Pipette คือชุดทดสอบประสิทธิภาพแบบฟรีและโอเพนซอร์สที่วัดการติดตั้งใช้งานจริงบนอุปกรณ์ ไม่ได้วัดเฉพาะตัวโมเดล ระบบพิจารณาร่วมกันทั้งโมเดล รูปแบบควอนไทซ์ รันไทม์ อุปกรณ์ และเวิร์กโหลด เปิดตัวเมื่อ 24 สิงหาคม 2026 โดย Liquid AI ร่วมกับ Artificial Analysis พร้อมข้อมูลผลทดสอบที่ตรวจสอบในห้องแล็บมากกว่า 1,000 การตั้งค่า
เผยแพร่โดยรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is Liquid AI’s Pipette, the free open source on device AI benchmarking platform released on August 24 by the startup founded by former. Article summary: Pipette is Liquid AI’s free, open source benchmark suite for measuring an actual on device deployment—not merely a model—across the combination of model, quantization, runtime, device, and workload.. Topic tags: general web, llm, agents, ai, workflow. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait
Pipette คือชุดเครื่องมือวัดประสิทธิภาพ AI แบบฟรีและโอเพนซอร์สจาก Liquid AI สำหรับดูว่าโมเดลปัญญาประดิษฐ์ทำงานบนอุปกรณ์ปลายทางจริงได้ดีเพียงใด โดยเปิดตัวเมื่อ 24 สิงหาคม 2026 ในความร่วมมือกับ Artificial Analysis 11
9
จุดสำคัญคือ Pipette ไม่ได้ถามเพียงว่า “โมเดลนี้เร็วแค่ไหน” แต่ประเมินการติดตั้งใช้งานแบบครบชุด ซึ่งประกอบด้วย โมเดล + รูปแบบควอนไทซ์ + รันไทม์ + อุปกรณ์ + เวิร์กโหลด ดังนั้นผลที่ได้จึงสะท้อนประสบการณ์ใช้งานจริงบนมือถือหรือคอมพิวเตอร์ได้มากกว่าตัวเลข tokens per second ที่แยกออกมาเพียงค่าเดียว
ข้อมูลเผยแพร่ชุดแรกมีผลทดสอบที่ตรวจสอบในห้องแล็บแล้วมากกว่า 1,000 การตั้งค่า ครอบคลุมโมเดลมากกว่า 30 รุ่น รูปแบบควอนไทซ์ 7 แบบ และอุปกรณ์เริ่มต้น 4 รุ่น พร้อมตัวชี้วัดประสิทธิภาพบนอุปกรณ์ 5 รายการ 11
4
ตัวชี้วัดเหล่านี้ครอบคลุมทั้ง
แนวทางนี้ทำให้การวัดไม่ได้ตัดสินจากความเร็วการสร้างโทเคนเพียงอย่างเดียว เพราะโมเดลที่สร้างคำตอบได้เร็วอาจใช้หน่วยความจำสูง หรือใช้เวลานานกว่าจะเริ่มตอบก็ได้ 4
11
Pipette รองรับทั้ง iOS และ Android และทดสอบโมเดลที่ดาวน์โหลดมาเก็บไว้ในอุปกรณ์เพื่อประมวลผลภายในเครื่อง โมเดลที่อยู่ในชุดเริ่มต้นมีทั้งตระกูล LFM ของ Liquid AI และโมเดลขนาดเล็กจากผู้พัฒนารายอื่น เช่น Gemma และ Nanbeige 10
8
ในส่วนการเปรียบเทียบความสามารถด้านสติปัญญาบนมือถือ Artificial Analysis จำกัดกลุ่มโมเดลไว้ที่รุ่นซึ่งสามารถอยู่ภายในหน่วยความจำ 8 GB เมื่อควอนไทซ์ที่ระดับ 4 บิต 8
