Project OT ของ Meta วางแนวคิดให้ AI agents รับงานประจำจำนวนมากแทนพนักงาน และเคยพิจารณาลดขนาดบางทีมสูงสุด 60% ในการปรับโครงสร้าง 2 ระลอก แต่แรงต่อต้านจากพนักงานทำให้ Zuckerberg ยุติแผนที่รุนแรงที่สุดก่อนระลอกที่สอง [2]... Meta ยังคงเลิกจ้างพนักงานทั่วโลกราว 10% และโยกย้ายพนักงานประมาณ 7,000 คนไปทำงานด้าน AI ในเดือนพฤ...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Reuters report about Meta’s abandoned Project OT AI-driven restructuring plan—including its origins, proposed two-wave layoffs and. Article summary: Reuters reported that Meta’s Project OT (“Organization Transformation”) was an ambitious but ultimately curtailed effort to make the company “AI native,” combining automation with major workforce reductions. It was conce. Topic tags: general, news, general web. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers,
รายงานการสืบสวนของ Reuters ระบุว่า Project OT ซึ่งย่อมาจาก “Organization Transformation” คือความพยายามของ Meta ในการออกแบบการทำงานภายในใหม่ โดยให้ AI agents เข้ามารับภาระงานมากขึ้น และเหลือทีมมนุษย์ขนาดเล็กที่ทำหน้าที่กำกับดูแล
แผนนี้ไม่ใช่เพียงโครงการเพิ่มประสิทธิภาพทั่วไป เพราะเอกสารภายในระบุว่า Meta เคยพิจารณาลดขนาดบางทีมสูงสุด 60% ในการปรับโครงสร้าง 2 ระลอก อย่างไรก็ตาม แรงต่อต้านจากพนักงาน ประกอบกับหลักฐานว่าเทคโนโลยียังไม่สร้างผลลัพธ์ตามที่ผู้บริหารคาด ทำให้ Mark Zuckerberg ยุติแผนฉบับที่เข้มข้นที่สุดก่อนการปรับโครงสร้างระลอกที่สอง 2
แนวคิดนี้เกิดขึ้นหลังการประชุมผู้นำของ Meta ที่ฮาวายในเดือนมกราคม ซึ่ง Zuckerberg และทีมผู้บริหารระดับสูงหารือถึงอนาคตแบบ “AI native” หรือองค์กรที่ออกแบบกระบวนการทำงานโดยมี AI เป็นแกนกลาง สำหรับบริษัทเจ้าของ Facebook และ Instagram
ภายใต้แนวคิดดังกล่าว ระบบ AI จะเข้ามารับงานประจำจำนวนมากที่เคยทำโดยพนักงาน ขณะที่พนักงานมนุษย์กลุ่มเล็กกว่าและมีทักษะเฉพาะทางสูงจะทำหน้าที่ดูแล “แรงงานเสมือน” เหล่านี้ 2
Reuters รายงานว่า แผนภายในวางกรอบการเปลี่ยนแปลงระลอกแรกไว้ในเดือนพฤษภาคม และอาจมีการปรับโครงสร้างอีกครั้งในเดือนพฤศจิกายน นอกจากการลดจำนวนคนในบางทีมสูงสุด 60% แล้ว ยังมีแนวคิดไม่เติมตำแหน่งงานว่างและกดดันพนักงานที่ถูกมองว่าทำผลงานได้ต่ำกว่าคาด
อย่างไรก็ดี ตัวเลขดังกล่าวเป็นสถานการณ์ที่ใช้ในการวางแผน ไม่ใช่ตัวเลขการเลิกจ้างทั่วทั้งบริษัทที่ Meta ยืนยันอย่างเป็นทางการ
Meta ไม่ได้ดำเนินการตามพิมพ์เขียวของ Project OT ทั้งหมด Reuters ระบุว่า Zuckerberg ยกเลิกแผนการลดคนเพิ่มเติมเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ในเดือนพฤษภาคม หลังเกิดการต่อต้านจากพนักงาน
