หุ้น Baidu ร่วงประมาณ 13% มาอยู่ที่ 90.39 ดอลลาร์ หลังรายได้ไตรมาส 2 ลดลง 4% เมื่อเทียบกับปีก่อน เหลือ 3.13 แสนล้านหยวน และกำไรปรับปรุงแล้วต่อ ADS ต่ำกว่าคาดประมาณ 27% AI กำลังกลายเป็นแกนหลักของ Baidu โดยธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI มีรายได้ 1.25 หมื่นล้านหยวน หรือครึ่งหนึ่งของรายได้ธุรกิจทั่วไป ขณะที่ AI Cloud Infras...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What caused Baidu (NASDAQ: BIDU) shares to plunge about 13% to $90.39 after its second-quarter results— including the 4% year-over-year reve. Article summary: Baidu’s selloff reflected more than a single earnings miss: investors saw a shrinking, high-margin search-ad business that its fast-growing AI initiatives have not yet offset. Q2 revenue fell 4% year over year to RMB31.3. Topic tags: general, news, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers
การเทขายหุ้น Baidu หลังประกาศผลประกอบการไม่ได้สะท้อนเพียงตัวเลขที่พลาดเป้าในไตรมาสเดียว แต่เป็นการตั้งคำถามต่อช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของบริษัท หุ้นร่วงประมาณ 13% มาอยู่ที่ 90.39 ดอลลาร์ หลังรายได้ไตรมาส 2 ลดลง 4% จากปีก่อน เหลือ 3.13 แสนล้านหยวน (ประมาณ 4.6 พันล้านดอลลาร์) ขณะที่กำไรแบบไม่รวมรายการปรับปรุงอยู่ที่ 7.22 หยวนต่อ ADS ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 9.84 หยวนอย่างมาก 47
ภาพที่นักลงทุนเห็นคือ ธุรกิจ AI ของ Baidu กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ธุรกิจโฆษณาแบบเดิมกำลังหดตัวเร็วกว่าที่ธุรกิจใหม่จะเข้ามาชดเชยได้ในเวลานี้
รายได้รายไตรมาสของ Baidu ต่ำกว่าประมาณการของนักวิเคราะห์ที่รวบรวมโดย LSEG ซึ่งอยู่ที่ราว 3.196 แสนล้านหยวน 1 ส่วนกำไรปรับปรุงแล้วที่ 7.22 หยวนต่อ ADS ต่ำกว่าคาดการณ์ 9.84 หยวนประมาณ 27% 4
ตัวเลขทั้งสองส่วนมีความสำคัญ เพราะก่อนหน้านี้นักลงทุนกำลังรอสัญญาณว่าธุรกิจหลักของ Baidu เริ่มทรงตัวหรือไม่ แต่บริษัทกลับรายงานรายได้ที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนอีกครั้ง ทำให้ความกังวลต่อความแข็งแกร่งของฐานกำไรเดิมเพิ่มขึ้น 69
แรงกดดันที่ชัดเจนที่สุดอยู่ที่ธุรกิจการตลาดออนไลน์ รายได้จากบริการการตลาดออนไลน์ลดลง 19% จากปีก่อน เหลือ 1.31 แสนล้านหยวน 5 เนื่องจากโฆษณาเคยเป็นแหล่งรายได้และกระแสเงินสดสำคัญของ Baidu การหดตัวของธุรกิจนี้จึงส่งผลหนักกว่าการเติบโตของธุรกิจใหม่ที่ยังมีขนาดเล็กกว่า
ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI ช่วยพยุงผลประกอบการได้เพียงบางส่วน โดยธุรกิจหลักที่ขับเคลื่อนด้วย AI สร้างรายได้ 1.25 แสนล้านหยวน เพิ่มขึ้น 25% จากปีก่อน และคิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของรายได้ธุรกิจทั่วไปของ Baidu 1014