ควอนไทซ์คือการลดความละเอียดของค่าตัวเลขภายในโมเดล เช่น จากรูปแบบที่ใช้ความแม่นยำสูงลงมาเป็น 4 บิต เพื่อให้โมเดลใช้พื้นที่จัดเก็บและหน่วยความจำน้อยลง รวมถึงอาจทำงานได้เร็วขึ้นบนอุปกรณ์ทั่วไป
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนรูปแบบควอนไทซ์อาจส่งผลต่อทั้งความเร็ว การใช้หน่วยความจำ และคุณภาพคำตอบ ดังนั้นผลของโมเดลเดียวกันจึงไม่ควรถูกนำไปเหมารวม หากใช้คนละรูปแบบควอนไทซ์หรือคนละรันไทม์
เอกสารของ Liquid AI ยังแยกความสามารถของตัวโมเดลออกจากเวิร์กโหลดมาตรฐานของการทดสอบด้วย โดยโมเดลในแค็ตตาล็อก LFM หลายรุ่นรองรับบริบท 32K โทเคน และ LFM2.5-8B-A1B รองรับ 128K โทเคน แต่การทดสอบด้านสติปัญญาบนมือถือที่เผยแพร่ช่วงเปิดตัวใช้ขีดจำกัดบริบท 16K โทเคน 8
2
สำหรับข้อมูลประสิทธิภาพของ Pipette เอง ชุดข้อมูลเริ่มต้นครอบคลุมความยาวบริบทตั้งแต่ 256 ถึง 8,192 โทเคนตามการตั้งค่าที่ทดสอบ 11
ประโยชน์สำคัญของ Pipette อยู่ที่วิธีการวัด ผลลัพธ์จะผูกกับการตั้งค่าครบชุดและมาจากการรันทดสอบในห้องแล็บที่ผ่านการตรวจสอบ พร้อมเผยแพร่ขั้นตอนการทดสอบให้ตรวจสอบได้ 4
11
ระบบยังระบุการพึ่งพาซอฟต์แวร์อย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่น ผลประสิทธิภาพสาธารณะในปัจจุบันต้องใช้บิลด์ของ llama.cpp ที่กำหนดไว้ เช่น b10216 และ b10516 เพื่อป้องกันไม่ให้ความแตกต่างของเวอร์ชันรันไทม์ถูกซ่อนไว้ 6
แนวทางนี้น่าเชื่อถือกว่าการนำตัวเลข “tokens per second” จากผู้ผลิตแต่ละรายมาเทียบกันโดยไม่รู้ว่าใช้โมเดล เวอร์ชันซอฟต์แวร์ อุณหภูมิ หรือการตั้งค่าใด แต่ก็ไม่ได้ขจัดความแปรผันทั้งหมด ปัจจัยอย่างอุณหภูมิของเครื่อง สถานะของระบบปฏิบัติการ รุ่นย่อยและขนาด RAM ของอุปกรณ์ ตลอดจนแบ็กเอนด์ที่ใช้ ยังคงมีผลต่อคะแนน
ผลที่ถูกพูดถึงมากคือ iPhone 17 Pro ซึ่งทำความเร็วการสร้างคำตอบได้ 48.37 โทเคนต่อวินาที เมื่อใช้ Gemma 4 E2B แบบควอนไทซ์ 4 บิตผ่าน Apple MLX 4
5
ตัวเลขนี้ควรอ่านว่าเป็นผลของการตั้งค่าเฉพาะ—Gemma 4 E2B + 4 บิต + MLX/Metal + iPhone 17 Pro—ไม่ใช่คะแนนกลางของ Gemma 4 หรือคะแนนที่ใช้แทนประสิทธิภาพของสมาร์ตโฟนทุกรุ่นได้ 4
5
ด้านคะแนนความสามารถของโมเดลบนมือถือ Nanbeige4.2-3B และ LFM2.5-2.6B ครองอันดับเฉลี่ยร่วมกันที่ 63 ภายใต้การจำกัดบริบทไว้ที่ 16K โทเคน 9
8
แต่การเปรียบเทียบ iOS กับ Android ในระยะเริ่มต้นต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก เพราะไคลเอนต์ iOS สามารถใช้การคำนวณผ่าน GPU ด้วย Metal/MLX ขณะที่ไคลเอนต์ Android รุ่นแรกยังทำงานด้วย CPU เท่านั้น 10
