ข้อพิพาทครั้งนี้เริ่มจากการต่อรองภาษีและเงื่อนไขการค้า แต่เปลี่ยนเป็นความขัดแย้งที่กว้างขึ้นเรื่องอธิปไตยของแคนาดา นโยบายอุตสาหกรรม และความชอบธรรมทางการเมือง หลังการเจรจาล่ม ทั้งสองฝ่ายใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจควบคู่กับถ้อยคำโจมตีส่วนตัวที่รุนแรง ทำให้การหาทางลงผ่านการเจรจายิ่งยากขึ้น
ทำไมการเจรจาจึงล่ม
มาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา กล่าวว่า แคนาดาถอนตัวจากการเจรจาหลังสหรัฐฯ ยื่นข้อเรียกร้องในช่วงท้ายที่อาจจำกัดการตัดสินใจโดยอธิปไตยของแคนาดา โดยมีรายงานว่าเกี่ยวข้องกับข้อตกลงการค้าในอนาคต นโยบายยานยนต์ ตลอดจนการคุ้มครองวัฒนธรรมและภาษาฝรั่งเศส
ในทางกลับกัน ฝ่ายสหรัฐฯ เสนอภาพว่าแคนาดาเป็นฝ่ายยื่นข้อเรียกร้องที่ไม่สมเหตุสมผล และยังคงมีอุปสรรคทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้ผลิตอเมริกัน หลักฐานต่อสาธารณะยืนยันว่าทั้งสองฝ่ายมีคำอธิบายที่ขัดแย้งกัน แต่ยังไม่สามารถชี้ขาดได้โดยอิสระว่าเงื่อนไขช่วงท้ายมีลักษณะตามที่ฝ่ายใดกล่าวอ้าง 41114
จากข้อพิพาทเชิงนโยบายสู่การโจมตีส่วนตัว
หลังการเจรจาล้มเหลว ทรัมป์เรียกฟอร์ดว่า “ลูกกระจอก” และเปรียบเทียบเขาในเชิงเสียเปรียบกับร็อบ ฟอร์ด พี่ชายผู้ล่วงลับของดัก ฟอร์ด ซึ่งเคยเป็นนายกเทศมนตรีเมืองโตรอนโต
ฟอร์ดตอบโต้ว่าเขาจะไม่รับคำแนะนำจาก “เผด็จการ” หรือ “อันธพาล” พร้อมเรียกทรัมป์ว่า “ขี้แพ้” และ “ราชาแห่งการล้มละลาย” การปะทะคารมดังกล่าวทำให้ผู้นำระดับมณฑลอย่างฟอร์ดกลายเป็นเสียงสำคัญในข้อพิพาทที่เดิมเป็นการเจรจาระหว่างรัฐบาลกลางของสองประเทศ 21215
วอชิงตันเพิ่มแรงกดดันทางภาษี
มาตรการของสหรัฐฯ รวมถึงภาษี ๕๐% ต่อเหล็ก อะลูมิเนียม และทองแดงจากแคนาดา ขณะที่รถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ถูกเก็บภาษีในอัตรา ๒๕% ในเวลานั้น
จากนั้นทรัมป์ขู่ว่าจะขึ้นภาษีรถยนต์ รถบรรทุก ชิ้นส่วนยานยนต์ และเหล็กจากแคนาดาเป็น ๕๐% ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๐๒๗ สำหรับภาคส่วนยานยนต์ที่ถูกเก็บภาษี ๒๕% อยู่แล้ว นั่นหมายถึงการเพิ่มขึ้นอีก ๒๕ จุดเปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่การบวกภาษี ๒๕% แยกต่างหากจากอัตรา ๕๐% อื่น 14
แคนาดาเตรียมตอบโต้
คาร์นีย์ประกาศว่าจะจัดเก็บภาษีตอบโต้ในมูลค่าเทียบเท่ากับมาตรการของสหรัฐฯ หรือ “ดอลลาร์ต่อดอลลาร์” โดยกำหนดเริ่มวันที่ ๘ กันยายน สินค้าเป้าหมายรวมถึงเหล็ก ผลิตภัณฑ์นม อิเล็กทรอนิกส์ และสินค้าผลิตกับสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ ที่มีความอ่อนไหวทางการเมือง 4513
ฟอร์ดยังเสนอให้รัฐบาลออนแทรีโอใช้มาตรการกดดันของตนเอง เช่น การคิดค่าธรรมเนียมเพิ่มสำหรับการส่งออกไฟฟ้า และการจำกัดการส่งออกแร่สำคัญ อย่างไรก็ตาม การตอบโต้ลักษณะนี้อาจทำให้ต้นทุนสูงขึ้นในทั้งสองประเทศ และเปิดทางให้สหรัฐฯ ใช้มาตรการที่รุนแรงกว่าเดิม
มิติทางการทูตที่ยิ่งตึงเครียด
เจ.ดี. แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เรียกแคนาดาว่าเป็น “รัฐ” ของสหรัฐฯ โดยอ้างว่าเป็นคำหลุดเชิงจิตวิเคราะห์ หรือ “Freudian slip” เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นควบคู่กับคำกล่าวของเขาว่าแคนาดาเรียกเก็บภาษีต่อรัฐเมนมากเกินไป และปฏิบัติต่อสินค้าจีนอย่างเอื้อประโยชน์กว่า
ถ้อยคำดังกล่าวทำให้ออตตาวามองว่าข้อเรียกร้องของวอชิงตันไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเปิดตลาดตามปกติ แต่ยังแตะต้องสิทธิของแคนาดาในการกำหนดนโยบายการค้าเอง ขณะเดียวกัน ข้อกล่าวหาเรื่องสินค้าจีนก็สอดคล้องกับเหตุผลที่รัฐบาลสหรัฐฯ ใช้อธิบายว่า นโยบายการค้าของแคนาดาอาจเปิดช่องให้เกิดการส่งต่อหรือหลบเลี่ยงมาตรการทางการค้า 114
อะไรอยู่ในความเสี่ยง
ความเสี่ยงเร่งด่วนกระจุกตัวอยู่ในห่วงโซ่อุปทานที่เชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะรถยนต์ โลหะ พลังงาน อาหาร และภาคการผลิต ความสัมพันธ์ทางการค้าซึ่งมีมูลค่าราว ๓๘๐,๐๐๐ ล้านดอลลาร์ต่อปี และการส่งออกรถยนต์จากแคนาดาไปสหรัฐฯ ที่เกือบ ๕๐,๐๐๐ ล้านดอลลาร์ ล้วนพึ่งพาชิ้นส่วนที่ข้ามพรมแดนหลายครั้ง
ดังนั้น ภาษีจึงไม่ได้กระทบเฉพาะผู้ส่งออกแคนาดา แต่ยังอาจกระทบโรงงานประกอบรถยนต์ ผู้ผลิตชิ้นส่วน แรงงาน และผู้บริโภคในสหรัฐฯ ด้วย หากความขัดแย้งยืดเยื้อ บริษัทต่าง ๆ อาจเร่งย้ายฐานการลงทุน ปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน และทบทวนกรอบการค้าอเมริกาเหนือครั้งใหญ่กว่าการต่อรองภาษีเพียงอย่างเดียว