พรีวิว DeepSeek V4 เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2026 ไม่ทำให้หุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกเทขายเหมือนครั้งก่อน เพราะตลาดคาดหมายอยู่แล้วว่าโมเดลจีนต้นทุนต่ำจะมีความสามารถสูง V4 Pro พัฒนาขึ้นจากรุ่นก่อนและอยู่ในกลุ่มโมเดลแบบเปิดน้ำหนักชั้นนำ แต่ต้องแข่งขันกับ Kimi และ Qwen จึงไม่ได้ถูกมองว่าเป็นผู้นำที่ทิ้งคู่แข่งแบบไร้ข้อโต้แย้ง ประ...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: Why did the April 2026 preview of DeepSeek-V4 fail to trigger the global technology-stock sell-off caused by DeepSeek-V3 and R1, and what do. Article summary: DeepSeek-V4 did not repeat the V3/R1 sell-off because it was no longer a surprise: investors had already absorbed that Chinese labs could produce capable, inexpensive models, and V4’s preview looked like an incremental a. Topic tags: general, news, general web, user generated. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts w
DeepSeek-V4 เปิดตัวพรีวิวเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2026 แต่ไม่ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดหุ้นโลกเหมือน DeepSeek-V3 และ R1 เหตุผลสำคัญคือโลกการลงทุนเปลี่ยนไปแล้ว โมเดล AI จีนที่มีความสามารถสูงและต้นทุนต่ำไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมายอีกต่อไป แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันที่นักลงทุนต้องนำมาคิดในมูลค่าหุ้นอยู่แล้ว
Reuters ระบุว่าปฏิกิริยาแรกต่อตลาดค่อนข้างเงียบ แม้ V4 จะพัฒนาขึ้นจากโมเดลรุ่นก่อน แต่ก็ต้องเผชิญการแข่งขันอย่างหนักจาก Kimi และ Qwen 6
ดังนั้น สิ่งที่ V4 เปิดเผยจึงไม่ใช่การทำลายความเชื่อมั่นต่อโครงสร้างพื้นฐาน AI ในชั่วข้ามคืน หากเป็นการเปลี่ยนแปลงว่าอะไรคือ “เซอร์ไพรส์” สำหรับตลาด และนักลงทุนควรประเมินความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของโมเดลที่ปรับให้ทำงานบนฮาร์ดแวร์ของ Huawei อย่างไร
การเปิดตัว V3 และ R1 ก่อนหน้านี้ดึงความสนใจ เพราะท้าทายสมมติฐานเบื้องหลังมูลค่าหุ้น AI ของสหรัฐฯ ที่อยู่ในระดับสูง นักลงทุนตั้งคำถามว่า การสร้างโมเดลที่มีประสิทธิภาพระดับแนวหน้าจำเป็นต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล ชิปขั้นสูงที่มีอยู่อย่างจำกัด และอำนาจในการรักษาราคาไว้สูงอย่างต่อเนื่องสำหรับผู้พัฒนาโมเดลและผู้ผลิตฮาร์ดแวร์จริงหรือไม่
รายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์ครั้งก่อนเชื่อมโยงแนวทางต้นทุนต่ำของ DeepSeek เข้ากับแรงกดดันต่อหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก รวมถึงคำถามใหม่เกี่ยวกับความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจของโครงสร้างพื้นฐาน AI
