Sampura Research ก่อตั้งโดย Rishub Jain และ Josh Jacob อดีตนักวิจัย Google DeepMind ไม่ใช่ Alex Adams และเปิดตัวต่อสาธารณะเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2026 พร้อมทุนจาก Coefficient Giving รวม 11 ล้านดอลลาร์ [4] องค์กรตั้งคำถามกับแนวทางที่ใช้ AI ตรวจสอบ AI เพราะอาจเร็วและถูกกว่า แต่เสี่ยงพลาดความล้มเหลวแบบไม่สม่ำเสมอ รวมถึง...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is Sampura Research, the London based nonprofit launched on August 24, 2026 by former Google DeepMind researchers Rishub Jain, Joshua J. Article summary: Sampura Research is a London AI safety nonprofit founded by former Google DeepMind researchers Rishub Jain and Josh Jacob—not, based on its own announcement, by Alex Adams.. Topic tags: general web, ai safety, openai, llm, ai. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and
Sampura Research คือองค์กรไม่แสวงกำไรด้านความปลอดภัยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งตั้งอยู่ในลอนดอน ก่อตั้งโดย Rishub Jain และ Josh Jacob อดีตนักวิจัยของ Google DeepMind โดยประกาศเปิดตัวต่อสาธารณะเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2026 พร้อมทุนเริ่มต้นจาก Coefficient Giving รวม 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็น 7 ล้านดอลลาร์สำหรับปีแรก และอีก 4 ล้านดอลลาร์ที่ให้คำมั่นสนับสนุนในอนาคต 4 แม้คำถามตั้งต้นจะระบุชื่อ Alex Adams เป็นผู้ก่อตั้ง แต่ประกาศของ Sampura เองไม่ได้ระบุว่าเขาเป็นผู้ก่อตั้ง โดยกล่าวถึง Adams ในฐานะผู้ให้ข้อเสนอแนะต่อประกาศเท่านั้น
4
อุตสาหกรรม AI พยายามแก้ปัญหา scalable oversight หรือการกำกับดูแลที่ขยายตามขนาดและความสามารถของโมเดล ด้วยการให้โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ทำหน้าที่เป็น “ผู้ตัดสิน” ตรวจคำตอบหรือพฤติกรรมของ AI อีกระบบหนึ่ง วิธีนี้มีข้อได้เปรียบด้านความเร็วและต้นทุน แต่ Sampura มองว่าการลดบทบาทมนุษย์ลงมากเกินไปอาจสร้างจุดบอดสำคัญ
Sampura เชื่อว่ามนุษย์ยังมีจุดแข็งที่แตกต่างจาก AI อย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่
ดังนั้น แนวทางของ Sampura ไม่ใช่การให้คนตรวจสอบทุกคำตอบด้วยตนเอง แต่เป็นการออกแบบระบบที่รู้ว่า เมื่อใดควรให้ AI ทำงาน และเมื่อใดควรเรียกมนุษย์เข้ามาช่วย
ในความหมายของ Sampura “ผู้ตัดสิน” (judge) คือมนุษย์ AI หรือระบบผสมที่ประเมินว่าคำตอบ การสนทนา หรือเส้นทางการทำงานของเอเจนต์ AI นั้นถูกต้องและสอดคล้องกับข้อกำหนดด้านความปลอดภัยหรือไม่ 4
ระบบที่องค์กรเสนอมีองค์ประกอบสำคัญหลายอย่าง ได้แก่
แนวคิดนี้คล้ายการมีระบบคัดกรองหลายชั้น ไม่ใช่การตั้งมนุษย์เป็นด่านตรวจทุกเรื่อง แต่ก็ไม่ปล่อยให้ AI ตัดสินใจและตรวจสอบตัวเองทั้งหมด
ในช่วง 6 เดือนแรก Sampura ระบุว่าจะสร้างลีดเดอร์บอร์ดสาธารณะที่อัปเดตอย่างต่อเนื่อง พร้อมชุดข้อมูลย่อยมากกว่า 20 ชุด หัวข้อที่ประกาศไว้ครอบคลุมการตรวจจับการหลอกลวง อคติทางวัฒนธรรม และการกระทำที่ไม่ปลอดภัยของเอเจนต์ AI 4