ดังนั้นตัวเลขความเร็วระหว่าง iPhone และ Android ในชุดข้อมูลปัจจุบันจึงยังไม่ใช่การเปรียบเทียบฮาร์ดแวร์แบบ “ชิปต่อชิป” อย่างยุติธรรม ผลของ iPhone อาจรวมข้อได้เปรียบจากการเร่งด้วย GPU ส่วนผลของ Android สะท้อนการอนุมานบน CPU ภายใต้แบ็กเอนด์ดังกล่าวเป็นหลัก ตัวเลข Android ยังมีประโยชน์สำหรับประเมินประสิทธิภาพ CPU และประสบการณ์ใช้งานจริง แต่ไม่ควรใช้ยืนยันว่าฮาร์ดแวร์ AI โดยรวมของโทรศัพท์รุ่นหนึ่งเร็วกว่าอีกรุ่นโดยอัตโนมัติ 10
4
การรองรับแบ็กเอนด์ Android ที่ใช้ NPU หรือ GPU ได้อย่างเทียบเคียงกันจึงเป็นขั้นตอนสำคัญต่อไป หากต้องการจัดอันดับข้ามแพลตฟอร์มอย่างเป็นธรรม
Pipette เปิดตัวในช่วงที่ผู้ผลิตชิปกำลังเน้นประสิทธิภาพงาน AI แบบรันในเครื่องและงานเอเจนต์ Qualcomm ระบุว่า Snapdragon 8 Elite Gen 5 ซึ่งใช้ CPU Oryon รุ่นที่สาม ทำความถี่ได้สูงสุด 4.74 GHz พร้อมอ้างว่าประสิทธิภาพ CPU เพิ่มขึ้น 20% และประสิทธิภาพด้านพลังงานของ CPU ดีขึ้น 35% 7
นอกจากนี้ Qualcomm ยังเปิดเผยข้อมูลเบื้องต้นของ Snapdragon รุ่นเรือธงถัดไป ซึ่งใช้ CPU Oryon ที่ตั้งเป้าความถี่ 5 GHz และสถาปัตยกรรมแคช FlexCache ที่แบ่งใช้แคชระหว่างคอร์แบบไดนามิก 12
7
อย่างไรก็ดี ความถี่สัญญาณนาฬิกาเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำนายประสิทธิภาพการอนุมาน LLM ได้ ปัจจัยที่ต้องพิจารณาร่วมกันมีทั้งรันไทม์ แบนด์วิดท์หน่วยความจำ พฤติกรรมแคช รูปแบบควอนไทซ์ แบ็กเอนด์ GPU/NPU อุณหภูมิ และข้อจำกัดด้านพลังงานเมื่อใช้งานต่อเนื่อง
หาก Liquid AI ขยายการรองรับอุปกรณ์และเพิ่มการทดสอบที่เร่งด้วย NPU ตามทิศทางที่ระบุไว้ Pipette จะยิ่งมีประโยชน์ เพราะช่วยแยกให้เห็นได้ว่าความเร็วที่เพิ่มขึ้นมาจาก CPU, GPU หรือ NPU ภายใต้เวิร์กโหลดเดียวกัน 6
4
ในตอนนี้ วิธีตีความ Pipette ที่รอบคอบที่สุดคือมองว่าเป็น มาตรฐานวัดการติดตั้งใช้งาน AI แบบโปร่งใสและทำซ้ำได้ ไม่ใช่บทสรุปสุดท้ายว่าโทรศัพท์หรือชิปแพลตฟอร์มใดเร็วที่สุด
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Pipette คือชุดทดสอบประสิทธิภาพแบบฟรีและโอเพนซอร์สที่วัดการติดตั้งใช้งานจริงบนอุปกรณ์ ไม่ได้วัดเฉพาะตัวโมเดล
Pipette คือชุดทดสอบประสิทธิภาพแบบฟรีและโอเพนซอร์สที่วัดการติดตั้งใช้งานจริงบนอุปกรณ์ ไม่ได้วัดเฉพาะตัวโมเดล ระบบพิจารณาร่วมกันทั้งโมเดล รูปแบบควอนไทซ์ รันไทม์ อุปกรณ์ และเวิร์กโหลด
เปิดตัวเมื่อ 24 สิงหาคม 2026 โดย Liquid AI ร่วมกับ Artificial Analysis พร้อมข้อมูลผลทดสอบที่ตรวจสอบในห้องแล็บมากกว่า 1,000 การตั้งค่า
