Huawei ระบุว่า Tau Scaling Law และสถาปัตยกรรม LogicFolding อาจทำให้ชิปมีความหนาแน่นทรานซิสเตอร์เทียบเท่ากระบวนการผลิตระดับ 1.4 นาโนเมตร หรือ 14A ได้ภายในปี 2031 แต่เป้าหมายนี้เป็นเรื่องของการออกแบบและความหนาแน่น ไม่ใช... He Tingbo ผู้บริหารธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ของ Huawei นำเสนอแนวคิดนี้ที่งาน IEEE ISCAS 2026 โดยเสนอ...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Huawei announce about achieving advanced semiconductor production without TSMC, including He Tingbo’s appearance at the IEEE Intern. Article summary: Huawei announced a proposed route to more advanced chips that emphasizes design and system architecture rather than relying solely on ever-smaller lithographic features. It is a significant strategic claim, but not proof. Topic tags: general, general web, user generated, government, education. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, wat
Huawei กำลังเสนอเส้นทางใหม่เพื่อเดินหน้าพัฒนาชิป แม้การเข้าถึงเครื่องมือผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงจะถูกจำกัด แนวคิดดังกล่าวถูกนำเสนอโดย He Tingbo ประธานธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์และประธานคณะกรรมการนักวิทยาศาสตร์ของ Huawei ในการกล่าวปาฐกถาที่งาน 2026 IEEE International Symposium on Circuits and Systems (ISCAS) ณ นครเซี่ยงไฮ้ 1
หัวใจของการประกาศคือ Tau (τ) Scaling Law และสถาปัตยกรรม LogicFolding โดย Huawei ตั้งเป้าว่าชิปประสิทธิภาพสูงอาจมีความหนาแน่นของทรานซิสเตอร์เทียบเท่ากระบวนการระดับ 1.4 นาโนเมตร หรือ 14A ภายในปี 2031 1
4
อย่างไรก็ตาม คำว่า “เทียบเท่า 1.4 นาโนเมตร” มีความสำคัญอย่างมาก เพราะไม่ได้หมายความว่า Huawei หรือโรงงานผลิตชิปในจีนสามารถผลิตชิปด้วยโหนด 1.4 นาโนเมตรจริงได้แล้ว แต่เป็นการตั้งเป้าความหนาแน่นผ่านการออกแบบวงจร สถาปัตยกรรม และการเพิ่มประสิทธิภาพทั้งระบบ
ปาฐกถาของ He Tingbo ในหัวข้อ “New Semiconductor Path in Practice” นำเสนอ Tau Scaling ในฐานะหลักคิดใหม่สำหรับการพัฒนาเซมิคอนดักเตอร์และระบบอิเล็กทรอนิกส์ 1
6
ในอดีต ความก้าวหน้าของชิปมักอธิบายด้วย การสเกลทางเรขาคณิต (geometric scaling) หรือการทำให้ทรานซิสเตอร์มีขนาดเล็กลงเรื่อย ๆ แต่ Huawei เสนอให้เพิ่มน้ำหนักกับ การสเกลตามเวลา (time หรือ τ scaling) ซึ่งมุ่งลดค่าคงตัวเวลา หรือเวลาที่สัญญาณใช้เดินทางและประมวลผลภายในระบบ
แนวคิดนี้ไม่ได้หมายถึงการเลิกพัฒนากระบวนการผลิต แต่เป็นการประสานการปรับปรุงหลายระดับ เพื่อให้ชิปทำงานได้มากขึ้นด้วยความหน่วงและการใช้พลังงานที่ลดลง แม้ขนาดทรานซิสเตอร์จะไม่สามารถย่อเล็กลงได้เร็วเท่าเดิม
LogicFolding คือสถาปัตยกรรมหลักที่ Huawei เชื่อมโยงเข้ากับ Tau Scaling Law บริษัทระบุว่าเทคนิคนี้สามารถจัดวางตรรกะให้ก้าวข้ามข้อจำกัดของการวางวงจรแบบระนาบดั้งเดิม ช่วยลดระยะทางของเส้นทางสัญญาณที่สำคัญ และลดผลกระทบจากความต้านทานกับความจุไฟฟ้าของสายเชื่อมต่อ 1
