Cloudflare ระบุว่าทราฟฟิกจาก AI Agent เพิ่มขึ้นกว่า 1,700% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีสัดส่วนราว 60% ของทราฟฟิกบนเครือข่าย สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่อินเทอร์เน็ตที่ซอฟต์แวร์ทำงานแทนมนุษย์มากขึ้น [9] AI Agent ไม่ได้เพียงสร้างข้อความ แต่สามารถท่องเว็บ เรียกใช้เครื่องมือ เข้าถึงระบบองค์กร และดำเนินการตามคำสั่ง จึงเพิ่มความเ...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did Cloudflare’s Asia Pacific leadership reveal about the 1,700% year over year surge in AI agent traffic to roughly 60% of the company. Article summary: Cloudflare’s APAC leadership described an inflection point: AI agent traffic grew more than 1,700% year over year and was said to account for about 60% of Cloudflare network traffic—evidence, in its view, that the intern. Topic tags: general web, agents, ai, automation, productivity. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, c
Cloudflare มองว่าอินเทอร์เน็ตกำลังเข้าสู่ “จุดเปลี่ยน” ครั้งสำคัญ หลังทราฟฟิกที่สร้างโดย AI Agent เพิ่มขึ้นมากกว่า 1,700% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีรายงานว่าคิดเป็นประมาณ 60% ของทราฟฟิกทั้งหมดบนเครือข่าย Cloudflare 9
ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายความว่าผู้ใช้งานมนุษย์หายไปจากอินเทอร์เน็ต แต่สะท้อนว่าสัดส่วนกิจกรรมที่ดำเนินการโดยซอฟต์แวร์อัตโนมัติกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่มนุษย์เป็นผู้ค้นหา คลิก และกรอกข้อมูลด้วยตัวเอง สู่ยุคที่เอเจนต์สามารถรับเป้าหมายแล้วไปดำเนินงานต่อให้เอง
AI Agent สามารถเปิดดูเว็บไซต์ เรียกใช้เครื่องมือ เชื่อมต่อระบบภายในองค์กร และตัดสินใจดำเนินการตามคำสั่งได้ ความสามารถที่มากขึ้นจึงมาพร้อมพื้นผิวการโจมตีที่กว้างขึ้น เช่น
Cloudflare เสนอให้องค์กรเริ่มจากการมองเห็นการใช้งานจริง ไม่ใช่ตั้งสมมติฐานว่าการเชื่อมต่อ AI ทุกอย่างได้รับอนุญาตแล้ว โดยมีแนวทางหลักดังนี้
แก่นสำคัญคือ องค์กรต้องรู้ว่าเอเจนต์ตัวใดกำลังเชื่อมต่อกับเครื่องมือใด ในนามของใคร และมีสิทธิ์ทำอะไรได้บ้าง ก่อนจะขยายการใช้งานในวงกว้าง
“Q Day” หมายถึงวันที่คอมพิวเตอร์ควอนตัมที่มีศักยภาพเพียงพอสามารถทำลายการเข้ารหัสกุญแจสาธารณะที่ใช้อยู่ในปัจจุบันได้ ภัยที่ต้องระวังคือแนวคิด Harvest Now, Decrypt Later หรือการดักเก็บข้อมูลที่เข้ารหัสไว้ตั้งแต่วันนี้ แล้วรอถอดรหัสในอนาคตเมื่อเทคโนโลยีควอนตัมพร้อมใช้งาน
Cloudflare ตั้งเป้าให้ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดมีความปลอดภัยแบบ Post-Quantum อย่างสมบูรณ์ภายในปี 2029 34 บริษัทเริ่มนำการยืนยันตัวตนแบบ Post-Quantum มาใช้กับการเชื่อมต่อไปยังเซิร์ฟเวอร์ต้นทางผ่าน Authenticated Origin Pulls และ Custom Origin Trust Store แล้ว โดยระบุว่านี่เป็นก้าวแรกสู่การรองรับการยืนยันตัวตนแบบดังกล่าวในผลิตภัณฑ์ทั้งหมด 15
การพูดคุยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกประเมินว่าความเสี่ยงอาจมาถึงราวปี 2030 9 ดังนั้น ข้อความเชิงปฏิบัติคือองค์กรไม่ควรรอให้มีการประกาศวันที่ Q Day อย่างชัดเจน แต่ควรเริ่มสำรวจระบบและทยอยย้ายไปใช้อัลกอริทึมที่ต้านทานควอนตัมตั้งแต่เนิ่น ๆ
อีกด้านหนึ่งของกลยุทธ์ Cloudflare คือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้ AI Agent ทำงานบนเว็บได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นั่นคือ Kitesurf เบราว์เซอร์แบบ Stateless ที่ทำงานทั้งหมดบน Cloudflare Workers และเปิดให้ใช้งานฟรีในช่วงเบตาผ่านบริการ Browser Run 12
Kitesurf ออกแบบมาสำหรับงานที่เอเจนต์ต้องทำเป็นโปรแกรม เช่น การจับภาพหน้าจอและดึงข้อมูล HTML ไม่ใช่การท่องเว็บด้วยสายตาแบบผู้ใช้ทั่วไป จึงตัดองค์ประกอบที่เบราว์เซอร์มนุษย์มักต้องใช้ เช่น ส่วนติดต่อแบบภาพและฟังก์ชันที่ไม่จำเป็นต่อการทำงานของเอเจนต์
Cloudflare ระบุว่า Kitesurf ใช้ CPU และหน่วยความจำน้อยกว่า Chromium ประมาณ 3–7 เท่าสำหรับงาน Agentic ทั่วไป 2 การทำงานบนโครงสร้างพื้นฐาน Workers และ V8 Isolates ยังช่วยให้การเปิดเซสชันเบราว์เซอร์จำนวนมากทำได้ง่ายขึ้น และเชื่อมโยงกับระบบควบคุมด้านความปลอดภัย ตัวตน นโยบายเครือข่าย และการมองเห็นกิจกรรมของ Cloudflare ได้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น
ภาพรวมของแนวทางนี้จึงไม่ได้มีเพียงการป้องกันทราฟฟิกจาก AI แต่เป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานสำหรับอินเทอร์เน็ตที่มีซอฟต์แวร์เป็นผู้ลงมือทำมากขึ้น ขณะเดียวกันก็เพิ่มชั้นควบคุมตั้งแต่การค้นหาการใช้งานจริง การป้องกันข้อมูลในพรอมป์ การกำหนดสิทธิ์แบบ Zero Trust ไปจนถึงการเปลี่ยนผ่านสู่การเข้ารหัสที่รองรับยุคควอนตัม
คำถามสำคัญสำหรับองค์กรจึงไม่ใช่เพียง “จะใช้ AI หรือไม่” แต่คือ “จะทำให้ AI Agent ทำงานได้อย่างไร โดยยังรู้ว่าเอเจนต์กำลังทำอะไร เข้าถึงข้อมูลใด และใครเป็นผู้อนุญาต”
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Cloudflare ระบุว่าทราฟฟิกจาก AI Agent เพิ่มขึ้นกว่า 1,700% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีสัดส่วนราว 60% ของทราฟฟิกบนเครือข่าย สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่อินเทอร์เน็ตที่ซอฟต์แวร์ทำงานแทนมนุษย์มากขึ้น [9]
Cloudflare ระบุว่าทราฟฟิกจาก AI Agent เพิ่มขึ้นกว่า 1,700% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมีสัดส่วนราว 60% ของทราฟฟิกบนเครือข่าย สะท้อนการเปลี่ยนผ่านสู่อินเทอร์เน็ตที่ซอฟต์แวร์ทำงานแทนมนุษย์มากขึ้น [9] AI Agent ไม่ได้เพียงสร้างข้อความ แต่สามารถท่องเว็บ เรียกใช้เครื่องมือ เข้าถึงระบบองค์กร และดำเนินการตามคำสั่ง จึงเพิ่มความเสี่ยงตั้งแต่ Prompt Injection ไปจนถึงการใช้ข้อมูลหรือสิทธิ์เกินขอบเขต
Cloudflare แนะนำให้องค์กรค้นหา AI และ MCP ที่ใช้งานจริง บล็อกข้อมูลอ่อนไหวในพรอมป์ และบังคับให้การเชื่อมต่อ MCP ผ่านพอร์ทัลที่ควบคุมด้วยแนวทาง Zero Trust [11]