เซินเจิ้นเปิดคลัสเตอร์ AI ระดับ 10,000 การ์ดแห่งแรกของจีนที่ใช้ชิปและระบบซอฟต์แวร์ภายในประเทศทั้งหมด มีกำลังประมวลผล 11,000 petaflops และเมื่อรวมเฟสเดิม 3,000 petaflopsแล้ว มีขนาดรวม 14,000 petaflops [7][11] หัวใจของระบบคือชิป Huawei Ascend 910C และสแต็ก “Ascend + CANN” โดยมีรายงานว่า 910C ทำประสิทธิภาพด้านการอนุมาน...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did China’s new 10,000 card AI cluster in Shenzhen achieve, what Huawei technologies power it—including the Ascend 910C chips and their. Article summary: Shenzhen’s new system is China’s first fully domestic, full stack 10,000 card AI cluster.. Topic tags: general web, openai, ai, productivity, code. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait thumbnails, icons, and tiny thumbnail layouts. Make it useful as an illustrative visual, not as factua
เซินเจิ้น ศูนย์กลางเทคโนโลยีทางตอนใต้ของจีน เปิดใช้งานคลัสเตอร์ประมวลผล AI ขนาด 10,000 การ์ด ซึ่งเป็นคลัสเตอร์ระดับดังกล่าวแห่งแรกของจีนที่ใช้ชิปขั้นสูงจากหัวเว่ยและมีโครงสร้างแบบ “ฟูลสแต็ก” ที่ควบคุมได้ภายในประเทศ ตั้งแต่ชิป เซิร์ฟเวอร์ ระบบเครือข่าย ไปจนถึงซอฟต์แวร์ 711
เฟสใหม่มีกำลังประมวลผล 11,000 petaflops หรือประมาณ 11,000 ล้านล้านล้านการคำนวณต่อวินาทีตามหน่วยที่ใช้วัดงานประมวลผลสมรรถนะสูง เมื่อนำไปรวมกับคลัสเตอร์เฟสก่อนหน้าซึ่งมีกำลัง 3,000 petaflops ทำให้โครงการทั้งหมดมีศักยภาพรวม 14,000 petaflops 711
คลัสเตอร์นี้ใช้ตัวเร่งประมวลผล AI Huawei Ascend 910C เป็นแกนหลัก พร้อมระบบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่เรียกว่า Ascend + CANN โดย CANN เป็นแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์ของหัวเว่ยสำหรับจัดการและเร่งงานบนชิป Ascend เป้าหมายคือทำให้ส่วนประกอบต่าง ๆ ในศูนย์ข้อมูลทำงานร่วมกันได้โดยไม่ต้องพึ่งพาสแต็กของ Nvidia ทั้งหมด
รายงานที่อ้างอิงการทดสอบของนักวิจัยจาก DeepSeek ระบุว่า Ascend 910C ทำประสิทธิภาพด้านการอนุมานได้ประมาณ 60% ของ Nvidia H100 1114 อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็นการเปรียบเทียบในลักษณะงานและการทดสอบที่มีเงื่อนไขเฉพาะ ไม่ควรตีความว่า 910C มีประสิทธิภาพเทียบเท่า H100 ในทุกงาน เพราะยังไม่ใช่หลักฐานยืนยันความเสมอกันด้านการฝึกโมเดล ซอฟต์แวร์ ความเสถียร หรือประสิทธิภาพต่อพลังงาน
หัวเว่ยยังพัฒนาระบบระดับเซิร์ฟเวอร์และแร็กเพื่อเชื่อมชิปจำนวนมากเข้าด้วยกัน ตัวอย่างเช่น CloudMatrix 384 ซึ่งรวม Ascend 910C จำนวน 384 ตัวไว้ในระบบเดียว และถูกนำเสนอว่าอาจแข่งขันกับระบบประมวลผลขนาดใหญ่ของ Nvidia ได้ในบางเวิร์กโหลด แต่ก็ยังมีข้อแลกเปลี่ยนด้านประสิทธิภาพและการใช้พลังงาน 610
การมีชิป AI ที่แรงเพียงตัวเดียวไม่เพียงพอสำหรับการฝึกโมเดลขนาดใหญ่ คลัสเตอร์จะนำตัวเร่งประมวลผลจำนวนหลายพันตัวมาเชื่อมต่อกัน เพื่อแบ่งงานออกเป็นส่วน ๆ แล้วประมวลผลแบบขนาน เช่น
เมื่อจัดสรรงานได้เหมาะสม กำลังประมวลผลรวมจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่การต่อชิปจำนวนมากไม่ได้ทำให้ระบบเร็วขึ้นโดยอัตโนมัติ เพราะชิปเหล่านี้ต้องแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันตลอดเวลา เครือข่ายความเร็วสูง หน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง และซอฟต์แวร์ที่ประสานการทำงานจึงมีความสำคัญ หากการสื่อสารระหว่างช้าหรือซอฟต์แวร์จัดการไม่ดี เวลาที่เสียไปกับการส่งข้อมูลอาจลดทอนประโยชน์จากการเพิ่มจำนวนชิปลงอย่างมาก
เฟสคลัสเตอร์ 3,000 petaflops ที่เปิดใช้งานก่อนหน้านี้มีรายงานว่าถูกจองเต็มก่อนการขยายเป็นระบบ 10,000 การ์ด 11 ข้อมูลอีกชุดระบุว่าเกือบ 50 องค์กรได้ลงนามข้อตกลงกรอบเพื่อใช้กำลังประมวลผล และอัตราการจองรวมของโครงการอยู่ที่ 92% 1
ตัวเลขเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าความต้องการกำลังประมวลผล AI ภายในจีนมีอยู่จริง โดยเฉพาะสำหรับห้องปฏิบัติการ AI บริษัทเทคโนโลยี และหน่วยงานวิจัยที่ต้องการเข้าถึงทรัพยากรภายในประเทศ แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่าระบบของหัวเว่ยเข้ามาแทนที่ Nvidia ได้อย่างกว้างขวางทั่วประเทศ บริษัทจีนบางแห่งยังคงเข้าถึงกำลังประมวลผลจากชิป Nvidia ผ่านศูนย์ข้อมูลในต่างประเทศ
นอกจากนี้ กลุ่มวิจัยที่มีหัวเว่ยร่วมอยู่ด้วยระบุว่าสามารถทำ post-training แบบอัปเดตพารามิเตอร์ทั้งหมดให้กับโมเดล DeepSeek V4-Pro ขนาด 1.6 ล้านล้านพารามิเตอร์ โดยใช้คลัสเตอร์ Ascend 910C อย่างน้อย 1,000 ตัว หากข้อมูลดังกล่าวได้รับการยืนยันเพิ่มเติม ก็จะสะท้อนว่าชิปจีนสามารถรองรับงานในขั้นตอนการฝึกหรือปรับแต่งโมเดลขนาดใหญ่ได้ดีขึ้น ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงงานอนุมานเท่านั้น 3
หัวเว่ยเปิดเผยแนวทางออกแบบชิปที่ตั้งเป้าให้มีความหนาแน่นของทรานซิสเตอร์เทียบเท่ากระบวนการผลิตระดับ 1.4 นาโนเมตรภายในปี 2031 โดยไม่พึ่งพาเครื่องมือการผลิตด้วยลิโทกราฟีที่ก้าวหน้าที่สุด อย่างไรก็ตาม ข้อมูลนี้เป็นโรดแมปหรือการคาดการณ์ของบริษัท และยังไม่มีข้อมูลประสิทธิภาพจากชิปที่ผลิตจริงมารองรับ
แยกจากประเด็นดังกล่าว Reuters รายงานว่าการทดสอบกับลูกค้าของ Ascend 950PR เป็นไปในทิศทางที่ดี และ ByteDance กับ Alibaba กำลังพิจารณาสั่งซื้อชิปดังกล่าว รายงานยังระบุว่า 950PR มีความเข้ากันได้กับซอฟต์แวร์ CUDA ของ Nvidia มากขึ้น ซึ่งอาจช่วยลดต้นทุนการย้ายระบบสำหรับบริษัทที่มีโค้ดและเวิร์กโฟลว์เดิมอยู่บนแพลตฟอร์ม Nvidia
สหรัฐฯ เริ่มควบคุมการส่งออก GPU ขั้นสูงอย่าง Nvidia A100 และ H100 ไปยังจีนในปี 2022 และออกมาตรการที่เข้มงวดยิ่งขึ้นในปี 2023 โดยครอบคลุมชิปสำหรับการประมวลผลขั้นสูงและอุปกรณ์ผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่เกี่ยวข้อง
ในบริบทนี้ คลัสเตอร์เซินเจิ้นไม่ได้เป็นเพียงโครงการเพิ่มกำลังประมวลผล แต่ยังเป็นการตอบสนองเชิงอุตสาหกรรมต่อข้อจำกัดดังกล่าว จีนพยายามสร้างทางเลือกภายในประเทศให้ครบทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่ตัวเร่ง AI ระบบเซิร์ฟเวอร์ เครือข่ายความเร็วสูง ไปจนถึงเครื่องมือซอฟต์แวร์ที่ใช้พัฒนาและรันโมเดล
หัวเว่ยมีบทบาทสำคัญเพราะตระกูล Ascend ทำหน้าที่เป็นทางเลือกในทั้งระดับชิปและระบบศูนย์ข้อมูล จึงช่วยให้จีนสามารถขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI ได้แม้การเข้าถึงชิปต่างประเทศถูกจำกัด 712 แต่ตัวเลขประสิทธิภาพที่ยังตามหลัง H100 ในบางงาน และการที่บริษัทจีนบางส่วนยังต้องพึ่งพากำลังประมวลผล Nvidia จากนอกประเทศ ก็แสดงให้เห็นว่าการพึ่งพาตนเองของจีนยังอยู่ระหว่างการสร้าง ไม่ใช่ภารกิจที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
เซินเจิ้นเปิดคลัสเตอร์ AI ระดับ 10,000 การ์ดแห่งแรกของจีนที่ใช้ชิปและระบบซอฟต์แวร์ภายในประเทศทั้งหมด มีกำลังประมวลผล 11,000 petaflops และเมื่อรวมเฟสเดิม 3,000 petaflopsแล้ว มีขนาดรวม 14,000 petaflops [7][11]
เซินเจิ้นเปิดคลัสเตอร์ AI ระดับ 10,000 การ์ดแห่งแรกของจีนที่ใช้ชิปและระบบซอฟต์แวร์ภายในประเทศทั้งหมด มีกำลังประมวลผล 11,000 petaflops และเมื่อรวมเฟสเดิม 3,000 petaflopsแล้ว มีขนาดรวม 14,000 petaflops [7][11] หัวใจของระบบคือชิป Huawei Ascend 910C และสแต็ก “Ascend + CANN” โดยมีรายงานว่า 910C ทำประสิทธิภาพด้านการอนุมานได้ราว 60% ของ Nvidia H100 ในการทดสอบเฉพาะงาน [11][14]
เฟสเดิมมีรายงานว่าถูกจองเต็มแล้ว ขณะที่ข้อมูลอีกชุดระบุว่ามีเกือบ 50 องค์กรลงนามข้อตกลง และอัตราการจองรวมอยู่ที่ 92% [1][11]