รัสเซียกำลังจัดการปัญหาโรงกลั่นเสียหายราวกับเป็นภาวะฉุกเฉินด้านอุปทานภายในประเทศ ทั้งลดการส่งออก นำเข้าน้ำมันสำเร็จรูป และหันไปใช้กำลังการกลั่นในต่างประเทศ โรงกลั่น Perm ซึ่งเป็นโรงกลั่นขนาดใหญ่อันดับ 7 ของรัสเซียหยุดดำเนินงาน หลังถูกโดรนโจมตีเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ส่งผลให้ภาวะตึงตัวจากการโจมตีก่อนหน้านี้ยิ่งรุนแรงข...
คำตอบการวิจัย

Create a landscape editorial hero image for this Studio Global article: How is Russia responding to a worsening domestic fuel crisis caused by sustained Ukrainian drone strikes on its oil refineries and fuel term. Article summary: Russia is responding by treating the refinery losses as a domestic supply emergency: it has curtailed exports, begun importing fuel despite being a major exporter, sought outside processing capacity, and accepted pressur. Topic tags: general web, workflow, security, regulation, growth. Style: premium digital editorial illustration, source-backed research mood, clean composition, high detail, modern web publication hero. Use reference image context only for broad subject, composition, and topical grounding; do not copy the exact image. Avoid: logos, brand marks, copyrighted characters, real person likenesses, fake screenshots, UI text, readable text, watermarks,
รัสเซียกำลังรับมือวิกฤตเชื้อเพลิงด้วยมาตรการฉุกเฉินด้านอุปทานภายในประเทศ หลังการโจมตีด้วยโดรนของยูเครนสร้างความเสียหายต่อโรงกลั่นและคลังน้ำมันหลายแห่ง รัฐบาลจึงเลือกเก็บน้ำมันไว้ใช้ในประเทศ ลดการส่งออก หันไปนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูป และมองหากำลังการกลั่นจากต่างประเทศ
สถานการณ์ยิ่งตึงตัวหลังโรงกลั่น Perm หยุดดำเนินงาน בעקבותการโจมตีเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม โดยโรงกลั่นแห่งนี้เป็นโรงกลั่นขนาดใหญ่อันดับ 7 ของรัสเซียตามปริมาณการแปรรูปน้ำมันดิบ การหยุดเดินเครื่องจึงซ้ำเติมผลกระทบจากการโจมตีก่อนหน้านี้ 2
มาตรการที่เห็นชัดที่สุดคือการนำโรงกลั่น Kondensat ในคาซัคสถานมาใช้แปรรูปน้ำมันดิบรัสเซีย รัฐมนตรีพลังงานคาซัคสถานระบุว่า น้ำมันดิบจากรัสเซียจะถูกส่งไปกลั่นที่โรงงานแห่งนี้ จากนั้นน้ำมันเบนซินและดีเซลที่ผลิตได้ 70% จะถูกส่งกลับไปรัสเซีย ขณะที่คาซัคสถานเก็บไว้ 30% สำหรับตลาดภายในประเทศ 1011
โครงสร้างนี้มีลักษณะคล้ายการจ้างกลั่นฉุกเฉิน หรือ “tolling” กล่าวคือ รัสเซียยังเป็นผู้จัดหาวัตถุดิบ แต่ใช้กำลังการกลั่นของประเทศอื่นเพื่อชดเชยกำลังการผลิตที่สูญเสียไป ส่วนคาซัคสถานได้รับผลิตภัณฑ์น้ำมันบางส่วนไว้ประกันอุปทานของตนเอง ไม่ได้ส่งออกทั้งหมดกลับรัสเซีย
มอสโกขยายข้อจำกัดการส่งออกน้ำมันเบนซินและดีเซลไปจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2027 โดยให้เหตุผลว่าต้องรักษาเสถียรภาพของตลาดเชื้อเพลิงภายในประเทศ 1
ก่อนหน้านั้น รัสเซียประกาศว่าจะเริ่มนำเข้าน้ำมันเบนซินทางเรือ ซึ่งเป็นเรื่องผิดปกติสำหรับหนึ่งในประเทศผู้ส่งออกน้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปรายใหญ่ของโลก หลังการโจมตีโรงกลั่นทำให้เกิดภาวะขาดแคลนและราคาพุ่งสูงขึ้น 7
