กำไรสุทธิปรับปรุงของ Xiaomi ลดลง 42.6% เหลือ 6.22 พันล้านหยวน ส่วนรายได้ลดลง 6.1% เหลือ 108.92 พันล้านหยวนในไตรมาส 2 ปี 2026 ซึ่งเป็นการลดลงของกำไรติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 3 [2][6] AI ดาต้าเซ็นเตอร์แย่งกำลังการผลิตชิปหน่วยความจำ ทำให้ต้นทุนส่วนประกอบสูงขึ้นและผู้ผลิตสมาร์ทโฟนต้องขึ้นราคา ขณะที่ผู้บริโภคชะลอการซื้อ [10...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What caused Xiaomi Corp.’s adjusted net income to plunge 43% to 6.22 billion yuan and revenue to fall 6.1% in the June 2026 quarter, how did. Article summary: Xiaomi’s June quarter decline was primarily a smartphone margin and volume shock: scarce, more expensive memory raised handset costs just as demand weakened, while Xiaomi deliberately cut lower margin mid and low end shi. Topic tags: general web, ai, regulation, marketing, growth. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, char
Xiaomi Corp. เผชิญแรงกระแทกพร้อมกันทั้งด้านต้นทุนและยอดขายในไตรมาสที่สิ้นสุดเดือนมิถุนายน 2026 กำไรสุทธิปรับปรุงลดลง 42.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน เหลือ 6.22 พันล้านหยวน ขณะที่รายได้ลดลง 6.1% เหลือประมาณ 108.92 พันล้านหยวน ส่งผลให้กำไรลดลงติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 3 26
ต้นเหตุหลักอยู่ที่ธุรกิจสมาร์ทโฟน ซึ่งยังเป็นฐานรายได้สำคัญของบริษัท แม้ Xiaomi จะพยายามชดเชยด้วยธุรกิจอุปกรณ์ AIoT และรถยนต์ไฟฟ้า แต่กำไรจากมือถือถูกบีบจากต้นทุนชิ้นส่วนที่สูงขึ้น ขณะเดียวกันตลาดก็ไม่เอื้อให้บริษัทผลักภาระต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้เต็มที่
ความต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากทำให้ผู้ให้บริการระบบ AI และดาต้าเซ็นเตอร์เร่งจองชิปหน่วยความจำ ผู้ซื้อกลุ่มนี้มีกำลังต่อรองสูงกว่า เนื่องจากสามารถจ่ายราคาพิเศษและทำสัญญาระยะยาวเพื่อรับประกันกำลังการผลิต ผู้ผลิตชิปจึงให้ความสำคัญกับลูกค้ากลุ่ม AI ก่อนตลาดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค 10
ผลที่ตามมาคือผู้ผลิตสมาร์ทโฟนต้องเผชิญชิปหน่วยความจำที่ขาดแคลนและมีราคาแพงขึ้น ต้นทุนของ Xiaomi สำหรับหน่วยความจำและส่วนประกอบอื่น ๆ จึงเพิ่มขึ้นเร็วกว่าที่บริษัทจะส่งผ่านไปยังราคาขายได้ทั้งหมด ทำให้อัตรากำไรลดลง 23
แรงกดดันนี้เกิดขึ้นทั่วทั้งอุตสาหกรรม การขาดแคลนชิปทำให้ราคาสมาร์ทโฟนสูงขึ้นและกดความต้องการ จนยอดจัดส่งสมาร์ทโฟนทั่วโลกลดลง 11% ในไตรมาส 2 ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดของไตรมาสนี้นับตั้งแต่ปี 2013 17
