยืม รายได้ในอนาคต หรือการจัดลำดับรายจ่ายใหม่ แต่ในระยะสั้นก็ยังเผชิญภาวะเงินสดตึงตัวได้
มาตรการจำกัดรายจ่ายที่ตามมาทำให้ความกังวลเรื่องสภาพคล่องที่มีรายงานออกมาดูมีน้ำหนักมากขึ้น แต่ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่ารัสเซียกำลังเข้าใกล้การผิดนัดชำระหนี้
หลักฐานที่มีอยู่สนับสนุนข้อสรุปสำคัญ 3 ประการ
ข้อเท็จจริงเหล่านี้ยังไม่ใช่หลักฐานว่ารัสเซียกำลังจะล้มละลายในระดับประเทศ รัฐยังสามารถกู้เงินภายในประเทศและปรับตารางการใช้จ่ายได้ แต่สะท้อนว่างบประมาณมีความยืดหยุ่นน้อยลง ต้องพึ่งพาการกู้ยืมมากขึ้น และกำลังเพิ่มต้นทุนในอนาคตเพื่อรักษาความพยายามทำสงคราม
แรงกดดันจากการเลือกตั้งให้ลดงบประมาณทหารก็มีข้อจำกัดเช่นกัน ศาลสูงสุดของรัสเซียสั่งห้ามยาโบลโก ซึ่งเป็นพรรคการเมืองจดทะเบียนเพียงพรรคเดียวที่ต่อต้านสงครามอย่างเปิดเผย ลงสมัครในการเลือกตั้งรัฐสภาเดือนกันยายน 23 ต่อมาคำสั่งดังกล่าวได้รับการยืนยันในการอุทธรณ์ 5
เรื่องนี้ไม่ได้พิสูจน์ว่านโยบายการคลังของรัสเซียจะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่หมายความว่า ก่อนการเลือกตั้ง ไม่มีช่องทางในรัฐสภาที่มีนัยสำคัญสำหรับแพลตฟอร์มต่อต้านสงครามซึ่งเสนอให้ลดรายจ่ายทางทหารโดยตรง
ดังนั้น ภาระทางการเงินจึงมีแนวโน้มถูกบริหารผ่านมาตรการรัดเข็มขัด การขึ้นภาษี การกู้ยืม และการแลกเปลี่ยนกับงบประมาณพลเรือน มากกว่าจะผ่านแรงกดดันจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ลดระดับการทำสงคราม
ปัญหาการคลังของรัสเซียในปี 2026 ไม่ได้หมายความเพียงว่า “งบประมาณกำลังไม่มีเงิน” แต่คือการที่รายจ่ายเพื่อสงครามทำให้ภาระผูกพันของรัฐแข็งตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ
วิกฤตสภาพคล่องในเดือนเมษายนบีบให้รัฐบาลใช้มาตรการฉุกเฉิน ยอดขาดดุลต่อมาพุ่งเกินเป้าหมายทั้งปีอย่างมาก และรัฐบาลยังคงปกป้องงบกลาโหม สวัสดิการ เงินเดือนภาครัฐ และการชำระหนี้ โดยลดกิจกรรมของภาครัฐพลเรือนที่ได้รับการคุ้มครองน้อยกว่า
ผลกระทบระยะสั้นคือ ภาวะรัดเข็มขัดในภาครัฐพลเรือน ส่วนผลกระทบระยะยาวคือ งบประมาณที่มีหนี้มากขึ้นและปรับตัวได้น้อยลง รัสเซียยังสามารถจัดหาเงินทุนเพื่อเดินหน้าสงครามต่อได้ แต่ต้องแลกด้วยต้นทุนที่มองเห็นได้ชัดเจนขึ้น และแพงขึ้นเรื่อย ๆ
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
บัญชีงบประมาณรวมของรัฐบาลกลางรัสเซียที่กระทรวงการคลังดูแล มีรายงานว่าติดลบราว 5.5 ล้านล้านรูเบิลในเดือนเมษายน 2026 ขณะที่ยอดขาดดุลช่วงมกราคม–กรกฎาคมอยู่ที่ 6.455 ล้านล้านรูเบิล สูงกว่าเป้าหมายทั้งปีราว 1.7 เท่า
บัญชีงบประมาณรวมของรัฐบาลกลางรัสเซียที่กระทรวงการคลังดูแล มีรายงานว่าติดลบราว 5.5 ล้านล้านรูเบิลในเดือนเมษายน 2026 ขณะที่ยอดขาดดุลช่วงมกราคม–กรกฎาคมอยู่ที่ 6.455 ล้านล้านรูเบิล สูงกว่าเป้าหมายทั้งปีราว 1.7 เท่า มีรายงานว่ารัฐบาลลดงบประมาณในรายการที่ไม่ใช่ลำดับความสำคัญราว 35% พร้อมสั่งหน่วยงานเลื่อนรายจ่ายที่ไม่จำเป็น และเตรียมรับความเป็นไปได้ในการลดบุคลากรราว 15%
ข้อมูลสะท้อนปัญหาสภาพคล่องและความยืดหยุ่นทางการคลังที่รุนแรง แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่ารัสเซียใกล้ผิดนัดชำระหนี้ รัฐยังสามารถกู้เงินและจัดลำดับความสำคัญของรายจ่ายใหม่ได้ เพียงแต่ต้นทุนถูกผลักไปยังภาคพลเรือนมากขึ้น