การปรับบัญชีเมื่อวันที่ 8–10 มิถุนายน 2026 เพิ่ม 65 หน่วยงาน ทำให้มีรายชื่อรวม 188 แห่ง ครอบคลุมบริษัทเทคโนโลยี รถยนต์ ชีวเวชภัณฑ์ หุ่นยนต์ และเซมิคอนดักเตอร์ [2][3][4][39] บริษัทเด่นที่ถูกเพิ่ม ได้แก่ Alibaba, Baidu, BYD, CXMT, YMTC, WuXi AppTec, RoboSense และ Unitree โดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ อ้างความเชื่อมโยงกับหน่ว...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did the Pentagon’s updated 1260H list of Chinese “military companies” announced in June 2026 include, why were major firms such as Alib. Article summary: The June 8/10, 2026 update substantially broadened the Pentagon’s Section 1260H roster of “Chinese military companies” to major consumer, technology, automotive, biotechnology, robotics and semiconductor firms.. Topic tags: general web, ai, workflow, security, privacy. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake
การปรับปรุงบัญชี Section 1260H ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ในเดือนมิถุนายน 2026 ถือเป็นการขยายขอบเขตครั้งสำคัญ จากเดิมที่เน้นบริษัทอุตสาหกรรมและกลาโหม ไปสู่แบรนด์ผู้บริโภค เทคโนโลยี รถยนต์ ชีวเวชภัณฑ์ หุ่นยนต์ และผู้ผลิตชิปชื่อดังของจีน
ประเด็นสำคัญคือ รายชื่อนี้เป็น บัญชีระบุบริษัทตามกฎหมาย ไม่ใช่บัญชีคว่ำบาตรหรือบัญชีห้ามทำธุรกิจเชิงพาณิชย์กับสหรัฐฯ โดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ตาม การขึ้นบัญชีจะนำไปสู่ข้อจำกัดสำคัญด้านการจัดซื้อของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ 2
การประกาศเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน และการเผยแพร่เอกสารในวันที่ 10 มิถุนายน 2026 เพิ่มหน่วยงานทั้งหมด 65 แห่ง แบ่งเป็นบริษัทแม่ 17 แห่งและบริษัทย่อย 48 แห่ง ทำให้บัญชีมีรายชื่อรวม 188 แห่ง 3439
บริษัทที่ถูกจับตามองมากที่สุด ได้แก่
การประกาศครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากมีบัญชีฉบับหนึ่งถูกเผยแพร่ในเดือนกุมภาพันธ์แล้วถอนออกไปในเวลาสั้น ๆ โดยบัญชีฉบับเดือนมิถุนายนมีเนื้อหาใกล้เคียงกับร่างดังกล่าว แต่มีความแตกต่างในรายละเอียด รวมถึงการคงชื่อ CXMT และ YMTC ไว้ 35
ในเวลาเดียวกัน สหรัฐฯ ถอด 10 บริษัทที่เคยอยู่ในบัญชีวันที่ 7 มกราคม 2025 ได้แก่
ฐานกฎหมายคือมาตรา 1260H ของกฎหมายงบประมาณกลาโหมสหรัฐฯ ประจำปีงบประมาณ 2021 หรือ William M. “Mac” Thornberry National Defense Authorization Act ซึ่งกำหนดให้กระทรวงกลาโหมระบุบริษัทที่ดำเนินงานโดยตรงหรือโดยอ้อมในสหรัฐฯ และเข้าเกณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แก่ มีความเชื่อมโยงเพียงพอกับกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนหรือคณะกรรมาธิการทหารส่วนกลาง หรือเป็นผู้สนับสนุนฐานอุตสาหกรรมกลาโหมจีนภายใต้แนวคิด “การผสานพลเรือนกับทหาร” (military-civil fusion) 2
กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ไม่ได้กล่าวหาว่าทุกบริษัทในบัญชีเป็นผู้ผลิตอาวุธแบบดั้งเดิม แต่ใช้เหตุผลด้านโครงสร้างองค์กร ความเป็นเจ้าของ ความเชื่อมโยงกับหน่วยงานรัฐ และการมีส่วนร่วมในระบบอุตสาหกรรมที่รัฐนำเป็นหลัก ตัวอย่างเหตุผลที่เผยแพร่มีดังนี้
