โดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่ากำลัง “พิจารณาอย่างจริงจัง” เปลี่ยนชื่อทะเลสาบออนแทรีโอเป็น “ทะเลสาบอเมริกา” โดยโยงกับความสัมพันธ์ทางการค้าที่แตกร้าวกับออนแทรีโอ หลังการเจรจาระหว่างวอชิงตันกับออตตาวาล้มเหลว สหรัฐฯ เรียกเก็บภาษี 50% กับสินค้าจากแคนาดามูลค่าราว 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ประกาศตอบโต้แบบ “...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: What did President Donald Trump propose regarding renaming the U.S. Canada shared Lake Ontario “Lake America,” why did he make the proposal. Article summary: Trump said he was giving “serious consideration” to renaming the binational Lake Ontario “Lake America,” framing it as a response to the rupture with Ontario: “we don’t expect to do much business with Ontario anymore.” I. Topic tags: general web, workflow, regulation, growth, social media. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermar
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ กล่าวว่าเขากำลัง “พิจารณาอย่างจริงจัง” ที่จะเปลี่ยนชื่อทะเลสาบออนแทรีโอ (Lake Ontario) เป็น “ทะเลสาบอเมริกา” (Lake America) ทะเลสาบแห่งนี้เป็นหนึ่งในเกรตเลกส์และเป็นแหล่งน้ำที่อยู่ตามแนวพรมแดนสหรัฐฯ–แคนาดา
ทรัมป์ให้เหตุผลผ่านโพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า สหรัฐฯ “ไม่คาดว่าจะทำธุรกิจกับออนแทรีโอมากนักอีกต่อไป” หลังความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองฝ่ายย่ำแย่ลง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทรัมป์กล่าวเป็นข้อเสนอเชิงการเมืองและการยั่วยุ ยังไม่ใช่การประกาศกระบวนการทางกฎหมายหรือกระบวนการเปลี่ยนชื่อร่วมกันระหว่างสองประเทศ 710
ข้อเสนอเรื่องชื่อทะเลสาบเกิดขึ้นหลังการเจรจาการค้าระหว่างวอชิงตันกับออตตาวาล้มเหลว ทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ และต่างกล่าวโทษอีกฝ่ายว่าเป็นต้นเหตุให้การเจรจาล่ม
หลังจากนั้น สหรัฐฯ เริ่มเรียกเก็บภาษีศุลกากร 50% กับสินค้าจากแคนาดามูลค่าราว 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าที่ได้รับผลกระทบมีตั้งแต่ไวน์ เฟอร์นิเจอร์ ผลิตภัณฑ์นม ปูนซีเมนต์ และเสื้อผ้า ไปจนถึงอุปกรณ์ฮอกกี้ 712
นายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ของแคนาดาสั่งระงับการเจรจาและกล่าวว่าแคนาดาจะตอบโต้แบบ “ดอลลาร์ต่อดอลลาร์ อัตราต่ออัตรา” โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน มาตรการที่วางแผนไว้ครอบคลุมสินค้าอเมริกัน เช่น เหล็ก ผลิตภัณฑ์นม เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์การเกษตร เยื่อกระดาษและกระดาษ รวมถึงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ 1312
คาร์นีย์ระบุว่าข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ “มากเกินไป” ขณะที่ข้อเสนอที่ให้แคนาดา “น้อยเกินไป” พร้อมมองการใช้ภาษีเป็นรูปแบบหนึ่งของการบีบบังคับทางเศรษฐกิจ เขายืนยันว่าแคนาดาจะตอบโต้ แต่ยังเปิดทางให้มีการเจรจา โดยไม่ยอมรับเงื่อนไขฝ่ายเดียวจากสหรัฐฯ 713
ต่อมา ทรัมป์ขู่ว่าจะเรียกเก็บภาษี 50% ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2027 กับรถยนต์ รถบรรทุก ชิ้นส่วนยานยนต์ และเหล็กทั้งหมดจากแคนาดา มาตรการนี้ยังเป็นคำขู่ ไม่ใช่ภาษีที่มีผลบังคับใช้แล้ว