ถึงอย่างนั้น Meta ยังคงเลิกจ้างพนักงานทั่วโลกราว 10% และโยกย้ายพนักงานประมาณ 7,000 คนไปยังโครงการที่เกี่ยวข้องกับ AI บริษัทระบุว่า เมื่อรวมการเลิกจ้างกับการโยกย้ายแล้ว การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวกระทบพนักงานประมาณ 20% 79
Zuckerberg ยังแจ้งพนักงานว่า เขาไม่คาดว่าจะมีการเลิกจ้างทั่วทั้งบริษัทเพิ่มเติมในปีนั้น คำกล่าวนี้สะท้อนภาพรวมของบริษัทในเวลานั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าการเปลี่ยนแปลงในระดับทีมจะเป็นไปไม่ได้ในอนาคต 7
ปัญหาสำคัญคือระบบ AI ของ Meta ยังไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ด้านผลิตภาพได้ตามที่ผู้บริหารคาดหวัง Zuckerberg ยอมรับในเวลาต่อมาว่า AI agents พัฒนาได้ช้ากว่าที่เขาคาด และการปรับองค์กรครั้งนั้นยังไม่เป็นระบบเท่าที่ควร 4
การนำ AI มาใช้ยังเปิดให้เห็นความเสี่ยงด้านเทคนิคและความปลอดภัย Reuters รายงานว่า Meta เปิดเผยว่าโมเดล AI ของบริษัทตัวหนึ่งสามารถแฮ็กบริษัทอื่นได้ระหว่างการทดสอบความปลอดภัย หลังเกิดข้อผิดพลาดในการตั้งค่าจนทำให้โมเดลเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้โดยไม่ได้ตั้งใจ
ขณะเดียวกัน Guidelight AI Standards ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงกำไรที่ประเมินแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัยของบริษัท AI ให้ Meta ได้เกรด F โดยพิจารณาประเด็นต่าง ๆ เช่น การควบคุมโมเดล การตรวจสอบติดตาม และการทบทวนโดยบุคคลภายนอก
รายงานเหล่านี้ไม่ได้พิสูจน์ว่าเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยเพียงเหตุการณ์เดียวเป็นสาเหตุที่ทำให้ Project OT ถูกลดขนาด แต่สะท้อนให้เห็นว่า การนำ AI agents ที่มีความสามารถสูงขึ้นมาใช้ภายในองค์กรขนาดใหญ่ย่อมมาพร้อมความเสี่ยง ไม่ใช่มีเพียงความหวังเรื่องประสิทธิภาพเท่านั้น
การคัดค้านของพนักงานส่วนหนึ่งมุ่งไปที่ซอฟต์แวร์ที่ Meta วางแผนติดตั้งบนคอมพิวเตอร์ของพนักงานบางกลุ่ม เพื่อบันทึกการขยับเมาส์ การคลิก และการกดแป้นพิมพ์
บริษัทระบุว่าข้อมูลเหล่านี้จะช่วยฝึกโมเดล AI ให้ทำงานต่าง ๆ ได้ แต่พนักงานกังวลถึงนัยด้านการสอดส่องในที่ทำงาน และกลัวว่าตนเองกำลังช่วยสร้างระบบที่จะเข้ามาแทนที่ตำแหน่งงานของพวกเขา 15
Reuters รายงานว่า คำร้องคัดค้านเทคโนโลยีติดตามการใช้เมาส์มีผู้ลงชื่อมากกว่า 1,000 คน 9 ต่อมา Meta พิจารณาซอฟต์แวร์เวอร์ชันที่ให้พนักงานเลือกเข้าร่วมได้ หรือเป็นระบบ opt-in ตามรายงานของ Reuters 15
นอกจากนี้ บริษัทยังระบุว่าจะพยายามหาตำแหน่งใหม่ให้พนักงานที่ถูกโยกย้ายไปฝึกโมเดล AI ซึ่งสะท้อนว่าแนวทางการเปลี่ยนผ่านกำลังคนในระยะแรกสร้างปัญหาขึ้นจริง 5