ความแตกต่างนี้อธิบายปฏิกิริยาของตลาดได้ดี แม้ AI จะมีความสำคัญเชิงกลยุทธ์มากขึ้นเรื่อย ๆ แต่รายได้รวมของบริษัทก็ยังลดลง ขณะที่ธุรกิจเดิมยังหดตัวต่อเนื่อง
Baidu รายงานว่ารายได้จาก AI Cloud Infrastructure เพิ่มขึ้น 50% เมื่อเทียบกับปีก่อน และภายในหมวดนี้ รายได้จาก GPU Cloud พุ่งขึ้น 283% ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนความต้องการกำลังประมวลผลสำหรับการพัฒนาและใช้งานระบบ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
อย่างไรก็ตาม อัตราการเติบโตที่สูงไม่ได้แปลว่าจะสร้างรายได้หรือกำไรในจำนวนที่มากพอมาแทนที่ธุรกิจโฆษณาซึ่งเติบโตเต็มที่แล้วโดยอัตโนมัติ รายได้รวมของ Baidu ยังคงลดลง 4% จากปีก่อน เหลือ 3.13 แสนล้านหยวน 2
คำถามของนักลงทุนจึงไม่ใช่เพียงว่า AI Cloud โตหรือไม่ แต่คือธุรกิจนี้จะมีขนาดใหญ่ ทำกำไรได้ และเติบโตได้ยั่งยืนเพียงพอที่จะรองรับมูลค่าทั้งบริษัทหรือไม่
Baidu กำลังพยายามสร้างแพลตฟอร์ม AI ที่ครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ แอปพลิเคชัน และบริการที่ออกแบบมาเพื่อ AI โดยเฉพาะ พร้อมเดินหน้าพัฒนาโมเดล Ernie ต่อไป หลังรายได้พลาดเป้า โรบิน หลี่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ให้คำมั่นว่าจะผลักดัน Ernie กลับขึ้นมาอยู่ในแนวหน้าของวงการ AI อีกครั้ง 1
แต่เป้าหมายดังกล่าวอาจต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมากก่อนที่รายได้และอัตรากำไรจะตามมา ผลประกอบการไตรมาส 2 แสดงให้เห็นว่าตลาดต้องการโครงสร้างพื้นฐาน AI ของบริษัท แต่ยังไม่ใช่หลักฐานที่ชัดเจนว่าการลงทุนเหล่านี้กำลังเร่งรายได้รวมของบริษัทอย่างต่อเนื่อง หรือทำให้แนวโน้มกำไรระยะสั้นแข็งแกร่งขึ้น
สำหรับผู้ถือหุ้น นี่จึงเป็นปัญหาเรื่องจังหวะเวลา Baidu อาจกำลังสร้างขีดความสามารถด้าน AI ที่มีมูลค่า แต่ในระหว่างนี้นักลงทุนยังต้องรับผลจากธุรกิจโฆษณาที่อ่อนแอลง รวมถึงต้นทุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ก่อนที่ธุรกิจเหล่านั้นจะชดเชยรายได้ที่หายไปได้เต็มที่
ธุรกิจขับขี่อัตโนมัติและบริการโรโบแท็กซี่เป็นอีกเส้นทางการเติบโตที่อาจมีบทบาทในกลยุทธ์ AI ของ Baidu เอกสารผลประกอบการและคำชี้แจงในการประชุมระบุถึงการขยายธุรกิจโรโบแท็กซี่ ควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI และชิปที่บริษัทออกแบบเอง 12
อย่างไรก็ดี ตัวเลขไตรมาส 2 ยังไม่ได้แสดงให้เห็นว่าธุรกิจขับขี่อัตโนมัติกลายเป็นแหล่งรายได้ทดแทนโฆษณาที่มีนัยสำคัญในระยะสั้นแล้ว ธุรกิจนี้ยังต้องอาศัยการลงทุนต่อเนื่อง การดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ และการขยายการใช้งานเชิงพาณิชย์ ดังนั้นในตอนนี้จึงควรมองว่าเป็นโอกาสระยะยาว มากกว่าจะเป็นทางออกด้านกำไรในทันที
Alibaba เป็นบริษัทเปรียบเทียบที่มีประโยชน์ เพราะกำลังเร่งลงทุนใน AI และคลาวด์เช่นเดียวกัน ในไตรมาสที่สิ้นสุดเดือนมิถุนายน Alibaba รายงานรายได้เพิ่มขึ้น 9% จากปีก่อน ขณะที่รายได้จาก AI Cloud และ Compute Services เพิ่มขึ้น 45% มาอยู่ที่ 4.844 หมื่นล้านหยวน 17