การทดสอบจะไม่จำกัดอยู่ที่ตัวอย่างคำตอบแบบตายตัวเท่านั้น แต่จะดูด้วยว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อโมเดลที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลสามารถปรับตัวเพื่อเอาชนะผู้ตัดสินระหว่างการเรียนรู้แบบเสริมกำลัง (reinforcement learning) ได้หรือไม่ ประเด็นนี้เกี่ยวข้องกับ reward hacking หรือการที่โมเดลหาวิธีทำคะแนนให้สูงโดยไม่ทำตามเป้าหมายด้านความปลอดภัยที่ผู้พัฒนาต้องการจริง ๆ
Sampura ระบุว่าจะเผยแพร่บทความวิจัย โค้ด ชุดข้อมูล และลีดเดอร์บอร์ดต่อสาธารณะ เพื่อให้ผู้อื่นตรวจสอบและนำไปต่อยอดได้ 4
ขอบเขตงานของ Sampura ไม่ได้หยุดอยู่ที่สถานการณ์แบบ “AI หลุดการควบคุม” ที่มักปรากฏในการถกเถียงเรื่องความเสี่ยง AI เท่านั้น แต่ยังรวมถึงความเสียหายรูปแบบอื่น เช่น อคติ การปฏิสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัยกับเด็ก และการพึ่งพา AI คู่สนทนาหรือ companion AI มากเกินไป 4
ในระยะต่อไป องค์กรตั้งใจขยายจากการประเมินผลลัพธ์ของโมเดล ไปสู่การสร้างและตรวจสอบ คำสั่ง เกณฑ์การให้คะแนน และกรณีทดสอบ ที่ใช้ในการประเมินด้วย วิธีนี้อาจช่วยให้นักวิจัยคาดการณ์จุดล้มเหลวได้เร็วขึ้น แต่ควรย้ำว่านี่เป็นโครงการวิจัยที่กำลังพัฒนา ไม่ใช่การพิสูจน์ว่า Sampura มีความสามารถควบคุม AI ขั้นสูงได้แล้ว
โจทย์สำคัญของ Sampura คือการเชื่อมโยงผลการประเมินเข้ากับการใช้งานจริง องค์กรเสนอว่าจะตรวจสอบว่า
ในช่วงแรกอาจมีการทดสอบการใช้งานผ่านผู้ประเมินภายนอก ก่อนมุ่งไปสู่การนำระบบไปใช้ในงานฝึกโมเดล การประเมิน และการติดตามโมเดลของห้องปฏิบัติการ AI ชั้นแนวหน้า 4
การที่ Sampura ประกาศรับสมัครบุคลากรด้านเทคนิคในลอนดอนมีความสำคัญในบริบทที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมิน AI มีจำนวนจำกัด ตัวอย่างเช่น ประกาศงานด้านการดำเนินการประเมินของ METR ระบุเงินเดือนพื้นฐานที่ 285,548–503,116 ดอลลาร์ต่อปี และเปิดทางให้พิจารณาสูงกว่านั้นสำหรับผู้สมัครที่มีประสบการณ์และความสามารถโดดเด่น 9
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานจากแหล่งข้อมูลปฐมภูมิเพียงพอที่จะยืนยันคำกล่าวที่ว่า Sampura จะรับคนอย่างน้อย 6 ตำแหน่งในลอนดอนด้วยค่าตอบแทน 100,000–290,000 ปอนด์ต่อปี ประกาศหลักขององค์กรระบุเพียงว่ากำลังรับสมัครบุคลากรด้านเทคนิคกลุ่มก่อตั้งในลอนดอน 4
ในเดือนกรกฎาคม 2026 ผู้ปฏิบัติงานด้าน AI แนวหน้ามากกว่า 1,100 คนลงชื่อในจดหมายเปิดผนึกที่เรียกร้องให้มีขีดความสามารถระดับนานาชาติในการชะลอการพัฒนา AI หากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเร็วกว่าความสามารถของมนุษย์ในการกำกับดูแลอย่างปลอดภัย 1
งานของ Sampura อาจเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างทางเทคนิคที่จำเป็นต่อเป้าหมายดังกล่าว เพราะการชะลอหรือกำกับ AI อย่างมีความรับผิดชอบต้องอาศัยการประเมินที่น่าเชื่อถือและตรวจสอบได้ แต่ Sampura ไม่สามารถสร้างอำนาจตามกฎหมาย การประสานงานระหว่างประเทศ การเข้าถึงโมเดล หรือกลไกบังคับใช้ได้ด้วยตัวเอง งานวิจัยขององค์กรจึงเป็น ส่วนเสริมของธรรมาภิบาล AI ไม่ใช่สิ่งทดแทน
การออกจาก Google DeepMind ของ Jain เกิดขึ้นท่ามกลางข่าวการย้ายงานของนักวิจัยหลายรายจากองค์กรดังกล่าว แต่คำกล่าวที่ว่า DeepMind สูญเสียนักวิจัยแกนหลัก 5 คนภายใน 6 วันมาจากรายงานรองคุณภาพต่ำกว่า และยังไม่ควรถือว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นอิสระ 5
