การเร่งสร้างศูนย์ข้อมูล AI ทำให้ผู้ผลิตหน่วยความจำอย่าง Samsung และ SK hynix จัดสรรกำลังการผลิตไปยังชิปประสิทธิภาพสูง ส่งผลให้ DRAM และ NAND สำหรับมือถือมีอุปทานลดลงและราคาสูงขึ้น [5][6] มือถือราคาต่ำกว่า 200 ดอลลาร์มีต้นทุนชิ้นส่วนคิดเป็นสัดส่วนสูงและมีกำไรต่อเครื่องบาง จึงขึ้นราคาเพื่อชดเชยต้นทุนได้ยาก Xiaomi ซึ่ง...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How did the rise of AI data centers—by redirecting Samsung, SK Hynix, and other memory manufacturers’ capacity toward advanced chips, reduci. Article summary: AI data center demand turned memory from a routine cost deflator into a supply constraint: manufacturers could earn more by prioritizing high bandwidth and other AI oriented memory, leaving less capacity for phone grade . Topic tags: general web, agents, ai, marketing, growth. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ราคาหน่วยความจำและหน้าจอที่ลดลงช่วยให้ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนเพิ่ม RAM ความจุ และคุณภาพจอได้ โดยไม่จำเป็นต้องขึ้นราคาขายมากนัก โมเดลธุรกิจนี้ทำให้ต้นทุนต่อเครื่องมีแนวโน้มลดลง และการแข่งขันด้านราคายังดำเนินต่อไปได้
แต่การเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ได้เปลี่ยนสมดุลของตลาดหน่วยความจำ ศูนย์ข้อมูล AI ต้องใช้หน่วยความจำประสิทธิภาพสูง เช่น High Bandwidth Memory หรือ HBM รวมถึง DRAM สำหรับเซิร์ฟเวอร์ ขณะที่ผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่พยายามจองกำลังการผลิตล่วงหน้า ผู้ผลิตอย่าง Samsung และ SK hynix จึงมีแรงจูงใจที่จะจัดสรรกำลังการผลิตไปยังสินค้าที่มีมูลค่าและอัตรากำไรสูงกว่า
ผลที่ตามมาคือกำลังการผลิตสำหรับ DRAM ทั่วไปและ NAND flash ซึ่งเป็นชิปที่ใช้ในสมาร์ทโฟน เหลือน้อยลงและมีราคาสูงขึ้น เมื่อหน่วยความจำไม่ได้อยู่ในภาวะล้นตลาดเหมือนเดิม ต้นทุนที่เคยช่วยกดราคามือถือก็กลับกลายเป็นข้อจำกัดด้านอุปทาน 56
สำหรับมือถือที่มีราคาต่ำกว่า 200 ดอลลาร์ ต้นทุนชิ้นส่วนคิดเป็นสัดส่วนมากเมื่อเทียบกับราคาขาย และกำไรขั้นต้นต่อเครื่องมีไม่มาก หากต้นทุน DRAM, NAND หรือชิ้นส่วนหลักอื่น ๆ เพิ่มขึ้น ผู้ผลิตจึงไม่สามารถผลักภาระทั้งหมดไปยังผู้บริโภคได้ง่าย
การขึ้นราคาอาจทำให้ลูกค้าที่อ่อนไหวต่อราคาหันไปซื้อรุ่นอื่น แต่หากตรึงราคาไว้ ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นก็จะหักออกจากกำไรแทบโดยตรง ทางเลือกที่เหลือมีเพียงยอมรับกำไรที่ลดลง ลดสเปกสินค้า หรือประหยัดค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและการดำเนินงาน
นี่คือเหตุผลที่แรงกดดันจากหน่วยความจำไม่ได้กระทบผู้ผลิตทุกรายเท่ากัน บริษัทที่ขายมือถือระดับพรีเมียมยังมีพื้นที่ในการบริหารราคาและกำไรมากกว่า ขณะที่ผู้ผลิตมือถือราคาประหยัดต้องต่อสู้กับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นด้วยส่วนต่างกำไรที่แคบอยู่แล้ว
Xiaomi มีสัดส่วนยอดขายจำนวนมากจากมือถือราคาต่ำ จึงไวต่อการเพิ่มขึ้นของต้นทุนส่วนประกอบเป็นพิเศษ ในไตรมาส 2 ปี 2026 รายได้จากธุรกิจสมาร์ทโฟนลดลง 7.5% เหลือ 42.1 พันล้านหยวน และอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจนี้ลดลงเหลือ 8.5% จาก 11.5% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน 1
ในระดับทั้งกลุ่ม Xiaomi รายงานรายได้ 108.9 พันล้านหยวน ลดลง 6.1% จากปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิปรับปรุงแล้วอยู่ที่ 6.2 พันล้านหยวน ลดลง 42.6% ส่วนกำไรขั้นต้นลดลง 17.2% เหลือ 21.6 พันล้านหยวน 5 ตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าประมาณการของนักวิเคราะห์ ซึ่งคาดกำไรสุทธิปรับปรุงแล้วที่ 6.6 พันล้านหยวน และรายได้ที่ประมาณ 112.2 พันล้านหยวน 111