4
Huawei อธิบายแนวทางนี้เป็นการปรับให้สอดประสานกันตั้งแต่ระดับอุปกรณ์ไปจนถึงระบบ ได้แก่
จุดนี้ทำให้ LogicFolding ควรถูกมองว่าเป็น แนวทางการออกแบบชิป มากกว่าจะเป็นกระบวนการผลิตแบบใหม่ เพราะประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดโหนดเพียงอย่างเดียว สถาปัตยกรรม การเชื่อมต่อระหว่างส่วนต่าง ๆ การจัดวางวงจร การบรรจุชิป และการออกแบบให้เหมาะกับงานเฉพาะประเภท ล้วนมีผลต่อประสิทธิภาพที่ผู้ใช้ได้รับจริง
Huawei ระบุว่าในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา กรอบแนวคิด Tau Scaling สนับสนุนการออกแบบและการผลิตชิปจำนวน 381 รุ่น ครอบคลุมทั้งการใช้งานในสมาร์ตโฟนและการประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ 1
6
บริษัทใช้ตัวเลขนี้เป็นหลักฐานว่าแนวทางดังกล่าวถูกนำไปใช้ในการผลิตจริง ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดบนกระดาษ แต่ข้อมูลที่มีอยู่ไม่ได้เปิดเผยการตรวจสอบจากหน่วยงานอิสระสำหรับชิปทั้ง 381 รุ่น หรือการเปรียบเทียบด้วยมาตรฐานเดียวกันในด้านความหนาแน่น ประสิทธิภาพ และการใช้พลังงาน
ดังนั้น ตัวเลข 381 รุ่นควรถูกระบุอย่างชัดเจนว่าเป็น คำกล่าวอ้างจาก Huawei ยังไม่ใช่หลักฐานที่ผ่านการยืนยันโดยอิสระว่า Tau Scaling Law เป็นกฎการสเกลรูปแบบใหม่ของอุตสาหกรรมโดยรวม
Huawei ยังระบุด้วยว่าชิปประมวลผลสมาร์ตโฟน Kirin รุ่นใหม่ที่มีกำหนดเปิดตัวในฤดูใบไม้ร่วงปี 2026 จะใช้ LogicFolding อย่างเต็มรูปแบบ 4 ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะเป็นบททดสอบสำคัญ เพราะการผ่าชิ้นส่วนเครื่อง การทดสอบประสิทธิภาพ และการวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญภายนอกจะช่วยชี้ว่าเทคนิคนี้สร้างความแตกต่างในผลิตภัณฑ์จริงได้มากเพียงใด
คำว่า “1.4 นาโนเมตร” มักถูกใช้เป็นชื่อเรียกยุคของเทคโนโลยีการผลิต ไม่ได้หมายถึงขนาดทางกายภาพของทุกส่วนในทรานซิสเตอร์โดยตรง แต่เป้าหมายของ Huawei ในกรณีนี้คือการทำให้ชิปมีความหนาแน่นของทรานซิสเตอร์ เทียบเท่า ระดับดังกล่าวผ่านเทคนิคด้านการออกแบบ 1
8
จึงควรแยกคำกล่าวอ้างออกเป็น 3 ระดับ
ทั้งสามเรื่องอาจเกี่ยวข้องกัน แต่ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน เป้าหมายที่ Huawei ประกาศสนับสนุนได้ในขณะนี้คือข้อที่สอง ส่วนการมีสายการผลิต 1.4 นาโนเมตรจริง หรือการให้ประสิทธิภาพเทียบเท่าในทุกลักษณะงาน ยังไม่ได้รับการยืนยันจากการประกาศนี้เพียงอย่างเดียว
ความพยายามนี้มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ เพราะ Huawei สูญเสียการเข้าถึงสายการผลิตชิปขั้นสูงจากภายนอก หลังมาตรการของสหรัฐฯ ส่งผลต่อบริษัทที่ใช้เทคโนโลยีของสหรัฐฯ ในการผลิตชิปให้ HiSilicon ธุรกิจออกแบบชิปของ Huawei จึงต้องพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศมากขึ้น รวมถึง SMIC ซึ่งเป็นโรงงานผลิตชิปรายใหญ่ของจีน
มาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ ยังจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีและเครื่องจักรผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงของจีน รายงานที่อ้างข้อมูลจาก TechInsights ในปี 2025 ระบุว่า SMIC ยังคงเผชิญความยากลำบากในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การผลิตยุคถัดไป โดยชิปในแล็ปท็อปของ Huawei รุ่นหนึ่งยังใช้กระบวนการผลิต 7 นาโนเมตร N+2 รุ่นเก่า
ช่องว่างนี้ช่วยอธิบายว่าเหตุใด Huawei จึงให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพในระดับสถาปัตยกรรมและระบบ แทนที่จะฝากความหวังทั้งหมดไว้กับการเข้าถึงเครื่องมือผลิตด้วยเทคโนโลยีลิโทกราฟีรุ่นใหม่ที่สุด
Huawei แสดงให้เห็นแล้วว่าการผลิตภายในประเทศสามารถช่วยฟื้นฟูธุรกิจได้บางส่วน สมาร์ตโฟน Mate 60 Pro ที่เปิดตัวในปี 2023 ใช้ชิปประมวลผลระดับ 7 นาโนเมตรที่ผลิตภายในประเทศโดย SMIC และช่วยให้ Huawei กลับมาทำสมาร์ตโฟนเรือธงที่รองรับ 5G ได้อีกครั้ง หลังข้อจำกัดต่าง ๆ เคยสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อธุรกิจอุปกรณ์ผู้บริโภคของบริษัท
การนำเสนอของ Huawei ยืนยันว่าบริษัทกำลังเดินหน้ากลยุทธ์การพัฒนาชิปที่เน้นการออกแบบและการปรับแต่งร่วมกันหลายระดับ พร้อมกำหนดหมุดหมายที่ชัดเจน ได้แก่ ชิป Kirin ที่วางแผนเปิดตัวในฤดูใบไม้ร่วงปี 2026 และเป้าหมายความหนาแน่นเทียบเท่า 1.4 นาโนเมตรภายในปี 2031 1
4
แต่การประกาศนี้ยัง ไม่ได้พิสูจน์ ว่า Huawei เทียบเท่าเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงที่สุดของ TSMC แล้ว หรือว่า SMIC สามารถผลิตโหนด 1.4 นาโนเมตรจริงได้ในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังไม่สามารถรับประกันว่า LogicFolding จะสร้างผลลัพธ์ตามที่คาดหวังในสมาร์ตโฟนและระบบ AI ได้จริง
คำตอบจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งอัตราผลิตได้สำเร็จ การใช้พลังงาน ความเข้ากันได้กับซอฟต์แวร์ ผลการทดสอบมาตรฐาน และการวิเคราะห์ทางเทคนิคจากหน่วยงานอิสระ
ถึงอย่างนั้น นัยสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ยังคงมีอยู่ หาก Huawei สามารถดึงประสิทธิภาพและความหนาแน่นออกมาจากกระบวนการผลิตที่มีข้อจำกัดได้มากขึ้น บริษัทก็อาจลดผลกระทบในทางปฏิบัติจากช่องว่างด้านการผลิตลงได้
ในเวลานี้ Tau Scaling Law และ LogicFolding จึงควรถูกมองว่าเป็นแนวทางที่น่าสนใจ แต่ยังพึ่งพาคำกล่าวอ้างจากบริษัทเป็นหลัก การเปิดตัว Kirin ในปี 2026 และผลการทดสอบอิสระหลังจากนั้น จะเป็นตัวชี้วัดว่า Huawei พบเส้นทางใหม่ที่ยั่งยืนจริง หรือเพียงนำเสนอวิธีใหม่ในการอธิบายการปรับแต่งชิปภายใต้ข้อจำกัดเดิม
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Huawei ระบุว่า Tau Scaling Law และสถาปัตยกรรม LogicFolding อาจทำให้ชิปมีความหนาแน่นทรานซิสเตอร์เทียบเท่ากระบวนการผลิตระดับ 1.4 นาโนเมตร หรือ 14A ได้ภายในปี 2031 แต่เป้าหมายนี้เป็นเรื่องของการออกแบบและความหนาแน่น ไม่ใช...