แต่เมื่อถึงเดือนเมษายน 2026 แนวคิดที่ว่า นักวิจัยจีนสามารถสร้างโมเดลที่มีความสามารถสูงได้ แม้เผชิญข้อจำกัดด้านการประมวลผลและชิป กลายเป็นเรื่องที่ตลาดคุ้นเคยแล้ว นักวิเคราะห์ที่ CNN อ้างถึงอธิบายว่า R1 สร้างความประหลาดใจ เพราะประสิทธิภาพที่ทำได้เหนือความคาดหมาย ขณะที่ V4 เป็นเพียงการสานต่อแนวโน้มเดิมซึ่งตลาดได้สะท้อนไว้ในราคาแล้ว 8
ความแตกต่างนี้มีนัยสำคัญ นักลงทุนอาจมองว่า AI จีนกำลังแข็งแกร่งขึ้นและอาจกดดันอัตรากำไร ความต้องการฮาร์ดแวร์ หรือความสามารถในการแข่งขันระยะยาวได้ พร้อมกับเชื่อว่าโมเดลใหม่เพียงหนึ่งรุ่นยังไม่เพียงพอที่จะลบล้างเหตุผลทั้งหมดของการลงทุนใน AI ทั่วโลก
DeepSeek เปิดตัว V4 สองเวอร์ชัน ได้แก่ Pro ซึ่งมีความสามารถสูงกว่าและมีราคาสูงกว่า กับ Flash ซึ่งมีขนาดเบากว่าและประหยัดกว่า ทั้งสองรุ่นถูกนำเสนอในฐานะโมเดลแบบเปิดน้ำหนัก และ V4 ได้รับการปรับให้เข้ากับเทคโนโลยีชิปของ Huawei 5 9
Reuters รายงานว่า V4-Pro พัฒนาขึ้นจากโมเดล DeepSeek รุ่นก่อน แต่ต้องแข่งขันกับ Kimi ของจีนและ Qwen ของ Alibaba อย่างใกล้ชิด จึงถูกมองว่าเป็นหนึ่งในระบบแบบเปิดน้ำหนักชั้นนำหลายราย ไม่ใช่การเปิดตัวที่ทิ้งคู่แข่งทั้งหมดไว้ข้างหลังอย่างชัดเจน 6
DeepSeek ระบุว่า V4-Pro ทำได้ดีกว่าโมเดลโอเพนซอร์สอื่นในเกณฑ์วัดความรู้รอบโลก โดยเป็นรองเพียง Gemini-Pro-3.1 ของ Google ซึ่งเป็นโมเดลแบบปิด ตามการเปรียบเทียบที่ Reuters อ้างถึง คำกล่าวนี้สะท้อนความสามารถที่มีนัยสำคัญ แต่ยังไม่ใช่หลักฐานอิสระว่า V4 เหนือกว่าโมเดลแบบเปิดน้ำหนักทุกรายอย่างเด็ดขาด 7
การวางตำแหน่งทางการค้าในเวลาต่อมายิ่งทำให้ภาพมีความละเอียดมากขึ้น เมื่อ DeepSeek เปิดตัว V4 Pro อย่างเป็นทางการในเดือนสิงหาคม โดยตั้งราคาให้สูงกว่า V4 Flash อย่างมาก เพื่อขายประสิทธิภาพที่เหนือกว่าในฐานะผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียม Reuters รายงานว่า V4-Pro-0813 มีราคาค่าอินพุตสูงกว่า V4 Flash 9 เท่า และค่าเอาต์พุตสูงกว่า 14 เท่า ตามข้อมูลของ Artificial Analysis 17
กลยุทธ์ด้านราคานี้สะท้อนตลาดที่มีผลิตภัณฑ์และระดับประสิทธิภาพแตกต่างกัน ไม่ใช่โมเดลเดียวที่เข้ามาทำให้บริการ AI ทั้งอุตสาหกรรมกลายเป็นสินค้าที่มีราคาแทบเป็นศูนย์ในทันที
ปฏิกิริยาที่ไม่รุนแรงยังสะท้อนการเข้าสู่ภาวะปกติของการแข่งขันภายในจีน DeepSeek ไม่ได้อยู่ในจุดที่โมเดลต้นทุนต่ำเพียงหนึ่งเดียวสามารถเป็นตัวแทนความสามารถด้าน AI ของประเทศในสายตานักลงทุนทั่วโลกอีกต่อไป Kimi, Qwen และระบบจีนรายอื่นต่างพัฒนาอย่างรวดเร็ว ทำให้ทุกการเปิดตัวถูกนำไปเปรียบเทียบได้ง่ายขึ้น และยากที่จะมองเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดดเดี่ยว 6
การแข่งขันที่มากขึ้นสร้างแรงผลักดันสองด้านต่อตลาด
การลดราคาของ DeepSeek หลังเปิดตัว V4 ช่วงแรกสะท้อนแรงกดดันนี้ บริษัทประกาศลดราคา V4-Pro ชั่วคราว 75% และลดราคาค่าอินพุตที่ตรงกับแคชในบริการ API ทั้งหมดเหลือหนึ่งในสิบของระดับเดิม 3
ตลาดจึงกลายเป็นสนามที่วัดทั้งความสามารถ ต้นทุนการประมวลผล การเข้าถึงบริการ และแรงสนับสนุนจากระบบนิเวศ คะแนนทดสอบที่ดีขึ้นเพียงอย่างเดียวมีโอกาสน้อยลงที่จะทำให้เกิดแรงขายวงกว้าง เว้นแต่จะแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐศาสตร์ของการนำ AI ไปใช้งานที่ใหญ่กว่าและยั่งยืนกว่ามาก