Pipette คือชุดทดสอบประสิทธิภาพแบบฟรีและโอเพนซอร์สที่วัดการติดตั้งใช้งานจริงบนอุปกรณ์ ไม่ได้วัดเฉพาะตัวโมเดล ระบบพิจารณาร่วมกันทั้งโมเดล รูปแบบควอนไทซ์ รันไทม์ อุปกรณ์ และเวิร์กโหลด เปิดตัวเมื่อ 24 สิงหาคม 2026 โดย Liquid AI ร่วมกับ Artificial Analysis พร้อมข้อมูลผลทดสอบที่ตรวจสอบในห้องแล็บมากกว่า 1,000 การตั้งค่า
เผยแพร่โดยรูปภาพสร้างด้วย GPT Image 1.5
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What is Liquid AI’s Pipette, the free open source on device AI benchmarking platform released on August 24 by the startup founded by former. Article summary: Pipette is Liquid AI’s free, open source benchmark suite for measuring an actual on device deployment—not merely a model—across the combination of model, quantization, runtime, device, and workload.. Topic tags: general web, llm, agents, ai, workflow. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks, charts with fake numbers, clickbait
Pipette คือชุดเครื่องมือวัดประสิทธิภาพ AI แบบฟรีและโอเพนซอร์สจาก Liquid AI สำหรับดูว่าโมเดลปัญญาประดิษฐ์ทำงานบนอุปกรณ์ปลายทางจริงได้ดีเพียงใด โดยเปิดตัวเมื่อ 24 สิงหาคม 2026 ในความร่วมมือกับ Artificial Analysis 11
9
จุดสำคัญคือ Pipette ไม่ได้ถามเพียงว่า “โมเดลนี้เร็วแค่ไหน” แต่ประเมินการติดตั้งใช้งานแบบครบชุด ซึ่งประกอบด้วย โมเดล + รูปแบบควอนไทซ์ + รันไทม์ + อุปกรณ์ + เวิร์กโหลด ดังนั้นผลที่ได้จึงสะท้อนประสบการณ์ใช้งานจริงบนมือถือหรือคอมพิวเตอร์ได้มากกว่าตัวเลข tokens per second ที่แยกออกมาเพียงค่าเดียว
ข้อมูลเผยแพร่ชุดแรกมีผลทดสอบที่ตรวจสอบในห้องแล็บแล้วมากกว่า 1,000 การตั้งค่า ครอบคลุมโมเดลมากกว่า 30 รุ่น รูปแบบควอนไทซ์ 7 แบบ และอุปกรณ์เริ่มต้น 4 รุ่น พร้อมตัวชี้วัดประสิทธิภาพบนอุปกรณ์ 5 รายการ 11
4
ตัวชี้วัดเหล่านี้ครอบคลุมทั้ง
แนวทางนี้ทำให้การวัดไม่ได้ตัดสินจากความเร็วการสร้างโทเคนเพียงอย่างเดียว เพราะโมเดลที่สร้างคำตอบได้เร็วอาจใช้หน่วยความจำสูง หรือใช้เวลานานกว่าจะเริ่มตอบก็ได้ 4
11
Pipette รองรับทั้ง iOS และ Android และทดสอบโมเดลที่ดาวน์โหลดมาเก็บไว้ในอุปกรณ์เพื่อประมวลผลภายในเครื่อง โมเดลที่อยู่ในชุดเริ่มต้นมีทั้งตระกูล LFM ของ Liquid AI และโมเดลขนาดเล็กจากผู้พัฒนารายอื่น เช่น Gemma และ Nanbeige 10
8
ในส่วนการเปรียบเทียบความสามารถด้านสติปัญญาบนมือถือ Artificial Analysis จำกัดกลุ่มโมเดลไว้ที่รุ่นซึ่งสามารถอยู่ภายในหน่วยความจำ 8 GB เมื่อควอนไทซ์ที่ระดับ 4 บิต 8
ควอนไทซ์คือการลดความละเอียดของค่าตัวเลขภายในโมเดล เช่น จากรูปแบบที่ใช้ความแม่นยำสูงลงมาเป็น 4 บิต เพื่อให้โมเดลใช้พื้นที่จัดเก็บและหน่วยความจำน้อยลง รวมถึงอาจทำงานได้เร็วขึ้นบนอุปกรณ์ทั่วไป
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนรูปแบบควอนไทซ์อาจส่งผลต่อทั้งความเร็ว การใช้หน่วยความจำ และคุณภาพคำตอบ ดังนั้นผลของโมเดลเดียวกันจึงไม่ควรถูกนำไปเหมารวม หากใช้คนละรูปแบบควอนไทซ์หรือคนละรันไทม์
เอกสารของ Liquid AI ยังแยกความสามารถของตัวโมเดลออกจากเวิร์กโหลดมาตรฐานของการทดสอบด้วย โดยโมเดลในแค็ตตาล็อก LFM หลายรุ่นรองรับบริบท 32K โทเคน และ LFM2.5-8B-A1B รองรับ 128K โทเคน แต่การทดสอบด้านสติปัญญาบนมือถือที่เผยแพร่ช่วงเปิดตัวใช้ขีดจำกัดบริบท 16K โทเคน 8
2
สำหรับข้อมูลประสิทธิภาพของ Pipette เอง ชุดข้อมูลเริ่มต้นครอบคลุมความยาวบริบทตั้งแต่ 256 ถึง 8,192 โทเคนตามการตั้งค่าที่ทดสอบ 11
ประโยชน์สำคัญของ Pipette อยู่ที่วิธีการวัด ผลลัพธ์จะผูกกับการตั้งค่าครบชุดและมาจากการรันทดสอบในห้องแล็บที่ผ่านการตรวจสอบ พร้อมเผยแพร่ขั้นตอนการทดสอบให้ตรวจสอบได้ 4
11
ระบบยังระบุการพึ่งพาซอฟต์แวร์อย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่น ผลประสิทธิภาพสาธารณะในปัจจุบันต้องใช้บิลด์ของ llama.cpp ที่กำหนดไว้ เช่น b10216 และ b10516 เพื่อป้องกันไม่ให้ความแตกต่างของเวอร์ชันรันไทม์ถูกซ่อนไว้ 6
แนวทางนี้น่าเชื่อถือกว่าการนำตัวเลข “tokens per second” จากผู้ผลิตแต่ละรายมาเทียบกันโดยไม่รู้ว่าใช้โมเดล เวอร์ชันซอฟต์แวร์ อุณหภูมิ หรือการตั้งค่าใด แต่ก็ไม่ได้ขจัดความแปรผันทั้งหมด ปัจจัยอย่างอุณหภูมิของเครื่อง สถานะของระบบปฏิบัติการ รุ่นย่อยและขนาด RAM ของอุปกรณ์ ตลอดจนแบ็กเอนด์ที่ใช้ ยังคงมีผลต่อคะแนน
ผลที่ถูกพูดถึงมากคือ iPhone 17 Pro ซึ่งทำความเร็วการสร้างคำตอบได้ 48.37 โทเคนต่อวินาที เมื่อใช้ Gemma 4 E2B แบบควอนไทซ์ 4 บิตผ่าน Apple MLX 4
5
ตัวเลขนี้ควรอ่านว่าเป็นผลของการตั้งค่าเฉพาะ—Gemma 4 E2B + 4 บิต + MLX/Metal + iPhone 17 Pro—ไม่ใช่คะแนนกลางของ Gemma 4 หรือคะแนนที่ใช้แทนประสิทธิภาพของสมาร์ตโฟนทุกรุ่นได้ 4
5
ด้านคะแนนความสามารถของโมเดลบนมือถือ Nanbeige4.2-3B และ LFM2.5-2.6B ครองอันดับเฉลี่ยร่วมกันที่ 63 ภายใต้การจำกัดบริบทไว้ที่ 16K โทเคน 9
8
แต่การเปรียบเทียบ iOS กับ Android ในระยะเริ่มต้นต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมาก เพราะไคลเอนต์ iOS สามารถใช้การคำนวณผ่าน GPU ด้วย Metal/MLX ขณะที่ไคลเอนต์ Android รุ่นแรกยังทำงานด้วย CPU เท่านั้น 10
ดังนั้นตัวเลขความเร็วระหว่าง iPhone และ Android ในชุดข้อมูลปัจจุบันจึงยังไม่ใช่การเปรียบเทียบฮาร์ดแวร์แบบ “ชิปต่อชิป” อย่างยุติธรรม ผลของ iPhone อาจรวมข้อได้เปรียบจากการเร่งด้วย GPU ส่วนผลของ Android สะท้อนการอนุมานบน CPU ภายใต้แบ็กเอนด์ดังกล่าวเป็นหลัก ตัวเลข Android ยังมีประโยชน์สำหรับประเมินประสิทธิภาพ CPU และประสบการณ์ใช้งานจริง แต่ไม่ควรใช้ยืนยันว่าฮาร์ดแวร์ AI โดยรวมของโทรศัพท์รุ่นหนึ่งเร็วกว่าอีกรุ่นโดยอัตโนมัติ 10
4
การรองรับแบ็กเอนด์ Android ที่ใช้ NPU หรือ GPU ได้อย่างเทียบเคียงกันจึงเป็นขั้นตอนสำคัญต่อไป หากต้องการจัดอันดับข้ามแพลตฟอร์มอย่างเป็นธรรม
Pipette เปิดตัวในช่วงที่ผู้ผลิตชิปกำลังเน้นประสิทธิภาพงาน AI แบบรันในเครื่องและงานเอเจนต์ Qualcomm ระบุว่า Snapdragon 8 Elite Gen 5 ซึ่งใช้ CPU Oryon รุ่นที่สาม ทำความถี่ได้สูงสุด 4.74 GHz พร้อมอ้างว่าประสิทธิภาพ CPU เพิ่มขึ้น 20% และประสิทธิภาพด้านพลังงานของ CPU ดีขึ้น 35% 7
นอกจากนี้ Qualcomm ยังเปิดเผยข้อมูลเบื้องต้นของ Snapdragon รุ่นเรือธงถัดไป ซึ่งใช้ CPU Oryon ที่ตั้งเป้าความถี่ 5 GHz และสถาปัตยกรรมแคช FlexCache ที่แบ่งใช้แคชระหว่างคอร์แบบไดนามิก 12
7
อย่างไรก็ดี ความถี่สัญญาณนาฬิกาเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำนายประสิทธิภาพการอนุมาน LLM ได้ ปัจจัยที่ต้องพิจารณาร่วมกันมีทั้งรันไทม์ แบนด์วิดท์หน่วยความจำ พฤติกรรมแคช รูปแบบควอนไทซ์ แบ็กเอนด์ GPU/NPU อุณหภูมิ และข้อจำกัดด้านพลังงานเมื่อใช้งานต่อเนื่อง
หาก Liquid AI ขยายการรองรับอุปกรณ์และเพิ่มการทดสอบที่เร่งด้วย NPU ตามทิศทางที่ระบุไว้ Pipette จะยิ่งมีประโยชน์ เพราะช่วยแยกให้เห็นได้ว่าความเร็วที่เพิ่มขึ้นมาจาก CPU, GPU หรือ NPU ภายใต้เวิร์กโหลดเดียวกัน 6
4
ในตอนนี้ วิธีตีความ Pipette ที่รอบคอบที่สุดคือมองว่าเป็น มาตรฐานวัดการติดตั้งใช้งาน AI แบบโปร่งใสและทำซ้ำได้ ไม่ใช่บทสรุปสุดท้ายว่าโทรศัพท์หรือชิปแพลตฟอร์มใดเร็วที่สุด
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
Pipette คือชุดทดสอบประสิทธิภาพแบบฟรีและโอเพนซอร์สที่วัดการติดตั้งใช้งานจริงบนอุปกรณ์ ไม่ได้วัดเฉพาะตัวโมเดล
Pipette คือชุดทดสอบประสิทธิภาพแบบฟรีและโอเพนซอร์สที่วัดการติดตั้งใช้งานจริงบนอุปกรณ์ ไม่ได้วัดเฉพาะตัวโมเดล ระบบพิจารณาร่วมกันทั้งโมเดล รูปแบบควอนไทซ์ รันไทม์ อุปกรณ์ และเวิร์กโหลด
เปิดตัวเมื่อ 24 สิงหาคม 2026 โดย Liquid AI ร่วมกับ Artificial Analysis พร้อมข้อมูลผลทดสอบที่ตรวจสอบในห้องแล็บมากกว่า 1,000 การตั้งค่า