Huawei ระบุว่า Tau Scaling Law และสถาปัตยกรรม LogicFolding อาจทำให้ชิปมีความหนาแน่นทรานซิสเตอร์เทียบเท่ากระบวนการผลิตระดับ 1.4 นาโนเมตร หรือ 14A ได้ภายในปี 2031 แต่เป้าหมายนี้เป็นเรื่องของการออกแบบและความหนาแน่น ไม่ใช... He Tingbo ผู้บริหารธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ของ Huawei นำเสนอแนวคิดนี้ที่งาน IEEE ISCAS 2026 โดยเสนอให้วงการมองข้ามการย่อขนาดทางเรขาคณิต และให้ความสำคัญกับการลดเวลาหน่วงของสัญญาณตั้งแต่ระดับอุปกรณ์ไปจนถึงระบบ [1][6]
Huawei บอกว่าแนวทางดังกล่าวถูกใช้ในการออกแบบและผลิตชิปจำนวน 381 รุ่นในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา และชิป Kirin รุ่นใหม่ที่วางแผนเปิดตัวในฤดูใบไม้ร่วงปี 2026 จะใช้ LogicFolding อย่างเต็มรูปแบบ แต่ตัวเลขประสิทธิภาพยังต้องรอการตร...
Huawei ระบุว่า Tau Scaling Law และสถาปัตยกรรม LogicFolding อาจทำให้ชิปมีความหนาแน่นทรานซิสเตอร์เทียบเท่ากระบวนการผลิตระดับ 1.4 นาโนเมตร หรือ 14A ได้ภายในปี 2031 แต่เป้าหมายนี้เป็นเรื่องของการออกแบบและความหนาแน่น ไม่ใช... He Tingbo ผู้บริหารธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ของ Huawei นำเสนอแนวคิดนี้ที่งาน IEEE ISCAS 2026 โดยเสนอ...
เผยแพร่โดยแก้ไขด้วย GPT-5.6 Lunaรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Huawei announce about achieving advanced semiconductor production without TSMC, including He Tingbo’s appearance at the IEEE Intern. Article summary: Huawei announced a proposed route to more advanced chips that emphasizes design and system architecture rather than relying solely on ever-smaller lithographic features. It is a significant strategic claim, but not proof. Topic tags: general, general web, user generated, government, education. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, wat
Huawei กำลังเสนอเส้นทางใหม่เพื่อเดินหน้าพัฒนาชิป แม้การเข้าถึงเครื่องมือผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงจะถูกจำกัด แนวคิดดังกล่าวถูกนำเสนอโดย He Tingbo ประธานธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์และประธานคณะกรรมการนักวิทยาศาสตร์ของ Huawei ในการกล่าวปาฐกถาที่งาน 2026 IEEE International Symposium on Circuits and Systems (ISCAS) ณ นครเซี่ยงไฮ้ 1
หัวใจของการประกาศคือ Tau (τ) Scaling Law และสถาปัตยกรรม LogicFolding โดย Huawei ตั้งเป้าว่าชิปประสิทธิภาพสูงอาจมีความหนาแน่นของทรานซิสเตอร์เทียบเท่ากระบวนการระดับ 1.4 นาโนเมตร หรือ 14A ภายในปี 2031 1