คุณลักษณะที่สำคัญที่สุดของ V4 อาจไม่ใช่ตำแหน่งบนตารางจัดอันดับโมเดล แต่เป็นการปรับให้ทำงานกับชิปของ Huawei DeepSeek ระบุว่าโมเดลใหม่ได้รับการปรับให้ทำงานบนฮาร์ดแวร์ของ Huawei ขณะที่ Huawei ระบุว่าโครงสร้างพื้นฐานซูเปอร์โหนดที่ใช้ชิป Ascend 950 รองรับ V4 ได้อย่างเต็มรูปแบบ 5
ความร่วมมือนี้ชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงในยุทธศาสตร์ AI ของจีน นั่นคือการสร้างระบบภายในประเทศที่ชิป โมเดล ซอฟต์แวร์ และการนำไปใช้งานช่วยเสริมแรงซึ่งกันและกัน Reuters รายงานว่า ความต้องการชิป Ascend 950 ของ Huawei พุ่งขึ้นหลังเปิดตัว V4 โดยบริษัทอินเทอร์เน็ตรายใหญ่ของจีนเร่งหาทางสั่งซื้อ 2
ความสำคัญของเรื่องนี้สะสมอยู่ในหลายชั้น โมเดลที่ปรับให้เหมาะกับตัวเร่งประมวลผลภายในประเทศสามารถสร้างได้ทั้ง
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่ได้ยืนยันว่าฮาร์ดแวร์ของ Huawei ทัดเทียม Nvidia ในทุกด้าน ทั้งประสิทธิภาพโดยรวม ขนาดการจัดหา ความสมบูรณ์ของซอฟต์แวร์ หรือระบบนิเวศระดับโลก ความเข้ากันได้ระหว่างโมเดลกับชิปมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าจีนพึ่งพาตนเองด้านเทคโนโลยีได้อย่างสมบูรณ์แล้ว
V4 ชี้ว่า มาตรการจำกัดการส่งออกชิปอาจก่อให้เกิดผลสองด้านพร้อมกัน ด้านหนึ่ง มาตรการดังกล่าวจำกัดการเข้าถึงฮาร์ดแวร์ชั้นนำจากต่างประเทศของจีน แต่อีกด้านกลับเพิ่มแรงจูงใจให้บริษัทจีนปรับโมเดลและซอฟต์แวร์ให้เหมาะกับทางเลือกภายในประเทศ Reuters อธิบายว่าการเปิดตัวที่เน้น Huawei เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามลดการพึ่งพา Nvidia และสร้างระบบนิเวศ AI ที่พึ่งพาตนเองมากขึ้น 4
การแข่งขันระยะยาวจึงกว้างกว่าการวัดว่าแล็บใดสร้างโมเดลที่ดีที่สุด แต่ครอบคลุมถึง
ความเสี่ยงที่เป็นไปได้สำหรับบริษัทสหรัฐฯ คือการสูญเสียตำแหน่งในจีนและตลาดอื่นที่ให้ความสำคัญกับราคาอย่างค่อยเป็นค่อยไป หากชิปจีนและโมเดลแบบเปิดน้ำหนักมีความสามารถและนำไปใช้งานได้เพียงพอ หลักฐานที่มีสนับสนุนทิศทางดังกล่าว แต่ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าจีนบรรลุความเป็นอิสระด้าน AI หรือเซมิคอนดักเตอร์อย่างสมบูรณ์แล้ว 2 4
การไม่มีแรงเทขายทั่วโลกจาก V4 ยังสอดคล้องกับความสนใจของตลาดที่มีต่ออุปสงค์ฮาร์ดแวร์ AI Reuters รายงานว่า หุ้นเทคโนโลยีเกาหลีใต้และไต้หวันยังเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์สำคัญจากกระแส AI โดย Goldman Sachs ปรับคำแนะนำหุ้นไต้หวันเป็น “เพิ่มน้ำหนักการลงทุน” และเพิ่มเป้าหมายหุ้นเกาหลีใต้
รายงาน Reuters ในเวลาต่อมาระบุว่า ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในเวลาเพียงกว่าหกเดือน และรายได้จากชิปของ Samsung พุ่งขึ้น แสดงให้เห็นว่านักลงทุนยังคงเชื่อมโยงการเติบโตของ AI เข้ากับความต้องการฮาร์ดแวร์อย่างเหนียวแน่น