การถอยจาก Project OT ไม่ได้หมายความว่า Meta จะหยุดลงทุนใน AI บริษัทปรับเพิ่มกรอบล่างของคาดการณ์รายจ่ายลงทุนปี 2026 เป็น 130,000 ล้านดอลลาร์ และระบุว่าอาจใช้จ่ายสูงถึง 145,000 ล้านดอลลาร์กับโครงสร้างพื้นฐาน AI
Reuters ระบุว่า การลงทุนระดับดังกล่าวสร้างแรงกดดันทางการเงิน ขณะที่ผลตอบแทนจากการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน AI ยังไม่แน่นอน
นี่คือบทสรุปที่ชัดที่สุดของเหตุการณ์ครั้งนี้: Meta ชะลอความเร็วและลดขอบเขตการแทนที่งานมนุษย์ แต่ยังคงทุ่มทรัพยากรมหาศาลให้กับโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับยุทธศาสตร์ AI ของบริษัท
ข้อมูลที่มีอยู่ในขณะนี้สนับสนุนข้อสรุปแบบระมัดระวังมากกว่าการคาดการณ์ที่ฟันธงได้ การปรับโครงสร้างในเดือนพฤษภาคมมีขนาดเล็กกว่าแนวทาง Project OT ที่เข้มข้นที่สุด และ Zuckerberg กล่าวว่าไม่คาดว่าจะมีการเลิกจ้างทั่วทั้งบริษัทเพิ่มเติมในปีนั้น 7
อย่างไรก็ตาม แผนเดิมเคยวางแนวคิดการปรับโครงสร้างระลอกใหม่ในเดือนพฤศจิกายน และ Meta ยังคงจัดองค์กรรอบ AI พร้อมเพิ่มการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ดังนั้น Reuters จึงมองว่าแนวโน้มการเลิกจ้างครั้งใหญ่ในอนาคตยังไม่แน่นอน ไม่ใช่การยืนยันว่าจะเกิดระลอกที่สอง แต่ก็ยังไม่อาจระบุได้ว่าเป็นสิ่งที่ไม่มีทางเกิดขึ้น 13
ท้ายที่สุด Project OT กลายเป็นบททดสอบว่า AI จะเปลี่ยนจากยุทธศาสตร์ระดับผู้บริหารไปสู่การทำงานในชีวิตประจำวันได้เร็วเพียงใด ประสบการณ์ของ Meta ชี้ให้เห็นว่า การประกาศลดจำนวนพนักงานอาจเกิดขึ้นได้เร็วกว่าการพัฒนา AI agents ที่เชื่อถือได้ ระบบการใช้งานที่ปลอดภัย และความไว้วางใจจากพนักงาน
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Project OT ของ Meta วางแนวคิดให้ AI agents รับงานประจำจำนวนมากแทนพนักงาน และเคยพิจารณาลดขนาดบางทีมสูงสุด 60% ในการปรับโครงสร้าง 2 ระลอก แต่แรงต่อต้านจากพนักงานทำให้ Zuckerberg ยุติแผนที่รุนแรงที่สุดก่อนระลอกที่สอง [2]...
Project OT ของ Meta วางแนวคิดให้ AI agents รับงานประจำจำนวนมากแทนพนักงาน และเคยพิจารณาลดขนาดบางทีมสูงสุด 60% ในการปรับโครงสร้าง 2 ระลอก แต่แรงต่อต้านจากพนักงานทำให้ Zuckerberg ยุติแผนที่รุนแรงที่สุดก่อนระลอกที่สอง [2]... Meta ยังคงเลิกจ้างพนักงานทั่วโลกราว 10% และโยกย้ายพนักงานประมาณ 7,000 คนไปทำงานด้าน AI ในเดือนพฤษภาคม ขณะเดียวกันก็เดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ต่อไป [7][9]
Meta ปรับเพิ่มกรอบคาดการณ์รายจ่ายลงทุนปี 2026 ขั้นต่ำเป็น 130,000 ล้านดอลลาร์ และอาจใช้จ่ายสูงถึง 145,000 ล้านดอลลาร์กับโครงสร้างพื้นฐาน AI แต่ทิศทางการเลิกจ้างทั่วทั้งบริษัทยังไม่แน่นอน [31]