เช่นเดียวกัน หลักฐานที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอสำหรับข้อสรุปกว้าง ๆ ว่า บริษัท AI “ยังควบคุมสิ่งที่สร้างขึ้นไม่ได้” ข้อสรุปที่รอบคอบกว่าคือ การกำกับดูแลโมเดลที่มีความสามารถสูงขึ้นยังไม่มีหลักประกันที่พิสูจน์ได้ บุคลากรด้านการประเมินมีอยู่อย่างจำกัด และ Sampura กำลังพยายามทำให้การมีส่วนร่วมของมนุษย์ขยายขนาดได้และทนทานขึ้น แทนที่จะสมมติว่า AI สามารถทำหน้าที่กำกับ AI ได้อย่างปลอดภัยเพียงลำพัง
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Sampura Research ก่อตั้งโดย Rishub Jain และ Josh Jacob อดีตนักวิจัย Google DeepMind ไม่ใช่ Alex Adams และเปิดตัวต่อสาธารณะเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2026 พร้อมทุนจาก Coefficient Giving รวม 11 ล้านดอลลาร์ [4]
Sampura Research ก่อตั้งโดย Rishub Jain และ Josh Jacob อดีตนักวิจัย Google DeepMind ไม่ใช่ Alex Adams และเปิดตัวต่อสาธารณะเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2026 พร้อมทุนจาก Coefficient Giving รวม 11 ล้านดอลลาร์ [4] องค์กรตั้งคำถามกับแนวทางที่ใช้ AI ตรวจสอบ AI เพราะอาจเร็วและถูกกว่า แต่เสี่ยงพลาดความล้มเหลวแบบไม่สม่ำเสมอ รวมถึงขาดผู้ตรวจสอบอิสระ
แผนหลักคือสร้าง “ผู้ตัดสิน” แบบผสม ซึ่งอาจเป็นมนุษย์ AI หรือทั้งสองอย่าง โดยส่งกรณีที่ AI ไม่มั่นใจให้มนุษย์ตรวจ แทนการให้มนุษย์ตรวจทุกงาน [4]
Sampura Research ก่อตั้งโดย Rishub Jain และ Josh Jacob อดีตนักวิจัย Google DeepMind ไม่ใช่ Alex Adams และเปิดตัวต่อสาธารณะเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2026 พร้อมทุนจาก Coefficient Giving รวม 11 ล้านดอลลาร์ [4] องค์กรตั้งคำถามกับแนวทางที่ใช้ AI ตรวจสอบ AI เพราะอาจเร็วและถูกกว่า แต่เสี่ยงพลาดความล้มเหลวแบบไม่สม่ำเสมอ รวมถึง...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is Sampura Research, the London based nonprofit launched on August 24, 2026 by former Google DeepMind researchers Rishub Jain, Joshua J. Article summary: Sampura Research is a London AI safety nonprofit founded by former Google DeepMind researchers Rishub Jain and Josh Jacob—not, based on its own announcement, by Alex Adams.. Topic tags: general web, ai safety, openai, llm, ai. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and
Sampura Research คือองค์กรไม่แสวงกำไรด้านความปลอดภัยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งตั้งอยู่ในลอนดอน ก่อตั้งโดย Rishub Jain และ Josh Jacob อดีตนักวิจัยของ Google DeepMind โดยประกาศเปิดตัวต่อสาธารณะเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2026 พร้อมทุนเริ่มต้นจาก Coefficient Giving รวม 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แบ่งเป็น 7 ล้านดอลลาร์สำหรับปีแรก และอีก 4 ล้านดอลลาร์ที่ให้คำมั่นสนับสนุนในอนาคต 4 แม้คำถามตั้งต้นจะระบุชื่อ Alex Adams เป็นผู้ก่อตั้ง แต่ประกาศของ Sampura เองไม่ได้ระบุว่าเขาเป็นผู้ก่อตั้ง โดยกล่าวถึง Adams ในฐานะผู้ให้ข้อเสนอแนะต่อประกาศเท่านั้น