4
อย่างไรก็ตาม คำว่า “เทียบเท่า 1.4 นาโนเมตร” มีความสำคัญอย่างมาก เพราะไม่ได้หมายความว่า Huawei หรือโรงงานผลิตชิปในจีนสามารถผลิตชิปด้วยโหนด 1.4 นาโนเมตรจริงได้แล้ว แต่เป็นการตั้งเป้าความหนาแน่นผ่านการออกแบบวงจร สถาปัตยกรรม และการเพิ่มประสิทธิภาพทั้งระบบ
ปาฐกถาของ He Tingbo ในหัวข้อ “New Semiconductor Path in Practice” นำเสนอ Tau Scaling ในฐานะหลักคิดใหม่สำหรับการพัฒนาเซมิคอนดักเตอร์และระบบอิเล็กทรอนิกส์ 1
6
ในอดีต ความก้าวหน้าของชิปมักอธิบายด้วย การสเกลทางเรขาคณิต (geometric scaling) หรือการทำให้ทรานซิสเตอร์มีขนาดเล็กลงเรื่อย ๆ แต่ Huawei เสนอให้เพิ่มน้ำหนักกับ การสเกลตามเวลา (time หรือ τ scaling) ซึ่งมุ่งลดค่าคงตัวเวลา หรือเวลาที่สัญญาณใช้เดินทางและประมวลผลภายในระบบ
แนวคิดนี้ไม่ได้หมายถึงการเลิกพัฒนากระบวนการผลิต แต่เป็นการประสานการปรับปรุงหลายระดับ เพื่อให้ชิปทำงานได้มากขึ้นด้วยความหน่วงและการใช้พลังงานที่ลดลง แม้ขนาดทรานซิสเตอร์จะไม่สามารถย่อเล็กลงได้เร็วเท่าเดิม
LogicFolding คือสถาปัตยกรรมหลักที่ Huawei เชื่อมโยงเข้ากับ Tau Scaling Law บริษัทระบุว่าเทคนิคนี้สามารถจัดวางตรรกะให้ก้าวข้ามข้อจำกัดของการวางวงจรแบบระนาบดั้งเดิม ช่วยลดระยะทางของเส้นทางสัญญาณที่สำคัญ และลดผลกระทบจากความต้านทานกับความจุไฟฟ้าของสายเชื่อมต่อ 1
4
Huawei อธิบายแนวทางนี้เป็นการปรับให้สอดประสานกันตั้งแต่ระดับอุปกรณ์ไปจนถึงระบบ ได้แก่
จุดนี้ทำให้ LogicFolding ควรถูกมองว่าเป็น แนวทางการออกแบบชิป มากกว่าจะเป็นกระบวนการผลิตแบบใหม่ เพราะประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดโหนดเพียงอย่างเดียว สถาปัตยกรรม การเชื่อมต่อระหว่างส่วนต่าง ๆ การจัดวางวงจร การบรรจุชิป และการออกแบบให้เหมาะกับงานเฉพาะประเภท ล้วนมีผลต่อประสิทธิภาพที่ผู้ใช้ได้รับจริง
Huawei ระบุว่าในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา กรอบแนวคิด Tau Scaling สนับสนุนการออกแบบและการผลิตชิปจำนวน 381 รุ่น ครอบคลุมทั้งการใช้งานในสมาร์ตโฟนและการประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ 1
6
บริษัทใช้ตัวเลขนี้เป็นหลักฐานว่าแนวทางดังกล่าวถูกนำไปใช้ในการผลิตจริง ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดบนกระดาษ แต่ข้อมูลที่มีอยู่ไม่ได้เปิดเผยการตรวจสอบจากหน่วยงานอิสระสำหรับชิปทั้ง 381 รุ่น หรือการเปรียบเทียบด้วยมาตรฐานเดียวกันในด้านความหนาแน่น ประสิทธิภาพ และการใช้พลังงาน
ดังนั้น ตัวเลข 381 รุ่นควรถูกระบุอย่างชัดเจนว่าเป็น คำกล่าวอ้างจาก Huawei ยังไม่ใช่หลักฐานที่ผ่านการยืนยันโดยอิสระว่า Tau Scaling Law เป็นกฎการสเกลรูปแบบใหม่ของอุตสาหกรรมโดยรวม