มีรายงานว่ารัสเซียพยายามจัดซื้อน้ำมันจากคาซัคสถานและอินเดียด้วย โดยกลยุทธ์ทั้งหมดสะท้อนทิศทางเดียวกัน คือเร่งเติมน้ำมันเข้าสู่ตลาดภายในประเทศ ขณะเดียวกันก็ปิดกั้นการไหลออกไปยังตลาดต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ปริมาณที่อ้างว่ารัสเซียนำเข้าน้ำมันเบนซินทางเรือมากกว่า 1 ล้านบาร์เรลนับตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม ยังไม่สามารถยืนยันได้อย่างเป็นอิสระจากแหล่งข่าวที่ตรวจสอบในที่นี้
นอกจากการซ่อมแซมโรงงาน รัฐบาลรัสเซียยังต้องบริหารจัดการน้ำมันที่มีอยู่อย่างจำกัด ทั้งการควบคุมการส่งออก เปลี่ยนเส้นทางการกระจายสินค้า ใช้น้ำมันนำเข้า และพยายามกดแรงกดดันด้านราคาและการขาดแคลน
มีการกล่าวอ้างว่ากำลังการกลั่นมากกว่า 30% ได้รับผลกระทบ และประชาชนราว 50 ล้านคนในพื้นที่ส่วนใหญ่ของรัสเซียได้รับผลกระทบ รวมถึงมีอย่างน้อย 10 ภูมิภาคใช้มาตรการจำกัดการขาย เช่น จำกัดปริมาณ 20–30 ลิตรต่อรถ หรือใช้ระบบสลับวันตามเลขทะเบียน แต่ตัวเลขและรายละเอียดเหล่านี้ยังไม่สามารถยืนยันได้จากรายงานที่น่าเชื่อถือที่สุด จึงควรอ่านด้วยความระมัดระวัง
ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่ที่ชายแดนรัสเซีย คีร์กีซสถานซึ่งพึ่งพาการนำเข้าผลิตภัณฑ์น้ำมันจากรัสเซียเป็นหลักกำลังเผชิญความเสี่ยงด้านอุปทาน หลังความสามารถของรัสเซียในการส่งมอบน้ำมันให้ประเทศคู่ค้าลดลง 3
รัฐบาลในกรุงบิชเคกขอความช่วยเหลือด้านเชื้อเพลิงจากคาซัคสถาน เบลารุส อาเซอร์ไบจาน อุซเบกิสถาน และเติร์กเมนิสถาน ก่อนประกาศห้ามส่งออกน้ำมันเบนซิน ดีเซล และน้ำมันประเภทอื่นอย่างไม่มีกำหนด เพื่อรักษาสต็อกไว้ใช้ในประเทศ 45
ในเดือนสิงหาคม คีร์กีซสถานยังเริ่มเจรจาโดยตรงกับ Sinopec บริษัทพลังงานรายใหญ่ของจีน สะท้อนความพยายามลดการพึ่งพารัสเซียและกระจายแหล่งนำเข้า แม้การเปลี่ยนแหล่งจัดหาอาจทำได้ยากสำหรับประเทศที่พึ่งพาน้ำมันรัสเซียมาเป็นเวลานาน 9
วิกฤตครั้งนี้ทำให้มอสโกต้องเลือกระหว่างการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเมืองภายในประเทศ กับการคงปริมาณน้ำมันที่ช่วยหล่อเลี้ยงความสัมพันธ์และอิทธิพลในประเทศเพื่อนบ้าน
ข้อตกลงกับ Kondensat ช่วยบรรเทาการขาดแคลนของรัสเซียได้บางส่วน แต่การที่คาซัคสถานเก็บผลิตภัณฑ์ไว้ 30% และการที่คีร์กีซสถานเร่งหาซัพพลายเออร์นอกเหนือจากรัสเซีย แสดงให้เห็นว่าประเทศเพื่อนบ้านกำลังให้ความสำคัญกับความมั่นคงด้านพลังงานของตนเองมากขึ้น ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นแหล่งสำรองน้ำมันให้รัสเซียโดยอัตโนมัติ 101149
Studio Global AI
หน้านี้รวมคำตอบที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งที่มาซึ่งคุณสามารถดำเนินการต่อภายใน Studio Global
รัสเซียกำลังจัดการปัญหาโรงกลั่นเสียหายราวกับเป็นภาวะฉุกเฉินด้านอุปทานภายในประเทศ ทั้งลดการส่งออก นำเข้าน้ำมันสำเร็จรูป และหันไปใช้กำลังการกลั่นในต่างประเทศ
รัสเซียกำลังจัดการปัญหาโรงกลั่นเสียหายราวกับเป็นภาวะฉุกเฉินด้านอุปทานภายในประเทศ ทั้งลดการส่งออก นำเข้าน้ำมันสำเร็จรูป และหันไปใช้กำลังการกลั่นในต่างประเทศ โรงกลั่น Perm ซึ่งเป็นโรงกลั่นขนาดใหญ่อันดับ 7 ของรัสเซียหยุดดำเนินงาน หลังถูกโดรนโจมตีเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ส่งผลให้ภาวะตึงตัวจากการโจมตีก่อนหน้านี้ยิ่งรุนแรงขึ้น [2]
ข้อตกลงกับโรงกลั่น Kondensat ของคาซัคสถานกำหนดให้ใช้น้ำมันดิบรัสเซียเป็นวัตถุดิบ ก่อนส่งน้ำมันเบนซินและดีเซล 70% กลับไปรัสเซีย ส่วนอีก 30% คาซัคสถานเก็บไว้ใช้ในประเทศ [10][11]