รายได้จากธุรกิจสมาร์ทโฟนของ Xiaomi ลดลง 7.5% เหลือ 42.1 พันล้านหยวน ขณะที่ยอดจัดส่งลดลง 26.5% เหลือ 31.2 ล้านเครื่อง 24 ตัวเลขดังกล่าวถือว่าลดลงรุนแรงในกลุ่มผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรายใหญ่ 5 อันดับแรก โดย Xiaomi เป็นแบรนด์ที่ได้รับผลกระทบมากเป็นพิเศษจากการพึ่งพาตลาดมือถือระดับเริ่มต้นและระดับกลาง ซึ่งอ่อนไหวต่อต้นทุนหน่วยความจำและการขึ้นราคา
บริษัทระบุว่าได้ปรับโครงสร้างผลิตภัณฑ์เชิงรุกด้วยการลดการจัดส่งรุ่นระดับกลางและระดับล่าง พร้อมขยับน้ำหนักไปยังรุ่นที่มีราคาสูงกว่า การตัดสินใจนี้ช่วยยกระดับราคาขายเฉลี่ยของสมาร์ทโฟนจนแตะสถิติสูงสุดที่ 1,351 หยวน แต่ราคาที่สูงขึ้นก็ทำให้ลูกค้ากลุ่มอ่อนไหวต่อราคาชะลอการซื้อหรือหันไปใช้เครื่องรุ่นเก่านานขึ้น
ดังนั้น แม้ราคาขายเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้นและช่วยพยุงรายได้บางส่วน แต่ไม่สามารถชดเชยจำนวนเครื่องที่หายไปได้ เมื่อยอดขายลดลง ต้นทุนคงที่และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานก็ถูกกระจายไปบนสินค้าน้อยลง ส่งผลให้กำไรถูกกดดันมากกว่ารายได้
การมีทั้งสมาร์ทโฟน อุปกรณ์ AIoT และรถยนต์ไฟฟ้าช่วยให้ Xiaomi ไม่ต้องพึ่งรายได้จากมือถือเพียงอย่างเดียว ธุรกิจเหล่านี้ยังสามารถเชื่อมต่อกันเป็นระบบนิเวศ ตั้งแต่โทรศัพท์ อุปกรณ์สวมใส่ ไปจนถึงรถยนต์อัจฉริยะ
อย่างไรก็ตาม การขยายธุรกิจรถยนต์ต้องใช้เงินลงทุน การวิจัยและพัฒนา และค่าใช้จ่ายในการสร้างกำลังการผลิตจำนวนมาก ขณะที่ธุรกิจมือถือซึ่งเคยสร้างยอดขายในปริมาณสูงกำลังเผชิญต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและการแข่งขันที่ดุเดือด การขยายตัวของรถ EV จึงเป็นทั้งโอกาสในการกระจายรายได้และภาระที่อาจกดดันกระแสเงินสดในช่วงเปลี่ยนผ่าน 37
แม้ผลประกอบการอ่อนแอ แต่ตลาดอาจกำลังมองข้ามไตรมาสที่ยากลำบากนี้ โดยให้น้ำหนักกับสัญญาณว่าช่วงที่ต้นทุนสมาร์ทโฟนพุ่งขึ้นรุนแรงที่สุดอาจผ่านไปแล้ว Xiaomi คาดว่าการเพิ่มขึ้นของราคาหน่วยความจำจะชะลอตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 12
นอกจากนี้ บริษัทกำลังขยับไปสู่สินค้าที่มีราคาสูงขึ้น และยังรักษาอันดับผู้ผลิตสมาร์ทโฟน 3 อันดับแรกของโลกได้ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 24 ส่วนการส่งมอบรถ EV ในไตรมาส 2 อยู่ที่ 104,199 คัน เพิ่มขึ้น 28.2% จากปีก่อน 26
ปัจจัยเหล่านี้ช่วยอธิบายความเชื่อมั่นและการปรับตัวขึ้นเกือบ 20% ของหุ้น Xiaomi ในฮ่องกงนับจากสิ้นเดือนมิถุนายน อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นสะท้อนความคาดหวังในอนาคต ไม่ใช่หลักฐานว่าบริษัทกลับมาทำกำไรได้อย่างยั่งยืนแล้ว