4
อุตสาหกรรม AI พยายามแก้ปัญหา scalable oversight หรือการกำกับดูแลที่ขยายตามขนาดและความสามารถของโมเดล ด้วยการให้โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ทำหน้าที่เป็น “ผู้ตัดสิน” ตรวจคำตอบหรือพฤติกรรมของ AI อีกระบบหนึ่ง วิธีนี้มีข้อได้เปรียบด้านความเร็วและต้นทุน แต่ Sampura มองว่าการลดบทบาทมนุษย์ลงมากเกินไปอาจสร้างจุดบอดสำคัญ
Sampura เชื่อว่ามนุษย์ยังมีจุดแข็งที่แตกต่างจาก AI อย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่
ดังนั้น แนวทางของ Sampura ไม่ใช่การให้คนตรวจสอบทุกคำตอบด้วยตนเอง แต่เป็นการออกแบบระบบที่รู้ว่า เมื่อใดควรให้ AI ทำงาน และเมื่อใดควรเรียกมนุษย์เข้ามาช่วย
ในความหมายของ Sampura “ผู้ตัดสิน” (judge) คือมนุษย์ AI หรือระบบผสมที่ประเมินว่าคำตอบ การสนทนา หรือเส้นทางการทำงานของเอเจนต์ AI นั้นถูกต้องและสอดคล้องกับข้อกำหนดด้านความปลอดภัยหรือไม่ 4
ระบบที่องค์กรเสนอมีองค์ประกอบสำคัญหลายอย่าง ได้แก่
แนวคิดนี้คล้ายการมีระบบคัดกรองหลายชั้น ไม่ใช่การตั้งมนุษย์เป็นด่านตรวจทุกเรื่อง แต่ก็ไม่ปล่อยให้ AI ตัดสินใจและตรวจสอบตัวเองทั้งหมด
ในช่วง 6 เดือนแรก Sampura ระบุว่าจะสร้างลีดเดอร์บอร์ดสาธารณะที่อัปเดตอย่างต่อเนื่อง พร้อมชุดข้อมูลย่อยมากกว่า 20 ชุด หัวข้อที่ประกาศไว้ครอบคลุมการตรวจจับการหลอกลวง อคติทางวัฒนธรรม และการกระทำที่ไม่ปลอดภัยของเอเจนต์ AI 4
การทดสอบจะไม่จำกัดอยู่ที่ตัวอย่างคำตอบแบบตายตัวเท่านั้น แต่จะดูด้วยว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อโมเดลที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลสามารถปรับตัวเพื่อเอาชนะผู้ตัดสินระหว่างการเรียนรู้แบบเสริมกำลัง (reinforcement learning) ได้หรือไม่ ประเด็นนี้เกี่ยวข้องกับ reward hacking หรือการที่โมเดลหาวิธีทำคะแนนให้สูงโดยไม่ทำตามเป้าหมายด้านความปลอดภัยที่ผู้พัฒนาต้องการจริง ๆ
Sampura ระบุว่าจะเผยแพร่บทความวิจัย โค้ด ชุดข้อมูล และลีดเดอร์บอร์ดต่อสาธารณะ เพื่อให้ผู้อื่นตรวจสอบและนำไปต่อยอดได้ 4
ขอบเขตงานของ Sampura ไม่ได้หยุดอยู่ที่สถานการณ์แบบ “AI หลุดการควบคุม” ที่มักปรากฏในการถกเถียงเรื่องความเสี่ยง AI เท่านั้น แต่ยังรวมถึงความเสียหายรูปแบบอื่น เช่น อคติ การปฏิสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัยกับเด็ก และการพึ่งพา AI คู่สนทนาหรือ companion AI มากเกินไป 4
ในระยะต่อไป องค์กรตั้งใจขยายจากการประเมินผลลัพธ์ของโมเดล ไปสู่การสร้างและตรวจสอบ คำสั่ง เกณฑ์การให้คะแนน และกรณีทดสอบ ที่ใช้ในการประเมินด้วย วิธีนี้อาจช่วยให้นักวิจัยคาดการณ์จุดล้มเหลวได้เร็วขึ้น แต่ควรย้ำว่านี่เป็นโครงการวิจัยที่กำลังพัฒนา ไม่ใช่การพิสูจน์ว่า Sampura มีความสามารถควบคุม AI ขั้นสูงได้แล้ว
โจทย์สำคัญของ Sampura คือการเชื่อมโยงผลการประเมินเข้ากับการใช้งานจริง องค์กรเสนอว่าจะตรวจสอบว่า
ในช่วงแรกอาจมีการทดสอบการใช้งานผ่านผู้ประเมินภายนอก ก่อนมุ่งไปสู่การนำระบบไปใช้ในงานฝึกโมเดล การประเมิน และการติดตามโมเดลของห้องปฏิบัติการ AI ชั้นแนวหน้า 4