แน่นอนว่าแรงส่งดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าตลาดปลอดความเสี่ยง นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นเอเชียในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 ด้วยอัตราที่เร็วที่สุดในรอบอย่างน้อย 16 ปี พร้อมลดการถือครองหุ้น AI ที่มีผู้ลงทุนหนาแน่นในเกาหลีใต้และไต้หวัน ต่อมา Reuters รายงานว่า KOSPI และตลาดไต้หวันปรับฐานลงอย่างรุนแรงหลังจากราคาพุ่งขึ้นก่อนหน้านั้น
บทเรียนจึงไม่ใช่ว่าตลาด AI ในเอเชียปลอดภัยจากผลกระทบของ DeepSeek แต่เป็นการที่นักลงทุนเริ่มแยกแยะประเภทของการลงทุนมากขึ้น โมเดลจีนที่มีราคาถูกลงอาจกดดันสมมติฐานด้านอัตรากำไรของซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์สหรัฐฯ บางส่วน ขณะเดียวกันก็อาจสนับสนุนความต้องการหน่วยความจำ กำลังการผลิตแบบฟาวน์ดรี และตัวเร่งประมวลผลภายในประเทศของจีน
DeepSeek-V4 ไม่ได้ไร้ความสำคัญ เพียงแต่ไม่ได้สร้างความประหลาดใจให้ตลาดในแบบเดียวกับครั้งก่อน เหตุการณ์ V3 และ R1 บังคับให้นักลงทุนกลับมาทบทวนว่า โครงสร้างพื้นฐาน AI ราคาแพงคือเส้นทางเดียวที่จะสร้างประสิทธิภาพระดับแข่งขันได้หรือไม่ เมื่อถึงเดือนเมษายน 2026 คำถามนี้ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของความคาดหวังในตลาดไปแล้ว 8
ข้อความที่ยั่งยืนกว่าจาก V4 คือ ความก้าวหน้าด้าน AI ของจีนกำลังกลายเป็นเรื่องปกติ ตลาดโมเดลกำลังมีคู่แข่งหนาแน่นขึ้น และผู้พัฒนาจีนกำลังเชื่อมโยงความสามารถของโมเดลเข้ากับฮาร์ดแวร์ภายในประเทศ นี่คือความท้าทายที่เคลื่อนตัวช้ากว่า แต่ในระยะยาวอาจครอบคลุมกว่าการทำให้หุ้นร่วงแรงเพียงคืนเดียว
สำหรับนักลงทุน คำถามสำคัญจึงไม่ใช่อีกต่อไปว่า DeepSeek จะสร้างพรีวิวที่น่าประทับใจได้หรือไม่ แต่คือจีนจะเปลี่ยนโมเดลแบบเปิดน้ำหนักที่มีความสามารถ การใช้งานบนฮาร์ดแวร์ของ Huawei และการแข่งขันด้านราคาให้กลายเป็นระบบนิเวศ AI ภายในประเทศที่ขยายตัวได้จริงหรือไม่
ปฏิกิริยาในเดือนเมษายนสะท้อนว่า ตลาดพร้อมติดตามกระบวนการนี้ต่อไป มากกว่าจะปรับมูลค่าหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกใหม่ทั้งหมดเพียงเพราะการเปิดตัวโมเดลหนึ่งรุ่น 2 4
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
พรีวิว DeepSeek V4 เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2026 ไม่ทำให้หุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกเทขายเหมือนครั้งก่อน เพราะตลาดคาดหมายอยู่แล้วว่าโมเดลจีนต้นทุนต่ำจะมีความสามารถสูง
พรีวิว DeepSeek V4 เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2026 ไม่ทำให้หุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกเทขายเหมือนครั้งก่อน เพราะตลาดคาดหมายอยู่แล้วว่าโมเดลจีนต้นทุนต่ำจะมีความสามารถสูง V4 Pro พัฒนาขึ้นจากรุ่นก่อนและอยู่ในกลุ่มโมเดลแบบเปิดน้ำหนักชั้นนำ แต่ต้องแข่งขันกับ Kimi และ Qwen จึงไม่ได้ถูกมองว่าเป็นผู้นำที่ทิ้งคู่แข่งแบบไร้ข้อโต้แย้ง
ประเด็นสำคัญที่สุดอาจไม่ใช่คะแนนทดสอบ แต่คือการปรับ V4 ให้ทำงานกับชิป Huawei ซึ่งสะท้อนการแข่งขันเพื่อสร้างระบบ AI ภายในประเทศของจีน