หากมือถือรุ่นราคาแพงรุ่นใหม่ได้รับการตอบรับดี Xiaomi อาจรักษารายได้และอัตรากำไรขั้นต้นได้ แม้ยอดจัดส่งรวมจะยังไม่ฟื้นเต็มที่ แต่หากต้นทุนหน่วยความจำกลับมาเพิ่มขึ้นหรือบริษัทต้องขึ้นราคาอีก ก็อาจทำให้ความต้องการสะดุดซ้ำ 24
รถ SUV ตระกูล SkyNomad ขยายพอร์ตของ Xiaomi จากรถ EV ที่ใช้แบตเตอรี่ล้วนไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าแบบขยายระยะทาง ซึ่งใช้เครื่องยนต์เป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และมุ่งจับตลาดรถ SUV สำหรับครอบครัวขนาดใหญ่ การเปิดตัวดังกล่าวอาจสร้างแหล่งรายได้ใหม่ในตลาดจีนที่การแข่งขันรุนแรง โดยบริษัทมีแผนเปิดตัวรถ EV ในยุโรปปีหน้า 17
กรณีที่เป็นบวกคือ SkyNomad ได้รับความนิยม การส่งมอบ EV เติบโตต่อเนื่อง และมือถือพรีเมียมขายดีจนสามารถชดเชยยอดขายรุ่นราคาประหยัดที่ลดลงได้ หากราคาหน่วยความจำเริ่มทรงตัว อัตรากำไรก็มีโอกาสฟื้นตามไปด้วย
ในทางกลับกัน ตลาดรถยนต์จีนยังแข่งขันด้านราคาอย่างหนัก และยอดขายรถยนต์ในประเทศลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 จนถึงเดือนกรกฎาคม เพิ่มความเสี่ยงต่อส่วนต่างกำไรของรถยนต์ 18 การขยายตลาดต่างประเทศอาจช่วยกระจายความต้องการ แต่ภาษีนำเข้า การอนุมัติจากหน่วยงานท้องถิ่น มาตรฐานความปลอดภัย และการตรวจสอบรถ EV จากจีนอาจเพิ่มต้นทุน ชะลอการเปิดตัว และจำกัดความยืดหยุ่นในการตั้งราคา ทั้งนี้ ข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่สามารถยืนยันผลกระทบทางการเงินของอุปสรรคเหล่านี้ต่อ Xiaomi ได้โดยตรง
โดยสรุป การฟื้นตัวของ Xiaomi ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการนำยอดขายมือถือระดับล่างกลับมาเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ขึ้นอยู่กับการพิสูจน์ว่ามือถือพรีเมียมและธุรกิจ EV ที่ขยายตัวได้จริง โดยเฉพาะ SkyNomad และยอดขายในต่างประเทศ จะสามารถเพิ่มรายได้โดยไม่แลกมาด้วยอัตรากำไรที่ลดลง
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
กำไรสุทธิปรับปรุงของ Xiaomi ลดลง 42.6% เหลือ 6.22 พันล้านหยวน ส่วนรายได้ลดลง 6.1% เหลือ 108.92 พันล้านหยวนในไตรมาส 2 ปี 2026 ซึ่งเป็นการลดลงของกำไรติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 3 [2][6]
กำไรสุทธิปรับปรุงของ Xiaomi ลดลง 42.6% เหลือ 6.22 พันล้านหยวน ส่วนรายได้ลดลง 6.1% เหลือ 108.92 พันล้านหยวนในไตรมาส 2 ปี 2026 ซึ่งเป็นการลดลงของกำไรติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 3 [2][6] AI ดาต้าเซ็นเตอร์แย่งกำลังการผลิตชิปหน่วยความจำ ทำให้ต้นทุนส่วนประกอบสูงขึ้นและผู้ผลิตสมาร์ทโฟนต้องขึ้นราคา ขณะที่ผู้บริโภคชะลอการซื้อ [10][17]
Xiaomi ลดการจัดส่งสมาร์ทโฟนระดับกลางและระดับล่างโดยตั้งใจ ทำให้ยอดส่งมอบลดลง 26.5% เหลือ 31.2 ล้านเครื่อง แม้ราคาขายเฉลี่ยจะทำสถิติสูงสุดใหม่ [4][46]