Huawei ยังระบุด้วยว่าชิปประมวลผลสมาร์ตโฟน Kirin รุ่นใหม่ที่มีกำหนดเปิดตัวในฤดูใบไม้ร่วงปี 2026 จะใช้ LogicFolding อย่างเต็มรูปแบบ 4 ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะเป็นบททดสอบสำคัญ เพราะการผ่าชิ้นส่วนเครื่อง การทดสอบประสิทธิภาพ และการวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญภายนอกจะช่วยชี้ว่าเทคนิคนี้สร้างความแตกต่างในผลิตภัณฑ์จริงได้มากเพียงใด
คำว่า “1.4 นาโนเมตร” มักถูกใช้เป็นชื่อเรียกยุคของเทคโนโลยีการผลิต ไม่ได้หมายถึงขนาดทางกายภาพของทุกส่วนในทรานซิสเตอร์โดยตรง แต่เป้าหมายของ Huawei ในกรณีนี้คือการทำให้ชิปมีความหนาแน่นของทรานซิสเตอร์ เทียบเท่า ระดับดังกล่าวผ่านเทคนิคด้านการออกแบบ 1
8
จึงควรแยกคำกล่าวอ้างออกเป็น 3 ระดับ
ทั้งสามเรื่องอาจเกี่ยวข้องกัน แต่ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน เป้าหมายที่ Huawei ประกาศสนับสนุนได้ในขณะนี้คือข้อที่สอง ส่วนการมีสายการผลิต 1.4 นาโนเมตรจริง หรือการให้ประสิทธิภาพเทียบเท่าในทุกลักษณะงาน ยังไม่ได้รับการยืนยันจากการประกาศนี้เพียงอย่างเดียว
ความพยายามนี้มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ เพราะ Huawei สูญเสียการเข้าถึงสายการผลิตชิปขั้นสูงจากภายนอก หลังมาตรการของสหรัฐฯ ส่งผลต่อบริษัทที่ใช้เทคโนโลยีของสหรัฐฯ ในการผลิตชิปให้ HiSilicon ธุรกิจออกแบบชิปของ Huawei จึงต้องพึ่งพาห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศมากขึ้น รวมถึง SMIC ซึ่งเป็นโรงงานผลิตชิปรายใหญ่ของจีน
มาตรการควบคุมการส่งออกของสหรัฐฯ ยังจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีและเครื่องจักรผลิตเซมิคอนดักเตอร์ขั้นสูงของจีน รายงานที่อ้างข้อมูลจาก TechInsights ในปี 2025 ระบุว่า SMIC ยังคงเผชิญความยากลำบากในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การผลิตยุคถัดไป โดยชิปในแล็ปท็อปของ Huawei รุ่นหนึ่งยังใช้กระบวนการผลิต 7 นาโนเมตร N+2 รุ่นเก่า
ช่องว่างนี้ช่วยอธิบายว่าเหตุใด Huawei จึงให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพในระดับสถาปัตยกรรมและระบบ แทนที่จะฝากความหวังทั้งหมดไว้กับการเข้าถึงเครื่องมือผลิตด้วยเทคโนโลยีลิโทกราฟีรุ่นใหม่ที่สุด
Huawei แสดงให้เห็นแล้วว่าการผลิตภายในประเทศสามารถช่วยฟื้นฟูธุรกิจได้บางส่วน สมาร์ตโฟน Mate 60 Pro ที่เปิดตัวในปี 2023 ใช้ชิปประมวลผลระดับ 7 นาโนเมตรที่ผลิตภายในประเทศโดย SMIC และช่วยให้ Huawei กลับมาทำสมาร์ตโฟนเรือธงที่รองรับ 5G ได้อีกครั้ง หลังข้อจำกัดต่าง ๆ เคยสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อธุรกิจอุปกรณ์ผู้บริโภคของบริษัท