Alibaba และ Baidu: สหรัฐฯ ระบุว่าทั้งสองบริษัทมีความเชื่อมโยงทางอ้อมกับ State-owned Assets Supervision and Administration Commission หรือ SASAC ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลทรัพย์สินของรัฐจีน และถือเป็นผู้สนับสนุนการผสานพลเรือนกับทหารจากความเกี่ยวข้องกับกระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน หรือ MIIT 2
BYD: สหรัฐฯ ระบุว่าบริษัทมีความเชื่อมโยงทั้งทางตรงและทางอ้อมกับ SASAC รวมถึงมีความเชื่อมโยงทางอ้อมกับ MIIT และเข้าข่ายผู้สนับสนุนการผสานพลเรือนกับทหาร 2
CXMT: กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่าผู้ผลิตชิปรายนี้มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับ MIIT และมีความเชื่อมโยงทางอ้อมกับ SASAC และ MIIT 2
YMTC: สหรัฐฯ ระบุว่าบริษัทมีเจ้าของทางอ้อมเป็น SASAC และมีความเชื่อมโยงทางอ้อมกับ MIIT รวมถึง State Administration of Science, Technology and Industry for National Defense หรือ SASTIND ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านอุตสาหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการป้องกันประเทศ 1
WuXi AppTec: สหรัฐฯ ระบุว่าบริษัทวิจัยและผลิตยาแบบรับจ้างแห่งนี้มีเจ้าของทางอ้อมเป็น SASAC และมีความเชื่อมโยงทางอ้อมกับ SASTIND และกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน 1
Unitree: กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่าบริษัทมีความเป็นเจ้าของและความเชื่อมโยงทางอ้อมกับ SASAC พร้อมจัดให้เป็นผู้สนับสนุนการผสานพลเรือนกับทหาร 2
RoboSense: เอกสารที่เผยแพร่ระบุว่าบริษัทเป็นผู้สนับสนุนการผสานพลเรือนกับทหาร และเชื่อมโยงกับฐานอุตสาหกรรมกลาโหมจีนผ่านความเกี่ยวข้องกับกองทัพปลดปล่อยประชาชนตามที่สหรัฐฯ กล่าวอ้าง 2
โดยรวมแล้ว แนวทางด้านหลักฐานของสหรัฐฯ เน้นความเชื่อมโยงทางการบริหารและโครงสร้าง เช่น ความเกี่ยวข้องกับ SASAC, MIIT, SASTIND หรือกองทัพ การถือครองโดยรัฐ การได้รับการสนับสนุนจากนโยบายอุตสาหกรรม การมีใบอนุญาตผลิตด้านทหาร การตั้งอยู่ในพื้นที่ส่งเสริมการผสานพลเรือนกับทหาร รวมถึงการได้รับสถานะอย่าง “Little Giant” หรือ “Single Champion” 12
อย่างไรก็ตาม เอกสารสาธารณะระบุข้อสรุปและหมวดกฎหมายที่ใช้อ้างอิงเป็นหลัก ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดข่าวกรองหรือหลักฐานเบื้องหลังของแต่ละบริษัทอย่างครบถ้วน 12
มาตรา 1260H กำหนดให้มีการเผยแพร่และปรับปรุงบัญชีเป็นระยะต่อเนื่องจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2030 บริษัทที่ถูกระบุชื่อสามารถยื่นขอให้พิจารณาใหม่ได้ โดยส่งหลักฐานว่าการขึ้นบัญชีไม่มีมูลเพียงพอ หรือสถานการณ์ที่เคยเป็นเหตุผลในการขึ้นบัญชีไม่ได้เกิดขึ้นแล้ว 12
การอยู่ในบัญชีนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าสหรัฐฯ ห้ามการค้า การลงทุน การส่งออก หรือการทำธุรกรรมของภาคเอกชนกับบริษัทนั้นทั้งหมด และไม่ใช่สถานะเดียวกับการถูกขึ้นบัญชี Specially Designated Nationals (SDN) ของสำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ หรือ OFAC หรือบัญชี Chinese Military-Industrial Complex Companies (NS-CMIC) 2
Alibaba, Baidu, BYD และ WuXi AppTec ปฏิเสธการตีความว่าบริษัทมีความเชื่อมโยงกับกองทัพจีน 7
Alibaba ระบุว่าไม่มีเหตุผลเพียงพอสำหรับการขึ้นบัญชี ปฏิเสธว่าเป็นบริษัททหารจีนหรือเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การผสานพลเรือนกับทหาร และกล่าวว่าจะใช้ช่องทางทางกฎหมายที่มีอยู่ 7 Baidu ก็ปฏิเสธเช่นกัน โดยระบุว่าการจัดให้บริษัทเป็นบริษัททหารไม่มีมูลที่น่าเชื่อถือ