การลดลงของกำไรยังเป็นการลดลงติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 3 โดยแรงขับเคลื่อนในระยะสั้นคืออัตรากำไรที่ถูกบีบจากหน่วยความจำและส่วนประกอบอื่น ๆ ที่แพงขึ้น ประกอบกับอุปสงค์สมาร์ทโฟนที่อ่อนตัวลง 1
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรสรุปว่าผลประกอบการทั้งกลุ่มเกิดจากราคาหน่วยความจำเพียงปัจจัยเดียว ความต้องการซื้อสินค้า ส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ และต้นทุนในธุรกิจอื่นก็มีส่วนเช่นกัน แต่แรงกดดันจากชิปที่ขับเคลื่อนโดย AI กระทบ Xiaomi อย่างหนัก เพราะไปตกกับธุรกิจสมาร์ทโฟนซึ่งเป็นธุรกิจหลักและมีอัตรากำไรต่ำ
Xiaomi ระบุว่าความเร็วในการเพิ่มขึ้นของราคาหน่วยความจำน่าจะชะลอลงในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันได้บางส่วน 1
Apple ไม่ได้ปลอดภัยจากวิกฤตหน่วยความจำ โดยบริษัทเคยยอมรับว่าราคาหน่วยความจำที่สูงขึ้นเริ่มกดดันความสามารถในการทำกำไร แต่โครงสร้างธุรกิจของ Apple ทำให้รับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้มากกว่า
ประการแรก iPhone มีราคาขายเฉลี่ยสูงกว่ามือถือระดับเริ่มต้นอย่างมาก และสร้างกำไรขั้นต้นเป็นจำนวนเงินต่อเครื่องได้สูงกว่า ประการที่สอง Apple มีอำนาจต่อรองกับซัพพลายเออร์และมีอำนาจในการตั้งราคากับผู้บริโภคมากกว่า นอกจากนี้ รายได้จากบริการยังช่วยเพิ่มขนาดของฐานกำไรโดยรวม
ดังนั้น Apple อาจเลือกดูดซับต้นทุนบางส่วน กระจายต้นทุนไปบนกำไรขั้นต้นที่มากกว่า หรือปรับราคาขึ้นเล็กน้อยโดยไม่เสี่ยงสูญเสียลูกค้าในระดับเดียวกับผู้ผลิตที่เน้นมือถือราคาประหยัด นี่ไม่ได้หมายความว่า Apple จะไม่ถูกกระทบ แต่หมายความว่าแรงกระแทกเดียวกันจะกัดกินกำไรของ Apple น้อยกว่าเมื่อเทียบกับบริษัทที่ต้องแข่งขันด้วยราคาเป็นหลัก
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ได้ทำให้ต้นทุนหน้าจอหรือส่วนประกอบทุกชนิดเพิ่มขึ้นโดยตรง แต่ทำลายสมมติฐานเดิมที่ว่าเทคโนโลยีสำคัญในสมาร์ทโฟนจะถูกลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหน่วยความจำซึ่งเป็นชิ้นส่วนที่โทรศัพท์ไม่สามารถตัดออกหรือทดแทนด้วยทางเลือกที่ถูกกว่าได้ง่าย
เมื่อศูนย์ข้อมูล AI แย่งกำลังการผลิตจากตลาดอุปกรณ์ผู้บริโภค มือถือราคาถูกจึงไม่เพียงเผชิญต้นทุนที่สูงขึ้น แต่ยังมีพื้นที่ในการขึ้นราคาน้อยที่สุด ผลประกอบการของ Xiaomi ในไตรมาส 2 จึงเป็นตัวอย่างชัดเจนว่า ยุคที่ผู้ผลิตสามารถเพิ่มสเปกพร้อมลดต้นทุนไปพร้อมกันกำลังถูกแทนที่ด้วยยุคที่การจัดสรรชิปสำหรับ AI มีผลต่อราคามือถือทั่วทั้งตลาด
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
การเร่งสร้างศูนย์ข้อมูล AI ทำให้ผู้ผลิตหน่วยความจำอย่าง Samsung และ SK hynix จัดสรรกำลังการผลิตไปยังชิปประสิทธิภาพสูง ส่งผลให้ DRAM และ NAND สำหรับมือถือมีอุปทานลดลงและราคาสูงขึ้น [5][6]
การเร่งสร้างศูนย์ข้อมูล AI ทำให้ผู้ผลิตหน่วยความจำอย่าง Samsung และ SK hynix จัดสรรกำลังการผลิตไปยังชิปประสิทธิภาพสูง ส่งผลให้ DRAM และ NAND สำหรับมือถือมีอุปทานลดลงและราคาสูงขึ้น [5][6] มือถือราคาต่ำกว่า 200 ดอลลาร์มีต้นทุนชิ้นส่วนคิดเป็นสัดส่วนสูงและมีกำไรต่อเครื่องบาง จึงขึ้นราคาเพื่อชดเชยต้นทุนได้ยาก
Xiaomi ซึ่งพึ่งพายอดขายมือถือระดับราคาต่ำได้รับผลกระทบชัดเจน รายได้ธุรกิจสมาร์ทโฟนไตรมาส 2 ลดลง 7.5% เหลือ 42.1 พันล้านหยวน และอัตรากำไรขั้นต้นลดเหลือ 8.5% จาก 11.5% ในปีก่อน [1]