การที่ Sampura ประกาศรับสมัครบุคลากรด้านเทคนิคในลอนดอนมีความสำคัญในบริบทที่ผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมิน AI มีจำนวนจำกัด ตัวอย่างเช่น ประกาศงานด้านการดำเนินการประเมินของ METR ระบุเงินเดือนพื้นฐานที่ 285,548–503,116 ดอลลาร์ต่อปี และเปิดทางให้พิจารณาสูงกว่านั้นสำหรับผู้สมัครที่มีประสบการณ์และความสามารถโดดเด่น 9
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานจากแหล่งข้อมูลปฐมภูมิเพียงพอที่จะยืนยันคำกล่าวที่ว่า Sampura จะรับคนอย่างน้อย 6 ตำแหน่งในลอนดอนด้วยค่าตอบแทน 100,000–290,000 ปอนด์ต่อปี ประกาศหลักขององค์กรระบุเพียงว่ากำลังรับสมัครบุคลากรด้านเทคนิคกลุ่มก่อตั้งในลอนดอน 4
ในเดือนกรกฎาคม 2026 ผู้ปฏิบัติงานด้าน AI แนวหน้ามากกว่า 1,100 คนลงชื่อในจดหมายเปิดผนึกที่เรียกร้องให้มีขีดความสามารถระดับนานาชาติในการชะลอการพัฒนา AI หากความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเร็วกว่าความสามารถของมนุษย์ในการกำกับดูแลอย่างปลอดภัย 1
งานของ Sampura อาจเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างทางเทคนิคที่จำเป็นต่อเป้าหมายดังกล่าว เพราะการชะลอหรือกำกับ AI อย่างมีความรับผิดชอบต้องอาศัยการประเมินที่น่าเชื่อถือและตรวจสอบได้ แต่ Sampura ไม่สามารถสร้างอำนาจตามกฎหมาย การประสานงานระหว่างประเทศ การเข้าถึงโมเดล หรือกลไกบังคับใช้ได้ด้วยตัวเอง งานวิจัยขององค์กรจึงเป็น ส่วนเสริมของธรรมาภิบาล AI ไม่ใช่สิ่งทดแทน
การออกจาก Google DeepMind ของ Jain เกิดขึ้นท่ามกลางข่าวการย้ายงานของนักวิจัยหลายรายจากองค์กรดังกล่าว แต่คำกล่าวที่ว่า DeepMind สูญเสียนักวิจัยแกนหลัก 5 คนภายใน 6 วันมาจากรายงานรองคุณภาพต่ำกว่า และยังไม่ควรถือว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นอิสระ 5
เช่นเดียวกัน หลักฐานที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอสำหรับข้อสรุปกว้าง ๆ ว่า บริษัท AI “ยังควบคุมสิ่งที่สร้างขึ้นไม่ได้” ข้อสรุปที่รอบคอบกว่าคือ การกำกับดูแลโมเดลที่มีความสามารถสูงขึ้นยังไม่มีหลักประกันที่พิสูจน์ได้ บุคลากรด้านการประเมินมีอยู่อย่างจำกัด และ Sampura กำลังพยายามทำให้การมีส่วนร่วมของมนุษย์ขยายขนาดได้และทนทานขึ้น แทนที่จะสมมติว่า AI สามารถทำหน้าที่กำกับ AI ได้อย่างปลอดภัยเพียงลำพัง
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Sampura Research ก่อตั้งโดย Rishub Jain และ Josh Jacob อดีตนักวิจัย Google DeepMind ไม่ใช่ Alex Adams และเปิดตัวต่อสาธารณะเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2026 พร้อมทุนจาก Coefficient Giving รวม 11 ล้านดอลลาร์ [4]
Sampura Research ก่อตั้งโดย Rishub Jain และ Josh Jacob อดีตนักวิจัย Google DeepMind ไม่ใช่ Alex Adams และเปิดตัวต่อสาธารณะเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2026 พร้อมทุนจาก Coefficient Giving รวม 11 ล้านดอลลาร์ [4] องค์กรตั้งคำถามกับแนวทางที่ใช้ AI ตรวจสอบ AI เพราะอาจเร็วและถูกกว่า แต่เสี่ยงพลาดความล้มเหลวแบบไม่สม่ำเสมอ รวมถึงขาดผู้ตรวจสอบอิสระ
แผนหลักคือสร้าง “ผู้ตัดสิน” แบบผสม ซึ่งอาจเป็นมนุษย์ AI หรือทั้งสองอย่าง โดยส่งกรณีที่ AI ไม่มั่นใจให้มนุษย์ตรวจ แทนการให้มนุษย์ตรวจทุกงาน [4]