การนำเสนอของ Huawei ยืนยันว่าบริษัทกำลังเดินหน้ากลยุทธ์การพัฒนาชิปที่เน้นการออกแบบและการปรับแต่งร่วมกันหลายระดับ พร้อมกำหนดหมุดหมายที่ชัดเจน ได้แก่ ชิป Kirin ที่วางแผนเปิดตัวในฤดูใบไม้ร่วงปี 2026 และเป้าหมายความหนาแน่นเทียบเท่า 1.4 นาโนเมตรภายในปี 2031 1
4
แต่การประกาศนี้ยัง ไม่ได้พิสูจน์ ว่า Huawei เทียบเท่าเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงที่สุดของ TSMC แล้ว หรือว่า SMIC สามารถผลิตโหนด 1.4 นาโนเมตรจริงได้ในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังไม่สามารถรับประกันว่า LogicFolding จะสร้างผลลัพธ์ตามที่คาดหวังในสมาร์ตโฟนและระบบ AI ได้จริง
คำตอบจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งอัตราผลิตได้สำเร็จ การใช้พลังงาน ความเข้ากันได้กับซอฟต์แวร์ ผลการทดสอบมาตรฐาน และการวิเคราะห์ทางเทคนิคจากหน่วยงานอิสระ
ถึงอย่างนั้น นัยสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ยังคงมีอยู่ หาก Huawei สามารถดึงประสิทธิภาพและความหนาแน่นออกมาจากกระบวนการผลิตที่มีข้อจำกัดได้มากขึ้น บริษัทก็อาจลดผลกระทบในทางปฏิบัติจากช่องว่างด้านการผลิตลงได้
ในเวลานี้ Tau Scaling Law และ LogicFolding จึงควรถูกมองว่าเป็นแนวทางที่น่าสนใจ แต่ยังพึ่งพาคำกล่าวอ้างจากบริษัทเป็นหลัก การเปิดตัว Kirin ในปี 2026 และผลการทดสอบอิสระหลังจากนั้น จะเป็นตัวชี้วัดว่า Huawei พบเส้นทางใหม่ที่ยั่งยืนจริง หรือเพียงนำเสนอวิธีใหม่ในการอธิบายการปรับแต่งชิปภายใต้ข้อจำกัดเดิม
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Huawei ระบุว่า Tau Scaling Law และสถาปัตยกรรม LogicFolding อาจทำให้ชิปมีความหนาแน่นทรานซิสเตอร์เทียบเท่ากระบวนการผลิตระดับ 1.4 นาโนเมตร หรือ 14A ได้ภายในปี 2031 แต่เป้าหมายนี้เป็นเรื่องของการออกแบบและความหนาแน่น ไม่ใช...
Huawei ระบุว่า Tau Scaling Law และสถาปัตยกรรม LogicFolding อาจทำให้ชิปมีความหนาแน่นทรานซิสเตอร์เทียบเท่ากระบวนการผลิตระดับ 1.4 นาโนเมตร หรือ 14A ได้ภายในปี 2031 แต่เป้าหมายนี้เป็นเรื่องของการออกแบบและความหนาแน่น ไม่ใช... He Tingbo ผู้บริหารธุรกิจเซมิคอนดักเตอร์ของ Huawei นำเสนอแนวคิดนี้ที่งาน IEEE ISCAS 2026 โดยเสนอให้วงการมองข้ามการย่อขนาดทางเรขาคณิต และให้ความสำคัญกับการลดเวลาหน่วงของสัญญาณตั้งแต่ระดับอุปกรณ์ไปจนถึงระบบ [1][6]
Huawei บอกว่าแนวทางดังกล่าวถูกใช้ในการออกแบบและผลิตชิปจำนวน 381 รุ่นในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา และชิป Kirin รุ่นใหม่ที่วางแผนเปิดตัวในฤดูใบไม้ร่วงปี 2026 จะใช้ LogicFolding อย่างเต็มรูปแบบ แต่ตัวเลขประสิทธิภาพยังต้องรอการตร...