รัฐบาลจีนประณามการดำเนินการดังกล่าวว่าเป็นการขยายความหมายของ “ความมั่นคงแห่งชาติ” เกินขอบเขต และเป็นการใช้บัญชีรายชื่อเพื่อเลือกปฏิบัติต่อบริษัทจีน ขณะที่กระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่าจะใช้มาตรการตอบโต้ที่จำเป็น 67
คำปฏิเสธเหล่านี้ขัดแย้งโดยตรงกับข้อสรุปของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ที่อาศัยความเชื่อมโยงด้านโครงสร้างและหน่วยงานรัฐ เอกสารสาธารณะที่มีอยู่ยังไม่สามารถชี้ขาดข้อพิพาทเกี่ยวกับความสัมพันธ์เบื้องหลังของแต่ละบริษัทได้อย่างเป็นอิสระ 127
ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2026 กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ จะไม่สามารถซื้อสินค้า บริการ หรือเทคโนโลยีโดยตรงจากบริษัทในบัญชี หรือทำสัญญาใหม่ ต่ออายุ หรือขยายสัญญาสำหรับสินค้าและบริการที่บริษัทดังกล่าวผลิตหรือพัฒนาได้ ข้อจำกัดนี้อาจครอบคลุมการจัดซื้อผ่านห่วงโซ่อุปทาน ไม่ใช่เฉพาะสัญญาที่ทำกับบริษัทจีนโดยตรง 2
ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2027 ข้อจำกัดจะขยายไปถึงการจัดซื้อสินค้าและบริการผ่านบุคคลที่สาม หากสินค้าหรือบริการนั้นผลิตหรือพัฒนาโดยบริษัทในบัญชีหรือบริษัทที่อยู่ภายใต้การควบคุมของบริษัทดังกล่าว 2
ผลในทางปฏิบัติคือ ผู้รับเหมาของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ต้องตรวจสอบว่าห่วงโซ่อุปทานของตนมีสินค้า บริการ หรือเทคโนโลยีจากบริษัทที่อยู่ในบัญชีหรือไม่ ตัวอย่างที่อาจเกี่ยวข้อง ได้แก่ บริการคลาวด์และ AI เซ็นเซอร์ แบตเตอรี่ รถยนต์ ชิป บริการห้องปฏิบัติการ และระบบหุ่นยนต์ 2
นอกจากนี้ การขึ้นบัญชียังอาจเพิ่มความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎส่งออก การตรวจสอบคู่ค้า การคัดกรองลูกค้าและชื่อเสียงทางธุรกิจ รวมถึงความเป็นไปได้ที่จะมีข้อจำกัดด้านการลงทุนในอนาคต หากบริษัทใดถูกเพิ่มเข้าไปในบัญชี NS-CMIC ของ OFAC แต่อานิสงส์หรือผลกระทบเหล่านี้เป็นความเสี่ยงต่อเนื่องที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่ผลทางกฎหมายที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติจากมาตรา 1260H เพียงอย่างเดียว 2
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
การปรับบัญชีเมื่อวันที่ 8–10 มิถุนายน 2026 เพิ่ม 65 หน่วยงาน ทำให้มีรายชื่อรวม 188 แห่ง ครอบคลุมบริษัทเทคโนโลยี รถยนต์ ชีวเวชภัณฑ์ หุ่นยนต์ และเซมิคอนดักเตอร์ [2][3][4][39]
การปรับบัญชีเมื่อวันที่ 8–10 มิถุนายน 2026 เพิ่ม 65 หน่วยงาน ทำให้มีรายชื่อรวม 188 แห่ง ครอบคลุมบริษัทเทคโนโลยี รถยนต์ ชีวเวชภัณฑ์ หุ่นยนต์ และเซมิคอนดักเตอร์ [2][3][4][39] บริษัทเด่นที่ถูกเพิ่ม ได้แก่ Alibaba, Baidu, BYD, CXMT, YMTC, WuXi AppTec, RoboSense และ Unitree โดยกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ อ้างความเชื่อมโยงกับหน่วยงานรัฐจีน กองทัพปลดปล่อยประชาชน หรือยุทธศาสตร์การผสานพลเรือนกับทหาร [1][2]
บัญชี 1260H ไม่ใช่บัญชีคว่ำบาตรหรือคำสั่งห้ามทำธุรกรรมกับบริษัทเหล่านี้ทุกกรณี แต่จะจำกัดการทำสัญญาและการจัดซื้อของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ โดยตรงตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2026 และขยายไปถึงการจัดซื้อผ่านห่วงโซ่อุปทานในปี 2...