ระบบอีคอมเมิร์ซขนาดใหญ่ของ Alibaba ทำให้บริษัทมีฐานรายได้ที่กว้างกว่า และมีช่องทางมากขึ้นในการนำบริการ AI ไปขายให้ลูกค้าเดิม การเติบโตของคลาวด์จึงดูได้รับแรงหนุนจากแพลตฟอร์มเชิงพาณิชย์ที่มีอยู่แล้วมากกว่าการขยายธุรกิจ AI ของ Baidu ในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม การเปรียบเทียบนี้ไม่ได้หมายความว่า Alibaba ปลอดจากแรงกดดันด้านการลงทุน กำไรของ Alibaba ลดลงอย่างมากหลังบริษัทเพิ่มการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน AI 17 ความแตกต่างจึงเป็นเรื่องของระดับโมเมนตัม: Alibaba ยังแสดงการเติบโตโดยรวมที่แข็งแกร่งกว่า ขณะที่ Baidu ต้องพยายามสร้างธุรกิจ AI ใหม่ในช่วงที่ธุรกิจโฆษณาหลักกำลังเสื่อมถอย
กองทุน KraneShares CSI China Internet ETF หรือ KWEB ช่วยให้เห็นภาพกว้างขึ้นสำหรับการประเมินหุ้นเทคโนโลยีจีน หาก KWEB ปรับตัวลงพร้อมกัน ก็อาจสะท้อนแรงกดดันจากบรรยากาศการลงทุนในหุ้นจีน เศรษฐกิจมหภาค กฎระเบียบ หรือระดับความต้องการรับความเสี่ยงโดยรวม
แต่การที่หุ้น Baidu ลดลงประมาณ 35% ในปี 2026 รวมถึงการร่วงแรงทันทีหลังประกาศผลประกอบการ บ่งชี้ว่าปัจจัยเฉพาะบริษัทมีน้ำหนักมากเช่นกัน 7 นักลงทุนไม่ได้ตอบสนองต่อภาวะอ่อนแอของทั้งอุตสาหกรรมเพียงอย่างเดียว แต่กำลังประเมินมูลค่าธุรกิจเดิมที่ถดถอยลง และต้องการหลักฐานที่ชัดเจนกว่าเดิมว่า AI Cloud จะเติบโตจนมีขนาดและความสามารถในการทำกำไรมากพอมาแทนที่ธุรกิจโฆษณา
ผลประกอบการรอบต่อไปของ Baidu จะถูกประเมินผ่าน 3 คำถามสำคัญ:
บทสรุปคือ การเปลี่ยนผ่านของ Baidu สู่ AI เป็นเรื่องจริง แต่ผลตอบแทนทางการเงินยังมาไม่เต็มที่ ไตรมาส 2 แสดงให้เห็นว่าบริษัทกำลังย้ายสัดส่วนการดำเนินงานไปสู่ AI ได้สำเร็จ ขณะเดียวกันก็ยังสูญเสียพื้นที่ในธุรกิจมูลค่าสูงที่เคยเป็นแหล่งเงินทุนของโมเดลเดิม
ตราบใดที่ธุรกิจใหม่ยังปิดช่องว่างนี้ไม่ได้ นักลงทุนก็น่าจะมองความคืบหน้าด้าน AI ของ Baidu ว่าเป็นสัญญาณที่มีอนาคต แต่ยังไม่เพียงพอที่จะสนับสนุนมูลค่าหุ้นที่สูงขึ้น
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
หุ้น Baidu ร่วงประมาณ 13% มาอยู่ที่ 90.39 ดอลลาร์ หลังรายได้ไตรมาส 2 ลดลง 4% เมื่อเทียบกับปีก่อน เหลือ 3.13 แสนล้านหยวน และกำไรปรับปรุงแล้วต่อ ADS ต่ำกว่าคาดประมาณ 27%
หุ้น Baidu ร่วงประมาณ 13% มาอยู่ที่ 90.39 ดอลลาร์ หลังรายได้ไตรมาส 2 ลดลง 4% เมื่อเทียบกับปีก่อน เหลือ 3.13 แสนล้านหยวน และกำไรปรับปรุงแล้วต่อ ADS ต่ำกว่าคาดประมาณ 27% AI กำลังกลายเป็นแกนหลักของ Baidu โดยธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วย AI มีรายได้ 1.25 หมื่นล้านหยวน หรือครึ่งหนึ่งของรายได้ธุรกิจทั่วไป ขณะที่ AI Cloud Infrastructure โต 50% และ GPU Cloud พุ่ง 283%
Alibaba มีโมเมนตัมโดยรวมแข็งแกร่งกว่า โดยรายได้ไตรมาสเดือนมิถุนายนเพิ่มขึ้น 9% และรายได้จาก AI Cloud และ Compute เพิ่มขึ้น 45% แม้กำไรจะลดลงอย่างมากจากการเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI