คำสั่งล่าสุดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ให้ลดการซ้อมรบร่วมระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้มีเป้าหมายหลายด้านพร้อมกัน ทั้งลดภาระค่าใช้จ่ายที่เขามองว่าสหรัฐฯ แบกรับมากเกินไป หลีกเลี่ยงการส่งสัญญาณที่เป็นปฏิปักษ์ต่อเกาหลีเหนือ และเปิดพื้นที่ให้การทูตส่วนตัวกับคิม จองอึนกลับมาเดินหน้าอีกครั้ง ผลที่เกิดขึ้นทันทีคือการซ้อมรบ Ulchi Freedom Shield ถูกย่อระยะเวลา แต่เปียงยางยืนยันว่าการลดดังกล่าวไม่ได้เปลี่ยนมุมมองของตนต่อการซ้อมรบแต่อย่างใด 21017
ทรัมป์สั่งลดอะไร
ทรัมป์สั่งกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ให้ “ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ” ซึ่งการซ้อมรบร่วมกับเกาหลีใต้ เขาให้เหตุผลว่าการฝึกมีต้นทุนสูง โดยสหรัฐฯ เป็นฝ่ายรับภาระค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ และยังส่ง “สัญญาณที่ไม่เหมาะสมและเป็นปฏิปักษ์” ไปยังเกาหลีเหนือ นอกจากนี้ ทรัมป์ยังอ้างถึงกรณีที่โซลปฏิเสธเข้าร่วมปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านด้วย 12
ประเด็นนี้เป็นการรื้อฟื้นข้อวิจารณ์จากสมัยดำรงตำแหน่งวาระแรกของทรัมป์ ซึ่งเขาเคยกล่าวว่าการซ้อมรบร่วมมีราคาแพงและยั่วยุเกินไป ขณะที่สหรัฐฯ กับเกาหลีใต้ยืนยันมาตลอดว่าการฝึกมีลักษณะป้องกันประเทศ ส่วนเกาหลีเหนือมักกล่าวหาว่าเป็นการซ้อมเพื่อเตรียมบุกประเทศตน 4
Ulchi Freedom Shield ถูกปรับอย่างไร
การซ้อมรบ Ulchi Freedom Shield ปี 2026 เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม เดิมมีกำหนด 11 วัน แต่หลังสหรัฐฯ เสนอให้ปรับแผน การฝึกถูกลดเหลือ 5 วัน และสิ้นสุดในวันที่ 21 สิงหาคม แทนวันที่ 27 สิงหาคม นอกจากนี้ การฝึกเคลื่อนกำลังภาคสนามร่วมบางส่วนก็ถูกลดขนาดลงด้วย 5714
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า การฝึกที่ปรับใหม่ยังคงมีการฝึกเพื่อเพิ่มความพร้อมทางยุทธวิธี จึงไม่ใช่การยกเลิกทั้งหมด อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจเกิดขึ้นหลังการซ้อมรบเริ่มไปแล้ว และมีรายงานว่าสร้างความประหลาดใจให้กับฝ่ายเกาหลีใต้ 612
เกาหลีเหนือไม่รับไมตรี
การลดการซ้อมรบไม่ได้ทำให้เกิดความคืบหน้าทางการทูตในทันที คิม โย จอง น้องสาวของคิม จองอึนและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเกาหลีเหนือ กล่าวว่า ความพยายามส่งสัญญาณไมตรีดังกล่าว “ไม่มีความสนใจ” สำหรับเปียงยาง
เธอยังคงเรียกการซ้อมรบที่เหลือว่าเป็นการกระทำที่ยั่วยุและก้าวร้าว พร้อมเตือนว่าเกาหลีเหนือจะไม่ตอบสนองตามที่วอชิงตันต้องการ เพียงเพราะสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ลดระยะเวลาการฝึกลง 17
ท่าทีนี้สะท้อนว่า การลดการซ้อมรบเพียงอย่างเดียวไม่น่าจะเพียงพอต่อข้อเรียกร้องของเกาหลีเหนือ หรือทำให้เปียงยางกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจา นอกจากนี้ วอชิงตันยังยอมลดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับความพร้อมรบ โดยไม่ได้รับการตอบแทนจากเกาหลีเหนือที่ยืนยันต่อสาธารณะ 817
ทรัมป์ต้องการพบคิมอีกครั้ง
ทรัมป์กล่าวว่าเขาวางแผนจะพบคิม จองอึนในช่วงหลังของปี 2026 และยังอ้างแยกต่างหากว่าคิมตอบกลับการติดต่อของเขาแล้ว แต่ยังไม่มีรายละเอียดต่อสาธารณะที่ยืนยันว่าการตอบกลับนั้นมีเนื้อหาอย่างไร รวมถึงยังไม่มีการประกาศกำหนดการประชุมอย่างเป็นทางการ
ด้านคิม โย จองกล่าวว่า เธอไม่ทราบว่ามีการติดต่อระดับผู้นำระหว่างสองฝ่ายเมื่อไม่นานมานี้ 1920
จังหวะเวลาของคำสั่งลดการซ้อมรบทำให้การตัดสินใจด้านทหารถูกเชื่อมโยงโดยตรงกับการทูตส่วนตัวของทรัมป์ การที่เขาใช้ความสัมพันธ์กับคิมเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งในการลดการฝึก แสดงให้เห็นว่าทรัมป์มองการซ้อมรบไม่ใช่เพียงเรื่องความพร้อมทางทหาร แต่ยังเป็นสัญญาณต่อรองเพื่อปูทางสู่การประชุมสุดยอดในอนาคตด้วย 1019
เหตุใดพันธมิตรและนักวิเคราะห์จึงกังวล
ความกังวลหลักคือ การลดการฝึกร่วมอาจทำให้กองกำลังสหรัฐฯ และเกาหลีใต้มีโอกาสฝึกปฏิบัติการร่วมกันน้อยลง แม้จะยังมีการฝึกบางส่วนดำเนินต่อไป นักวิเคราะห์ยังเตือนว่าการลดการฝึกฝ่ายเดียวอาจทำให้โซลและพันธมิตรอื่น ๆ ในเอเชียตั้งคำถามต่อความน่าเชื่อถือของคำมั่นด้านความมั่นคงจากสหรัฐฯ 81221
ความกังวลดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่สภาพแวดล้อมทางยุทธศาสตร์ของเกาหลีเหนือซับซ้อนขึ้น รายงานระบุถึงคำเตือนว่ากองทัพของคิมกำลังเรียนรู้ยุทธวิธีในสนามรบจากสงครามในยูเครน ขณะเดียวกัน เปียงยางก็ขยายความสัมพันธ์กับรัสเซียและอิหร่าน ทำให้ผู้สังเกตการณ์บางส่วนไม่สบายใจกับการลดการฝึกที่มีเป้าหมายรักษาการยับยั้งและการประสานงานทางทหาร 59
ความหมายต่อพันธมิตรสหรัฐฯ-เกาหลีใต้
เหตุการณ์นี้เพิ่มแรงกดดันต่อพันธมิตรสหรัฐฯ-เกาหลีใต้ที่ดำเนินมานานกว่า 7 ทศวรรษ ทรัมป์เชื่อมโยงการซ้อมรบเข้ากับการแบ่งภาระค่าใช้จ่าย นโยบายของเกาหลีใต้ต่ออิหร่าน และความเป็นไปได้ที่จะกลับมาเจรจากับคิม แนวทางดังกล่าวอาจทำให้พันธมิตรมองว่าเป็นการต่อรองแบบแลกเปลี่ยน มากกว่าจะเป็นนโยบายด้านความมั่นคงที่ยึดหลักเดียวกัน 13
ข้อเท็จจริงระยะสั้นมีความชัดเจน: การซ้อมรบถูกย่อเวลา การฝึกภาคสนามบางส่วนถูกลดลง เกาหลีเหนือปฏิเสธท่าทีดังกล่าว และการพบกันระหว่างทรัมป์กับคิมยังไม่ได้รับการยืนยัน
คำถามสำคัญกว่าคือ การทูตในระยะต่อไปจะตั้งอยู่บนขั้นตอนตอบแทนที่ตรวจสอบได้จากทั้งสองฝ่าย หรือจะอาศัยการเปลี่ยนแปลงกิจกรรมทางทหารของพันธมิตรฝ่ายเดียว หากเปียงยางยังไม่มีข้อเสนอที่เป็นรูปธรรม การลดการซ้อมรบครั้งนี้จึงเป็นเพียงสัญญาณทางการทูต—ยังไม่ใช่ความคืบหน้าครั้งสำคัญ 171921