ข้อตกลงที่ล่มไปนั้นมีรายงานว่าอาจลดอัตราภาษีสูงสุดสำหรับรถยนต์และรถบรรทุกขนาดเบาจากแคนาดาจาก 25% เหลือ 15% การขู่ขึ้นภาษีครั้งใหม่จึงเพิ่มแรงกดดันต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งพึ่งพาการผลิตข้ามพรมแดนในอเมริกาเหนืออย่างมาก 9
ดั๊ก ฟอร์ด มุขมนตรีรัฐออนแทรีโอ เรียกทรัมป์ว่าเป็น “เผด็จการ” และบอกให้เขา “ไปจูบก้นตัวเอง” พร้อมกล่าวว่าอดีตประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกนอาจ “อาเจียน” หากเห็นนโยบายการค้าของทรัมป์
ฟอร์ดยังกล่าวว่า “ทุกอย่างอยู่บนโต๊ะ” ซึ่งรวมถึงการตัดการส่งออกไฟฟ้าจากออนแทรีโอไปยังสหรัฐฯ และการจำกัดการส่งออกแร่สำคัญไปยังอเมริกา 1315
ทรัมป์ตอบโต้ว่าแคนาดาต้องการ “ผลประโยชน์จากการเป็นรัฐหนึ่งของสหรัฐฯ โดยไม่ต้องเป็นรัฐจริง” ในการโต้เถียงกับฟอร์ด เขาเรียกมุขมนตรีออนแทรีโอว่าเป็น “ลูกสมุน” และนำไปเปรียบเทียบในทางลบกับร็อบ ฟอร์ด พี่ชายผู้ล่วงลับของเขา 814
นี่ไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่างเศรษฐกิจที่มีความเชื่อมโยงกันเพียงเล็กน้อย แคนาดาเป็นคู่ค้ารายใหญ่อันดับสองของสหรัฐฯ ในด้านสินค้าและบริการในปี 2025 และการค้าบริการระหว่างสองประเทศก็มีมูลค่าสูง โดยทั่วไปสหรัฐฯ เป็นฝ่ายเกินดุลการค้าบริการกับแคนาดา 1
ภาษีวงกว้างและมาตรการตอบโต้สามารถเพิ่มต้นทุนวัตถุดิบ ทำให้ห่วงโซ่อุปทานข้ามพรมแดนสะดุด และส่งผลต่อผู้บริโภคกับภาคธุรกิจผ่านราคาที่สูงขึ้นหรือทางเลือกที่ลดลง อุตสาหกรรมรถยนต์ โลหะ พลังงาน และการผลิตมีความเสี่ยงเป็นพิเศษ เพราะกระบวนการผลิตพึ่งพาชิ้นส่วนและวัตถุดิบจากหลายประเทศในอเมริกาเหนือ 94
ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อยังบั่นทอนความแน่นอนของข้อตกลง USMCA หรือข้อตกลงการค้าเสรีสหรัฐฯ–เม็กซิโก–แคนาดา ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการบูรณาการทางเศรษฐกิจของภูมิภาค ความไม่แน่นอนอาจทำให้การลงทุนชะลอ กระทบงานและการเติบโตของภาคส่งออกในแคนาดา รวมถึงบริษัทและแรงงานสหรัฐฯ ที่พึ่งพาลูกค้าและปัจจัยการผลิตจากแคนาดา 45
มีการอ้างว่าแคนาดาเป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่งของสหรัฐฯ ใน 26 รัฐ แต่ตัวเลข “26 รัฐ” นี้ไม่สามารถตรวจสอบยืนยันโดยอิสระจากแหล่งข้อมูลที่รวบรวมได้ อย่างไรก็ตาม ภาพรวมที่ว่าแคนาดาเป็นหนึ่งในคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ยังคงได้รับการสนับสนุน โดยมีการระบุมูลค่าการค้าระหว่างกันไว้ที่ 719,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเวลาที่เกี่ยวข้อง 5
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
โดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่ากำลัง “พิจารณาอย่างจริงจัง” เปลี่ยนชื่อทะเลสาบออนแทรีโอเป็น “ทะเลสาบอเมริกา” โดยโยงกับความสัมพันธ์ทางการค้าที่แตกร้าวกับออนแทรีโอ
โดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่ากำลัง “พิจารณาอย่างจริงจัง” เปลี่ยนชื่อทะเลสาบออนแทรีโอเป็น “ทะเลสาบอเมริกา” โดยโยงกับความสัมพันธ์ทางการค้าที่แตกร้าวกับออนแทรีโอ หลังการเจรจาระหว่างวอชิงตันกับออตตาวาล้มเหลว สหรัฐฯ เรียกเก็บภาษี 50% กับสินค้าจากแคนาดามูลค่าราว 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นายกรัฐมนตรีมาร์ก คาร์นีย์ประกาศตอบโต้แบบ “ดอลลาร์ต่อดอลลาร์ อัตราต่ออัตรา” ตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน โดยเล็งเป้าสินค้าสหรัฐฯ หลายกลุ่ม